wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Midterm Science 2/2566 M.3

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของปฏิกิริยาเคมี

a)

กระบวนการที่เกิดจากสารเคมีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

b)

กระบวนการที่เกิดจากสารเคมีแต่สารนั้น ยังคงสภาพเดิม

c)

กระบวนการที่เกิดจากสารเคมีเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วได้สารใหม่ขึ้นมา

d)

กระบวนการที่เกิดจากสารเคมีเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่มีคุณสมบัติเหมือนเดิม

2.

หากในปฏิกิริยาเคมีนั้น ๆ ไม่มีสารตั้งต้น จะส่งผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

a)

ไม่เกิดผลิตภัณฑ์ใด ๆ

b)

ปฏิกิริยาเกิดขึ้นช้ามาก

c)

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีลักษณะที่หลากหลาย

d)

เกิดการดูดความร้อนเพื่อเร่งให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น

3.

ปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายเทพลังงานให้กับสิ่งแวดล้อมเรียกว่าอะไร

a)

ปฏิกิริยาดูดความร้อน

b)

ปฏิกิริยาคายความร้อน

c)

ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น

d)

ปฏิกิริยาการเผาไหม้

4.

ข้อใดไม่ใช่ฏิกิริยาเคมี

a)

จุดธูปไหว้พระ

b)

เติมน้ำตาลลงในกาแฟร้อน

c)

บ่มมะม่วงให้สุก

d)

อาหารบูดเนื่องจากอากาศร้อน

5.

ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

a)

การต้มน้ำให้เดือด

b)

การเผากระดาษ

c)

การหมักผลไม้

d)

การย่อยอาหาร

6.

จากสมการข้างต้นสารตั้งต้นของปฏิกิริยานี้ได้แก่สารใด

a)

HCl

b)

NaOH

c)

HCl + NaOH

d)

NaCl + H2O

7.

ข้อใดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

a)

ข้อ A B

b)

ข้อ B C

c)

ข้อ A C

d)

ข้อ A B C

8.

โลหะโซเดียมทำปฏิกิริยากับน้ำ ได้สารใหม่ คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์และแก๊สไฮโดรเจนข้อใดเป็นสารตั้งต้น

a)

Na กับ H2O

b)

NaOH กับ H2

c)

Na กับ NaOH

d)

H2O กับ H2

9.

การละลายของน้ำแข็งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบใด

a)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

b)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

c)

การเปลี่ยนสูตรเคมีของสาร

d)

การเปลี่ยนแปลงแบบคายความร้อน

10.

การเปลี่ยนแปลงแบบใดที่ทำให้เกิดสารใหม่

a)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

b)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

c)

การคายความร้อน

d)

การดูดความร้อน

11.

(s) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

12.

(g) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

13.

(l) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

14.

น้ำเกิดจาการทำปฏิกิริยากันของแก๊สชนิดใด

a)

แก๊สออกซิเจนกับแก๊สไฮโดรเจน

b)

แก๊สไนโตรเจนกับแก๊สไฮโดรเจน

c)

แก๊สออกซิเจนและแก๊สไนโตรเจน

d)

แก๊สไนโตรเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์.

15.

ข้อใดมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีทั้งหมด

a)

A,  D,  E

b)

A,  E,  F

c)

B,  D,  E

d)

B,  C,  F

16.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อุณหภูมิ

b)

ชนิดของสารตั้งต้น

c)

พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

17.

จากสมการ สารใดเป็นสารตั้งต้น

a)

A และ B

b)

A และ C

c)

B และ C

d)

D และ E

18.

ข้อใดมีความสัมพันธ์กันมากที่สุด

a)

ทองแดง : สนิม

b)

เหล็ก : สนิม

c)

ตะกั่ว : สายไฟฟ้า

d)

ยาสระผม : ผงซักฟอก

19.

ในการประกอบอาหาร มักจะต้องหั่นผักให้มีขนาดเล็กเพื่อจุดประสงค์ใด

a)

เคี้ยวง่าย

b)

น่ารับประทาน

c)

ช่วยให้ผักสุกเร็วขึ้น

d)

ไม่ให้ผักเหี่ยวเร็ว

20.

นักเรียนมีวิธีการใด ในการป้องกันสนิมที่อาจขึ้นเกิดกับเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำมาจากเหล็ก

a)

แช่ทิ้งไว้ไว้ในน้ำยากันสนิม หลังจากใช้งานอุปกรณ์

b)

ทาน้ำมันกันสนิมหลังการใช้งานทุกครั้งก่อนจัดเก็บ

c)

เก็บไว้ในถุงสุญญากาศ

d)

ไม่ให้เครื่องมือโดนอากาศขณะใช้งาน

21.

สารจากธรรมชาติใดจัดเป็นโคพอลิเมอร์

a)

โปรตีน

b)

เซลลูโลส

c)

ไกลโคเจน

d)

ยางธรรมชาติ

22.

เส้นใยชนิดใดมีความทนทานต่อเชื้อรา แบคทีเรีย สารเคมี ซักง่าย แห้งเร็ว

a)
ฝ้าย
b)

ไนลอน

c)

ลินิน

d)

ไหม

23.

