Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

รวมเคมี

Total questions: 130

Worksheet time: 3hrs 12mins

Name
Class
Date
1.

สารละลายในข้อใดจัดเป็นสารละลายกรด

a)

สารละลายที่มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 5.8 10-7 mol/dm3

b)

สารละลายที่มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0 10-8 mol/dm3

c)

สารละลายที่มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 1.0 10-6 mol/dm3

d)

สารละลายที่มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 9.0 10-7 mol/dm3

2.

สารละลายข้อใดมีสมบัติเป็นเบสมากที่สุด

a)

สารละลาย A มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 0.001 mol/dm3

b)

สารละลาย B มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0×10-13 mol/dm3

c)

สารละลาย C มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 1.0×10-6 mol/dm3

d)

สารละลาย D มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0×10-2 mol/dm3

3.

สารละลายกรด HCl มีความเข้มข้น 2 x 10-6 mol/dm3 มี pH เท่าใด

a)

6.00

b)

5.70

c)

5.50

d)

5.30

4.

สารละลาย KOH เข้มข้น 1 x 10-6 mol/dm3 มี pH เท่าใด

a)

8

b)

7

c)

6

d)

5

5.

สารละลาย Ba(OH)2 เข้มข้น 0.001 mol/dm3 มี pOH เท่าใด

a)

2.75

b)

2.70

c)

2.65

d)

2.60

6.

ผสมสารคู่ใดแล้วจะเกิดปฏิกิริยาสะเทิน

a)

HCl กับ K2CO3

b)

Zn กับ HNO3

c)

CH3COOH กับ Ba(OH)2

d)

Na2CO3 กับ HBr

7.

ปฏิกิริยาระหว่างสารคู่ใดไม่เกิดเกลือ

a)

Mg กับ O2

b)

Fe กับ Cl2

c)

HCOOH กับ NaOH

d)

SO2 กับ Mg(OH)2

8.

เกลือชนิดใดไม่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส

a)

NaHS

b)

K2SO4

c)

CH3COOK

d)

NaF

9.

เกลือชนิดใดไอออนบวกเท่านั้นที่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส

a)

KCN

b)

BaCl2

c)

NH4Br

d)

(NH4)2SO4

10.

สารละลาย X เมื่อแบ่งมา 3 หลอด แล้วหยดอินดิเคเตอร์ปรากฎผล


สารละลาย X มี pH ประมาณเท่าใด

a)

4.0 - 6.0

b)

4.4 - 6.7

c)

6.7 - 7.6

d)

6.7- 8.3

11.

อินดิเคเตอร์ชนิดใดบอกค่า pH ได้ใกล้เคียงที่สุด

a)

ยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์

b)

ฟีนอล์ฟทาลีน

c)

โบรโมไทมอลบลู

d)

เมทิลเรด

12.

เมื่อผสมสารละลาย CH3COOH 0.2 mol/dm3 จำนวน 10 cm3 และสารละลาย NaOH 0.1 mol/dm3

จำนวน 10 cm3 เข้าด้วยกัน สารละลายที่ได้จะเป็นสารละลายที่มีสมบัติอย่างไร

a)

สารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH ต่ำกว่า 7

b)

สารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH สูงกว่า 7

c)

สารละลายที่มี pH เท่ากับ 7

d)

สารละลายที่ประกอบด้วยเกลือ CH3COOH อย่างเดียว

13.

ในการไทเทรตสารละลายแบเรียมไฮดรอกไซด์กับสารละลายกรดซัลฟิวริก เมื่อถึงจุดยุติแล้วปฏิกิริยา

ไอออนิกเขียนได้เป็นอย่างไร

a)

Ba(OH)2 + S → BaSO4 + 2OH-

b)

OH- + 2H3O+ → 2H2O

c)

Ba2+ + S → BaSO4

d)

Ba2+ + 2OH- + 2H3O+ + S → BaSO4 + 4H2O

14.

18. ใส่ NaOH 1 g ลงในสารละลาย H2SO4 50 cm3 เข้มข้น 0.1 mol/dm3 สารละลายที่ได้มีสมบัติอย่างไร

(Na = 23, O = 16, H = 1)

a)

เป็นกลาง

b)

เป็นกรด

c)

เป็นเบส

d)

เป็นสารละลาย Na2SO4

15.

สารในข้อใดไม่สามารถใช้เป็นยาลดกรดได้

a)

MgCO3

b)

Al2O3

c)

KHCO3

d)

Ba(OH)2

16.

ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการผสมสารละลาย CrCl3 กับ KOH

a)

CrCl2

b)

H2O

c)

KCl

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

17.

การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

19A [Ar] 4s2

b)

24B [Ar] 4s1 3d5

c)

26C [Ar] 4s2 4p6

d)

35D [Ar] 4s2 3d10 4p5

18.

ธาตุ X[Ne]3s23p3 มีเลขอะตอมเท่าใด

a)

5

b)

10

c)

13

d)

15

19.

สารใดละลายน้ำจะได้สารละลายกรด

a)

HNO3

b)

(NH4)2CO3

c)

KOH

d)

Na2CO3

20.

ไอออนใดที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสารที่มีสมบัติเป็นเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส

a)

H2O

b)

OH-

c)

H3O+

d)

H+

21.

