Worksheetsรวมเคมี
Total questions: 130
Worksheet time: 3hrs 12mins
สารละลายในข้อใดจัดเป็นสารละลายกรด
สารละลายที่มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 5.8 10-7 mol/dm3
สารละลายที่มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0 10-8 mol/dm3
สารละลายที่มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 1.0 10-6 mol/dm3
สารละลายที่มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 9.0 10-7 mol/dm3
สารละลายข้อใดมีสมบัติเป็นเบสมากที่สุด
สารละลาย A มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 0.001 mol/dm3
สารละลาย B มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0×10-13 mol/dm3
สารละลาย C มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 1.0×10-6 mol/dm3
สารละลาย D มีความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 1.0×10-2 mol/dm3
สารละลายกรด HCl มีความเข้มข้น 2 x 10-6 mol/dm3 มี pH เท่าใด
6.00
5.70
5.50
5.30
สารละลาย KOH เข้มข้น 1 x 10-6 mol/dm3 มี pH เท่าใด
8
7
6
5
สารละลาย Ba(OH)2 เข้มข้น 0.001 mol/dm3 มี pOH เท่าใด
2.75
2.70
2.65
2.60
ผสมสารคู่ใดแล้วจะเกิดปฏิกิริยาสะเทิน
HCl กับ K2CO3
Zn กับ HNO3
CH3COOH กับ Ba(OH)2
Na2CO3 กับ HBr
ปฏิกิริยาระหว่างสารคู่ใดไม่เกิดเกลือ
Mg กับ O2
Fe กับ Cl2
HCOOH กับ NaOH
SO2 กับ Mg(OH)2
เกลือชนิดใดไม่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส
NaHS
K2SO4
CH3COOK
NaF
เกลือชนิดใดไอออนบวกเท่านั้นที่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส
KCN
BaCl2
NH4Br
(NH4)2SO4
สารละลาย X เมื่อแบ่งมา 3 หลอด แล้วหยดอินดิเคเตอร์ปรากฎผล
สารละลาย X มี pH ประมาณเท่าใด
4.0 - 6.0
4.4 - 6.7
6.7 - 7.6
6.7- 8.3
อินดิเคเตอร์ชนิดใดบอกค่า pH ได้ใกล้เคียงที่สุด
ยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์
ฟีนอล์ฟทาลีน
โบรโมไทมอลบลู
เมทิลเรด
เมื่อผสมสารละลาย CH3COOH 0.2 mol/dm3 จำนวน 10 cm3 และสารละลาย NaOH 0.1 mol/dm3
จำนวน 10 cm3 เข้าด้วยกัน สารละลายที่ได้จะเป็นสารละลายที่มีสมบัติอย่างไร
สารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH ต่ำกว่า 7
สารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH สูงกว่า 7
สารละลายที่มี pH เท่ากับ 7
สารละลายที่ประกอบด้วยเกลือ CH3COOH อย่างเดียว
ในการไทเทรตสารละลายแบเรียมไฮดรอกไซด์กับสารละลายกรดซัลฟิวริก เมื่อถึงจุดยุติแล้วปฏิกิริยา
ไอออนิกเขียนได้เป็นอย่างไร
Ba(OH)2 + S → BaSO4 + 2OH-
OH- + 2H3O+ → 2H2O
Ba2+ + S → BaSO4
Ba2+ + 2OH- + 2H3O+ + S → BaSO4 + 4H2O
18. ใส่ NaOH 1 g ลงในสารละลาย H2SO4 50 cm3 เข้มข้น 0.1 mol/dm3 สารละลายที่ได้มีสมบัติอย่างไร
(Na = 23, O = 16, H = 1)
เป็นกลาง
เป็นกรด
เป็นเบส
เป็นสารละลาย Na2SO4
สารในข้อใดไม่สามารถใช้เป็นยาลดกรดได้
MgCO3
Al2O3