ข้อใดเป็นมอนอเมอร์ของสารพอลิเมอร์ที่มีชื่อว่าพอลิเอทิลีน

a)

มีเทน

b)

เอทิลีน

c)

เอทิล

d)

มอนอเอทิลีน

24.

มอนอเมอร์ของแป้งคืออะไร

a)

แป้ง

b)

กลูโคส

c)

มอลโตส

d)

ไกลโคเจน

25.

ข้อใดที่ควรผลิตขึ้นจากเทอร์มอพลาสติก

a)

ท่อน้ำ ปลั๊กไฟ โทรศัพท์

b)

ถังน้ำ เครื่องเล่นเด็ก ผ้าปูโต๊ะ

c)

อ่างน้ำ พรมน้ำมัน กรอบแว่นตา

d)

ขวดน้ำ ด้ามกระทะ กระเบื้องยาง

26.

พอลิเมอร์ชนิดใดที่เกิดจากการรวมตัวแบบต่อเติมของมอนอเมอร์

a)

เซลลูโลส

b)

โปรตีน

c)

ไนลอน

d)

พอลิเอทิลีน

27.

พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใดที่มีความแข็งมากแต่ ไม่ยืดหยุ่น เมื่อได้รับความร้อนสูงจะแตก

a)

โครงสร้างแบบกิ่ง

b)

โครงสร้างแบบเส้น

c)

โครงสร้างแบบร่างแห

d)

โครงสร้างแบบกิ่งและแบบร่างแห

28.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้พลาสติกแต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน

a)

เพราะมีโครงสร้างต่างกัน

b)

เพราะมีองค์ประกอบของมอนอเมอร์ต่างกัน

c)

เพราะมีการผลิตจากเม็ดพลาสติกต่างชนิดกัน

d)

ข้อ ก และ ข

29.

ข้อใดเป็นข้อแตกต่างระหว่างยางธรรมชาติกับยางสังเคราะห์

a)

มีโครงสร้างไม่เหมือนกัน

b)

มีจำนวนมอนอเมอร์ไม่เท่ากัน

c)

มีความทนต่อสารเคมี ความร้อน และตัวทำละลายไม่เท่ากัน

d)

ยางสังเคราะห์มีกระบวนการเกิดที่ซับซ้อนมากกว่า ยางธรรมชาติ

30.

ข้อใดเป็นเส้นใยกึ่งสังเคราะห

a)

ลินิน

b)

ไนลอน

c)

เรยอน

d)

เซลลูโลส

31.

โมเลกุลขนาดเล็กเหมือนๆกันที่ยึดเหนี่ยวกันเป็นโครงสร้างของพอลิเมอร์ เรียกว่าอะไร

a)

มอนอเมอร์

b)

ยาง

c)

เส้นใย

d)

พลาสติก

32.

ข้อใดเป็นวัสดุสังเคราะห์

a)

ขวดน้ำ

b)

ผ้าไหม

c)

นุ่น

d)

ขนแกะ

33.

สัญลักษณ์ต่อไปนี้มีความหมายว่าอย่างไร

a)

สามารถรีไซเคิลได้อีก 3 ครั้ง

b)

สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด 3 ครั้ง

c)

ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว 3 ครั้ง

d)

เป็นพลาสติกรีไซเคิลประเภทที่ 3

34.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการผลิตเซรามิกได้ถูกต้อง

a) การตากแห้ง b) การขึ้นรูป (c) การเตรียมวัตถุดิบ      

 d) การเผา

a)

b a d c

b)

c b a d

c)

c b d a

d)

b c d a

35.

ข้อใดคือวัสดุประเภทเซรามิก

a)

เก้าอี้ไม้

b)

จานกระเบื้อง

c)

ช้อนพลาสติก

d)

เหล็ก

36.

ข้อใดคือสมบัติของเทอร์โมพลาสติก

a)

มีโครงสร้างเป็นร่างแห

b)

สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้

c)

อุณหภูมิสูงจะแตกและเป็นขี้เถ้า

d)

เมื่อได้รับความร้อนจะไม่อ่อนตัว

37.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัสดุผสม

a)

องค์ประกอบของวัสดุผสมจะรวมกันเป็นเนื้อเดียว

b)

วัสดุผสมประกอบด้วยวัสดุเนื้อพื

c)

เกิดจากการรวมวัสดุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป

d)

วัสดุผสมจะมีสมบัติแตกต่างไปจากเดิม

38.

ถ้านำน้ำร้อนใส่แก้ว 4 ใบ เมื่อจับแก้วใบใดจะรู้สึกร้อนที่สุด

a)

แก้วพลาสติก

b)

แก้วกระเบื้อง

c)

แก้วสแตนเลส

d)

แก้วไม้

39.

สิ่งใด เมื่อได้ถูกแรงกระทำรูปร่างหรือขนาดของวัสดุจะเปลี่ยนไปแต่เมื่อหยุดออกแรงกระทำวัสดุจะคืนรูปร่างและขนาดสู่สภาพเดิม

a)

ก. ผ้า

b)

ข. เชือกฟาง

c)

ค. อะลูมิเนียม

d)

ง. หนังสติ๊ก

40.

แก้วเป็นวัสดุที่ผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติในข้อใด

a)

ดิน

b)

หิน

c)

กรวด

d)

ทราย