หลักฐานสำคัญที่แสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร

a)

สารมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน

b)

สารบางชนิดมีสมบัติการนำไฟฟ้า

c)

การทำให้สารเปลี่ยนสถานะต้องใช้พลังงาน

d)

สารแต่ละชนิดมีรูปร่างแตกต่างกัน

22.

สารประกอบที่เกิดจาก พันธะไอออนิก เรียกว่า

a)

สารประกอบไอออนิก

b)

สารโคเวเลนต์

c)

สารโลหะ

d)

สารโครงผลึกร่างตาข่าย

23.

สารประกอบใดต่อไปนี้ ไม่ได้

เกิดจากพันธะไอออนิก

a)

NaF , NaCl

b)

NaNO3 , NH4F

c)

BaSO4 , CuS

d)

CO2 , HCl

24.

ข้อใดเขียนสูตรสารประกอบได้ถูกต้อง

a)

MgCl2 , CaCl2

b)

MgO , K2Cl

c)

Li2Cl , Al2O3

d)

Ca2F , Na2S

25.

ข้อใดเรียกชื่อสารได้ถูกต้อง

a)

BaSO4 แบเรียมซัลไฟด์

b)

NaNO3 โซเดียมไนเตรต

c)

NH4Cl แอมโมเนียมคลอรีน

d)

CaO แคลเซียมออกซิไจด์

26.

ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติของสารประกอบไอออนิก

a)

มีความแข็งแต่เปราะ

b)

ในสภาพของแข็งไม่นำไฟฟ้า

c)

ตีเป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้

d)

มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง

27.

กำหนดให้ พลังงานแลตทิซ แทนด้วย DH1 พลังงานไฮเดรชัน แทนด้วย DH2 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการละลายของสารประกอบไอออนิก

a)

พลังงานการละลาย = DH1 + DH2

b)

พลังงานการละลาย = DH1 - DH2

c)

ถ้า DH1 มีค่ามากกว่า DH2 จะเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

d)

ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก

28.

ในโมเลกุลของไนโตรเจน (N2) อะตอมทั้งสองสร้างพันธะกันแบบใด

a)

พันธะเดี่ยว

b)

พันธะคู่

c)

พันธะสาม

d)

พันธะโลหะ

29.

ข้อใดกล่าวถึงพันธะโคเวเลนต์ได้ถูกต้อง

a)

เกิดจากอโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน

b)

เกิดจากโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน

c)

เกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับอโลหะ

d)

เกิดจากอโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับโลหะ

30.

ข้อใดสรุปถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานพันธะในโมเลกุลที่มี C สร้างพันธะกัน

a)

พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ > พันธะสาม

b)

พันธะเดี่ยว < พันธะคู่ < พันธะสาม

c)

พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ < พันธะสาม

d)

พันธะเดี่ยว = พันธะคู่ = พันธะสาม

31.

ข้อใดอ่านชื่อโมเลกุลตามสูตร N2O3 ได้ถูกต้อง

a)

ไดไนโตรเจนออกไซด์

b)

ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์

c)

ไนโตรเจนไตรออกซิไจด์

d)

ไดไนโตรเจนไตรออกซิไจด์

32.

รูปร่างของโมเลกุล CH4 มีลักษณะอย่างไร

a)

ทรงสี่หน้า

b)

มุมงอ

c)

เส้นตรง

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

33.

สารในข้อใดมีรูปร่างเป็นพีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

a)

PCl5

b)

PBr3

c)

NH3

d)

SiH4

34.

โมเลกุลใดต่อไปนี้เป็นโมเลกุลมีขั้วทั้งหมด

a)

H2 , O2

b)

CHCl3 , BeCl2

c)

I2 , HBr

d)

H2O , NH3

35.

แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลไม่มีขั้ว ซี่งเป็นแรงอ่อน ๆ เรียกว่า

a)

แรงดึงดูดระหว่างขั้ว

b)

แรงลอนดอน

c)

แรงวันเดอร์วาลว์

d)

พันธะไฮโดรเจน

36.

สารผสมระหว่างโมเลกุลต่อไปนี้ข้อใดมีพันธะไฮโดรเจนเกิดขึ้น

a)

CH4 กับ BeCl2

b)

I2 กับ C2H2

c)

H2O กับ C2H5OH

d)

C6H14 กับ NaCl

37.

เพราะเหตุใด เพชร จึงมีจุดเดือด จุดหลอมเหลว สูงกว่าสารโคเวเลนต์ทั่วไป

a)

เพราะในผลึกของเพชรมีพันธะโลหะด้วย

b)

C อะตอมเกิดพันธะโคเวเลนต์ กับอะตอมข้างเคียง 4 อะตอม

c)

การเปลี่ยนแปลงสถานะของ เพชร ต้องทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม

d)

ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก

38.

สมบัติของโลหะในข้อใดอธิบายการตีเป็นแผ่นของโลหะได้ดีที่สุด

a)

โลหะมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงมาก

b)

โลหะมีเวเลนต์อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ได้อิสระ

c)

อิเล็กตรอนในก้อนโลหะรับและกระจายคลื่นแสงได้

d)

ไอออนบวกและไอออนลบในก้อนโลหะสามารถเลื่อนไถลได้

39.