KHCO3
Ba(OH)2
ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการผสมสารละลาย CrCl3 กับ KOH
CrCl2
H2O
KCl
ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุข้อใดไม่ถูกต้อง
19A [Ar] 4s2
24B [Ar] 4s1 3d5
26C [Ar] 4s2 4p6
35D [Ar] 4s2 3d10 4p5
ธาตุ X[Ne]3s23p3 มีเลขอะตอมเท่าใด
5
10
13
15
สารใดละลายน้ำจะได้สารละลายกรด
HNO3
(NH4)2CO3
KOH
Na2CO3
ไอออนใดที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสารที่มีสมบัติเป็นเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส
H2O
OH-
H3O+
H+
หลักฐานสำคัญที่แสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร
สารมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน
สารบางชนิดมีสมบัติการนำไฟฟ้า
การทำให้สารเปลี่ยนสถานะต้องใช้พลังงาน
สารแต่ละชนิดมีรูปร่างแตกต่างกัน
สารประกอบที่เกิดจาก พันธะไอออนิก เรียกว่า
สารประกอบไอออนิก
สารโคเวเลนต์
สารโลหะ
สารโครงผลึกร่างตาข่าย
สารประกอบใดต่อไปนี้ ไม่ได้
เกิดจากพันธะไอออนิก
NaF , NaCl
NaNO3 , NH4F
BaSO4 , CuS
CO2 , HCl
ข้อใดเขียนสูตรสารประกอบได้ถูกต้อง
MgCl2 , CaCl2
MgO , K2Cl
Li2Cl , Al2O3
Ca2F , Na2S
ข้อใดเรียกชื่อสารได้ถูกต้อง
BaSO4 แบเรียมซัลไฟด์
NaNO3 โซเดียมไนเตรต
NH4Cl แอมโมเนียมคลอรีน
CaO แคลเซียมออกซิไจด์
ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติของสารประกอบไอออนิก
มีความแข็งแต่เปราะ
ในสภาพของแข็งไม่นำไฟฟ้า
ตีเป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้
มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง
กำหนดให้ พลังงานแลตทิซ แทนด้วย DH1 พลังงานไฮเดรชัน แทนด้วย DH2 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการละลายของสารประกอบไอออนิก
พลังงานการละลาย = DH1 + DH2
พลังงานการละลาย = DH1 - DH2
ถ้า DH1 มีค่ามากกว่า DH2 จะเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก
ในโมเลกุลของไนโตรเจน (N2) อะตอมทั้งสองสร้างพันธะกันแบบใด
พันธะเดี่ยว
พันธะคู่
พันธะสาม
พันธะโลหะ
ข้อใดกล่าวถึงพันธะโคเวเลนต์ได้ถูกต้อง
เกิดจากอโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
เกิดจากโลหะใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน
เกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับอโลหะ
เกิดจากอโลหะเสียอิเล็กตรอนให้กับโลหะ
ข้อใดสรุปถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานพันธะในโมเลกุลที่มี C สร้างพันธะกัน
พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ > พันธะสาม
พันธะเดี่ยว < พันธะคู่ < พันธะสาม
พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ < พันธะสาม
พันธะเดี่ยว = พันธะคู่ = พันธะสาม
ข้อใดอ่านชื่อโมเลกุลตามสูตร N2O3 ได้ถูกต้อง
ไดไนโตรเจนออกไซด์
ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์
ไนโตรเจนไตรออกซิไจด์
ไดไนโตรเจนไตรออกซิไจด์
