wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เมฆและแหล่งน่

Total questions: 60

Worksheet time: 41mins

Name
Class
Date
1.

“อัลโต”เป็นเมฆที่อยู่ในชั้นอะไร

a)

ชั้นต่ำ-ชั้นกลาง

b)

ชั้นสูง

c)

ชั้นกลาง

d)

ชั้นต่ำ

2.

“เซอ” เป็นเมฆที่อยู่ในชั้นอะไร

a)

ชั้นกลาง

b)

ชั้นสูง

c)

ชั้นต่ำ

d)

ชั้นต่ำ-ชั้นกลาง

3.

“นิมโบ” หรือ “นิมบัส” แปลว่าอะไร

a)

พายุ

b)

สายฟ้า

c)

ฟ้าคะนอง

d)

ฝน

4.

เมฆก้อนสีขาวมีลักษณะคล้ายฝูงแกะ มีช่องระหว่างก้อนคือเมฆชนิดใด

a)

เมฆเซอรัส

b)

เมฆเซอโรสเตรตัส

c)

เมฆอัลโตคิวมูลัส

d)

เมฆอัลโตสเตรตัส

5.

ข้อใดไม่ใช่ชื่อเรียกรูปร่างของเมฆ

a)

สเตรตัส

b)

คิวมูลัส

c)

เซอร์รัส

d)

นิมบัส

6.

เมฆในข้อใดจัดเป็น เมฆชั้นสูง

a)

เมฆคิวมูลัส / เมฆคิวมูโลนิมบัส

b)

เมฆอัลโตคิวมูลัส / เมฆอัลโตสตราตัส

c)

เมฆเซอโรคิวมูลัส / เมฆเซอรัส

d)

เมฆสตราตัส / เมฆนิมโบสตราตัส

7.

เมฆ และ หมอก แตกต่างกันอย่างไร

a)

หมอก คือแก๊สชนิดหนึ่ง - เมฆ คือละอองน้ำ

b)

หมอก เกิดใกล้ผิวดิน - เมฆ เกิดในระดับสูง

c)

หมอก คือไอน้ำ - เมฆ คือแก๊ส

d)

หมอก เกิดตอนเช้า - เมฆ เกิดตอนเย็น

8.

จากภาพ คือ เมฆชนิดใด

a)

เมฆอัลโตสตราตัส

b)

เมฆสตราโตคิวมูลัส

c)

เมฆคิวมูโลนิมบัส

d)

เมฆเซอโรคิวมูลัส

9.

จากภาพ คือ เมฆชนิดใด

a)

เมฆเซอรัส

b)

เมฆสตราตัส

c)

เมฆคิวมูลัส

d)

เมฆนิมโบสตราตัส

10.

เมฆชนิดใด ทำให้เกิดดวงอาทิตย์ทรงกรด

a)

เมฆเซอโรคิวมูลัส

b)

เมฆเซอโรสตราตัส

c)

เมฆอัลโตคิวมูลัส

d)

เมฆอัลโตสตราตัส

11.

เมฆ ที่มักก่อให้เกิดฝน คือเมฆชนิดใด

a)

เมฆเซอรัส

b)

เมฆสเตรตัส

c)

เมฆคิวมูลัส

d)

เมฆนิมโบสเตรตัส

12.

ข้อใดต่อไปนี้ต่างจากพวก

a)

เซอรัส

b)

คิวมูลัส

c)

สตราตัส

d)

คิวมูโลนิมบัส

13.

ข้อใดไม่ใช่แหล่งน้ำผิวดิน

a)

คลอง

b)

ทะเล

c)

น้ำบาดาล

d)

มหาสมุทร

14.

ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ

a)

ใช้อุปโภค

b)

ใช้บริโภค

c)

ใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

d)

ถูกทุกข้อ

15.

สภาวะที่ละอองน้ำไอน้ำเล็กๆล่องลอยอยู่ในระดับเหนือพื้นดินจะพบได้ในตอนเช้ามืดหรือเวลากลางคืน เรียกว่าปรากฏการณ์นี้ว่าอะไร

a)

ฝน

b)

เมฆ

c)

หมอก

d)

น้ำค้างแข็ง

16.

