wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ประวัติศาสตร์ ม.5 ส23104 ระหว่างภาค ครูอัญชลี

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ตัวอักษรจีนระยะแรกปรากฎในงานสร้างสรรค์ในข้อใด

a)

ก. กำแพงเมืองจีน

b)

ข. กระดูกเสี่ยงทาย

c)

ค. รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม

d)

ง. เครื่องปั้นดินเผาสีเขียวเทา

2.

ข้อใดเป็นลักษณะเครื่องปั้นดินเผาของวัฒนธรรมหยางเชา

a)

ก. สีม่วงขัดมันเงา

b)

ข. เป็นลายเขียนสี

c)

ค. เนื้อบางและแกร่ง

d)

ง. เนื้อละเอียดมี 3 - ขา

3.

ข้อใดคือฐานะของสถาบันจักรพรรดิในประเทศจีนสมัยจักรวรรดิจีนที่เด่นชัดที่สุด

a)

ก. ทรงเป็นโอรสสวรรค์

b)

ข. เป็นผู้นำในการทำศึกสงคราม

c)

ค. ทรงปกครองด้วยความยุติธรรม

d)

ง. เป็นผู้ปกครองที่มีอำนาจเด็ดขาด

4.

อารยธรรมจีนในเรื่องใดที่เป็นต้นกำเนิดของการคัดเลือกคนเข้าทำงานในปัจจุบัน

a)

ก. การเคารพผู้อาวุโส

b)

ข. การดูลักษณะบุคคล

c)

ค. การสอบเข้ารับราชการ

d)

ง. การปฏิบัติตามวัฒนธรรม

5.

ภาพวาดของจีนที่เน้าถึงความงามของธรรมชาติและความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เป็นอิทธิพลของความคิดข้อใด

a)

ลัทธิเต๋า

b)

ลัทธิเมิ่งจื๊อ

c)

ลัทธิขงจื๊อ

d)

พระพุทธศาสนา

6.

สำนักความคิดใดของจีนที่ให้ความสำคัญต่อบทบาทชนชั้นปัญญาชนของจีนมากที่สุด

a)

สำนักนิติธรรมนิยม

b)

สำนักขงจื้อ

c)

สำนักเต๋า

d)

สำนักม่อจื้อ

7.

การที่จิตรกรจีนนิยมวาดภาพทิวทัศน์ตามธรรมชาติ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของปรัชญาหรือศาสนาใด

a)

ลัทธิเต๋า

b)

ลัทธิขงจื๊อ

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

พระพุทธศาสนา

8.

คำสอนของขงจื้อ เน้นหนักไปในเรื่องใด

a)

การหาหนทางไปสู่ความสงบ

b)

ความสัมพันธ์ของครอบครัวและสังคม

c)

พิธีกรรมต่างๆเพื่อควบคุม จำกัดความเลวร้าย

d)

คุณธรรมภายในของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์มีจิตสำนึก

9.

เรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมจีนโบราณข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

ลัทธิเต๋าและพระพุทธศาสนานิกายเซนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อจิตรกรรมจีน

b)

ลัทธิขงจื๊อเน้นความมีเหตุผลและประพฤติปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี

c)

จีนภูมิใจในอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองของตนอย่างมาก จึงไม่ยอมรับอิทธิพล ศิลปวัฒนธรรมจากภายนอก

d)

จีนประดิษฐ์อักษรภาพตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซางและเป็น

10.

อารยธรรมจีนเรื่องใดที่ช่วยในการพัฒนาทางคณิตศาสตร์ของมนุษย์

a)

ระบบเลขทศนิยม

b)

ระบบเลขยกกำลัง

c)

การหาพื้นที่วงกลม

d)

การประดิษฐ์ลูกคิด

11.

ประวัติศาสตร์จีนที่ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรและหลักฐานโบราณคดีเริ่มขึ้นสมัยราชวงศ์ใด

a)

ราชวงศ์ถัง

b)

ราชวงศ์ฉิ๋น

c)

ราชวงศ์ชาง

d)

ราชวงศโจว

12.

18. พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองมากที่สุดในสมัยราชวงศ์ใดของจีน

a)

ราชวงศ์ชิง

b)

ราชวงศ์ถัง

c)

ราชวงศ์ฉิ๋น

d)

ราชวงศ์ชาง

13.

19. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศจีนต้องเปิดการค้าเสรีกับชาติตะวันตกได้โดยเสรี

a)

ราชวงศ์ชิงพ่ายแพ้ต่ออังกฤษในสงครามฝิ่น

b)

ชนชั้นสูงเห็นด้วยกับการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ

c)

ขุนนางต้องการผลประโยชน์จากการค้าขายกับชาวต่างชาติ

d)

เพราะเชื่อว่าการเปิดรับอิทธิพลของชาวต่างชาติจะทำให้วัฒนธรรมของจีนรุ่งเรือง

14.