รูปร่างของโมเลกุล CH4 มีลักษณะอย่างไร
ทรงสี่หน้า
มุมงอ
เส้นตรง
พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
สารในข้อใดมีรูปร่างเป็นพีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม
PCl5
PBr3
NH3
SiH4
โมเลกุลใดต่อไปนี้เป็นโมเลกุลมีขั้วทั้งหมด
H2 , O2
CHCl3 , BeCl2
I2 , HBr
H2O , NH3
แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลไม่มีขั้ว ซี่งเป็นแรงอ่อน ๆ เรียกว่า
แรงดึงดูดระหว่างขั้ว
แรงลอนดอน
แรงวันเดอร์วาลว์
พันธะไฮโดรเจน
สารผสมระหว่างโมเลกุลต่อไปนี้ข้อใดมีพันธะไฮโดรเจนเกิดขึ้น
CH4 กับ BeCl2
I2 กับ C2H2
H2O กับ C2H5OH
C6H14 กับ NaCl
เพราะเหตุใด เพชร จึงมีจุดเดือด จุดหลอมเหลว สูงกว่าสารโคเวเลนต์ทั่วไป
เพราะในผลึกของเพชรมีพันธะโลหะด้วย
C อะตอมเกิดพันธะโคเวเลนต์ กับอะตอมข้างเคียง 4 อะตอม
การเปลี่ยนแปลงสถานะของ เพชร ต้องทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม
ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก
สมบัติของโลหะในข้อใดอธิบายการตีเป็นแผ่นของโลหะได้ดีที่สุด
โลหะมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงมาก
โลหะมีเวเลนต์อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ได้อิสระ
อิเล็กตรอนในก้อนโลหะรับและกระจายคลื่นแสงได้
ไอออนบวกและไอออนลบในก้อนโลหะสามารถเลื่อนไถลได้
เมื่อกล่าวถึงสสารข้อใดกล่าวผิด
สมบัติของสารจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ สมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมี
ความหนาแน่นและจุดเดือดจัดเป็นสมบัติทางกายภาพ
สารประเภทคอลลอยด์ สามารถกรองผ่านกระดาษกรองได้แต่ไม่ผ่านเซลโลเฟน
สารเนื้อเดียวต้องประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียวเท่านั้น
เมื่อกรองของเหลวชนิดหนึ่งด้วยกระดาษกรองพบว่ามีอนุภาพของแข็งเหลืออยู่ ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง
สารนั้นเป็นคอลลอยด์
สารนั้นเป็นสารแขวนลอย
สารนั้นเป็นสารละลาย
สารนั้นอาจเป็นสารละลายหรือคอลลอยด์
ข้อใดเรียงลำดับขนาดอนุภาคของสารจากขนาดใหญ่ไปเล็กได้ถูกต้อง
คอลลอยด์ สารแขวนลอย สารละลาย
สารละลาย สารแขวนลอย คอลลอยด์
สารแขวนลอย สารละลาย คอลลอยด์
สารแขวนลอย คอลลอยด์ สารละลาย
นำสาร A มาหาจุดเดือด พบว่าจุดเดือดไม่คงที่ ข้อใดสรุปถูกต้อง
เป็นสารเนื้อเดียว
เป็นสารละลาย
เป็นสารบริสุทธิ์
เป็นสารประกอบ
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
คอลลอยด์บางชนิดเป็นสารบริสุทธิ์
น้ำสบู่จัดเป็นอิมัลซิฟายเออร์ช่วยให้ไขมันและสิ่งสกปรกรวมตัวกับน้ำได้
จุดเดือดของสารบริสุทธิ์คงที่
น้ำโคลนจัดเป็นสารแขวนลอย
การจะเลือกวิธีใดในการแยกสารเนื้อผสมนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งใดเป็นสำคัญ
อุณหภูมิของสารเนื้อผสมนั้น
สมบัติของสารเนื้อผสมนั้น
สมบัติของสารที่เป็นส่วนประกอบ
ปริมาณของสารที่เป็นส่วนประกอบ
