wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบ สพฐ ภาค ข (ฉบับที่1-2) >>>EP.2

Total questions: 89

Worksheet time: 1hrs 7mins

Name
Class
Date
1.

ให้มีประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามกฎหมายใด

a)

มาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

b)

มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

c)

มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

d)

มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

2.

ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้มีผลใช้บังคับเมื่อใด

a)

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

b)

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

c)

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

d)

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

3.

ในประมวลนี้ “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่าอย่างไร

a)

ข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

b)

บุคลากรทางการศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

c)

สถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

d)

ถูกทั้งสองข้อ ข้าราชครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

4.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ ข้อใดถูกต้อง

a)

ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ชาติศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

b)

ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสานึกที่ดีมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้องในฐานะข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา

c)

กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

5.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ ข้อใดถูกต้อง

a)

มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง

b)

มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกาลังความสามารถ ที่สะท้อนถึงคุณภาพผู้เรียนและ คุณภาพการศึกษา

c)

ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

6.

หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดจะต้องยึดถือหรือปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพตามกฎหมาย หรือข้อบังคับอื่นใดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ นอกจากจะต้องรักษาจริยธรรมตามที่บัญญัติไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษานี้แล้ว จะต้องยึดมั่นในสิ่งใด

a)

คุณธรรมและจริยธรรม

b)

จรรยาบรรณของวิชาชีพ

c)

วิชาชีพและจริยธรรม

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

7.

7.ใครเป็นผู้รักษาการตามประมวลจริยธรรมนี้

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

d)

ประธาน ก.ค.ศ.

8.

ให้มีประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประกาศใช้วันที่เท่าใด

a)

วันที่28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

b)

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

c)

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

d)

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

9.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านใดเป็นผู้ประกาศใช้ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

a)

นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

b)

ตรีนุช เทียนทอง

c)

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

d)

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ

10.

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ให้ไว้เมื่อใด

a)

1 กันยายน 2540

b)

2 กันยายน 2540

c)

3 กันยายน 2540

d)

4 กันยายน 2540

11.

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของใคร

a)

สภานิติบัญญัติแห่งชาต

b)

รัฐสภา

c)

วุฒิสภา

d)

ประธานองค์มนตรี

12.

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีผลบังคับใช้เมื่อใด

a)

ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

c)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

d)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

13.

ข้อใดหมายถึงข้อมูลข่าวสาร

a)

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูลหรือสิ่งใดๆ

b)

การสื่อสารถึงกัน

c)

ข่าวที่นักข่าวนำเสนอ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

14.

ข้อใดหมายถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ

a)

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ

b)

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเอกชน

c)

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของรัฐและเอกชน

d)

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของมูลนิธิ

15.

ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

a)

รูปถ่าย

b)

ประวัติการทำงาน

c)

ฐานะการเงิน

d)

การบันทึกภาพหรือเสียง

16.

ข้อใดคือความหมายของคนต่างด้าว

a)

บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย แต่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

b)

บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

c)

บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

d)

บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

17.

ใครเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

18.

ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าสารขึ้นในหน่วยงานใด

a)

สำนักนายกรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

c)

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

d)

สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

19.

ข้อใดไม่ใช้หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

a)

ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการและธุรการให้แก่คณะกรรมการ

b)

ให้คำปรึกษาแก่เอกชนในการปฏิบัติตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

c)

ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ

d)

ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานรัฐในการปฏิบัติตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

20.

ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

a)

โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

b)

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงาน

c)

สถานที่ติดต่อเพื่อของรับข้อมูลข่าวสาร

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

21.

ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดต้องจัดไว้ให้ประชาชนได้เข้าตรวจดู

a)

ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

b)

แผนงาน โครงการ งบประมาณรายจ่ายประจำปี

c)

สัญญาสัมปทานที่เป็นการผูกขาดตัดตอน

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

22.

ผู้ใดเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้เข้าตรวจดูสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานใด

a)

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

b)

คณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

c)

ศาลปกครอง

d)

คตส.

23.

เมื่อมีการร้องเรียนว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้เข้า ตรวจดูให้คณะกรรมการตามข้อ 16 พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

60 วัน

d)

90 วัน

24.

ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดจะเปิดเผยมิได้

a)

ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

b)

มติคณะรัฐมนตรี

c)

รายงานแพทย

d)

ข้อมูลส่วนตัว

25.

ข้อมูลข่าวสารข้อใดที่หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผย

a)

ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ

b)

การเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ

c)

การเปิดเผยอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

26.

เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอาจกระทบกับส่วนได้เสียของผู้ใด ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้นั้นคัดค้าน ภายในกี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

27.

ถ้าเจ้าหน้าที่มีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน กี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

28.

ถ้าเจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสียผู้นั้น อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

29.

คำว่า บุคคล มีความหมายตามข้อใด

a)

บุคคลธรรมดาทีไม่มีสัญชาติไทย

b)

บุคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย

c)

บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

30.

ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยืนคำร้องเพื่อขอแก้ไขต่อหน่วยงานใด

a)

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

b)

หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแล

c)

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

31.

ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง ถ้าหน่วยงานของรัฐ ไม่แก้ไข เปลี่ยนแปลง ให้อุทธรณ์ต่อใคร

a)

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

b)

หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแล

c)

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

d)

ศาลปกครอง

32.

ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง ถ้าหน่วยงานของรัฐ ไม่แก้ไข เปลี่ยนแปลง ให้อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการตาม ข้อ 28 ภายในกี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

33.

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ประสงค์จะเก็บรักษา หรือมีอายุครบกำหนดให้ส่งมอบให้แก่หน่วยงานใด

a)

สภาวัฒนธรรมแห่งชาต

b)

หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

c)

กระทรวงวัฒนธรรม

d)

กรมการศาสนา

34.

ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุ ครบกี่ปี

a)

60 ปี

b)

75 ปี

c)

80 ปี

d)

100 ปีขึ้นไป

35.

ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงขอประเทศ จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี

a)

20 ปี

b)

25 ปี

c)

35 ปี

d)

75 ปีขึ้นไป

36.

รายงานแพทย์ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมี อายุครบกี่ปี

a)

20 ปี

b)

25 ปี

c)

35 ปี

d)

75 ปีขึ้นไป

37.

หน่วยงานของรัฐเห็นว่าข้อมูลข่าวสารใดไม่สมควรเปิดเผย ให้ขยายเวลาได้ไม่เกินคราวละกี่ปี

a)

2 ปี

b)

3 ปี

c)

5 ปี

d)

7 ปี

38.

ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ ไม่มาให้ถ้อยคำ ส่งวัตถุเอกสาร หรือพยานหลักฐาน ต้องระวางโทษ ตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 15,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

39.

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนด ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

40.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ให้ไว้เมื่อใด

a)

13 สิงหาคม พ.ศ. 2542

b)

14 สิงหาคม พ.ศ. 2542

c)

15 สิงหาคม พ.ศ. 2542

d)

16 สิงหาคม พ.ศ. 2542

41.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ให้ไว้เมื่อใด

a)

26 เมษายน พ.ศ. 2562

b)

27 เมษายน พ.ศ. 2562

c)

28 เมษายน พ.ศ. 2562

d)

29 เมษายน พ.ศ. 2562

42.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของใคร

a)

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

b)

รัฐสภา

c)

วุฒิสภา

d)

ประธานองค์มนตรี

43.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับเมื่อใด

a)

ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

c)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

d)

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

44.

บทนิยามในพระราชบัญญัตินี้ “การศึกษา” มีความหมายตรงตามข้อใด

a)

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม

b)

การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ

c)

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดทางวิชาการ

d)

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ

45.

บทนิยามในพระราชบัญญัตินี้“การศึกษาขั้นพื้นฐาน” มีความหมายตรงตามข้อใด

a)

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม

b)

การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษา

c)

การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา

d)

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

46.

บทนิยามในพระราชบัญญัตินี้ “บุคลากรทางการศึกษา” มีความหมายตรงตามข้อใด

a)

ผู้บริหารสถานศึกษา

b)

ผู้บริหารการศึกษา

c)

ผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

47.

ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

ปลัดกระทรวง

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

d)

เลขาธิการ กพฐ.

48.

การจัดการศึกษาให้ยึดหลักตามข้อใด

a)

เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน

b)

การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

c)

ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

49.

การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักตามข้อใด

a)

มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ

b)

มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

c)

มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

50.

การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา ขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่ากี่ปี

a)

ไม่น้อยกว่า 10 ปี

b)

ไม่น้อยกว่า 11 ปี

c)

ไม่น้อยกว่า 12 ปี

d)

ไม่น้อยกว่า 15 ปี

51.

การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย

b)

การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน

c)

การศึกษาในระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน

d)

การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษานอกระบบ

52.

การศึกษาในระบบ มีความหมายตามข้อใด

a)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

b)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่ไม่แน่นอน

c)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ที่ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน

d)

ถูกทั้งสองข้อ การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน และ การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ที่ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน

53.

การศึกษานอกระบบ มีความหมายตามข้อใด

a)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

b)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่ไม่แน่นอน

c)

การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความ เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม

d)

ไม่มีข้อถูก

54.

การศึกษาตามอัธยาศัย มีความหมายตามข้อใด

a)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

b)

การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่ไม่แน่นอน

c)

การศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจาก บุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ

d)

การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความ เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม

55.

การศึกษาในระบบมี 2 ระดับ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษา

b)

การศึกษาระดับอุดมศึกษา การศึกษาระดับอาชีวะ

c)

การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอาชีวะ

d)

การศึกษาระดับอุดมศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัย

56.

การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่ากี่ปี

a)

ไม่น้อยกว่า 10 ปี

b)

ไม่น้อยกว่า 12 ปี

c)

ไม่น้อยกว่า 13 ปี

d)

ไม่น้อยกว่า 15 ปี

57.

ข้อใดไม่ใช่การศึกษาระดับอุดมศึกษา

a)

ระดับต่ำกว่าปริญญา

b)

ระดับปริญญา

c)

ระดับมัธยมศึกษา

d)

ไม่มีข้อถูกเลย

58.

การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

พระราชกำหนด

d)

กฎกระทรวง

59.

ให้มีการศึกษาภาคบังคับจำนวนกี่ปี

a)

จำนวน 8 ปี

b)

จำนวน 9 ปี

c)

จำนวน 12 ปี

d)

จำนวน 15 ปี

60.

รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบตามข้อใด

a)

ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์

b)

สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

c)

ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียง

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

61.

ให้ใครกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ

a)

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

b)

คณะอนุกรรมการ ภาคีเครือข่าย

c)

คณะกรรมการการศึกษานอกระบบ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

62.

การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคล ในรูปสภาหรือในรูปคณะกรรมการ จำนวนกี่องค์กร

a)

จำนวน 2 องค์กร

b)

จำนวน 3 องค์กร

c)

จำนวน 4 องค์กร

d)

จำนวน 5 องค์กร

63.

ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

ปลัดกระทรวง

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

d)

เลขาธิการ กพฐ.

64.

คณะกรรมการสภาการศึกษา ประกอบด้วย ใครเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

a)

ผู้แทนองค์กรเอกชน

b)

ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

c)

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

65.

คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประกอบด้วยบุคคลตามข้อใด

a)

ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา

b)

ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู

c)

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

66.

ใครเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

a)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

b)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

c)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

d)

รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

67.

ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา มีฐานะเป็นไปตามข้อใด

a)

องค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพในกำกับของกระทรวง

b)

องค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพในกำกับของทบวง

c)

องค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพในกำกับของกรม

d)

องค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพในกำกับของกอง

68.

บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการ ซื้อหรือแลกเปลี่ยนจาก รายได้ของสถานศึกษา ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร

a)

สถานศึกษา

b)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

c)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

69.

ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562

a)

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

b)

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

c)

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

d)

นายชวน หลีกภัย

70.

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 ให้ไว้เมื่อใด

a)

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

b)

วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

c)

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

d)

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

71.

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของใคร

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

c)

รัฐสภา

d)

วุฒิสภา

72.

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่าอย่างไร

a)

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2560

b)

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2561

c)

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562

d)

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2563

73.

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 ใช้บังคับเมื่อใด

a)

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

b)

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

c)

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด90วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

d)

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด120วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

74.