เมื่อกล่าวถึงสสารข้อใดกล่าวผิด

a)

สมบัติของสารจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ สมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมี

b)

ความหนาแน่นและจุดเดือดจัดเป็นสมบัติทางกายภาพ

c)

สารประเภทคอลลอยด์ สามารถกรองผ่านกระดาษกรองได้แต่ไม่ผ่านเซลโลเฟน

d)

สารเนื้อเดียวต้องประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

40.

เมื่อกรองของเหลวชนิดหนึ่งด้วยกระดาษกรองพบว่ามีอนุภาพของแข็งเหลืออยู่ ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

สารนั้นเป็นคอลลอยด์

b)

สารนั้นเป็นสารแขวนลอย

c)

สารนั้นเป็นสารละลาย

d)

สารนั้นอาจเป็นสารละลายหรือคอลลอยด์

41.

ข้อใดเรียงลำดับขนาดอนุภาคของสารจากขนาดใหญ่ไปเล็กได้ถูกต้อง

a)

คอลลอยด์ สารแขวนลอย สารละลาย

b)

สารละลาย สารแขวนลอย คอลลอยด์

c)

สารแขวนลอย สารละลาย คอลลอยด์

d)

สารแขวนลอย คอลลอยด์ สารละลาย

42.

นำสาร A มาหาจุดเดือด พบว่าจุดเดือดไม่คงที่ ข้อใดสรุปถูกต้อง

a)

เป็นสารเนื้อเดียว

b)

เป็นสารละลาย

c)

เป็นสารบริสุทธิ์

d)

เป็นสารประกอบ

43.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

คอลลอยด์บางชนิดเป็นสารบริสุทธิ์

b)

น้ำสบู่จัดเป็นอิมัลซิฟายเออร์ช่วยให้ไขมันและสิ่งสกปรกรวมตัวกับน้ำได้

c)

จุดเดือดของสารบริสุทธิ์คงที่

d)

น้ำโคลนจัดเป็นสารแขวนลอย

44.

การจะเลือกวิธีใดในการแยกสารเนื้อผสมนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งใดเป็นสำคัญ

a)

อุณหภูมิของสารเนื้อผสมนั้น

b)

สมบัติของสารเนื้อผสมนั้น

c)

สมบัติของสารที่เป็นส่วนประกอบ

d)

ปริมาณของสารที่เป็นส่วนประกอบ

45.

ข้อความใดกล่าวถึงการทำโครมาโทกราฟีได้ถูกต้อง

a)

ใช้ตรวจชนิดของสารที่เป็นองค์ประกอบในการละลายได้

b)

ใช้หลักการละลาย และการดูดซึม

c)

ใช้แยกสารที่มีจำนวนน้อย

d)

ถูกทั้ง 1 , 2 และ 3

46.

ถ้ามีผงตะไบเหล็กปนอยู่กับผงถ่านและเกลือแกง การแยกตามข้อใดมีขั้นตอนเรียงลำดับเหมาะสมที่สุด

a)

ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก ละลายน้ำ กรองด้วยกระดาษกรอง

b)

ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก กรองด้วยกระดาษกรอง ละลายน้ำ

c)

ละลายน้ำ กรองด้วยกระดาษกรอง ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก

d)

ละลายน้ำ ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก กรองด้วยกระดาษกรอง

47.

การทำเกลือสมุทรอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ข้อใดบ้าง

a)

การตกผลึก

b)

การกลั่น

c)

การระเหย

d)

ถูกเฉพาะ 1 และ 3

48.

สารเนื้อผสมในข้อใดที่สามารถแยกได้ โดยอาศัยสมบัติการระเหิด

a)

น้ำตาลทรายปนพริกขี้หนู

b)

เกลือแกงปนพิมเสน

c)

ผงชูรสปนเกลือแกง

d)

ลูกเหม็นปนการบูร

49.

ธาตุซึ่งมีเลขอะตอมต่อไปนี้ ข้อใดมีค่า IE1 เรียงตามลำดับจากน้อยไปหามาก

a)

8, 9, 10, 11, 12

b)

12, 11, 10, 9, 8

c)

11, 12, 8, 9, 10

d)

10, 9, 8, 12, 11

50.

สารประกอบต่อไปนี้ข้อใดมีสี

a)

K2SO4 , MnCl2

b)

K2Cr2O7 , Fe(OH)3

c)

Cl2O , Co(NO3)2

d)

Ni(NH3)2+6 , RbCl

51.

สิ่งที่เหมือนกันในระหว่างธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในหมู่เดียวกันในตารางธาตุ คือ

a)

มีค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 เท่ากัน

b)

มีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนเหมือนกัน

c)

มีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนของระดับพลังงานชั้นนอกสุดเหมือนกัน

d)

มีขนาดใกล้เคียงกันมาก

52.

สารประกอบคลอไรด์ที่มีจุดหลอมเหลวต่ำที่สุด คือ

a)

NaCl

b)

CaCl2

c)

NCl3

d)

LiCl

53.

