Font size
Worksheetsเรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการละคร
Total questions: 10
Worksheet time: 20mins
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการละคร
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม : หัวข้อ (การแสดงที่เป็นละครจะต้องมีองค์ประกอบ 4 ดังนี้)
1. เรื่อง (Story) ละครต้องมีเรื่องราว ผู้ประพันธ์บทละครต้องมีความสามารถในการบรรยายบุคลิกลักษณะและนิสัยของตัวละครได้อย่างชัดเจน
2. เนื้อหาสรุป หรือแนวคิด (Subject or Theme) ผู้ประพันธ์บทละครจะต้องมีแนวคิดที่จะนำพาให้เรื่องดำเนินไปสู่จุดหมายจุดประสงค์ของการให้แนวคิด
3. นิสัยตัวละคร (Characterization) ผู้ประพันธ์บทละครจะต้องสร้างตัวละครให้ตรงกับเนื้อหาสรุป เช่น เนื้อหาของละครเป็นแนวสมจริง ก็ต้องสร้างตัวละครให้เป็นมนุษย์ธรรมดาตามธรรมชาติของตัวละคร
4. บรรยากาศ (Atmostphere) การสร้างบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับตัวละครจะต้องกลมกลืนกับบทบาทของตัวละคร นับเป็นกลวิธีอันสำคัญ อย่างหนึ่งของการแสดงละคร
การประดับตกแต่งฉาก แสง สี เทคนิคพิเศษ และเครื่องแต่งกาย เป็นการช่วย สื่อความหมายและอารมณ์ ช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง เช่น ฉากป่าเขาลำเนาไพร จะมีต้นไม้ ดอกไม้ น้ำตก มีเสียงนกร้อง สัตว์นานาชนิด ฉากเหล่านี้จะช่วยสร้างบรรยากาศให้
คำถาม : การแสดงละครจะต้องมีองค์ประกอบกี่ประการ
(a)
(Characterization) หมายถึง
เรื่อง
เนื้อหาสรุป หรือแนวคิด
นิสัยตัวละคร
บรรยากาศ
หลักการวิเคราะห์ วิจารณ์การแสดงละคร
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม
หัวข้อ : หลักการวิเคราะห์ วิจารณ์การแสดงละคร มีดังนี้
1. รูปแบบของการแสดง เป็นรูปแบบเป็นแบบมาตรฐานหรือแบบพื้นบ้าน ได้แก่ ระบำ รำ ฟ้อน โขน และละคร
2. ความเป็นเอกภาพ หมายความว่า ท่ารำเหมือนกัน
3. การร่ายรำและองค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ ความถูกต้องตามแบบแผนของท่ารำ แม่ท่า ลีลาท่าเชื่อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ท่ารำ
4. โครงเรื่อง หมายถึง โครงสร้างของละครทั้งเรื่อง การวิจารณ์โครงเรื่อง มีดังนี้
4.1 เหตุการณ์ต่างๆ ในละครชัดเจนหรือไม่ เช่น โครงเรื่อง ตัวละคร เป็นต้น
5. แนวความคิดที่เป็นแก่นของเรื่อง มีข้อที่ควรพิจารณาเพื่อใช้ในการวิจารณ์ ดังนี้
5.1 บทเจรจาของตัวละคร มีคติ คำคมที่น่าจดจำบ้างหรือไม่
6. ทัศนองค์ประกอบต่างๆ จะต้องสอดคล้องกับตัวละคร ช่วยสร้างบรรยากาศได้อย่างเหมาะสม เช่น ฉาก เครื่องแต่งกาย แสง สี เป็นต้น
คำถาม : ความเป็นเอกภาพ หมายความว่า
(a)
ระบำ รำ ฟ้อน โขน และละคร จัดอยู่ในหลักการวิเคราะห์ใด
ความเป็นเอกภาพ
การร่ายรำและองค์ประกอบอื่นๆ
รูปแบบของการแสดง
ตัวละคร
หัวข้อ : ความสัมพันธ์ของการละครกับสาระการเรียนรู้อื่น 8 กลุ่มสาระ
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม ดังนี้
1. ละครกับสาระภาษาไทย ตามหลักสูตรส่วนมากจะเป็นการตัดตอนมาจากบทละครไทย เช่น
1.1 ละครรำ เช่น เรื่องอิเหนา เรื่องรามเกียรติ์ เรื่องสังข์ทอง เรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นต้น
2. ละครกับสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ละครมีบทบาทหน้าที่รับใช้สังคม มีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ แนวคิด พฤติกรรมของมนุษย์ เช่น ประวัติบุคคลสำคัญ วีรบุรุษ วีรสตรีเหตุการณ์สำคัญของประเทศชาติ ประเพณี วัฒนธรรมที่สำคัญ เป็นต้น
3. ละครกับสาระศิลปะ การแสดงละคร ถือเป็นศูนย์รวมของศิลปะทุกสาขา เช่น ฉาก เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าการให้แสง สี และการแสดงบทบาทของตัวละครต้องอาศัยการนำองค์ประกอบศิลป์ เป็นต้น
4. ละครกับสาระการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี มีความสัมพันธ์ในการสร้างเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ การแต่งหน้า ทำผมการจัดสร้างอุปกรณ์ประกอบฉาก และอุปกรณ์ประกอบการแสดง
5. ละครกับสาระสุขศึกษาและพลศึกษา มีความสัมพันธ์กับละครอย่างใกล้ชิด ในด้านการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อฝึกให้ร่างกาย มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง
6. ละครกับสาระวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะแสง สี เสียง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ จะช่วยสนับสนุนให้การแสดง มีความสมจริง
7. ละครกับสาระคณิตศาสตร์ ผู้อำนวยการสร้างจะต้องกำหนดวงเงิน เพื่อใช้เป็นงบประมาณในการผลิต ฝ่ายเหรัญญิกจะต้องจัดทำบัญชีรายจ่ายของฝ่ายต่างๆ
8. ละครกับสาระภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาในกา่รสื่้อสารทางด้านการละครเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารในการแสดงละคร เป็นต้น
คำถาม : ความสัมพันธ์ของการละครกับสาระการเรียนรู้อื่นมีกี่กลุ่มสาระการเรียนรู้
(a)
ความสัมพันธ์กลุ่มสาระการเรียนรู้ใด เกี่ยวข้องกับครูไพลิน อินทกาล โดยตรง
กลุ่มสาระภาษาไทย
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลุ่มสาระศิลปะ
กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
ละครกับสาระภาษาไทยเรื่องใด ไม่ใช่ ประเภทละครรำ
เรื่องอิเหนา
เรื่องหัวใจนักรบ
เรื่องรามเกียรติ์
เรื่องขุนช้างขุนแผน เ
หัวข้อ : เรื่องการแสดงละคร
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม ดังนี้
1. สมัยก่อนสุโขทัยและสมัยสุโขทัย ในสมัยก่อนสุโขทัย โดยมีข้อสันนิษฐานว่า “มโนราห์” น่าจะเป็นละครเรื่องแรกที่มีการนำมาแสดง
2. สมัยอยุธยา ได้มีการจัดระเบียบแบบแผนในการแสดงละคร โดยมีการตั้งชื่อการแสดงละครที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นๆ ดังนี้
2.1 ละครชาตรี มีลักษณะเป็นละครเร่ มีตัวละครหลักเพียง ๓ ตัว คือ ตัวพระ (ตัวนายโรง) ตัวนาง และตัวตลก นิยมแสดงเรื่องพระสุธน – มโนราห์ ภาคใต้จะเรียกว่า “โนรา” ทางภาคกลาง จะเรียกว่า “ชาตรี” หรือ “โนราห์ชาตรี”
2.2 ละครนอก ถือกำเนิดมาจากการละเล่นพื้นเมืองที่มีผู้ชายและผู้หญิงเล่นเพลงพื้นเมืองโต้ตอบกัน ดำเนินเรื่องให้รวดเร็วโลดโผน ตลกขบขัน ไม่เคร่งครัดต่อระเบียบแบบแผน ลักษณะท่ารำว่องไว กระฉับกระเฉงเหมือนกิริยาของชาวบ้าน เรียกละครนอกว่า “ละครตลาด”
