Worksheetsวงจรพัสส์และสวิตชิง
Total questions: 40
Worksheet time: 10hrs 0mins
Name
Class
Date
1.
ลักษณะสัญญาณที่ถูกกำเนิดขึ้นมาตามธรรมชาติและนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางและแพร่หลายคือคลื่นชนิดใด
a)
ไชน์
b)
พัลส์
c)
สี่เหลี่ยม
d)
อินติเกรต
2.
คลื่นที่เกิดจากการผสมคลื่นหลายชนิดเข้าด้วยกันคือคลื่นชนิดใด
a)
ไชน์
b)
เอียง
c)
ขั้นบันได
d)
สามเหลี่ยม
3.
คลื่นสี่เหลี่ยมเกิดขึ้นได้จากการผสมคลื่นใดเข้าด้วยกัน
a)
ไชน์
b)
เอียง
c)
ขั้นบันได
d)
เอกซ์โพเนนเชียล
4.
คลื่นพัลส์กับคลื่นสี่เหลี่ยมแตกต่างกันในส่วนใด
a)
ขนาดความแรงคลื่น
b)
ความลาดเอียงคลื่น
c)
ความถี่ของคลื่นที่เกิดขึ้น
d)
ช่วงเวลาเกิดคลื่นเทียบกับช่วงช่องว่างคลื่น
5.
a)
5 ms
b)
10 ms
c)
15 ms
d)
20 ms
6.
ช่วง prt ของรูปคลื่นมีค่าเท่าไร
a)
10 ms
b)
20 ms
c)
30 ms
d)
40 ms
7.
ค่า prr ของรูปคลื่นมีค่าเท่าไร
a)
50 Hz
b)
100 Hz
c)
150 Hz
d)
200 Hz
8.
a)
10 V
b)
15 V
c)
20 V
d)
25 V
9.
ที่เวลา 20 ms ถูกเรียกว่าอะไร
a)
ขอบขาขึ้น
b)
ขอบขาลง
c)
ช่องว่างพัลส์
d)
ความกว้างพัลส์
10.
ช่วงเวลา 20 - 30 ms ถูกเรียกว่าอะไร
a)
ช่องว่างพัลส์
b)
ความกว้างพัลส์
c)
อัตราการเกิดพัลส์ช้ำ
d)
ช่วงเวลาเกิดพัลส์ช้ำ
11.
ความกว้างพัลส์ มีค่าเท่าไร
a)
6 ms
b)
9 ms
c)
18 ms
d)
24 ms
12.
ช่องว่างพัลส์ มีค่าเท่าไร
a)
6 ms
b)
9 ms
c)
18 ms
d)
24 ms
13.
ช่วงเวลาเกิดพัลส์ซ้ำ มีค่าเท่าไร
a)
9 ms
b)
15 ms
c)
18 ms
d)
20 ms
14.
ที่เวลา 9 ms และ 18 ms ถูกเรียกว่าอะไร
a)
ช่องว่างพัลส์
b)
ความกว้างพัลส์
c)
9 ms คือขอบขาขึ้นและ 18 ms คือขอบขาลง
d)
9 ms คือขอบขาลงและ 18 ms คือขอบขาขึ้น
15.
อุปกรณ์ทำหน้าที่ลดขนาดสัญญาณไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามา ให้ได้ค่าออกเอาต์พุตมีค่าน้อยลงตามต้องการเรียกว่าอะไร
a)
วงจรลดทอนสัญญาณ
b)
วงจรลดรูปสัญญาณ
c)
ตัวลดทอน
d)
ถูกทุกข้อ
16.
อุปกรณ์ชนิดใดที่ทำหน้าที่ลดขนาดสัญญาณไฟฟ้าทุกชนิดที่ป้อนเข้ามา ให้ออกเอาต์พุตโดยที่รูปร่างสัญญาณไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
a)
ตัวเหนี่ยวนำ
b)
ตัวเก็บประจุ
c)
ตัวต้านทาน
d)
ถูกทุกข้อ
17.
วงจรลดทอนสัญญาณ ไม่สามารถช่วยในการทำหน้าที่อะไรได้
a)
ปรับเปลี่ยนรูปร่างสัญญาณให้เปลี่ยนแปลงไปก่อนจ่ายออกเอาต์พุต
b)
ลดผลความไม่ถูกต้องของการต่อเชื่อมอินพุตและเอาต์พุต
c)
ช่วยให้เกิดการแยกกันระหว่างวงจรที่แตกต่างกัน
d)
ปรับสมดุลอิมพีแดนซ์ของวงจร
18.
วงจรตามรูปทำหน้าที่อะไร
a)
ลดทอนสัญญาณ
b)
ลดรูปสัญญาณ
c)
แบ่งแรงดัน
d)
ถูกทุกข้อ
19.
จากรูป ถ้าป้อนสัญญาณไฟสลับมีแรงดัน 24 V เข้าไปยังอินพุตของวงจรที่ประกอบด้วยตัวต้านทาน R1 = 400 , R2 = 200 จงหาค่าระดับสัญญาณไฟสลับออกเอาต์พุต
a)
4 V
b)
8 V
c)
12 V
d)
16 V
20.