ถ้าอะตอมของอาร์เซนิกได้รับ 3 อิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น จะได้อนุภาคที่มีการจัดอิเล็กตรอน เหมือนกับอะไร

a)

อาร์กอน

b)

โบนมีน

c)

คลิปตอน

d)

อันติโมนี

54.

ธาตุใดต่อไปนี้มีความว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยามากที่สุด

a)

F2

b)

O2

c)

Na

d)

Cl2

55.

สาร A เป็นธาตุมีสมบัตินำไฟฟ้าได้ ทั้งซัลไฟด์และคลอไรด์ของ A เป็นของเหลวที่ไม่ละลายในน้ำ สาร A ควรเป็นธาตุใด

a)

Ca

b)

N

c)

C

d)

Sn

56.

เมื่อนำ CaO ไปละลายน้ำ จะได้สารใดเป็นผลิตภัณฑ์

a)

CaOH

b)

H2

c)

Ca(OH)2

d)

O2

57.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของสารประกอบคลอไรด์

a)

ใช้ฆ่าเชื่อโรค

b)

ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกสี

c)

ใช้เป็นตัวทำละลาย

d)

ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.

58.

ธาตุในกลุ่มใดที่ประกอบด้วยธาตุแทรนซิชันทั้งหมด

a)

Fe Si Sb Rb

b)

Fe Al Cu Fr

c)

Fe Co Te AT

d)

Fe Cu Cr Mn

59.

ปฏิกิริยาลูกโซ่นี้ถ้าไม่มีการควบคุม จะเกิดปฏิกิริยารุนแรงเรียกว่าอะไร

a)

ลูกระเบิดปรมาณู

b)

ระเบิดลูกโซ่

c)

ระเบิดนิวเคลียร์

d)

ถูกทุกข้อ

60.

ธาตุกัมมันตภาพรังสี Co – 60 นำมาใช้ประโยชน์อย่างมากมายยกเว้นข้อใด

a)

รักษาโรคมะเร็ง

b)

ใช้ในการถนอมอาหาร

c)

กำจัดวัชพืช

d)

การหาอายุวัตถุโบราณ

61.

พลังงานกระตุ้นคืออะไร?

a)

พลังงานน้อยที่สุดที่ใช้ในการสลายพันธะเคมี

b)

พลังงานน้อยที่สุดที่ทำให้การชนนั้นเกิดปฏิกิริยาเคมี

c)

พลังงานมากที่สุดที่ใช้ในการสลายพันธะเคมี

d)

พลังงานที่มากที่สุดที่ทำให้การชนนั้นเกิดปฏิกิริยาเคมี

62.

จากรูปภาพ การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์จาก

สาร X →\rightarrow  Y

Δ\Delta  E มีค่าเท่าใด และเป็นปฏิกิริยาชนิดใด

a)

75 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิด ดูดพลังงาน

b)

100 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิด คายพลังงาน

c)

25 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิดดูดพลังงาน

d)

-25 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิดคายพลังงาน

63.

พิจารณาสมการปฏิกิริยาต่อไปนี้

H2(g) + I2 (g) ↔\leftrightarrow  2HI (g) ; Ea = 167.2 KJ ................... สมการ 1

Br2 + H2 ↔\leftrightarrow   2HBr ; Ea = 78.6 KJ ..........สมการ 2

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

สมการที่ 1 เกิดง่ายกว่าสมการ 2

b)

สมการที่ 1 มีอัตราปฏิกิริยาที่มากกว่าสมการ 2

c)

สมการที่ 1 เกิดได้ช้ากว่าสมการที่ 2

d)

สมการที่ 1 เกิดภาวะสมดุลเร็วกว่าสมการที่ 2

64.

เมื่อระบบเข้าสู่สภาวะสมดุล จะสังเกตได้อย่างไร

a)

อัตราปฏิกิริยามีค่าเท่ากันในช่วงเวลา

b)

ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น

c)

สารตั้งต้นถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์จนหมด

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์คงที่

65.

จากรูปภาพ การปฏิกิริยาจาก

สาร Y →\rightarrow  X

มีค่าพลังงานกระตุ้น (Ea) เท่าใด

a)

75 KJ

b)

100 KJ

c)

25 KJ

d)

-25 KJ

66.

จงคำนวณค่าคงทีสมดุล (K) จากสมการ

2SO2 (g) + O2 (g) ↔\leftrightarrow   2SO3 (g)

ณ จุดสมดุล มีความเข้้มข้นของ SO2 O2 และ SO3 เท่ากับ 0.5 M , 0.2M และ 0.6M ตามลำดับ

a)

6

b)

7.2

c)

0.17

d)

6.52

67.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

การลดหรือเพิ่มความเข้มข้นทำให้ค่าคงที่สุมดุลเปลี่ยนไปจากเดิม

b)

การเพิ่มหรือลดความดันมีผลต่อค่าคงที่สมดุลของสารในสภาวะก๊าซ

c)

การเพิ่มหรือลดอุณหภูมิมีผลต่อค่าคงที่สมดุล

d)

การเติมตัวเร่งปฏิกิริยามีผลต่อค่าคงที่สมดุล

68.