ข้อใดคือเมฆที่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้าโปร่ง มีรูปคล้าย ๆ ขนนก

a)

เมฆซีร์รัส

b)

เมฆคิวมูลัส

c)

เมฆสเตรตัส

d)

เมฆคิวมูโลนิมบัส

17.

ต้นกล้าสังเกตเห็นหยดน้ำบนใบไม้ในตอนเช้าทั้ง ๆ ที่ไม่มีฝนตก อยากทราบว่าหยดน้ำนั้นคือสิ่งใด

a)

หิมะ

b)

ลูกเห็บ

c)

น้ำค้าง

d)

แม่คะนิ้ง

18.

ปรากฏการณ์ใดที่มีสถานะเป็นของเหลว

a)

เมฆ

b)

ลูกเห็บ

c)

หมอก

d)

น้ำค้าง

19.

ปรากฏการณ์ในข้อใดที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์และอาคารบ้านเรือน

a)

หิมะตก

b)

ฝนตกฟ้าร้อง

c)

ลูกเห็บตกลงกลางหมู่บ้าน

d)

น้ำค้างกลางกลายเป็นน้ำแข็งเกาะอยู่หลังคา

20.

เมื่อน้ำได้รับความร้อนน้ำจะเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งใด

a)

เมฆ

b)

ไอน้ำ

c)

หมอก

d)

ละอองน้ำ

21.

ลมมีผลต่อการเกิดวัฏจักรของน้ำอย่างไร

a)

ทำให้ต้นไม้คายน้ำเพิ่มขึ้น

b)

ทำให้ไอน้ำควบแน่นเป็นหยดน้ำ

c)

ช่วยให้น้ำเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอ

d)

ช่วยให้น้ำในแหล่งน้ำระเหยได้มากขึ้น

22.

การที่น้ำสามารถเปลี่ยนสถานะได้ ทำให้เกิดผลดีอย่างไร

a)

ทำให้น้ำมีราคาถูก

b)

ทำให้น้ำมีความสะอาด

c)

นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้

d)

ทำให้น้ำไม่หมดไปจากโลก

23.

ปรากฏการณ์ใดที่มีสถานะเป็นของแข็ง

a)

ลูกเห็บ

b)

น้ำค้าง

c)

เมฆ

d)

หมอก

24.

ปริมาณของน้ำในโลกคิดเป็นร้อยละของพื้นที่ทั้งหมด

a)

ร้อยละ 65   

b)

ร้อยละ 70   

c)

ร้อยละ 75   

d)

ร้อยละ 80

25.

เราสามารถแบ่งแหล่งน้ำในธรรมชาติออกเป็นประเภทอะไรบ้าง

a)

2 ประเภท คือ แหล่งน้ำในดินและแหล่งน้ำบาดาล

b)

2 ประเภท คือ แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ผิวดิน

c)

3 ประเภท คือ แหล่งน้ำเค็ม แหล่งน้ำจืด และน้ำบาดาล

d)

3 ประเภท คือ แหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำเค็ม และแหล่งน้ำใต้ดิน

26.

ปริมาณน้ำของโลกทั้งหมดเป็นน้ำเค็มประมาณร้อยละเท่าไร

a)

ร้อยละ 87.5             

b)

ร้อยละ 90.5            

c)

ร้อยละ 95.5         

d)

ร้อยละ 97.5

27.

ข้อใดไม่ใช่แหล่งน้ำผิวดิน ณ สถานที่ใด

a)

บึง

b)

แม่น้ำ

c)

น้ำบาดาล

d)

ทะเล

28.

น้ำที่ซึมลงไปใต้ดินสะสมอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เราเรียกว่า

a)

น้ำในดิน

b)

นํ้าโคลน

c)

น้ำบาดาล

d)

น้ำเค็ม

29.