2.3.ละครใน เป็นศิลปะการร่ายรำเป็นสำคัญ แสดงเฉพาะภายในเขตราชฐาน ลักษณะการแสดงมีขนบนิยมเคร่งครัด เรื่องที่นิยมนำมาแสดงมีเพียง ๓ เรื่องเท่านั้น ได้แก่ เรื่องรามเกียรติ์เรื่องอิเหนา และเรื่องอุณรุท
2.4 โขน ลักษณะการแสดงโขนจะแบ่งออกเป็น ๕ ชนิด คือ โขนกลางแปลง โขนนั่งราว โขนหน้าจอ โขนโรงในและโขนฉาก
คำถาม : โขนมีกี่ประเภท
(a)
หัวข้อ : เรื่องการแสดงละคร
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม ดังนี้
สมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) มีการรวบรวมตำราฟ้อนรำและมีการฝึกหัดโขนทั้งวังหน้าและวังหลวง
ทรงได้พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ เรื่องอุณรุท และเรื่องดาหลัง
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) เป็นยุคทองของนาฏศิลป์และการละคร พระราชนิพนธ์บทละครรำเรื่องอิเหนา และบทเสภาเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ๔ ตอน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) มีการยกเลิกละครหลวง เกิดการตั้งคณะละครของเจ้านายและเอกชนขึ้นหลายคณะ เช่น ละครเจ้ากรับ แสดงละครนอก โดยตัวละครจะเป็นชายล้วน เป็นต้น
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ละครหลวงได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ เอกชนฝึกหัดละครผู้หญิงได้ ชาย – หญิงจึงเล่นละครผสมโรงกันได้ และมีการบัญญัติข้อห้ามการจัดการแสดงของเอกชนขึ้นรวมทั้งได้ประกาศกฎหมายภาษีมหรสพขึ้นเป็นครั้งแรก รวบรวมชำระพิธีไหว้ครูและได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ตราขึ้นเป็นฉบับหลวง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ยกเลิกกฎหมายภาษีมหรสพ การละครไทยได้รับอิทธิพลจากตะวันตกและมีละครเกิดใหม่หลายประเภท ดังนี้
๑. ละครพันทาง ๒. ละครดึกดำบรรพ์ ๓. ละครเสภา ๔. ละครร้อง ๕. ละครพูด
คำถาม : รัชกาลที่เท่าใดมีการยกเลิกละครหลวง
(a)
หัวข้อ : เรื่องการแสดงละคร
ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาที่กำหนดให้และตอบคำถาม ดังนี้
สมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรมมหรสพและโรงเรียนฝึกหัดนาฏศิลป์ ดัดแปลงการแสดงละคร จนเกิดการแสดงรูปแบบใหม่ๆ ดังนี้
๑. โขนบรรดาศักดิ์และโขนเชลยศักดิ์ ๒. ละครดึกดำบรรพ์เรื่องรามเกียรติ์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.7) มีการยกเลิกกรมมหรสพ โอนกรมปี่พาทย์และโขนหลวงไปอยู่ในกระทรวงวัง เกิดการตั้งกรมศิลปากร เพื่อดูแลศิลปะการแสดงนาฏศิลป์
พระบาทสมเด็จพระประเมนทรมหาอนันทมหิดล (ร.8) กำเนิดละครหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเป็นละครปลุกใจรักชาติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) โปรดเกล้าฯ ให้มีการบันทึกภาพยนตร์ส่วนพระองค์เกี่ยวกับท่ารำเพลงหน้าพาทย์ต่างๆ จนถึงเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง คือ ท่ารำ เพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ
คำถาม : ละครหลวงวิจิตรวาทการ เกิดขึ้นในรัชการใด
(a)