พิจารณาปฏิกิริยาเคมีดังต่อไปนี้

4NH3(g)+ 5O2(g) → 4NO(g)+ 6H2O(g)

ถ้าหากลดความดันของระบบ ข้อใดกล่าวถูกต้อง (มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ)

a)

ปฏิกิริยามีทิศทางไปทางซ้าย (ย้อนกลับ)

b)

ปฏิกิริยามีทิศทางไปทางขวา (ไปข้างหน้า)

c)

ค่าคงที่สุมดุลไม่เปลี่ยนแปลง

d)

จุดสมดุลไม่เปลี่ยนแปลง

69.

พิจารณาสมการปฏิกิริยาเคมี

H₂(g) + CO₂(g)    ↔\leftrightarrow   H₂O(g) + CO(g) ; K1 = 5.6x102

จงหาค่า K2 ของสมการ

H₂O(g) + CO(g) ↔\leftrightarrow  H₂(g) + CO₂(g) ; K2 = ..........?

a)

1.79x10-3

b)

1.12x103

c)

22.66

d)

3.58x10-3

70.

พิจารณาสมการปฏิกิริยาเคมี

H₂(g) + CO₂(g)    ↔\leftrightarrow   H₂O(g) + CO(g) ; K1 = 5.6x102

จงหาค่า K3ของสมการ

1/3H₂(g) + 1/3CO₂(g) ↔\leftrightarrow  1/3H₂O(g) + 1/3CO(g) ; K3 = ..........?

a)

1.68x103

b)

5.36x10-3

c)

1.79x10-3

d)

8.24

71.

ข้อใดคือ "กรดอ่อน" และ "เบสอ่อน" ทั้งหมด

a)

HNO3 , KOH

b)

HF, NaHCO3

c)

HClO4 ,H2CO3

d)

CH3COOH, NaOH

72.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

กรดอ่อนสามารถแตกตัวได้ไอออนทั้งหมด

b)

เบสแก่มีสมบัติเป็นสาร Non-electrolyte

c)

กรดอ่อนและเบสออ่อนไม่สามารถนำไฟฟ้าได้

d)

กรดแก่และเบสแก่จัดได้ว่าเป็นสาร electrolyte ที่ดี

73.

สารที่รับคู่อิเล็คตรอนเป็น กรด

สารที่ให้คู่อิเล็คตรอนเป็น เบส

หลักการนี้เป็นของนักวิทยาศาตร์คนใด

a)

อาร์รีเนียส

b)

โรเบิรต์ บอยล์

c)

ลิวอิส

d)

เบรินสเตด-ลาวรี

74.

พิจารณาสมการต่อไปนี้

CH3COONa(aq) + H2O (aq) ↔\leftrightarrow  CH3COOH (aq) + NaOH (aq)

ข้อใดกล่าวถูกต้องตามทฤษฎีของเบรินสเตด-ลาวรี

a)

CH3COONa เป็น กรด

b)

CH3COOH เป็น คู่กรด

c)

H2O เป็นเบส

d)

NaOH เป็นเบส

75.

สมบัติสารที่เป็น เบส ในข้อใดกล่าวถูกต้อง (มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ)

a)

มีรสขม ฝาด

b)

เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากแดง →\rightarrow  น้ำเงิน

c)

เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากน้ำเงิน →\rightarrow  แดง

d)

ทำปฏิกิริยากับกรดได้เกลือ

76.

หลักฐานสำคัญใดที่แสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร

a)

สารมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน

b)

สารบางชนิดมีสมบัติการนำไฟฟ้า

c)

การทำให้สารเปลี่ยนสถานะต้องใช้พลังงาน

d)

