wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน

Total questions: 31

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียนโดยใช้นามปากกาว่าอะไร

a)

อัศวพาหุ

b)

รามจิตติ

c)

สุครีพ

d)

ศรีอยุธยา

2.

ข้อใดไม่มีความสัมพันธ์กับอัศวพาหุ

a)

เรื่องปลุกใจให้รักชาติบ้านเมือง

b)

การทหาร การสงคราม

c)

เหตุการณ์บ้านเมือง

d)

หัวใจชายหนุ่ม

3.

เรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียน แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

a)

กลอนเปล่า

b)

ร้อยแก้ว

c)

กลอนแปด

d)

ร่าย

4.

โคลนติดล้อ หมายถึงอะไร

a)

ขี้โคลนที่ติดล้อเกวียน

b)

ดินพอกหางหมู

c)

หนี้สิน

d)

ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าช้ากว่าที่ควร

5.

ข้อใดไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าช้า

a)

การเอาอย่างโดยไม่ไตร่ตรอง

b)

การทำตนให้ต่ำต้อย

c)

ความนิยมเป็นเสมียน

d)

ความเกียจคร้าน

6.

....เราทั้งหลายควรจะลืมตาของเรา และพิจารณาดูก้อนโคลนต่าง ๆ ซึ่งติดอยู่กับล้อแห่งความเจริญของชาติเรา....คำว่า ลืมตา ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

a)

รับรู้

b)

มองดู

c)

จ้องมอง

d)

ใคร่ครวญ

7.

การจะแก้ปัญหาที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของชาติที่สั่งสมมานาน นอกจากจะมีปัญหา ความรู้แล้วต้องอาศัยคุณธรรมอะไรประกอบด้วย

a)

เมตตาและกรุณา

b)

มุทิตาและอุเบกขา

c)

วิริยะและความบากบั่น

d)

ปิยวาจาและทาน

8.

ข้อใดแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักหนังสือพิมพ์แท้

a)

ให้เสรีภาพแก่หนังสือพิมพ์ในการแสดงความคิดเห็น

b)

ไม่บังคับให้ใครมีความเห็นคล้อยตาม

c)

พอพระราชหฤทัยที่จะโต้ตอบชี้แจงโดยใช้เหตุผล

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

9.

ข้อใดไม่ใช่ผลเสียของการเอาอย่างโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

a)

ทำให้ชาวต่างชาติดูถูกไม่นับถือ

b)

ทำให้คนไทยไม่เป็นตัวของตัวเอง

c)

ทำให้คนไทยขาดความคิดสร้างสรรค์

d)

ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ

10.

การไม่เชื่อคนไทยด้วยกันเองเลย คิดแต่จะเชื่อฝรั่งไปตะพึดตะพือ ส่งผลเสียอย่างไร

a)

กดคนไทยให้ต่ำต้อยด้อยค่า

b)

คนไทยขี้เกียจไม่อยากทำอะไรเพราะทำไปก็ไม่ได้ดี

c)

ทำให้ฝรั่งกดขี่คนไทย

d)

สังคมไทยเกิดความแตกแยก

11.

ผู้ที่เชื่อหนังสือพิมพ์ไปหมดทุกอย่าง โดยไม่ใช้เหตุผลเข้าไปจับ แสดงว่าเป็นคนขาดสิ่งใด

a)

ศรัทธา

b)

วิริยะ

c)

ศีล

d)

ปัญญา

12.

ผู้ที่หลงใหลในเรื่องความเสมอภาคจนเลยเถิดไป  จะเป็นคนเช่นไร

a)

ขี้โมโหเอาแต่ใจตัวเอง

b)

เถรตรง ยอมหักไม่ยอมงอ

c)

แข็งกระด้าง ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน

d)

เห็นแก่ตัว ไม่เอาใครทั้งสิ้น

13.

การที่เด็ก ๆ ของเราเติบโตมามีปัญหาเป็นเพราะอะไรมีส่วนอย่างสำคัญ

a)

ความเสื่อมทรามของสังคมไทย

b)

ความไม่รับผิดชอบของบิดามารดา

c)

ความโง่เขลาของครู

d)

พระสงฆ์ไม่ทำหน้าที่สั่งสอนประชาชน

14.