ข้อความใดกล่าวถึงการทำโครมาโทกราฟีได้ถูกต้อง
ใช้ตรวจชนิดของสารที่เป็นองค์ประกอบในการละลายได้
ใช้หลักการละลาย และการดูดซึม
ใช้แยกสารที่มีจำนวนน้อย
ถูกทั้ง 1 , 2 และ 3
ถ้ามีผงตะไบเหล็กปนอยู่กับผงถ่านและเกลือแกง การแยกตามข้อใดมีขั้นตอนเรียงลำดับเหมาะสมที่สุด
ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก ละลายน้ำ กรองด้วยกระดาษกรอง
ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก กรองด้วยกระดาษกรอง ละลายน้ำ
ละลายน้ำ กรองด้วยกระดาษกรอง ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก
ละลายน้ำ ดูดด้วยอำนาจแม่เหล็ก กรองด้วยกระดาษกรอง
การทำเกลือสมุทรอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ข้อใดบ้าง
การตกผลึก
การกลั่น
การระเหย
ถูกเฉพาะ 1 และ 3
สารเนื้อผสมในข้อใดที่สามารถแยกได้ โดยอาศัยสมบัติการระเหิด
น้ำตาลทรายปนพริกขี้หนู
เกลือแกงปนพิมเสน
ผงชูรสปนเกลือแกง
ลูกเหม็นปนการบูร
ธาตุซึ่งมีเลขอะตอมต่อไปนี้ ข้อใดมีค่า IE1 เรียงตามลำดับจากน้อยไปหามาก
8, 9, 10, 11, 12
12, 11, 10, 9, 8
11, 12, 8, 9, 10
10, 9, 8, 12, 11
สารประกอบต่อไปนี้ข้อใดมีสี
K2SO4 , MnCl2
K2Cr2O7 , Fe(OH)3
Cl2O , Co(NO3)2
Ni(NH3)2+6 , RbCl
สิ่งที่เหมือนกันในระหว่างธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในหมู่เดียวกันในตารางธาตุ คือ
มีค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 เท่ากัน
มีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนเหมือนกัน
มีการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอนของระดับพลังงานชั้นนอกสุดเหมือนกัน
มีขนาดใกล้เคียงกันมาก
สารประกอบคลอไรด์ที่มีจุดหลอมเหลวต่ำที่สุด คือ
NaCl
CaCl2
NCl3
LiCl
ถ้าอะตอมของอาร์เซนิกได้รับ 3 อิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น จะได้อนุภาคที่มีการจัดอิเล็กตรอน เหมือนกับอะไร
อาร์กอน
โบนมีน
คลิปตอน
อันติโมนี
ธาตุใดต่อไปนี้มีความว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยามากที่สุด
F2
O2
Na
Cl2
สาร A เป็นธาตุมีสมบัตินำไฟฟ้าได้ ทั้งซัลไฟด์และคลอไรด์ของ A เป็นของเหลวที่ไม่ละลายในน้ำ สาร A ควรเป็นธาตุใด
Ca
N
C
Sn
เมื่อนำ CaO ไปละลายน้ำ จะได้สารใดเป็นผลิตภัณฑ์
CaOH
H2
Ca(OH)2
O2
ข้อใดเป็นประโยชน์ของสารประกอบคลอไรด์
ใช้ฆ่าเชื่อโรค
ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกสี
ใช้เป็นตัวทำละลาย
ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
ธาตุในกลุ่มใดที่ประกอบด้วยธาตุแทรนซิชันทั้งหมด
Fe Si Sb Rb
Fe Al Cu Fr
Fe Co Te AT
Fe Cu Cr Mn
ปฏิกิริยาลูกโซ่นี้ถ้าไม่มีการควบคุม จะเกิดปฏิกิริยารุนแรงเรียกว่าอะไร
ลูกระเบิดปรมาณู
ระเบิดลูกโซ่
ระเบิดนิวเคลียร์
ถูกทุกข้อ
ธาตุกัมมันตภาพรังสี Co – 60 นำมาใช้ประโยชน์อย่างมากมายยกเว้นข้อใด
รักษาโรคมะเร็ง
ใช้ในการถนอมอาหาร
กำจัดวัชพืช
การหาอายุวัตถุโบราณ
พลังงานกระตุ้นคืออะไร?