สารแต่ละชนิดมีรูปร่างแตกต่างกัน

77.
สารประกอบที่เกิดจาก  พันธะไอออนิก  เรียกว่า
a)
สารประกอบไอออนิก
b)
สารโคเวเลนต์
c)
สารโลหะ
d)
สารโครงผลึกร่างตาข่าย
78.
สารประกอบใดต่อไปนี้  ไม่ได้  เกิดจากพันธะไอออนิก
a)
NaF  ,  NaCl
b)
NaNO3  ,  NH4F
c)
BaSO4  ,  CuS
d)
CO2  ,  HCl
79.
ข้อใดเขียนสูตรสารประกอบได้ถูกต้อง
a)
MgCl2  ,  CaCl2
b)
 MgO  ,  K2Cl
c)
Li2Cl  ,  Al2O3
d)
Ca2F  ,  Na2S
80.
ข้อใดเรียกชื่อสารได้ถูกต้อง
a)
BaSO4  แบเรียมซัลไฟด์
b)
NaNO3  โซเดียมไนเตรต
c)
NH4Cl  แอมโมเนียมคลอรีน
d)
CaO  แคลเซียมออกซิไจด์
81.
ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติของสารประกอบไอออนิก
a)
มีความแข็งแต่เปราะ
b)
ในสภาพของแข็งไม่นำไฟฟ้า
c)
ตีเป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้
d)
มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง
82.
ในโมเลกุลของไนโตรเจน  ( N2 )  อะตอมทั้งสองสร้างพันธะกันแบบใด
a)
พันธะเดี่ยว               
b)
พันธะคู่
c)
พันธะสาม                 
d)
พันธะโลหะ
83.
ข้อใดกล่าวถึงพันธะโคเวเลนต์ได้ถูกต้อง
a)
เกิดจากอโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
b)
เกิดจากโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
c)
เกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับอโลหะ
d)
เกิดจากอโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับโลหะ
84.
ข้อใดสรุปถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานพันธะในโมเลกุลที่มี  C  สร้างพันธะกัน
a)
พันธะเดี่ยว  >  พันธะคู่  >  พันธะสาม
b)
พันธะเดี่ยว  <  พันธะคู่  <  พันธะสาม 
c)
พันธะเดี่ยว  >  พันธะคู่  <  พันธะสาม
d)
พันธะเดี่ยว  =  พันธะคู่  =  พันธะสาม
85.
ข้อใดอ่านชื่อโมเลกุลตามสูตร  N2O3  ได้ถูกต้อง 
a)
ไดไนโตรเจนออกไซด์ 
b)
ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์
c)
ไนโตรเจนไตรออกซิไจด์
d)
ไดไนโตรเจนไตรออกซิไจด์
86.
รูปร่างของโมเลกุล  CH4  มีลักษณะอย่างไร
a)
ทรงสี่หน้า               
b)
มุมงอ
c)
เส้นตรง 
d)
พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
87.
สารในข้อใดมีรูปร่างเป็นพีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม
a)
PCl5  
b)
PBr3
c)
NH3   
d)
SiH4
88.
โมเลกุลใดต่อไปนี้เป็นโมเลกุลมีขั้วทั้งหมด
a)
H2   ,  O2     
b)
CHCl3  ,  BeCl2   
c)
I2  ,  HBr     
d)
H2O  ,   NH3
89.
แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลไม่มีขั้ว  ซี่งเป็นแรงอ่อน ๆ  เรียกว่า 
a)
แรงดึงดูดระหว่างขั้ว     
b)
แรงลอนดอน
c)
แรงวันเดอร์วาลว์
d)
พันธะไฮโดรเจน
90.
สารผสมระหว่างโมเลกุลต่อไปนี้ข้อใดมีพันธะไฮโดรเจนเกิดขึ้น
a)
CH4  กับ  BeCl2
b)
I2  กับ  C2H2
c)
H2O  กับ  C2H5OH
d)
C6H14  กับ  NaCl
91.
เพราะเหตุใด  เพชร  จึงมีจุดเดือด จุดหลอมเหลว สูงกว่าสารโคเวเลนต์ทั่วไป
a)
เพราะในผลึกของเพชรมีพันธะโลหะด้วย
b)
C  อะตอมเกิดพันธะโคเวเลนต์ กับอะตอมข้างเคียง  4  อะตอม
c)
การเปลี่ยนแปลงสถานะของ  เพชร  ต้องทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม
d)
ข้อ  ข.  และข้อ ค.  ถูก
92.
สมบัติของโลหะในข้อใดอธิบายการตีเป็นแผ่นของโลหะได้ดีที่สุด
a)
โลหะมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงมาก
b)
โลหะมีเวเลนต์อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ได้อิสระ
c)
อิเล็กตรอนในก้อนโลหะรับและกระจายคลื่นแสงได้
d)
ไอออนบวกและไอออนลบในก้อนโลหะสามารถเลื่อนไถลได้
93.
ข้อใดเขียนสูตรสารเคมีของสารประกอบไอออนิกถูกต้อง 
a)
NaI
b)
CaCl
c)
NeCl 
d)
LiF2
94.
ข้อใดเขียนชื่อสารประกอบไอออนิกของ BeCl2 ได้ถูกต้อง
a)
เบริลเลียมคลอไรด์
b)
แบเรียมไดคลอไรด์
c)
เบริลเลียมไดคลอไรด์
d)
แบเลียมคลอไรด์
95.
พันธะเดี่ยว หมายถึงอะไร
a)
พันธะที่เกิดจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 1 คู่ 
b)
พันธะที่เกิดจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 2 คู่
c)
พันธะที่เกิดจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 3 คู่
d)
พันธะที่เกิดจากการใช้์อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวร่วมกัน 1 คู่
96.

พิจารณาธาตุและสมบัติต่าง ๆ ดังนี้

(1) ธาตุ X เป็นโลหะที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตัว เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจะเกิดสารที่มีสูตรเป็น X2O

(2) ธาตุ Y เป็นโลหะ อยู่ในหมู่ 2 คาบ 3 เมื่อทำปฏิกิริยากับคลอรีนจะเกิดสารที่มีสูตรเป็น YCl2

(3) ธาตุ A และ Z มีเลขอะตอมเป็น 6 และ 9 ตามลำดับ เมื่อเกิดเป็นสารประกอบจะได้สารที่มีสูตรเป็น

AZ4

ข้อใดถูกต้อง

a)

(1) และ (2)

b)

(1) และ (3)

c)

(2) และ (3)

d)

(1) (2) และ (3)

97.

พิจารณาตารางธาตุที่กำหนดให้ต่อไปนี้

ไอออนของธาตุใดมีขนาดใหญ่ที่สุด

a)

(1)

b)

(3)

c)

(5)

d)

(6)

98.

ธาตุในข้อใดมีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด

a)

6C

b)

15P

c)

12Mg

d)

13Al

99.