20. ข้อใดกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับ "พระราชวังต้องห้าม" ได้ถูกต้อง

a)

เป็นสถานที่ราชการของจีนสมัยก่อน

b)

เป็นสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ

c)

เป็นแหล่งวัฒนธรรมของจีนที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์ชาง

d)

เป็นที่ประทับของมหาจักรพรรดิ บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้

15.

ความสำเร็จของราชวงศ์ฮั่นที่มีผลต่ออารยธรรมจีนในสมัยต่อมา คือข้อใด

a)

การประดิษฐ์แท่นพิมพ์ตัวหนังสือ

b)

การรักษาโลกด้วยวิธีการฝั่งเข็ม

c)

การเผยแพร่พระพุทธศาสนาไปยังดินแดนใกล้เคียง

d)

การฟื้นฟูวรรณกรรมจีน ปรัชญาขงจื๊อ และการสอบจอหงวน

16.

ผู้นำจีนในข้อใดที่เกิดในเวลาใกล้เคียงกัน และเป็นคู่แข่งทางการเมืองมากที่สุด

a)

ดร.ซุน ยัด-เซ็น กับ หยวน ซื่อ-ไข่

b)

หยวน ซื่อ-ไข่ กับ เจียง ไค-เซ็ค

c)

เจียง ไค-เซ็ค กับ เหมา เจ๋อ-ตุง

d)

เหมา เจ๋อ-ตุง กับ เติ้ง เสี่ยว-ผิง

17.

บุคคลใดเป็นผู้นำในการล้มล้างอำนาจของระบบสมบูรณาญาสิทธิราชในสมัยราชวงศ์ชิงของจีน

a)

ยวน ไขซี

b)

เจียงไคเช็ค

c)

เหมาเจ๋อตุง

d)

ดร. ซุนยัดเซน

18.

ระบบราชการของจีนโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นเป็นต้นมามีลักษณะพิเศษอย่างไร

a)

เป็นระบบที่ยึดถือคุณธรรมเป็นหลัก

b)

เป็นระบบที่ยึดถือหลักอาณัติแห่งสวรรณค์

c)

เป็นระบบที่ใช้การสอบวัดความรู้หลายระดับ

d)

เป็นระบบที่ยึดถือชาติวุฒิและวัยวุฒิ

19.

พระพุทธศาสนาสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมอินเดียได้อย่างไร

a)

ก. เชื่อว่าชีวิตเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

b)

ข. เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

c)

ค. ส่งเสริมให้เสรีภาพในการแต่งงานข้ามวรรณะ

d)

ง. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง

20.

ราชวงศ์ใดที่สามารถสร้างกำแพงที่ยาวที่สุดในโลกได้ เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล

a)

ก. ราชวงศ์ถัง

b)

ข. ราชวงศ์ฉิ๋น

c)

ค. ราชวงศ์ชาง

d)

ง. ราชวงศโจว

21.

ระบบวรรณะในอารยธรรมอินเดียแสดงถึงความเชื่อเรื่องใด

a)

ก. มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานภาพของตนได้

b)

ข. คนผิวขาวมีความเจริญทางอารยธรรมมากกว่าคนผิวดำ

c)

ค. มนุษย์เกิดมามีฐานะไม่เท่ากันเพราะผลกรรมที่ทำไว้ในอดีต

d)

ง. พระพรหมได้ลิขิตชะตาชีวิตมนุษย์ไว้แล้วจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

22.

ข้อใดคือหลักฐานทางโบราณคดีที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมอินเดียโบราณ

a)

พีระมิด

b)

กำแพงเมืองจีน

c)

ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี

d)

เมืองโมเฮนโจดาโรและเมืองฮารัปปา

23.

อินเดียจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเหตุใด

a)

อังกฤษเคยปกครองอินเดียและวางรากฐานไว้

b)

ชาวอินเดียเคร่งครัดในศาสนา วิถีชีวิตมีแบบแผน

c)

มหาตมะ คานธี สร้างความเป็นเอกภาพและวางรากฐานไว้

d)

ชาวอินเดียได้รับอิทธิพลจากการศึกษาแบบตะวันตกและระบบวรรณะเสื่อมลง

24.

ความขัดแย้งในอินเดียมีสาเหตุสำคัญที่สุดมาจากความแตกต่างในข้อใด

a)

ศาสนา

b)

วรรณะ

c)

วัฒนธรรมประเพณี

d)

อุดมการณ์ทางการเมือง

25.

ข้อใดที่มีวรรณะทั้ง 4 ครบในสังคมอินเดีย

a)

พราหมณ์ ช่างทอผ้า ขอทาน กรรมกร

b)

นายกรัฐมนตรี พ่อค้า ช่างตีเหล็ก ขอทาน

c)

เกษตรกร นักบัญชี อุตสาหกรรม พราหมณ์

d)

พราหมณ์ รัฐมนตรี นักการธนาคาร กรรมกร

26.

นักเรียนคิดว่ามรดกด้านอารยธรรมของอินเดียในเรื่องใดที่ทำให้อารยธรรมอินเดียดูยิ่งใหญ่เท่าจีน

a)

ภาษา

b)

ศาสนา

c)

ศิลปะ

d)

การปกครอง

27.

ถ้าจัดคุณสมบัติของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เข้าอยู่ในระบบวรรณะควรจัดอยู่ในระบบวรรณะใด

a)

พราหมณ์

b)

กษัตริย์

c)

แพศย์

d)

ศูทร

28.

"สภา" และ "สมิติ" เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองของอินเดียสมัยพระเวทย์และมหากาพย์อย่างไร

a)

เป็นแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ

b)

เป็นที่ประทับของหัวหน้าหรือราชา

c)

เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

d)

เป็นที่ประชุมของบุคคลสำคัญและของประชาชน

29.

ข้อใดคือลักษณะการปกครองที่โดดเด่นในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช

a)

กดขี่ข่มเหงประชาชน

b)

ดำเนินนโยบายการปกครองแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

c)

ปราบปรามและบีบบังคับให้ชาวอินเดียนับถือพระพุทธศาสนา

d)

การใช้หลักธรรมเข้ามาปกครองโดยเน้นความสำคัญทางมนุษยธรรมและการใช้ศีลธรรม

30.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการเผยแผ่ศาสนาอิสลามของชาวมุสลิมเชื้อสายเตอร์ก

a)

ทำลายวัดในพระพุทธศาสนาและเทวสถานของพวกฮินดู

b)

จัดเก็บภาษีจากราษฎรที่ไม่นับถือศาสนาอิสลามในอัตราสูง

c)

ฆ่าและกักขังราษฎรที่ไม่นับถือศาสนาอิสลามอย่างโหดเหี้ยม

d)

ปราบปรามและบีบบังคับให้ชาวอินเดียเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม

31.

"ภาษีที่เรียกเก็บจากประชาชนที่ไม่ใช่มุสลิมในอัตราสูงจนกว่าจะยอมรับนับถือศาสนาอิสลามแล้วจึงจะได้รับการยกเว้นภาษีนี้" ข้อความดังกล่าวหมายถึงข้อใด

a)

ภาษีคู่

b)

ภาษีที่ดิน

c)

ภาษีจิซยา

d)

ภาษีการค้า

32.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของครอบครัวในอินเดีย

a)

ชายที่มีอายุมากที่สุดเป็นหัวหน้าครอบครัว

b)

หญิงม่ายที่สามีตายจะอยู่ในความดูแลของศาสนา

c)

หญิงเมื่อแต่งงานแล้วจะต้องไปอยู่กับครอบครัวของสามี

d)

ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกใน

33.

การได้รับเอกราชของอินเดียเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด?

a)

ชัยชนะของพลังชาตินิยมเหนือพลังทหารของอังกฤษ

b)

ชาวมุสลิมและอื่นๆร่วมใจกันจับอาวุธขึ้นสู้กับอังกฤษ

c)

อังกฤษมีนโยบายผ่อนปรนที่จะให้เอกราชแก่อินเดีย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

d)

การต่อสู้แบบอหิงสาภายใต้การนำของมหาตมะ คานธี

34.

ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองอินเดีย คือราชวงศ์ใด นับถือศาสนาใด?

a)

ราชวงศ์โมเลกุล - ฮินดู

b)

ราชวงศ์คุปตะ - ฮินดู

c)

ราชวงศ์โมริยะ - พุทธ

d)

ราชวงศ์โมกุล - อิสลาม

35.

วรรณกรรมข้อใดแสดงถึงอิทธิพลของวรรณกรรมอินเดีย?

a)

อิเหนา อณุรุท

b)

ราชาธิราช อิเหนา

c)

ศกุนตลา รามเกียรติ์

d)

รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน

36.

สัตว์ที่ชาวอินเดียนับถือ คือ

a)

ควาย

b)

วัว

c)

ม้า

d)

ช้าง

37.

ทัชมาฮัลถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งใดเป็นหลัก

a)

สถานที่รองรับเอกอัครราชทูต       

b)

สุสานของพระนางงมุมตัชมาฮัล

c)

ใช้เป็นสถนที่ประกออบพิธีกรรมทางศาสนา

d)

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

38.

สนามกีฬาที่จุคนได้ประมาณ  50,000  คน  มีการแสดงที่โดดเด่น  คือการต่อสู้ของเหล่ากลาดิเอเตอร์

a)

อารยธรรมจีน    

b)

อารยธรรมโรมัน

c)

อารยธรรมกรีก

d)

อารยธรรมอินเดีย

39.

ประมวลกฎหมายฮัมบมูราบีไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิสตรี  เช่น  ผู้ชายมีสิทธิเฆี่ยนตีผู้หญิงได้ซึ่งประมวลกฎหมายนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของกฎหมายอินเดียในเวลาต่อมา

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

40.

ชาวชูเมเรียได้ประดิษฐ์คิดค้นระบบ  “ล้อและเพลา”  และรู้จักการใช้ม้าเทียมรถลาก  ซึ่งทำให้ได้เปรียบในระหว่างการ

ทำศึกสงคราม

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่