พลังงานน้อยที่สุดที่ใช้ในการสลายพันธะเคมี
พลังงานน้อยที่สุดที่ทำให้การชนนั้นเกิดปฏิกิริยาเคมี
พลังงานมากที่สุดที่ใช้ในการสลายพันธะเคมี
พลังงานที่มากที่สุดที่ทำให้การชนนั้นเกิดปฏิกิริยาเคมี
จากรูปภาพ การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์จาก
สาร X → Y
Δ E มีค่าเท่าใด และเป็นปฏิกิริยาชนิดใด
75 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิด ดูดพลังงาน
100 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิด คายพลังงาน
25 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิดดูดพลังงาน
-25 KJ เป็นปฏิกิริยาชนิดคายพลังงาน
พิจารณาสมการปฏิกิริยาต่อไปนี้
H2(g) + I2 (g) ↔ 2HI (g) ; Ea = 167.2 KJ ................... สมการ 1
Br2 + H2 ↔ 2HBr ; Ea = 78.6 KJ ..........สมการ 2
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
สมการที่ 1 เกิดง่ายกว่าสมการ 2
สมการที่ 1 มีอัตราปฏิกิริยาที่มากกว่าสมการ 2
สมการที่ 1 เกิดได้ช้ากว่าสมการที่ 2
สมการที่ 1 เกิดภาวะสมดุลเร็วกว่าสมการที่ 2
เมื่อระบบเข้าสู่สภาวะสมดุล จะสังเกตได้อย่างไร
อัตราปฏิกิริยามีค่าเท่ากันในช่วงเวลา
ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น
สารตั้งต้นถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์จนหมด
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์คงที่
จากรูปภาพ การปฏิกิริยาจาก
สาร Y → X
มีค่าพลังงานกระตุ้น (Ea) เท่าใด
75 KJ
100 KJ
25 KJ
-25 KJ
จงคำนวณค่าคงทีสมดุล (K) จากสมการ
2SO2 (g) + O2 (g) ↔ 2SO3 (g)
ณ จุดสมดุล มีความเข้้มข้นของ SO2 O2 และ SO3 เท่ากับ 0.5 M , 0.2M และ 0.6M ตามลำดับ
6
7.2
0.17
6.52
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
การลดหรือเพิ่มความเข้มข้นทำให้ค่าคงที่สุมดุลเปลี่ยนไปจากเดิม
การเพิ่มหรือลดความดันมีผลต่อค่าคงที่สมดุลของสารในสภาวะก๊าซ
การเพิ่มหรือลดอุณหภูมิมีผลต่อค่าคงที่สมดุล
การเติมตัวเร่งปฏิกิริยามีผลต่อค่าคงที่สมดุล
พิจารณาปฏิกิริยาเคมีดังต่อไปนี้
4NH3(g)+ 5O2(g) → 4NO(g)+ 6H2O(g)
ถ้าหากลดความดันของระบบ ข้อใดกล่าวถูกต้อง (มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ)
ปฏิกิริยามีทิศทางไปทางซ้าย (ย้อนกลับ)
ปฏิกิริยามีทิศทางไปทางขวา (ไปข้างหน้า)
ค่าคงที่สุมดุลไม่เปลี่ยนแปลง
จุดสมดุลไม่เปลี่ยนแปลง
พิจารณาสมการปฏิกิริยาเคมี
H₂(g) + CO₂(g) ↔ H₂O(g) + CO(g) ; K1 = 5.6x102
จงหาค่า K2 ของสมการ
H₂O(g) + CO(g) ↔ H₂(g) + CO₂(g) ; K2 = ..........?
1.79x10-3
1.12x103
22.66
3.58x10-3
พิจารณาสมการปฏิกิริยาเคมี
H₂(g) + CO₂(g) ↔ H₂O(g) + CO(g) ; K1 = 5.6x102
จงหาค่า K3ของสมการ
1/3H₂(g) + 1/3CO₂(g) ↔ 1/3H₂O(g) + 1/3CO(g) ; K3 = ..........?