ในพระราชบัญญัตินี้“ดิจิทัล” หมายความว่าอย่างไร

a)

เทคโนโลยีที่ใช้วิธีการนำสัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่งหรือสัญลักษณ์อื่นมาแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อใช้สร้างหรือ ก่อให้เกิดระบบต่างๆเพื่อให้มนุษย์ใช้ประโยชน์

b)

เทคโนโลยีที่ใช้วิธีการนำสัญลักษณ์ศูนย์และสองหรือสัญลักษณ์อื่นมาแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อใช้สร้างหรือ ก่อให้เกิดระบบต่างๆเพื่อให้มนุษย์ใช้ประโยชน์

c)

เทคโนโลยีที่ใช้วิธีการนำสัญลักษณ์ศูนย์และสามหรือสัญลักษณ์อื่นมาแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อใช้สร้างหรือ ก่อให้เกิดระบบต่างๆเพื่อให้มนุษย์ใช้ประโยชน์

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

75.

ในพระราชบัญญัตินี้“รัฐบาลดิจิทัล” หมายความว่าอย่างไร

a)

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารงานภาครัฐและการบริการสาธารณะ

b)

ปรับปรุงการบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงเข้า ด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัย

c)

เพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

76.

ในพระราชบัญญัตินี้“สำนักงาน” หมายความว่าอย่างไร

a)

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรเอกชน)

b)

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน)

c)

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การเอกขน)

d)

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

77.

เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐและการจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และ ตอบสนองต่อการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ใครจัดให้มีการบริหารงานและการจัดทำบริการ สาธารณะในรูปแบบและช่องทางดิจิทัลโดยมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความ สอดคล้องกันและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล

a)

หน่วยงานของรัฐ

b)

หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

c)

ข้าราชการหน่วยงานของรัฐ

d)

ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ

78.

ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 อย่างน้อยต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อใด

a)

การนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและการให้บริการของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและให้มีการใช้ระบบดิจิทัลอย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพ

b)

การพัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับระบบดิจิทัล และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ จำเป็น ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

c)

การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทำและครอบครองในรูปแบบและช่องทาง ดิจิทัล

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

79.

ให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อใด

a)

กำหนดกรอบและทิศทางการบริหารงานภาครัฐ

b)

การจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศ

c)

การปฏิบัติงานที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

80.

ใครเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

c)

ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี

d)

ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา

81.

ใครเป็นกรรมการคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

b)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา

c)

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

82.

กรรมการอื่น คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมีจำนวนกี่คน

a)

จำนวน 3 คน

b)

จำนวน 4 คน

c)

จำนวน 5 คน

d)

จำนวน 6 คน

83.

เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

b)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา

c)

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

d)

ผู้อำนวยการสำนักงาน

84.

ให้คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมีหน้าที่และอำนาจตามข้อใด

a)

เสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามมาตรา 5 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

b)

จัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเพื่อเป็นหลักการและแนวทางในการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ

c)

กำหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐ ผ่านระบบดิจิทัล

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

85.

ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

a)

การกำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ

b)

การมีระบบบริหารและกระบวนการจัดการและคุ้มครองข้อมูลที่ครบถ้วน

c)

การมีมาตรการในการควบคุมและพัฒนาคุณภาพข้อมูล

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

86.

ให้ประธานกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรืออนุกรรมการและบุคคลซึ่งคณะกรรมการ พัฒนารัฐบาลดิจิทัลแต่งตั้งได้รับเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่ใครกำหนด

a)

คณะรัฐมนตรีกำหนด

b)

รัฐมนตรีกำหนด

c)

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกำหนด

d)

ผู้อำนวยการสำนักงานกำหนด

87.

ให้สำนักงานทำหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมอบหมาย รวมทั้งรับผิดชอบงานธุรการและวิชาการของคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และให้สำนักงานดำเนินการตามข้อใด

a)

จัดทำร่างแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนดและร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด

b)

ประสานงาน แนะนำ และให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล

c)

ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามมาตรา 7(1)

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

88.

ให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและทะเบียนดิจิทัลระหว่าง หน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล และ ดำเนินการในเรื่องใด

a)

กำหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการ พัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้ความเห็นชอบ

b)

ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน

c)

จัดทำคำอธิบายชุดข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ดิจิทัล

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

89.

ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

c)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

d)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี