Font size
Worksheetsแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
Total questions: 17
Worksheet time: 25mins
กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า (ต้นฉบับ) เป็นผลงาน
การประพันธ์ของกวีท่านใด
ทอมัส เกรย์
เจเค โรว์ลิ่ง
แดน บราวน์
จอห์น แฮมพ์เด็น
บุคคลใดได้นำฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วนำมาแต่งใหม่เป็นกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า โดยได้มีปรับและการดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับธรรมเนียมนิยมของไทย
ทอมัส เกรย์
(Thomas Gray)
พระสารประเสริฐ
(ตรี นาคะประทีป)
พระยาอนุมานราชธน (ยง เสถียรโกเศศ)
พระยาอุปกิตศิลปสาร
(นิ่ม กาญจนาชีวะ)
จากเรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เหตุการณ์เกิดขึ้น
ที่บริเวณใด
ชนบทแห่งหนึ่ง
ในประเทศไทย
ป่าช้าในวัดชนบท
แห่งหนึ่ง
ธรรมชาติในป่า
โบราณสถาน
กวีนิพนธ์ Elegy Written in a Country มีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด
ประเทศไทย
ประเทศอังกฤษ
ประเทศอเมริกา
ประเทศออสเตรเลีย
กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า คัดมาเพื่อให้นักเรียนศึกษาจำนวนกี่บท
มีจำนวน ๑๙ บท
มีจำนวน ๒๐ บท
มีจำนวน ๒๑ บท
มีจำนวน ๒๒ บท
“วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่ง! ย่ำค่ำระฆังขาน
ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน
ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน
ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย”
จากบทประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์แบบใด
ใช้โวหารภาพพจน์
แบบอุปมา
ใช้โวหารภาพพจน์
แบบอติพจน์
ใช้โวหารภาพพจน์
แบบสัทพจน์
ใช้โวหารภาพพจน์
แบบบุคคลวัตหรือบุคลาธิษฐาน
ลักษณะบังคับของกลอนดอกสร้อย คำที่ ๒ ของวรรคแรก
จะใช้คำใด
เอ๋ย
เอย
เออ
เฮ้ย
กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าใช้สัญลักษณ์ใดแทน
ความตาย
เสียงระฆัง
เสียงเรไร
ความมืด
นกแสก
“ศพเอ๋ยศพไพร่ ไม่มีใครขึ้นชื่อระบือขาน
ไม่เกรงใครนินทาว่าประจาน ไม่มีการจารึกบันทึกคุณ
ถึงบางที่มีบ้างเป็นอย่างเลิศ ก็ไม่ฉูดฉาดเชิญประเสริฐสุนทร์
พอเตือนใจได้บ้างในทางบุญ เป็นเครื่องหนุนนำเหตุสังเวชเอย”
จากบทประพันธ์ข้างต้นกวีกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างไร
น้ำเสียงปลงตก
น้ำเสียงเยาะเย้ย
น้ำเสียงเคียดแค้น
น้ำเสียงดูถูกดูหมิ่น
ข้อใดคือใช้โวหารภาพพจน์แบบสัทพจน์
ใครจะยอมละทิ้ง
ซึ่งสิ่งสุข
เคยเป็นทุกข์
ห่วงใยเสียได้ง่าย
วังเอ๋ยวังเวง
หง่างเหง่ง !
ย่ำค่ำระฆังขาน
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร
ไม่ยิ่งใหญ่เท่า
ห่วงดวงชีวิต
แม้คนลืมสิ่งใด
ได้สนิท
ก็ยังคิดขึ้นได้
เมื่อใกล้ตาย
คำประพันธ์ในข้อใดมีสัมผัสสระมากที่สุด
คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ ! เพียง
รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย
มีก็แต่เสียงจังหรีด
กระกรีดกริ่ง !
เรไรหริ่ง !
ร้องขรมระงมเสียง
ชาวนาเหนื่อยอ่อน
ต่างจรกลับ
ตะวันลับอับแสง
ทุกแห่งหน
สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ
ตามวิสัยชาวนา
เย็นกว่าเอย
“ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย”
จากบทประพันธ์ข้างต้นนี้กวีต้องการเสนอสาระสำคัญ
เกี่ยวกับเรื่องใด
สังคมหลงมัวเมา
ในกิเลส
ให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขตลอดไป
การละทิ้ง ซึ่งความสุข
ก่อให้เกิดความทุกข์
มนุษย์ควรรู้จักปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต
ข้อใดคือคุณค่าด้านเนื้อหาของเรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
มุ่งแสดงความสำคัญ
ของชีวิต
มุ่งแสดงความเป็นไปของชีวิต
มุ่งแสดงสัจธรรม
ของชีวิต
มุ่งแสดงคุณค่า
ของชีวิต
“ต้นเอ๋ยต้นไทร สูงใหญ่รากย้อยห้อยระย้า
และต้นโพธิ์พุ่มแจ้แผ่ฉายา มีเนินหญ้าใต้ต้นเกลื่อนกล่นไป
ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้ ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้
แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย”
จากบทประพันธ์ข้างต้นนี้ ต้นโพธิ์และต้นไทร อยู่บริเวณใด
บริเวณหลังอาคารร้างและบ้านร้าง
บริเวณอุทยานตาม
สถานที่พักผ่อน
บริเวณหลังสวนสาธารณะ
บริเวณวัดและป่าช้า
ให้นักเรียนสรุปเรื่องและข้อคิดที่ได้รับจากเรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
ให้นักเรียนอธิบายความหมายของวรรณกรรมและวรรณคดี
ชื่อ - นามสกุล ชั้น เลขที่