1.68x103
5.36x10-3
1.79x10-3
8.24
ข้อใดคือ "กรดอ่อน" และ "เบสอ่อน" ทั้งหมด
HNO3 , KOH
HF, NaHCO3
HClO4 ,H2CO3
CH3COOH, NaOH
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
กรดอ่อนสามารถแตกตัวได้ไอออนทั้งหมด
เบสแก่มีสมบัติเป็นสาร Non-electrolyte
กรดอ่อนและเบสออ่อนไม่สามารถนำไฟฟ้าได้
กรดแก่และเบสแก่จัดได้ว่าเป็นสาร electrolyte ที่ดี
สารที่รับคู่อิเล็คตรอนเป็น กรด
สารที่ให้คู่อิเล็คตรอนเป็น เบส
หลักการนี้เป็นของนักวิทยาศาตร์คนใด
อาร์รีเนียส
โรเบิรต์ บอยล์
ลิวอิส
เบรินสเตด-ลาวรี
พิจารณาสมการต่อไปนี้
CH3COONa(aq) + H2O (aq) ↔ CH3COOH (aq) + NaOH (aq)
ข้อใดกล่าวถูกต้องตามทฤษฎีของเบรินสเตด-ลาวรี
CH3COONa เป็น กรด
CH3COOH เป็น คู่กรด
H2O เป็นเบส
NaOH เป็นเบส
สมบัติสารที่เป็น เบส ในข้อใดกล่าวถูกต้อง (มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ)
มีรสขม ฝาด
เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากแดง → น้ำเงิน
เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากน้ำเงิน → แดง
ทำปฏิกิริยากับกรดได้เกลือ
หลักฐานสำคัญใดที่แสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร
สารมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน
สารบางชนิดมีสมบัติการนำไฟฟ้า
การทำให้สารเปลี่ยนสถานะต้องใช้พลังงาน
สารแต่ละชนิดมีรูปร่างแตกต่างกัน
พิจารณาธาตุและสมบัติต่าง ๆ ดังนี้
(1) ธาตุ X เป็นโลหะที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตัว เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจะเกิดสารที่มีสูตรเป็น X2O
(2) ธาตุ Y เป็นโลหะ อยู่ในหมู่ 2 คาบ 3 เมื่อทำปฏิกิริยากับคลอรีนจะเกิดสารที่มีสูตรเป็น YCl2
(3) ธาตุ A และ Z มีเลขอะตอมเป็น 6 และ 9 ตามลำดับ เมื่อเกิดเป็นสารประกอบจะได้สารที่มีสูตรเป็น
AZ4
ข้อใดถูกต้อง
(1) และ (2)
(1) และ (3)
(2) และ (3)
(1) (2) และ (3)
พิจารณาตารางธาตุที่กำหนดให้ต่อไปนี้
ไอออนของธาตุใดมีขนาดใหญ่ที่สุด
(1)
(3)
(5)
(6)
ธาตุในข้อใดมีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด
6C
15P
12Mg
13Al
มี Co-60 อยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อทิ้งไว้ 25 ปี พบว่า มี Co-60 เหลืออยู่ 2.5 กรัม ถ้า Co-60 มีครึ่งชีวิต เท่ากับ 5 ปี ตอนเริ่มต้น จะมี Co-60 อยู่กี่กรัม
40
60
80
120
พิจารณาการเกิดพันธะโคเวเลนต์ที่กำหนดให้
X และ Y คือธาตุใด ตามลำดับ
S และ F
C และ Br
Cl และ O
Mg และ Cl
พิจารณาข้อมูลจำนวนอนุภาคมูลฐานและมวลของธาตุ M X และ Y ดังนี้
จากข้อมูล ข้อสรุปใดต่อไปนี้ถูกต้อง (9 วิชาสามัญ 2562)
สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ X คือ 4323X
ธาตุ M มีเลขอะตอมมากกว่าธาตุ Y 4 หน่วย
