Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Aesthetic for Interior Design 2/2566

Total questions: 25

Worksheet time: 4mins

Name
Class
Date
1.

Aesthetics – สุนทรียศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาสาขาใด

a)

Epistmology - ญาณวิทยา

b)

Ontology – ภววิทยา

c)

Axiology - คุณวิทยา

d)

Metaphysics – อภิปรัชญา

2.

การที่ Aesthetics – สุนทรียศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาปรัชญา ทำให้แนวคิดเรื่องความงามมีลักษณะแบบใด

a)

มีเนื้อหากว้างขวาง เป็นต้นตอแห่งความเข้าใจในการตัดสินความงามของมนุษย์ในแต่ละช่วงเวลา

b)

คำถามเกี่ยวกับศิลปะและความงามในปัจจุบัน ยังคงดำเนินต่อไป

c)

เป็นการค้นหาหลักการตัดสินความงาม องค์ประกอบของความงาม เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ เป็นการแสวงหาความงามอันสูงสุด

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ข้อใดไม่ใช่ Aesthetic state

a)

Subjectivism

b)

Objectivism

c)

Relativism

d)

Impressionism

4.

ข้อใดคือนิยามของความงาม

a)

สิ่งที่เพลิดเพลินเมื่อได้เห็น

b)

การประกอบกันของแบบ (Forms) และความคิด (Ideas) ที่ไปอย่างมีระเบียบ (Orderliness)

c)

คุณสมบัติที่ไม่ได้มีอยู่ในวัตถุ แต่เกิดจากมุมมองความคิดหรือจินตนาการของมนุษย์

d)

ถูกทุกข้อ

5.

Subjectivism มีความหมายตามข้อใด

a)

ความงามมีอยู่จริงได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่น

b)

ความงามคือปฏิกิริยาการตอบสนองทางอารมณ์ความรู้สึกของผู้รับรู้

c)

การตัดสินคุณค่าของผลงานศิลปะแบบปลายเปิด ด้วยความคิดและประสบการณ์ของผู้ชม ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมกับผลงานศิลปะภายใต้บริบทที่เกี่ยวข้อง

d)

การตัดสินความงามมีการเปลี่ยนแปลงไปเสมอ

6.

Objectivism มีความหมายตามข้อใด

a)

ความงามมีอยู่จริงได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่น

b)

ความงามคือปฏิกิริยาการตอบสนองทางอารมณ์ความรู้สึกของผู้รับรู้

c)

การตัดสินคุณค่าของผลงานศิลปะแบบปลายเปิด ด้วยความคิดและประสบการณ์ของผู้ชม ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมกับผลงานศิลปะภายใต้บริบทที่เกี่ยวข้อง

d)

การตัดสินความงามมีการเปลี่ยนแปลงไปเสมอ

7.

ข้อใดมีผลต่อการตัดสินความงามของแต่ละบุคคล

a)

Early Experience

b)

Culture and social factor

c)

Mental state / emotional

d)

ถูกทุกข้อ

8.

Aesthetic Experience - ประสบการณ์ทางสุนทรียะ คำอธิบายข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

เป็นคำที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึก ที่ได้จากประสบการณ์ในเรื่องความสวยความงาม ความไพเราะหรืออารมณ์ความรู้สึก

b)

รับรู้ผ่านอายตนะทั้ง 6 ช่องทาง ได้แก่การเห็น การได้ยิน การรับรู้รส การได้กลิ่น การรับรู้สัมผัสทางผิวกาย การรับรู้ทางใจ

c)

เกิดขึ้นจากการที่เราได้สัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยประสาทสัมผัสของเราเองเท่านั้น

d)

มนุษย์ซาบซึ้งความงามด้วยทัศนคติสุนทรียะ ผ่านการรู้สึก สัมผัส รับรู้และจินตนาการ ทำให้เกิดสุนทรียภาพขึ้นภายในตัวเอง

9.

ความงามทั้งหลายในโลกแห่งผัสสะ หรือโลกมนุษย์ล้วนเป็นความงามแค่เปลือกนอก เป็นความงามที่เลียนแบบ หรือสะท้อนมาจากความงามในโลกแห่งมโนคติอีกทอดหนึ่ง  ใครคือผู้อธิบายความเห็นนี้

a)

Plato

b)

Socrates

c)

Leonado da Vinci

d)

Karl Marx

10.

พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ทุกสรรพสิ่งที่พระเจ้าสร้างล้วนมีความสมบูรณ์ ความงามอยู่เหนือไปจากกายภาพที่ปรากฏให้เห็น (Transcendental Beauty) ไม่สามารถเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม

คือแนวคิดความงามของยุคใด

a)

Greek

b)

Roman

c)

Middle Age

d)

Renaissance

11.

Perspective ทัศนียวิทยาที่แสดงออกให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติตามที่สายตาเห็น เห็นอย่างไรก็สะท้อนออกมา เช่นนั้น (Reflection) วิธีการกำหนดวัตถุในมิติลึก เพื่อการเห็นที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ของขนาด และตำแหน่ง เป็นการกำหนดระบบความสัมพันธ์ภายในพื้นที่ของภาพให้เห็นองค์รวมหรือเอกภาพใหม่

คือแนวคิดความงามของยุคใด

a)

Greek

b)

Roman

c)

Middle Age

d)

Renaissance

12.

