wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิชาประวัติศาสตร์ ส31104 กลางภาค ม.4

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.
  1. 1. ประโยชน์สำคัญสุดของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คือ

a)

เป็นสิ่งเตือนใจเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

b)

ได้เห็นแบบอย่างการเสียสละของบรรพบุรุษ

c)

เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

d)

ใช้เป็นบทเรียนที่มีค่าทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว

2.
  1. 2. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การกำหนดเป้าหมาย

b)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

c)

การรวบรวมข้อมูล

d)

การวิเคราะห์ข้อมูล

3.
  1. 3. history มาจากคำในภาษากรีกว่า historeo ที่แปลว่าอะไร

a)

อดีต

b)

การถักทอ

c)

โบราณ

d)

เก่า

4.
  1. 4. ร่องรอยในอดีตเป็นข้อมูลในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆที่เกิดขึ้นร่องรอยที่ว่านี้นักประวัติศาสตร์เรียกว่า อะไร

a)

ประวัติศาสตร์

b)

หลักฐานประวัติศาสตร์

c)

 การถักถอ

d)

 เรื่องราวในอดีต

5.
  1. 5. ข้อใดไม่จัดว่าเป็นหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์

a)

จดหมายเหตุ

b)

ศิลาจารึก

c)

พงศาวดาร

d)

โครงกระดูกมนุษย์ปักกิ่ง

6.
  1. 6. สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มเกิดสงครามขึ้นในทวีปใด

a)

ทวีปยุโรป

b)

ทวีปเอเชีย

c)

ทวีปอเมริกาเหนือ

d)

ทวีปเอเชีย

7.
  1. 7. ข้อใดเป็นคู่สงครามในการรบของสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

ไตรพันธมิตร - อักษะ

b)

สัมพันธมิตร - มหาอำนาจกลาง

c)

มหาอำนาจกลาง - อักษะ

d)

ไตรพันธมิตร - สัมพันธมิตร

8.
  1. 8. สงครามโลกครั้งที่ 1 ตรงกับประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยใด

a)

กรุงธนบุรี

b)

กรุงรัตนโกสินทร์

c)

กรุงสุโขทัย

d)

 กรุงศรีอยุธยา

9.
  1. 9. สงครามโลกครั้งที่ 1เริ่มจากการประกาศสงครามระหว่างชาติใด

a)

ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเซอร์เบีย

b)

เยอรมันประกาศสงครามกับรัสเซีย

c)

 เยอรมันประกาศสงครามกับฝรั่งเศส

d)

เยอรมันประกาศสงครามกับอังกฤษ

10.
  1. 10. ข้อใดเป็นฝ่ายเดียวกันทั้งหมดในสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

รัสเซีย ออสเตรีย-ฮังการี และ ฝรั่งเศส

b)

อังกฤษ ฝรั่งเศสและอิตาลี

c)

เยอรมนี จักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี

d)

 ออสเตรีย-ฮังการี เยอรมัน และรัสเซีย

11.
  1. 11. ชาติไทยประกาศสงครามร่วมกับฝ่ายใดในสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

ฝ่ายมหาอำนาจกลาง

b)

ฝ่ายไตรพันธมิตร

c)

ฝ่ายอักษะประเทศ

d)

ฝ่ายไตรภาคี

12.
  1. 12. ฝ่ายชนะสงครามชาติใดที่ขอประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

ฝรั่งเศส

b)

 อังกฤษ

c)

รัสเซีย

d)

เยอรมัน

13.
  1. 13. ประเทศแรกที่ถูกฝ่ายมหาอำนาจกลางละเมิดความเป็นกลางคือชาติใด

a)

โปแลนด์

b)

เบลเยียม

c)

สวิตเซอร์แลนด์

d)

 ไทย

14.
  1. 14. องค์การใดที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลง

a)

นาโนเทคแห่งชาติ

b)

อาเซียน

c)

สหประชาชาติ

d)

สันนิบาตชาติ

15.
  1. 15. ประเทศแรกที่ถูกฝ่ายมหาอำนาจกลางละเมิดความเป็นกลางคือชาติใด

a)