จากรูป ถ้าป้อนสัญญาณไฟสลับมีแรงดัน 24 V เข้าไปยังอินพุตของวงจรที่ประกอบด้วยตัวต้านทาน R1 = 400 , R2 = 200 วงจรมีตัวประกอบการลดทอนเท่าไร
a)
1.5 เท่า
b)
2 เท่า
c)
3 เท่า
d)
6 เท่า
21.
ระดับการลดทอนสัญญาณที่บอกหน่วยเป็นเดซิเบล (dB) ข้อใดมีการลดทอนมากที่สุด
a)
–3 dB
b)
–6 dB
c)
0 dB
d)
12 dB
22.
สัญญาณไฟฟ้าชนิดใดที่ส่งผ่านเข้าวงจรอนุกรม RC แล้วได้สัญญาณออกเอาต์พุตมีรูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง
a)
คลื่นไซน์
b)
คลื่นพัลส์
c)
คลื่นสี่เหลี่ยม
d)
คลื่นสามเหลี่ยม
23.
ป้อนคลื่นสี่เหลี่ยมเข้าอินพุตของวงจรตามรูป จะได้คลื่นตกคร่อมตัวต้านทานเป็นอย่างไร
a)
ตัวเลือก 1
b)
ตัวเลือก 2
c)
ตัวเลือก 3
d)
ตัวเลือก 4
24.
จากรูป ถ้าป้อนคลื่นไซน์เข้าอินพุตแทนคลื่นสี่เหลี่ยม จะได้คลื่นตกคร่อมตัวเหนี่ยวนำเป็นอย่างไร
a)
ตัวเลือก 1
b)
ตัวเลือก 2
c)
ตัวเลือก 3
d)
ตัวเลือก 4
25.
วงจรตามรูปหากนำไปใช้งานกับความถี่คลื่นไชน์จะเรียกว่าวงจรอะไร
a)
อินติเกรเตอร์
b)
กรองความถี่ต่ำผ่าน
c)
กรองความถี่สูงผ่าน
d)
ดิฟเฟอเรนติเอเตอร์
26.
ถ้าป้อนความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมเข้ามาวงจรจะมีชื่อเรียกว่าอะไร
a)
อินติเกรเตอร์
b)
กรองความถี่ต่ำผ่าน
c)
กรองความถี่สูงผ่าน
d)
ดิฟเฟอเรนติเอเตอร์
27.
ถ้ากำหนดให้ R = 6.8k โอห์ม , C = 100pF จงหาค่าความถี่คัตออฟของวงจร
a)
2.34 kHz
b)
23.4 kHz
c)
233.96 kHz
d)
2.34 MHz
28.
หากป้อนความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมพัลส์เข้าวงจรจะได้เอาต์พูตออกมาแบบใด
a)
ตัวเลือก 1
b)
ตัวเลือก 2
c)
ตัวเลือก 3
d)
ตัวเลือก 4
29.
จากรูป มีคุณลักษณะสัญญาณที่ถูกต้องตามข้อใด
a)
สัญญาณอินติเกรตเวลาคงที่น้อย
b)
สัญญาณอินติเกรตเวลาคงที่มาก
c)
สัญญาณดิฟเฟอเรนดิเอตเวลาคงที่น้อย
d)
สัญญาณดิฟเฟอเรนติเอตเวลาคงที่มาก
30.
จากรูป จุดคัตออฟอยู่ที่ตำแหน่งใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
31.
กราฟที่แสดงเป็นของวงจรชนิดใด
a)
อินติเกรเตอร์
b)
กรองความถี่ต่ำผ่าน
c)
กรองความถี่สูงผ่าน
d)
ดิฟเฟอเรนติเอเตอร์
32.
ที่ตำแหน่งคัตออฟมีผลต่อวงจรตามค่าใด
a)
0dB
b)
-3dB
c)
100%
d)
0.707%
33.
ถ้าป้อนความถี่คลื่นสี่เหลี่ยมเข้ามาวงจรจะมีชื่อเรียกว่าอะไร
a)
อินติเกรเตอร์
b)
กรองความถี่ต่ำผ่าน
c)
กรองความถี่สูงผ่าน
d)
ดิฟเฟอเรนติเอเตอร์
34.
จากรูปวงจรเป็นวงจรคลิปเปอร์แบบใด
a)
ขนานตัดสัญญาณลบ
b)
ขนานตัดสัญญาณบวก
c)
อนุกรมตัดสัญญาณลบ
d)
อนุกรมตัดสัญญาณบวก
35.
จากรูปวงจรจะได้สัญญาณออกเอาต์พุตแบบใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
36.
ถ้ากลับแบตเตอรี่ V โดยจ่ายบวกให้ขา A ของไดโอด D จะได้เอาต์พุตออกมาแบบใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
37.
จากรูปถ้ากลับขั้วได้โอด D ให้ขา K ต่อเข้าขั้วลบแบตเตอรี่ V จะได้เอาตัพุตออกมาแบบใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
38.
จากรูปเป็นวงจรคลิปเปอร์แบบใด
a)
อนุกรมตัดสัญญาณบวก
b)
อนุกรมตัดสัญญาณลบ
c)
ขนานตัดสัญญาณบวก
d)
ขนานตัดสัญญาณลบ
39.
จากรูปวงจรจะได้สัญญาณออกเอาต์พุตแบบใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
40.
ถ้ากลับขั้วแบตเตอรี่ V โดยจ่ายขั้วบวกให้ขา A ของไดโอด D จะได้เอาต์พุตออกมาแบบใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
100 %