การที่คนไทยทำตัวไม่มีคุณภาพ เช่นขี้เหล้าเมายา ทำให้คนต่างชาติรู้สึกอย่างไร

a)

สมเพชเวทนา

b)

โกรธกริ้วฉิวฉุน

c)

อยากคบหาสมาคมด้วย

d)

ไม่ไว้ใจ

15.

ความนิยมเป็นเสมียน หมายถึงอะไร

a)

การนิยมทำงานเป็นคนถือหนังสือ

b)

การนิยมเข้ารับราชการ

c)

การสมัครใจเป็นนักเขียน

d)

เจ้าหน้าที่พิมพ์หนังสือ

16.

ค่านิยมยกย่องการเป็นข้าราชการ ส่งผลอย่างไร

a)

ทำให้ผู้มีการศึกษาอยู่แต่ในเมืองหลวงไม่ไปทำอาชีพในภูมิลำเนาของตน

b)

ทำให้คนไทยใฝ่รู้มากขึ้น

c)

ทำให้คนไทยไปศึกษาต่างประเทศมากขึ้น

d)

ทำให้คนไทยเรียนเก่งขึ้น

17.

“คำตอบแห่งปัญหาข้อนี้ก็เป็นดั่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเอง กล่าวคือ เป็นความผิดของเรา ทั้งหลายด้วยกันมิใช่ความผิดของพวกหนุ่ม ๆ โดยเฉพาะเท่านั้นหามิได้ ถ้าเรายังคงแสดงความเห็นโดยประการต่าง ๆ ว่าเสมียนเป็นบุคคลชั้นที่สูงกว่าชาวนาชาวสวน หรือพ่อค้าอยู่ ตราบใด พวกหนุ่ม ๆ ของเราก็คงจะทะเยอทะยานฝักใฝ่ในทางเป็นเสมียนอยู่ตราบนั้น ” ข้อความนี้ มีคำเชื่อมอะไรบ้าง

a)

กล่าวคือ ถ้า ตราบใด ตราบนั้น

b)

แห่ง ก็ ยัง ประการต่าง ๆ

c)

ตราบใด ตราบนั้น

d)

นั้นเอง ด้วยกัน หามิได้

18.

ความนิยมเป็นเสมียน ตรงกับอาชีพในข้อใด

a)

พนักงานบัญชี

b)

พนักงานเก็บเงิน

c)

ข้าราชการและพนักงานในออฟฟิศ

d)

ชาวนาชาวไร่

19.

“ท่านทั้งหลายจะช่วยได้เป็นอันมากด้วยความเห็นของท่าน เพราะว่าถึงแม้พวกหนุ่ม ๆ นั้นจะมีความคิดเห็นว่าตัวสำคัญปานใดก็คงจะต้องฟังความเห็นของผู้อื่น ถ้าความเห็นของสาธารณชนเห็นว่าชาวนา ชาวสวน พ่อค้า และช่างต่าง ๆ มีเกียรติเสมอเสมียนและไม่ยกเสมียนขึ้นลอยไว้ในที่อันสูงเกินกว่าควรก็จะเป็นประโยชน์ช่วยเหลือได้มาก”

ข้อความตอนนี้จัดเป็นสารประเภทใด

a)

โน้มน้าวใจ

b)

ให้ความรู้

c)

เชิญชวน

d)

ชี้แจง

20.

“เราจะผลิตข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ได้อย่างไร ถ้าเราไม่อุดหนุนคนจำนวนมากที่จะเพาะสิ่งของนั้น ๆ ขึ้น” เนื้อความตอนนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไร

a)

กระตุ้นให้ผู้อ่านรู้จักประดิษฐ์คิดค้นสิ่งของต่าง ๆ ขึ้นมา

b)

กระตุ้นให้ผู้อ่านเรียนทางด้านการเกษตรศาสตร์และวิทยาศาสตร์

c)

กระตุ้นให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรและช่างฝีมือ

d)

กระตุ้นให้ผู้อ่านช่วยกันทำนาทำไร่

21.

เรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียน ได้แสดงให้เห็นว่าอาชีพที่ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้มากได้แก่อาชีพอะไร

a)

ชาวนาชาวสวน

b)

ค้าขาย

c)

หนังสือพิมพ์

d)

ข้าราชการ

22.

สงครามปากกาเกิดขึ้นระหว่างใครกับใคร

a)

อัศวพาหุกับโคนันทวิศาล

b)

ฝ่ายสนับสนุนอัศวพาหุกับฝ่ายสนับสนุนโคนันทวิศาล

c)

หนังสือพิมพ์ไทยกับสยามออบเซอร์เวอร์

d)

ประชาชนกับประชาชนด้วยกัน

23.

ลักษณะงานเขียนเรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียน เป็นอย่างไร

a)

ร้อยแก้วทำนองบทความ

b)

ร้อยแก้วทำนองจดหมาย

c)

ร้อยแก้วทำนองเรียงความ

d)

ร้อยแก้วทำนองประวัติบุคคล

24.

“ต้องไปกินข้าวตามกุ๊กช้อป” คำว่า กุ๊กช้อป หมายถึงอะไร

a)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารไทย

b)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารฝรั่ง

c)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารเวียดนาม

d)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารจีน

25.

การจะแก้ปัญหาความนิยมเป็นเสมียน ควรแก้ที่ใดก่อน

a)

ระบบการเมือง

b)

ระบบเศรษฐกิจ

c)

ระบบการศึกษา

d)

จิตสำนึกของคนไทย

26.

ข้อความที่ยกมาจากเรื่องโคลนติดล้อต่อไปนี้ มีความหมายตามเรื่องว่าอย่างไร

..ผู้เป็นเสมียนในกรณีที่เป็นผู้สุจริต แต่ต้องถูกคัดออกในที่สุดนั้น...เขาก็เลี่ยงไปตายอยู่ ในที่ลับๆ แห่ง ๑....เป็นการลงเอยอย่างมืดแห่งชีวิตที่มืดไม่มีสาระ..

a)

มีความอับจนเพราะรายจ่ายสูงท่วมท้น

b)

มีความอับอายเพราะไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นในสังคม

c)

เบื่อหน่ายชีวิตที่ไม่เคยก้าวหน้าทัดเทียมใคร

d)

ไม่มีความสามารถในอาชีพอื่น ชีวิตจึงไม่มีแก่นสาร

27.

คำว่า เสมียน ในเรื่องโคลนติดล้อ เทียบกับบุคคลในข้อใด

a)

ข้าราชการผู้น้อย

b)

พนักงานเอกชนที่ทำงาน ออฟฟิศ

c)

ผู้ทำงานตามคำสั่งของเจ้านายอย่างเดียว

d)

ผู้ทำงานพิมพ์เป็นหลัก ไม่ได้ใช้ความคิด

28.

อาชีพตามข้อใดเป็นอาชีพที่มีเกียรติยศอย่างแท้จริง

a)

ชาวนา ชาวสวน

b)

ข้าราชการ

c)

ธุรกิจ

d)

อาชีพที่สุจริต

29.

สำนวนที่ใช้เรียกชาวไร่ ชาวนา ที่อยู่เมืองกรุง หรือเมืองหลวง คือสำนวนอะไร

a)

บ้านนอกขอกนา(บ้านนอกคอกนา)

b)

ตาสีตาสา

c)

คนป่าคนดอย

d)

คนชนบท

30.

สิ่งใดไม่ได้เป็นอุปสรรค ทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าช้า

a)

การเอาอย่างโดยไม่ไตร่ตรอง

b)

ความสุรุ่ยสุร่ายและการเล่นการพนัน

c)

การได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ

d)

ความนิยมเป็นเสมียน

31.

ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยมีสิ่งใดเป็นโคลนติดล้อ และยังแกะไม่ออก

a)

ปัญหายาเสพติด และความแตกสามัคคี

b)

ความเกียจคร้าน และขอทาน

c)

ความยากจน และการมีลูกมาก

d)

การซื้อสินค้าต่างประเทศและการตีไก่