มี Co-60 อยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อทิ้งไว้ 25 ปี พบว่า มี Co-60 เหลืออยู่ 2.5 กรัม ถ้า Co-60 มีครึ่งชีวิต เท่ากับ 5 ปี ตอนเริ่มต้น จะมี Co-60 อยู่กี่กรัม

a)

40

b)

60

c)

80

d)

120

100.

พิจารณาการเกิดพันธะโคเวเลนต์ที่กำหนดให้

X และ Y คือธาตุใด ตามลำดับ

a)

S และ F

b)

C และ Br

c)

Cl และ O

d)

Mg และ Cl

101.

พิจารณาข้อมูลจำนวนอนุภาคมูลฐานและมวลของธาตุ M X และ Y ดังนี้

จากข้อมูล ข้อสรุปใดต่อไปนี้ถูกต้อง (9 วิชาสามัญ 2562)

a)

สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ X คือ 4323X

b)

ธาตุ M มีเลขอะตอมมากกว่าธาตุ Y 4 หน่วย

c)

ธาตุ X มีจำนวนนิวตรอนมากกว่าธาตุ M 1 อนุภาค

d)

ธาตุ M มีจำนวนอนุภาคในนิวเคลียสน้อยกว่าธาตุ X 2 อนุภาค

102.

กำหนดค่าพลังงานไอออไนเซซัน (IE) ของธาตุเป็น kJ/mol ดังนี้

ธาตุคู่ใดที่อยู่ในหมู่ที่ 3 และธาตุคู่ใดที่อยู่ในหมู่ที่ 2 ตามลำดับ

a)

AB และ CD

b)

AC และ DE

c)

AC และ BD

d)

AD และ BE

103.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)
b)
c)
d)
104.

ธาตุสมมติ A B C D E F G และ H เป็นธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันของตารางธาตุจากหมู่ IA ถึง VIIIA ตามลำดับ ข้อใดถูกต้อง

a)

A มีพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ต่ำที่สุดและออกไซด์ของ A เมื่อละลายน้ำแล้วจะมีสมบัติเป็นกรด

b)

B รวมกับคลอรีนได้สารประกอบที่มีสูตร BCl2 และสารประกอบนี้ละลายน้ำ

c)

G เป็นธาตุที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงที่สุดและสารประกอบระหว่าง B และ G มีสูตรเป็น BG

d)

ออกไซด์ของ B และ D มีสมบัติเป็นกรด

105.

ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เข้มข้น 0.4 mol/dm3 จำนวน 500 cm3 จะต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ กี่กรัม (กำหนดให้ มวลอะตอมของ Na = 23 , O = 16 , H = 1)

a)

2

b)

4

c)

6

d)

8

106.

นาย A ทำการทดลองเพื่อทำให้แก๊สแอโมเนียปริมาตร 5 ลิตร ที่ความดัน 2 atm เปลี่ยนไปมีปริมาตร 8 ลิตร ส่วนนาย B ทำการทดลอง เพื่อทำให้แก๊สคลอรีนปริมาตร 3 ลิตร ที่ความดัน 1.5 atm เปลี่ยนไปมีปริมาตร 9 ลิตร การทดลองของใครจะต้องใช้ความดันมากกว่า และมากกว่าเท่าใด ถ้าทุกการทดลองทำที่อุณหภูมิคงที่

a)

นาย A ต้องใช้ความดันมากกว่านาย B 0.75 atm

b)

นาย A ต้องใช้ความดันมากกว่านาย B 1.25 atm

c)

นาย B ต้องใช้ความดันมากกว่านาย A 0.75 atm

d)

นาย B ต้องใช้ความดันมากกว่านาย A 1.25 atm

107.

เรียงอัตราการแพร่ของแก๊สต่อไปนี้ CH4 N2 C2H4 Cl2 จากเร็วไปช้า

a)

CH4 > C2H4 > N2 > Cl2

b)

Cl2 > N2 > C2H4 > CH4

c)

Cl2 > N2 = C2H4 > CH4

d)

CH4 > C2H4 = N2 > Cl2

108.

แก๊สฮีเลียมบรรจุในถังสองใบซึ่งเชื่อมต่อกันผ่านวาล์ว ถังแรกมีความดัน 3 atm ปริมาตร 15 ลิตร ถังที่สองมีความดัน 2 atm ปริมาตร 10 ลิตร ดังรูป ถ้าเปิดวาล์วให้แก๊สรวมกันโดยไม่มีการถ่ายเทความร้อนจากนอกระบบความดันของแก๊สผสมเป็นกี่บรรยากาศ

a)

2.60

b)

4.33

c)

5.00

d)

6.50

109.

กระบอกสูบอันหนึ่งบรรจุแก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 6 ลิตร ที่อุณหภูมิ 27 oC ความดัน 1 atm ดังรูป (A) เมื่อกดก้านกระบอกสูบลงจนแก๊สมีปริมาตรลดลงร้อยละ 25 พบว่า อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 47 oC ดังรูป (B) ความดันของกระบอกสูบจะมีค่าเท่าใด

a)

1.12 atm

b)

1.42 atm

c)

2.56 atm

d)

4.20 atm

110.

โลหะแมกนีเซียม (Mg) ทำปฏิกิริยาว่องไวกับกรดไฮโดรคลอริก (HCl) ดังสมการ

Mg (s) + 2HCl (aq) → MgCl2 (aq) + H2 (g)

ถ้าต้องการให้เกิด H2 5.0 ลิตร ที่ 25 oC และความดัน 745 mmHg จะต้องใช้โลหะแมกนีเซียม กี่กรัม

(กำหนดให้ มวลอะตอมของ Mg = 24)

a)

1.00

b)

2.50

c)

3.80

d)

4.80

111.

อุปกรณ์นี้ชื่อว่าอะไร

a)

Erlenmeyer flask

b)

Cylinder

c)

Beaker

d)

Pipette

112.

อุปกรณ์นี้ชื่อว่าอะไร

a)

Erlenmeyer flask

b)

Cylinder

c)

Beaker

d)

Pipette

113.

จากรูปคือสัญลักษณ์อะไร

a)

corrosive

b)

Environment toxic

c)

Flammable

d)

Oxidizing agent

114.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่อุปกรณ์การป้องกัน

a)

เสื้อกาวน์

b)

ถุงมือยาง

c)

รองเท้าแตะ

d)

กางเกงขายาว

115.

0.03472 มีเลขนัยสำคัญกี่ตำแหน่ง

a)

6

b)

5

c)

4

d)

3

116.

ข้อใดไม่ใช่การถ่ายเทความร้อน

a)

การแผ่รังสีความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การนำความร้อน

d)

การส่งรังสีความร้อน

117.

การต้มน้ำด้วยหม้อสเตนเลส อยากทราบว่าหม้อได้รับพลังงานความร้อนแบบใด

a)

การแผ่รังสีความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การนำความร้อน

d)

การส่งรังสีความร้อน

118.

การละลายสารประกอบไอออนิก มีการใช้พลังงานอยู่สองชนิด คือพลังงานใด

a)

พลังงานแลททิช

b)

พลังงานไฮเดรชัน

c)

พลังงานไอออไนเซชัน

d)

พลังงานสัมภรรคภาพ

119.

Like dissolve like คืออะไร

a)

การละลายของสารตัวทำละลาย

b)

การละลายของสารตัวถูกละลาย

120.

ถ้าสาร A มีค่าการละลายเท่ากับ 2.5g/100g อยากทราบว่าถ้า A มี 7.5 กรัม ในน้ำ 150 g อยากทราบว่า A สามารถละลายได้หรือไม่

a)

ละลาย

b)

ไม่ละลาย

121.

โครมาโทกราฟฟีใช้หลักการอะไร

a)

การละลาย

b)

การดูดซับ

c)

การแตกตัว

d)

การแข็งตัว

122.

โครมาโทกราฟฟี ประกอบด้วย

a)

Stationary phase

b)

Mobile phase

c)

Adsorb phase

d)

Solute phase

123.

จุดสีแดง มีค่า Rf เท่าใด

a)

0.2

b)

0.3

c)

0.5

d)

0.6

124.

ข้อใดไม่ไช่ชนิดของโครมาโตกราฟฟี

a)

แบบกระดาษ

b)

แบบบาง

c)

แบบคอลัมน์

d)

แบบหลอด

125.

คอลัมน์โครมาโตกราฟฟี แตกต่างจากชนิดอื่นอย่างไร

a)

ใช้ของเหลวเป็นตัวพา

b)

สารเคลื่อนที่จากบนลงล่าง

c)

อุปกรณ์เป็นแก้วทั้งหมด

d)

การแยกสารได้ไม่ดี

126.

การเตรียมสารในปริมาณความเข้มข้นต่ำมาก จะมีวิธีการเตรียมอย่างไร

a)

ชั่งให้ใกล้เคียงกับความเข้มข้นนั้นๆ

b)

เจือจางจากสารความเข้มข้นมากไปน้อยแบบครั้งเดียว

c)

เจือจางเป็นขั้นๆ

d)

ใช้การผสมกันของน้ำในอัตราส่วน 1:1

127.

สารละลาย NaCl 20%w/w อยากทราบว่าอัตราส่วนเป็นอย่างไร

a)

NaCl 20 g, H2O 80 g

b)

NaCl 80 g, H2O 20 g

c)

NaCl 20 g, H2O 100 g

d)

NaCl 80 g, H2O 100 g

128.

ถ้าต้องการเตรียมสารละลายกรด HCl 1 M ปริมาตร 100 ml จาก HCl 12 M จะต้องปิเปตปริมาตรเท่าใด

a)

8.33 ml in 100 ml

b)

12 ml in 100 ml

c)

1 ml in 100 ml

d)

0.833 in 100 ml

129.

ถ้าต้องการ NaOH ความเข้มข้น 0.01 M ในขวดปริมาตร ขนาด 250 ml ต้องชั้ง NaOH กี่กรัม

a)

1.6 g

b)

0.1 g

c)

2.5 g

d)

1.0 g

130.

การเตรียมสารละลาย ต้องเตรียมอย่างไร

a)

ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยบีกเกอร์

b)

ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยกระบอกตวง

c)

ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยบิวเรต

d)

ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยขวดปริมาตร