WorksheetsUN07
Total questions: 76
Worksheet time: 38mins
Loss of Excitation ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หมายถึงข้อใด
1 : การสูญเสียพลังงานในสนามแม่เหล็กกระตุ้นในขด Field Winding ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
2 : ค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในขด Field Winding ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
3 : การสูญเสียสนามแม่เหล็กกระตุ้นในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
4 : ค่าความความต้านทานในขด Field Winding ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ความผิดปกติแบบใด ไม่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันขดลวดสเตเตอร์ (Stator) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 :Ground fault
2 : Unbalanced fault
3 : Over-voltage
4 : Over-speed
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สำคัญได้แก่
1 : การป้องกันขดลวดสเตเตอร์
2 : การป้องกันเมื่อความถี่สูงหรือค่ำเกินไป
3 : การป้องกันการสูญเสียสนามแม่เหล็กกระตุ้น
4 : ถูกทุกข้อ
Solidly Earthed หมายถึงข้อใด
1 : การต่อลงดินโดยตรง
2 : การต่อลงดินโดยผ่านค่าอิมพีแคนซ์ที่มีค่าสูงมากๆ
3 : การต่อลงดินในสถานที่ที่มีสภาพเป็นหินกรวด เช่น ภูเขา เป็นด้น
4 : การต่อลงดินของอาคารที่มีพื้นเป็นคอนกรีต
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิด Overheating ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 : Overload
2 : Failure of Cooling System
3 : Shorted laminations in the Stator Iron
4 : Over-excitation
รีเลย์ในข้อใดต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ในการป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 : Differential Protection Relay (87) และ Time Overcurrent Relay (51)
2 : Field Relay (40) และ Directional Power Relay (32)
3 : Phase-Balance Current Relay (46) และ Temperature Relay (49)
)
4 : Buchholz Relay (63) และ Distance Relay (21
คำกล่าวในข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 : เมื่อเกิดลัดวงจรภายนอกเขตป้องกัน ไม่จำเป็นต้องปลดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออกจากระบบถึงแม้ว่ากระแสลัดวงจร จะสูงมากก็ตาม
2 : การป้องกันแบบ Differential Protection สามารถใช้ป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้ได้
3 : การป้องกันสภาวะสูญเสียสนามกระตุ้น (Loss of Excitation Protection) ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ คือ การป้องกันสภาวะสูญเสียซิงโครนิส
ซึม ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีความเร็วเกินพิกัค
4 : Undervoltage Relay ใช้ป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีแรงดันต่ำเกินจนทำให้โรเตอร์มีเสียงคราง และทำให้เกิดสิ่งผิดปกติอื่นๆ ตามมา
กรณีที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ต่อลงดินจากจุดนิวตรอลผ่านตัวด้านทานทำใ ห้การป้องกันโดยใช้ Differential Relay จะมีขดลวดบางส่วนไม่สามารถ
ป้องกันได้เมื่อเกิดลัดวงจรลงดิน ปัญหานี้จะมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไร
1 : ใช้ Time Overcurrent Relay
2 : ใช้ Ground Relay
3 : ใช้ Mho Relay
4 : ใช้การต่อหม้อแปลงเพื่อหา Negative Phase Sequence
ข้อใดคือวิธีการต่อลงดินของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator Earthing)
1 : Direct Earthing or Solidly Grounded
2 : Resistance Earthing
3 : Distribution Transformer Earthing
4 : ถูกทุกข้อ
การต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบแบบ Unit Connected หมายถึงข้อใด
1 : การต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโดยตรง
2 : การต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู้ระบบโดยผ่านหม้อแปลง Step, Up
3 : การต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู้ระบบแบบเป็นกลุ่มหลายๆ เครื่องพร้อมกัน
4 : การต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเล็กเข้าสู่ระบบ
สภาวะปัญห่าใดต่อไปนี้ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโหลคของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น
1 : Under Frequency
2 : Over Voltage
3 :High Current
4 : Under speed
ข้อดีของการต่อลงดิน โดยตรง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 : กระแสฟอลด์มีค่าสูง ทำให้อุปกรณ์ป้องกันทำงานได้อย่างรวดเร็ว
2 : ไม่มีปัญหา transient over voltage ดังนั้นฉนวนของขดลวดสเตเตอร์จึงมีความปลอดภัยมากขึ้น
3 : ระบบมี้ความปลอดภัยเนื่องจากอุปกรณ์ไม่เกิดความเสียหายจากกระแสฟอลต์
4 : ค่าขนาดของแรงดันในอีก 2 เฟสที่ไม่ได้เกิดฟอลต์จะไม่มีปัญหาแรงดันสูงเกินปกติ
การต่อลงดินโดยผ่าน Distribution Transformer สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีข้อดี คือ
1 : ช่วยให้รีเลย์ตรวจจับ Ground Fault ทำงานเร็วขึ้น
2 : ใช้หม้อแปลงแทน Reactor เพื่อความประหขัดในการต่อลงดิน
3 : เพื่อชดเษยกระแส 3rd Harmonics
4 : ช่วยลดขนาดของตัวต้านทานที่ใช้ต่อลงดิน ซึ่งช่วยให้ประหขัดค่าใช้จ่าย
จุดประสงค์หลักของการต่อลงดิน โดยผ่านความด้านทานค่าสูง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า คือ
1 : ช่วยให้ริเลย์ไม่ตัดวงจรในทันที ถ้ากระแสยังมีค่าต่ำอยู่
2 : ช่วยทำให้ริเลย์ตรวจจับฟอลต์ลงดินมีเสถียรภาพ
3 : เพื่อวัดค่าแรงดันที่ตกคร่อมความค้านทานสูง ให้รีเลข์แรงดันทำงาน
4 : เพื่อลดขนาดของกระแสฟอลด์ให้ต่ำลง ซึ่งจะช่ายลดความเสียหายที่อาจเกิดจากการลัดวงจร และถ้ารีเลย์ทำงานเร็วเพียงพอก็จะไม่มี
ความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเลย
ความผิดปกติของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ในข้อใดต่อไปนี้ ไม่สามารถใช้ริเลข์ตรวจจับและป้องกันได้
1 : การเกิดสภาวะแรงคันต่ำกว่าปกติ
2 : การเกิดสภาวะโหลดไม่สมดุล
3 : การสั่น (Vibration) ของแกนโรเตอร์ขณะเริ่มเดินเครื่อง
4 : การเกิดสภาวะความถี่สูงเกินไป
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถ้ำาต้องการป้องกัน Loss of Field Protection จะต้องใช้รีเลข์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 46
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 40
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 32
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป ถ้าต้องการป้องกัน Reverse Power Protection จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 46
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 40
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 32
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป ถ้ต้องการป้องกันสภาวะจ่ายกระแสโหลดไม่สมดุล (Unbalance Curent) จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใค ตาม
มาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 46
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 40
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 32
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป ถ้ต้องการป้องกันสภาวะการง่ายแรงดันเกิน (Overvoltage) จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 59
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 27
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 64
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 81
การทำ Synchronization เครื่องกำเนิดไฟฟ้เข้าสู่ระบบ จะต้องใช้งานอุปกรณ์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code เพื่อทำการ Synchronism
Check และ Synchronizing ระบบ
1 : ใช้อุปกรณ์เบอร์ 10
2 : ใช้อุปกรณ์เบอร์ 25
3 : ใช้อุปกรณ์เบอร์ 43
4 : ใช้อุปกรณ์เบอร์ 79
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป ถ้ต้องการป้องกันสภาวะการทำงานเป็นมอเตอร์ (Anti-motoring) จะต้องใช่รีเลย์เบอร์ใด
ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 46
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 40
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 32
การป้องกันเครื่องกำนิดไฟฟ้า แบบ Sensitive Earth Fault Protection (51N) ทำได้อย่างไร
1 : ใช้ Sensitive Earh Fault Relay (51N) ต่อผ่าน CT จำนวน 3 ชุด ตรวจวัดกระแสเกินเฟสของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
2 : ใช้ Sensitive Earh Faul Rclay (51N) ต่อผ่าน CT จำนวน 1 ชุด ตรวจวัดกระแสในสาย Neutral ที่ต่อลงดินของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
3 : ใช้ Sensitive Earth Fault Relay (51N) ต่อผ่าน VT จำนวน 3 ชุด ตรวจวัดแรงดันที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
4 : 1ช้ Sensitive Earth Fault Relay (SIN) ต่อผ่าน Vโ จำนวน 1 ชุด ตรวจวัดแรงดันที่จุด Neutral ต่อลงดินของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
เมื่อขดถวด Ficld ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเกิดลัดวงจรลงดินหนึ่งจุด จะทำให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น
1 : สนามแม่เหล็กไม่สมดุล
2 : ตัวโรเตอร์เกิดการสั่น
3 : ไม่มีปัญหาใดๆ ยังสามารถเดินเครื่องต่อไปได้ตามปกติ
4 : ไม่มีข้อใดถูก