คุณค่าของศิลปะที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ผลงานศิลปะ แต่อยู่ที่กระบวนการสร้างสรรค์ (Creative process) หรือกระบวนการแสดงออกซึ่งความรู้สึก (Expressive Process) ที่เกิดขึ้นในความคิดของศิลปิน

คือแนวคิดความงามของยุคใด

a)

Renaissance

b)

Baroque & Rococo

c)

18th Century

d)

19th – 20th Century

13.

สังคมของการบริโภคสัญญะ(sign) ไม่ใช่การบริโภควัตถุโดยตรง เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ลํ้าความจริง (hyperreality) เหลือเพียงแค่การจำลอง (simulation) ทำให้เกิดความสับสนลวงตาระหว่างความเป็นจริงกับสิ่งจำลอง

คือแนวคิดความงามของยุคใด

a)

Neoclassicism & Romanticism

b)

18th Century

c)

19th – 20th Century

d)

Post Modern

14.

งานศิลปะเป็นเครื่องมือชี้นำมนุษย์ไปสู่การปรับเปลี่ยนสังคม การต่อต้าน ขัดแย้ง และเปลี่ยนแปลง การค้นหาพัฒนาการทางเศรษฐกิจ เพื่อความเท่าเทียมกันของคนในสังคม คือแนวคิดของใคร

a)

Karl Marx

b)

Leonado da Vinci

c)

Georg Wilhelm Friedrich Hegel

d)

Aristotle  

15.

นิยามของศิลปะในรูปแบบ  Representation คืองานศิลปะที่มีลักษณะแบบใด

a)

การเลียนแบบ หรือการแสดงความเป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ

b)

การแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของศิลปิน

c)

การสร้างรูปทรงที่มีนัยยะสำคัญ

d)

การสร้างความหมายแบบไม่รู้จบ โดยการเสนอความคิด และเปิดโอกาสให้ผู้ชมเป็นผู้สร้างความหมายของผลงานศิลปะด้วยตนเอง

16.

นิยามของศิลปะในรูปแบบ Significance   คืองานศิลปะที่มีลักษณะแบบใด

a)

การเลียนแบบ หรือการแสดงความเป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ

b)

การแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของศิลปิน

c)

การสร้างรูปทรงที่มีนัยยะสำคัญ

d)

การสร้างความหมายแบบไม่รู้จบ โดยการเสนอความคิด และเปิดโอกาสให้ผู้ชมเป็นผู้สร้างความหมายของผลงานศิลปะด้วยตนเอง

17.

ภาพ The Stone Breakers (1849)  โดยศิลปิน Gustave Courbet  คือรูปแบบงานศิลปะลัทธิใด

a)

Realism

b)

Impressionism

c)

Post Impressionism

d)

Symbolism

18.

ภาพ Death and the Masks (1897) โดยศิลปิน James Ensor  คือรูปแบบงานศิลปะลัทธิใด

a)

Realism

b)

Impressionism

c)

Post Impressionism

d)

Symbolism

19.

ภาพ The Scream  (1893) โดยศิลปิน Edvard Munch คือรูปแบบงานศิลปะลัทธิใด

a)

Realism

b)

Impressionism

c)

Expressionism

d)

Symbolism

20.

ภาพ The Scream  (1893) โดยศิลปิน Edvard Munch คือรูปแบบงานศิลปะลัทธิใด

a)

Cubism

b)

Impressionism

c)

Expressionism

d)

Symbolism

21.

ผลงาน Fountain (1917) โดยศิลปิน Marcel Duchamp คือรูปแบบงานศิลปะลัทธิใด

a)

Minimalism

b)

Dadaism

c)

Pop art

d)

Symbolism

22.

ผลงาน One and Three Chairs (1965)  โดยศิลปิน Joseph Kosuth คือรูปแบบงานศิลปะแบบใด

a)

Op art

b)

Conceptual art

c)

Pop art

d)

Kinetic art

23.

ภาพนี้  คืองานออกแบบภายใน รูปแบบ (Style) ใด

a)

Art Nouveau Style

b)

Art Deco Style

c)

Modernism Style

d)

Neo-Modernist Style

 

24.

ข้อใดอธิบายภาพนี้ไม่ถูกต้อง

a)

ได้รับอิทธิพลจากงานศิลปะลัทธิ De Stilj

b)

มีรูปแบบการตกแต่งแบบ Art Deco Style

c)

มีรูปแบบการตกแต่งแบบ Modernism Style

d)

ผู้ออกแบบคือ GerritThomas Rietveld

25.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการจัดสวน

a)

เพื่อกรองฝุ่นละออง ลดมลพิษ

b)

เพื่อส่งเสริมอาคารและจัดสัดส่วนของพื้นที่

c)

เพื่อแสดงออกถึงความร่ำรวย

d)

เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้มีความสุขมากขึ้น