ธาตุ X มีจำนวนนิวตรอนมากกว่าธาตุ M 1 อนุภาค
ธาตุ M มีจำนวนอนุภาคในนิวเคลียสน้อยกว่าธาตุ X 2 อนุภาค
กำหนดค่าพลังงานไอออไนเซซัน (IE) ของธาตุเป็น kJ/mol ดังนี้
ธาตุคู่ใดที่อยู่ในหมู่ที่ 3 และธาตุคู่ใดที่อยู่ในหมู่ที่ 2 ตามลำดับ
AB และ CD
AC และ DE
AC และ BD
AD และ BE
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ธาตุสมมติ A B C D E F G และ H เป็นธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันของตารางธาตุจากหมู่ IA ถึง VIIIA ตามลำดับ ข้อใดถูกต้อง
A มีพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ต่ำที่สุดและออกไซด์ของ A เมื่อละลายน้ำแล้วจะมีสมบัติเป็นกรด
B รวมกับคลอรีนได้สารประกอบที่มีสูตร BCl2 และสารประกอบนี้ละลายน้ำ
G เป็นธาตุที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงที่สุดและสารประกอบระหว่าง B และ G มีสูตรเป็น BG
ออกไซด์ของ B และ D มีสมบัติเป็นกรด
ถ้าต้องการเตรียมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เข้มข้น 0.4 mol/dm3 จำนวน 500 cm3 จะต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ กี่กรัม (กำหนดให้ มวลอะตอมของ Na = 23 , O = 16 , H = 1)
2
4
6
8
นาย A ทำการทดลองเพื่อทำให้แก๊สแอโมเนียปริมาตร 5 ลิตร ที่ความดัน 2 atm เปลี่ยนไปมีปริมาตร 8 ลิตร ส่วนนาย B ทำการทดลอง เพื่อทำให้แก๊สคลอรีนปริมาตร 3 ลิตร ที่ความดัน 1.5 atm เปลี่ยนไปมีปริมาตร 9 ลิตร การทดลองของใครจะต้องใช้ความดันมากกว่า และมากกว่าเท่าใด ถ้าทุกการทดลองทำที่อุณหภูมิคงที่
นาย A ต้องใช้ความดันมากกว่านาย B 0.75 atm
นาย A ต้องใช้ความดันมากกว่านาย B 1.25 atm
นาย B ต้องใช้ความดันมากกว่านาย A 0.75 atm
นาย B ต้องใช้ความดันมากกว่านาย A 1.25 atm
เรียงอัตราการแพร่ของแก๊สต่อไปนี้ CH4 N2 C2H4 Cl2 จากเร็วไปช้า
CH4 > C2H4 > N2 > Cl2
Cl2 > N2 > C2H4 > CH4
Cl2 > N2 = C2H4 > CH4
CH4 > C2H4 = N2 > Cl2
แก๊สฮีเลียมบรรจุในถังสองใบซึ่งเชื่อมต่อกันผ่านวาล์ว ถังแรกมีความดัน 3 atm ปริมาตร 15 ลิตร ถังที่สองมีความดัน 2 atm ปริมาตร 10 ลิตร ดังรูป ถ้าเปิดวาล์วให้แก๊สรวมกันโดยไม่มีการถ่ายเทความร้อนจากนอกระบบความดันของแก๊สผสมเป็นกี่บรรยากาศ
2.60
4.33
5.00
6.50
กระบอกสูบอันหนึ่งบรรจุแก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 6 ลิตร ที่อุณหภูมิ 27 oC ความดัน 1 atm ดังรูป (A) เมื่อกดก้านกระบอกสูบลงจนแก๊สมีปริมาตรลดลงร้อยละ 25 พบว่า อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 47 oC ดังรูป (B) ความดันของกระบอกสูบจะมีค่าเท่าใด
1.12 atm
1.42 atm
2.56 atm
4.20 atm
โลหะแมกนีเซียม (Mg) ทำปฏิกิริยาว่องไวกับกรดไฮโดรคลอริก (HCl) ดังสมการ
Mg (s) + 2HCl (aq) → MgCl2 (aq) + H2 (g)