เบลเยียม

b)

โปแลนด์

c)

สวิตเซอร์แลนด์

d)

ไทย

16.
  1. 16. ฝ่ายชนะสงครามชาติใดที่ขอประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

รัสเซีย

b)

อังกฤษ

c)

ฝรั่งเศส

d)

เยอรมัน

17.
  1. 17. กระบวนการในการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ คือ ความหมายของข้อใด

a)

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์

b)

การศึกษาประวัติศาสตร์

c)

วิธีการทางประวัติศาสตร์

d)

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

18.
  1. 18. การทำความเข้าใจข้อมูลแล้วตีความเพื่อตอบคำถามเป็นขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การจัดการข้อมูล

b)

การรวบรวมข้อมูล

c)

การเรียบเรียงนำเสนอ

d)

การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน

19.
  1. 19. ข้อใดไม่อยู่ในขั้นการเรียบเรียงและนำเสนอ

a)

การจัดนิทรรศการ

b)

การรายงานปากเปล่า

c)

การทำความเข้าใจหลักฐาน

d)

การเขียนบทความ

20.
  1. 20. ข้อใดคือหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร

a)

คำบอกเล่า

b)

ปราสาท

c)

วัดพนัญเชิง

d)

พระราชพงศาวดาร

21.
  1. 21. ข้อใดคือหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

a)

จารึก

b)

พระราชพงศาวดาร

c)

หนังสือประวัติศาสตร์

d)

พระพุทธรูปปางมารวิชัย

22.
  1. 22. ข้อใดไม่อยู่ในขั้นตอนทางประวัติศาสตร์

a)

การตั้งประเด็นคำคาม

b)

การปรับแต่งข้อมูล

c)

การรวบรวมหลักฐาน

d)

การตีความหลักฐาน

23.
  1. 23. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การค้นหาข้อมูลและการรวบรวมข้อมูล

b)

การตั้งคำถามและการกำหนดประเด็นของการศึกษา

c)

การอธิบายที่มีเหตุผลและมีคำตอบชัดเจน

d)

การแสวงหาความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูล

24.
  1. 24. การกำหนดหัวข้อหรือประเด็นที่ดีมีประโยชน์อย่างไรต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

บอกถึงความสนใจของผู้ศึกษาค้นคว้า

b)

ป้องกันการศึกษาหัวข้อซ้ำกับผู้อื่น

c)

กำหนดของข่ายของเรื่องที่จะศึกษาชัดเจน

d)

ทำให้ทราบแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์

25.
  1. 25. วิธีการในข้อใดเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องราว

a)

การค้นคว้าและการตีความ

b)

การวิเคราะห์และการสังเคราะห์

c)

การตีความและการสังเคราะห์     

d)

การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์

26.
  1. 26. ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้น

a)

ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

b)

หนังสือประวัติศาสตร์สากล

c)

คำประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา

d)

หนังสือสงครามเปอร์เซียโดย เฮโรโดตัส

27.
  1. 27. ข้อใดเป็นหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์

a)

ลูกปัดหินสี   

b)

การเขียนสี

c)

ซากโครงกระดูก 

d)

จารึกบนกระดูกสัตว์

28.
  1. 28. หลักฐาน ข้อใดนักเรียนคิดว่าจะให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ด้านสังคมและวัฒนธรรมน้อยที่สุด

a)

ศิลาจารึก  

b)

โครงกระดูก

c)

พงศาวดาร

d)

ตำนาน 

29.
  1. 29. เพราะเหตุใด หลักฐานชั้นต้นมีความเชื่อถือกว่าหลักฐานชั้นรอง

a)

หลักฐานชั้นรองใช้ข้อมูลจากหลักฐานชั้นต้น

b)

หลักฐานชั้นต้นสร้างขึ้นปราศจากอคติ

c)

หลักฐานชั้นต้นไม่สอดแทรกความคิดเห็นของผู้สร้าง

d)

ผู้สร้างหลักฐานชั้นต้นทราบข้อมูลดีกว่า

30.
  1. 30. การกำหนดหัวข้อเรื่องน่าสนใจจะเกิดประโยชน์อย่างไร

a)

สะดวกในการศึกษาค้นคว้า

b)

ศึกษาเรื่องที่แตกต่างจากผู้อื่น

c)

เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่

d)

มีแรงกระตุ้นในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

31.
  1. 31. นายบุญชงและนายโชคดีใช้ข้อมูลเดียวกันในการเขียนรายงานทางประวัติศาสตร์ แต่ผลงานของนายโชคดีมีความน่าเชื่อถือกว่าของนายบุญชง นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด

a)

การวิเคราะห์ข้อมูล 

b)

การตรวจสอบข้อมูล

c)

การใช้ถ้อยคำสำนวน 

d)

การคัดเลือกและการจัดความสัมพันธ์ของข้อมูล

32.
  1. 32. ในการขุดค้นชุมชนโบราณแห่งหนึ่งพบกระดูกสัตว์และเครื่องมือจับปลา ข้อใดตีความได้ถูกต้องน้อยที่สุด

a)

ชุมชนนี้น่าจะเป็นชาวเกาะ

b)

ชุมชนนี้รู้จักการล่าสัตว์และประมง

c)

ชุมชนนี้น่าจะมีปลาเป็นอาหารหลัก 

d)

ชุมชนนี้รู้จักเลี้ยงสัตว์ละประมง

33.
  1. 33. วิถีชีวิตของผู้คนในโลกตะวันออก โลกตะวันตกและคนไทย มีความแตกต่างกัน นักเรียนสามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ใดในการศึกษาข้อมูลดังกล่าว ได้ถูกต้องและครอบคลุมมากที่สุด

a)

ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต

b)

รวบรวมหลักฐานจากการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้านของไทย และค้นคว้าหลักฐานชั้นรองจากหอจดหมายเหตุ

c)

รวบรวมหลักฐานชั้นต้นจากบันทึกของชาวต่างชาติ นักการทูต และหลักฐานชั้นรองจากหนังสือประวัติศาสตร์สากล

d)

รวบรวมหลักฐานชั้นต้นจากพงศาวดาร และจดหมายเหตุของชาติตะวันตก และหลักฐานชั้นรองจากพงศาวดารและจดหมายเหตุของชาติตะวันตก

34.
  1. 34. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การรวบรวมข้อมูล 

b)

การวิเคราะห์ตีความ

c)

การเปรียบเทียบข้อมูลกับผู้อื่น

d)

การตั้งประเด็นการศึกษา

35.
  1. 35. องค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์จะเกิดได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ยกเว้นข้อใด

a)

ได้ข้อมูลใหม่

b)

เกิดเหตุการณ์ใหม่

c)

ใช้วิธีการศึกษาแบบใหม่

d)

เกิดแนวคิดในการสิเคราะห์ใหม่

36.
  1. 36. ข้อใดเป็นหลักฐานที่แตกต่างจากข้ออื่น

a)

ตำนาน

b)

เครื่องมือสำริด

c)

การปลูกข้าว

d)

เครื่องประดับทำด้วยหินสี

37.
  1. 37. วิทยาการที่มนุษย์ยุคหินเก่าสร้างสรรค์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมคือข้อใด

a)

การสร้างหมู่บ้าน

b)

การเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว

c)

การทอผ้าและทำเครื่องปั้นดินเผา

d)

การประกอบพิธีฝังศพและการวาดภาพบนผนังถ้ำ

38.
  1. 38. บิดาแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย คือใคร

a)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

d)

ศาสตราจารย์ขจร สุขพานิช

39.
  1. 39. เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะมีความน่าเชื่อถือหากเป็นกรณีใด

a)

ผู้เขียนเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ

b)

มีการเรียบเรียงอย่างสละสลวย

c)

มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุน

d)

ผู้เขียนเป็นราชนิกูล

40.
  1. 40. เพราะเหตุใด จึงต้องมีการประเมินคุณค่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานอาจจริงหรือเท็จ

b)

หลักฐานอาจมากหรือน้อย

c)

หลักฐานอาจมีหรือไม่มี

d)

หลักฐานอาจเก่าหรือใหม่