น้ำในดินจัดอยู่กลุ่มเดียวกับแหล่งน้ำในข้อใด

a)

แม่น้ำ

b)

หนอง

c)

น้ำบาดาล

d)

มหาสมุทร

30.

แหล่งน้ำที่ปกคลุมพื้นดิน เราเรียกว่าอะไร

a)

น้ำใต้ดิน

b)

น้ำผิวดิน

c)

น้ำบาดาล

d)

น้ำในอากาศ

31.

เนื่องจากน้ำจืดมีปริมาณน้อย แต่เรายังต้องใช้ประโยชน์จากน้ำเราควรทำอย่างไร

a)

งดใช้นํ้า

b)

หาแหล่งน้ำใหม่

c)

ประหยัดการใช้น้ำ

d)

ถูกทุกข้อ

32.

กลุ่มละอองน้ำที่ลอยตัวอยู่ในระดับต่ำเหนือพื้นดิน คืออะไร

a)

หมอก

b)

นํ้ำค้าง

c)

หยดน้ำ

d)

น้ำค้างแข็ง

33.

ไอน้ำลอยที่รวมตัวกันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ล่องลอยอยู่ในอากาศ

ในระดับความสูงที่ต่างกัน คืออะไร

a)

หมอก

b)

เมฆ

c)

หยดน้ำ

d)

น้ำค้าง

34.

ถ้าหมอกมีการรวมตัวจนหนามาก ๆ ในบริเวณหุบเขา เรียกว่า

a)

กลุ่มเมฆหมอก

b)

หุบเขาหมอก

c)

ทะเลหมอก

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

35.

ตอนเช้าตรู่เรามักเห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามใบหญ้าทั้ง ๆ ที่ไม่มีน้ำฝน

หยดน้ำเหล่านั้น เรียกว่า

a)

น้ำค้าง

b)

ลูกเห็บ

c)

เหมยขาบ

d)

แม่คะนิ้ง

36.

เพราะเหตุใด น้ำค้าง จึงกลายเป็นน้ำค้างแข็ง

a)

เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำค้างต่ำกว่าอุณหภูมิ

ของใบไม้ ใบหญ้า

b)

เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำค้างไม่คงที่ เมื่ออยู่บนใบไม้และใบหญ้า

c)

เนื่องจากอุณหภูมิในบริเวณนั้น ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

37.

ภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือเรียก น้ำค้างแข็ง ว่าอะไร

a)

แม่คะนิ้ง

b)

เหมยขาบ

c)

หยดนําแข็ง

d)

น้ำแข็งแห้ง

38.

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียก น้ำค้างแข็ง ว่าอะไร

a)

แม่คะนิ้ง

b)

เหมยขาบ

c)

หยดนําแข็ง

d)

น้ำแข็งแห้ง

39.

ปรากฏการณ์ใดมีสถานะเป็นของแข็ง

a)

น้ำค้าง

b)

น้ำค้างแข็ง

c)

เมฆ

d)

หมอก

40.

ภาพที่กำหนดให้เป็นหยาดน้ำฟ้าหรือไม่ เพราะอะไร

a)

เป็นหยาดน้ำฟ้า เพราะตกลงมาจากฟ้า แล้วอยู่ในสถานะแก๊ส

b)

เป็นหยาดน้ำฟ้า เพราะลอยอยู่บนท้องฟ้า

c)

ไม่เป็นหยาดน้ำฟ้า เพราะไม่ตกลงมาจากฟ้า

d)

ไม่เป็นหยาดน้ำฟ้า เพราะอยู่ในสถานะแก๊ส

41.

เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

ไอน้ำในอากาศกระทบความเย็นกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ

b)

อุณหภูมิที่แตกต่างกันของอากาศ

ด้านล่างและด้านบน

c)

ฝุ่นละอองที่มากในอากาศ

d)

การระเหยของน้ำ

42.