ถ้าต้องการให้เกิด H2 5.0 ลิตร ที่ 25 oC และความดัน 745 mmHg จะต้องใช้โลหะแมกนีเซียม กี่กรัม
(กำหนดให้ มวลอะตอมของ Mg = 24)
1.00
2.50
3.80
4.80
อุปกรณ์นี้ชื่อว่าอะไร
Erlenmeyer flask
Cylinder
Beaker
Pipette
อุปกรณ์นี้ชื่อว่าอะไร
Erlenmeyer flask
Cylinder
Beaker
Pipette
จากรูปคือสัญลักษณ์อะไร
corrosive
Environment toxic
Flammable
Oxidizing agent
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่อุปกรณ์การป้องกัน
เสื้อกาวน์
ถุงมือยาง
รองเท้าแตะ
กางเกงขายาว
0.03472 มีเลขนัยสำคัญกี่ตำแหน่ง
6
5
4
3
ข้อใดไม่ใช่การถ่ายเทความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
การพาความร้อน
การนำความร้อน
การส่งรังสีความร้อน
การต้มน้ำด้วยหม้อสเตนเลส อยากทราบว่าหม้อได้รับพลังงานความร้อนแบบใด
การแผ่รังสีความร้อน
การพาความร้อน
การนำความร้อน
การส่งรังสีความร้อน
การละลายสารประกอบไอออนิก มีการใช้พลังงานอยู่สองชนิด คือพลังงานใด
พลังงานแลททิช
พลังงานไฮเดรชัน
พลังงานไอออไนเซชัน
พลังงานสัมภรรคภาพ
Like dissolve like คืออะไร
การละลายของสารตัวทำละลาย
การละลายของสารตัวถูกละลาย
ถ้าสาร A มีค่าการละลายเท่ากับ 2.5g/100g อยากทราบว่าถ้า A มี 7.5 กรัม ในน้ำ 150 g อยากทราบว่า A สามารถละลายได้หรือไม่
ละลาย
ไม่ละลาย
โครมาโทกราฟฟีใช้หลักการอะไร
การละลาย
การดูดซับ
การแตกตัว
การแข็งตัว
โครมาโทกราฟฟี ประกอบด้วย
Stationary phase
Mobile phase
Adsorb phase
Solute phase
จุดสีแดง มีค่า Rf เท่าใด
0.2
0.3
0.5
0.6
ข้อใดไม่ไช่ชนิดของโครมาโตกราฟฟี
แบบกระดาษ
แบบบาง
แบบคอลัมน์
แบบหลอด
คอลัมน์โครมาโตกราฟฟี แตกต่างจากชนิดอื่นอย่างไร
ใช้ของเหลวเป็นตัวพา
สารเคลื่อนที่จากบนลงล่าง
อุปกรณ์เป็นแก้วทั้งหมด
การแยกสารได้ไม่ดี
การเตรียมสารในปริมาณความเข้มข้นต่ำมาก จะมีวิธีการเตรียมอย่างไร
ชั่งให้ใกล้เคียงกับความเข้มข้นนั้นๆ
เจือจางจากสารความเข้มข้นมากไปน้อยแบบครั้งเดียว
เจือจางเป็นขั้นๆ
ใช้การผสมกันของน้ำในอัตราส่วน 1:1
สารละลาย NaCl 20%w/w อยากทราบว่าอัตราส่วนเป็นอย่างไร
NaCl 20 g, H2O 80 g
NaCl 80 g, H2O 20 g
NaCl 20 g, H2O 100 g
NaCl 80 g, H2O 100 g
ถ้าต้องการเตรียมสารละลายกรด HCl 1 M ปริมาตร 100 ml จาก HCl 12 M จะต้องปิเปตปริมาตรเท่าใด
8.33 ml in 100 ml
12 ml in 100 ml
1 ml in 100 ml
0.833 in 100 ml
ถ้าต้องการ NaOH ความเข้มข้น 0.01 M ในขวดปริมาตร ขนาด 250 ml ต้องชั้ง NaOH กี่กรัม
1.6 g
0.1 g
2.5 g
1.0 g
การเตรียมสารละลาย ต้องเตรียมอย่างไร
ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยบีกเกอร์
ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยกระบอกตวง
ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยบิวเรต
ละลายสารลงในตัวทำละลายแล้วปรับปริมาตรด้วยขวดปริมาตร