ในวันที่อากาศแจ่มใส เรามักจะพบเห็น

เมฆชนิดใดมากที่สุด

a)

เมฆคิวมูโลนิมบัส

b)

เมฆเซอรัส

c)

เมฆสเตรตัส

d)

เมฆนิมโบสเตรตัส

43.

เวลาที่ใส่น้ำเย็นในแก้วสแตนเลสจะมีน้ำมาเกาะอยู่ที่ผิวขันด้านนอก หยดน้ำที่มาเกาะเปรียบได้กับสิ่งใด

a)

เมฆ

b)

ฝน

c)

น้ําค้าง

d)

หมอก

44.

ไอน้ำในบรรยากาศเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

การระเหยของน้ำ

b)

น้ำค้าง

c)

ลม

d)

สิ่งมีชีวิต

45.

ข้อใดเป็นเมฆที่ทำให้ฝนตกหนัก ลมแรง

และเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

a)

เมฆคิวมูลัส

b)

เมฆสเตรตัส

c)

เมฆคิวมูโลนิมบัส

d)

เมฆนิมโบสเตรตัส

46.

ข้อใดเป็นน้ำเค็ม

a)

น้ำในดิน

b)

น้ำบาดาล

c)

น้ำในแม่น้ำ

d)

น้ำในมหาสมุทร

47.

เพราะเหตุใด น้ำบนโลกที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จึงมีปริมาณน้อยมาก

a)

น้ำอยู่ในรูปต่างๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ยาก เช่น ธารน้ำแข็ง ความชื่นในดิน

b)

น้ำบนโลกส่วนใหญ่เป็นน้ำจืด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ยาก

c)

ปริมาณน้ำบนโลกมีน้อยมาก

d)

มนุษย์ใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย

48.

ข้อใดเป็นแหล่งน้ำจืดที่มนุษย์สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ง่ายที่สุด

a)

ลำธาร

b)

อากาศ

c)

มหาสมุทร

d)

ธารน้ำแข็ง

49.

ข้อใดเป็นการจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม

a)

การขุดคลอง

b)

การสร้างเขื่อน

c)

การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย

d)

การนำน้ำดื่มมาใช้อาบในช่วงที่ขาดแคลนน้ำ

50.

ใครปฏิบัติตนไม่เหมาะสมในการใช้น้ำมากที่สุด

a)

อุ้มดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน

b)

เหมาอาบน้ำ 2 ครั้งต่อวัน

c)

ลุยเปิดน้ำทิ้งไว้ระหว่างแปรงฟัน

d)

ภูมิรดน้ำต้นไม้โดยใช้ฝักบัวรดน้ำ

51.

ข้อใดเป็นการอนุรักษ์น้ำที่ยั่งยืนที่สุด

a)

สร้างโรงงานผลิตน้ำดื่ม

b)

สำรวจหาแหล่งน้ำใหม่ๆ

c)

ลดการใช้น้ำโดยการดื่มน้ำให้น้อยลง

d)

สร้างนิสัยไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำต่างๆ

52.

ใครนำเสนอความรู้เรื่อง ความร้อนกับความสำคัญในการเกิดเมฆได้ถูกต้องที่สุด

a)

ปิ่นกล่าวว่า ความร้อนช่วยให้เมฆเกิดการรวมตัวกันง่ายขึ้น

b)

บีกล่าวว่า ความร้อนทำให้ไอน้ำบนท้องฟ้า

c)

ชมพู่กล่าวว่า ความร้อนทำให้ก้อนเมฆลอยสูงจนเกิดการควบแน่น และเกาะกันจนกลายเป็นกลุ่มเมฆ

d)

เมย์กล่าวว่า ความร้อนทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ และรวมกลุ่มกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินกลายเป็นเมฆ

53.

เรียงลำดับความสูงของเมฆจากสูงไปต่ำ

a)

คิวมูลัส-อัลโตคิวมูลัส-ซีร์โรคิวมูลัส

b)

ซีร์โรคิวมูลัส-อัลโตคิวมูลัส-คิวมูลัส

c)

ซีร์โรคิวมูลัส-สเตรตัส-อัลโตคิวมูลัส

d)

นิมโบสเตรตัส-อัลโตคิวมูลัส-ซีร์โรคิวมูลัส

54.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

น้ำค้างเกิดจากเม็ดฝนที่ตกลงมา กลายเป็นหยดน้ำเกาะตามวัตถุใกล้ๆ พื้นดิน

b)

น้ำค้างแข็งเกิดจากการแข็งตัวของน้ำค้าง เมื่อได้รับความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

c)

เมฆและหมอกเกิดจากการควบแน่นของไอน้ำเป็นละอองขนาดเล็ก โดยมีละอองลอยเป็นอนุภาคแกนกลาง

d)

เมฆและหมอกมีกระบวนการเกิดเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ระดับความสูงในการเกิดโดยเมฆเกิดบริเวณที่อยู่สูงจากพื้นดิน แต่หมอกเกิดบริเวณไกล้พื้นดิน

55.

ข้อใดเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พบได้ยากในประเทศไทย เพราะเหตุใด

a)

ฝน เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนตลอดเวลา

b)

น้ำค้าง เพราะประเทศไทยมีความชื่้นในอากาศต่ำ

c)

น้ำค้างแข็ง เพราะน้ำค้างแข็งมักเกิดในบริเวณที่สังเกตได้ยาก

d)

หิมะ เพราะประเทศไทยไม่ค่อยมีพื้นที่ที่มีอากาศเย็นจัด

56.

ข้อใดเป็นหยาดน้ำฟ้าทั้งหมด

a)

ฝน ลูกเห็บ

b)

น้ำค้าง ลูกเห็บ

c)

ฝน น้ำค้างแข็ง

d)

น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง

57.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดลูกเห็บ

a)

พายุ

b)

หยดน้ำ

c)

เมฆฝน

d)

สายรุ้ง

58.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องที่สุด

a)

ฝนเกิดจากการแข็งตัวของน้ำ โดยมีละอองลอย เช่น ฝุ่นละออง เป็นอนุภาคแกนกลาง

b)

ฝนเกิดจากการควบแน่นของไอน้ำ โดยมีละอองลอย เช่น ฝุ่นละออง เป็นอนุภาคแกนกลาง

c)

หิมะเกิดจากการควบแน่นของไอน้ำ โดยมีละอองลอย เช่น ฝุ่นละออง เป็นอนุภาคแกนกลาง

d)

ลูกเห็บเกิดจากการระเหิดกลับของน้ำ แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาจนมีขนาดใหญ่

59.

ถ้าไม่มีวัฏจักรน้ำบนโลก มนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ได้ เพราะมนุษย์สามารถขุดน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลมาใช้ได้เสมอ

b)

ได้ เพราะมนุษย์สามารถนำน้ำจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้

c)

ไม่ได้ เพราะมนุษย์จะขาดน้ำจืดในการอุปโภค บริโภค และใช้ประโยชน์

d)

ไม่ได้ เพราะมนุษย์ไม่สามารถนำน้ำจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้

60.

หิมะมีความเกี่ยวข้องกับวัฏจักรน้ำหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

เกี่ยวข้อง เพราะหิมะเป็นของแข็งที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะของน้ำทำให้เกิดการหมุนเวียน

b)

เกี่ยวข้อง เพราะหิมะจะเกิดการหลอมเหลวเมื่อเจอความร้อนและกลายเป็นฝนก่อนตกถึงพื้นโลก

c)

ไม่เกี่ยวข้อง เพราะน้ำในวัฏจักรน้ำมีเพียงน้ำในแหล่งน้ำ ไอน้ำในอากาศ และฝนเท่านั้น

d)

ไม่เกี่ยวข้อง เพราะหิมะเกิดในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเท่านั้น ทำให้หิมะไม่เกิดการหลอมเหลว น้ำจึงไม่เกิดการหมุนเวียน