การป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป ถ้าต้องการป้องกันสภาวะความถี่สูง/ต่ำเกิน (Over and Under Frequency) จะต้องใช้ริเลย์เบอร์ใด ตาม
มาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 27 และ 59 ตามลำดับ
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 50 และ 51 ตามลำดับ
3 :ใช้รีเลข์เบอร์ 81O และ 81U ตามลำดับ
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 24 และ 25 ตามลำดับ
รีเลข์กระแสเกินที่เหมาะกับการใช้ทำหน้ที่ป้องกันสำรอง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ คือ
1 : Inverse Time Overcurrent Relay
2 : Instantaneous Time Overcurrent Relay
3 : Voltage Restraint Overcurrent Relay
4 : Negative Sequence Overcurrent Relay
เมื่อขดลวด Field ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเกิดลัดวงจรลงดินพร้อมกันสองจุด จะทำให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น
1 : ไม่มีปัญหาใดๆ ยังสามารถเดินเครื่องต่อไปได้
2 :ตั้วโรเตอร์เกิดการสั่น
3 : แรงดันจ่ายออกจะสูงขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
เมื่อกระแสทั้ง 3 เฟส ที่จ่ายออกมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไม่สมดุล จะเกิดเหตุการณ์ใดต่อไปนี้ตามมา
1 : โรเตอร์จะสั่นและแกว่ง
เกิดความร้อนสูงขึ้นในโรเตอร์
3 : กำลังไฟฟ้าที่จ่ายออกมาจะแกว่ง
4 : ไม่มีข้อใคถูก
เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอยู่ในสถานะจ่ายกำลังไฟฟ้าแบบ Underexcited ค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะเป็นไปตามเงื่อนไขใด
ต่อไปนี้
1 : Vt < Eg ค่ามุม power factor มีค่าเป็นลบ
2 : Vt> Eg ค่มุม power factor r มีค่าเป็นลบ
3 : Vt <Eg ค่ามุ่ม power factor มีค่าเป็นบวก
4 : Vt> Eg ค่ามุม power factor มีค่าเป็นบวก
การป้องกันแบบใดต่อไปนี้ จัดเป็น Back Up Protection สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
1 : Stator Earth Fault Protection
2 :
Loss of Excitation Protection
3 : Prime Mover Failure Protection
4 : Under and Over Voltage Protection
หลังจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชิงโครนัสสูญเสียสนามกระตุ้น (Loss of Excitation) จะไม่ทำให้เกิดผลที่ตามมาในลักษณะไดต่อไปนี้
1 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้ซิงโครนัสจะกลายเป็น Induction Generator
2 : เกิดความร้อนสูงขึ้นที่ตัว Rotor
3 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะหยุดหมุนอย่างกะทันหัน
4 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไม่สามารถจ่าย Reactive Power ได้
ถ้าต้องการป้องกันล้ดวงจรลงดินของขดลวดสเตเตอร์ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ ให้สามารถป้องกันขดลวดได้ครอบคลุม 100% ควร
ใช้วิธีป้องกันแบบใดต่อไปนี้
1: ใช้วิธี Low Frequency Injection
2 : ใช้การป้องกันแบบ Restricted Earth Fault Protection
3 : ใช้วิธี Sensitive Earth Fault Protection
4: ใช้วิธี Potentiometer
เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้ในระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า เกิดสภาวะสูญเสียเสถียรภาพ (Unstable) เราสามารถตรวจสอบได้โดยใช้รีเลย์ใดต่อไปนี้
1 :Power Relay
Distance Relay
3 : Overcurrent Relay
4 : ถูกทุกข้อ
เราสามารถชื่องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้ปลอดภัยจากสภาวการณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้ายกระแสโหลดไม่สมดุลได้โดยใช้รีเลย์ใดต่อไปนี้
1 : Overeurrent Relay
2 : Overirequency Relay
3 : Negative Phase Sequence Current Filter ร่ วมกับ Overcurrent Relay
4 : ไม่มีข้อใดถูก
Reverse Power Relay ที่ติดตั้งอยู่ในวงจรป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้น ใช้เพื่อป้องกันอุปกรณ์ใด
1 : ป้องกันขคลวด Stator ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
2 : ป้องกันขดลวด Stator ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และ หม้อแปลง
3 :ป้องกันเครื่องต้นกำลัง (Prime Mover)
4 : ป้องกันขดลวดสนามกระตุ้นบน Rotor ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
การป้องกันขดลวดสเตเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชิงโครนัส โดยใช้ริเลย์ 50N และ5 1N เรานิยมตั้งคำเซตดิ้งคังต่อไปนี้
1 : 50N ตั้งคำกระแสเริ่มทำงาน 10% ทำงานทันทีทันใด, 51N ตั้งคำกระแสเริ่มทำงาน 10% ทำงานแบบเวลาผกผันโดยลำดับเวลาทำงาน
ตามหลังรีเลย์ฟอลต์ลงดินปลายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง
2 : 50N ตั้งค่กระแสเริ่มทำงาน 5% ทำงานทันทีทันใด, 5IN ตั้งค่ากระแสเริ่มทำงาน 10% ทำงานแบบเวลาผกผันโดยลำดับเวลาทำงานตาม
หลังรีเลย์ฟูอลต์ลงดินปลายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง
3 : 50N ตั้งค่ากระแสเริ่มทำงาน 10% ทำงานทันทีทันใด, 5IN ตั้งค่ากระแสเริ่มทำงาน 5%, ทำงานแบบเวลาผกผันโดยลำดับเวลาทำงานตาม
หลังรีเลย์ฟูอลต์ลงดินปลายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง
4 : 50N ตั้งดำกระแสเริ่มทำงาน 5% ทำงานทันทีทันใด, 5IN ดั้งค่กระแสเริ่มทำงาน 5% ทำงานแบบเวลาผกผันโดยลำดับเวลาทำงานดาม
หลังรีเลย์ฟอลต์ลงดินปลายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง
การป้องกัน Locked Rotor Protection สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรม ควรจะเลือกใชรีเลย์ใดต่อไปนี้
1 : Distance Relay
2 : Differential Relay
3 : Directional Relay
4 : Over-current Relay
ความผิดปกติแบบใดต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์เหนี่ยวนำที่ไม่ใช่ชนิด Wound Rotor
1 : Overload
2 : Loss of Excitation
3 : Unbalanced Current
4 : Ground Fault
ข้อใดจัดเป็นลักษณะความผิดพร่อง ( Faults) ของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับโหลด
1 : Frame Faults
2 : Reverse Power
3 : Drop in Voltage
4 : Unbalance
ข้อใดจัดเป็นลักษณะความผิดพร่อง (Faults) ภายในมอเตอร์ไฟฟ้า
1 : Frame Faults
2 : Overload
3 : Reverse Power
4 : Jamming
Negative Sequence Overcurrent Protection ที่ใช้ในการป้องกันมอเตอร์ขนาคใหญ่ จะต้องเลือกใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้ริเลย์เบอร์ 49
2 : ใชรีเลย์เบอร์ 46
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
การป้องกันมอเตอร์ขนาดใหญ่ ถ้ำต้องการป้องกัน "Locked Rotor Protection" จะต้องเลือก ช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 49
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 46
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
ถ้ำต้องการป้องกัน '"Undervoltage Protection" ในมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ จะต้องเลือกใช้รีเลข์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 49
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
3 : ใชรีเลย์เบอร์ 27
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 59
การป้องกัน Field Undercurrent Protection สำหรับมอเตอร์ซิงโครนัส ควรเลือกใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 27
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 37
การป้องกัน Loss Excitation Protection สำหรับมอเตอร์ซิงโครนัส ควรเลือกใ ช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 27
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 40
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
ถ้ำต้องการป้องกันการเริ่มเดินเครื่องไม่สมบูรณ์ (Incomplete Sequcnce) ในมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรม จะต้องเลือก
ใช้ริเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 46
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 48
ถ้าต้องการป้องกันการเกิดลัดวง (Short Circuited) จรระหว่างเฟสในมอเตอร์ไฟฟ้เหนี่ยวนำขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรม จะต้องเลือกใช้
รีเลย์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใชรีเลย์เบอร์ 50
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 49
ถ้ำต้องการป้องกันการเกิดลัดวงลงดิน (Ground Faul!) ที่ขดลวดอาร์เมเจอร์ของมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาคใหญ่สำหรับอุดสาหกรรม จะต้อง
เลือกใช้รีเลย์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 50GS
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 27
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 49
4 : ใช้ริเลย์เบอร์ 46
ถ้ำต้องการป่องกันสภาวะ Overload สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำทั่วไป นิชมเลือกใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 27
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 81U
3 :ใช้รีเลย์เบอร์ 49
4 : ใช้ริเลย์เบอร์ 50
Incomplete Sequence Relay (48)สำหรับการป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำทั่วไป ใช้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ใดต่อไปนี้
1 : ใช้ป้องกันการสตาร์ทมอเตอร์ด้วยเวลาที่ยาวนานเกินไป
2 : ใช้ป้องกันการสตาร์ทมอเตอร์ช้ำ หรือการสตาร์ทถี่เกินไป
3 : ใช้ป้องกันการสตาร์ทมอเตอร์ด้วยความเร็วที่ไม่ปกติ
4 : ถูกทุกข้อ
การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่
1 : การป้องกันกระแสเกินโหลด
2 : การป้องกันความร้อนสูงเกินไป
3 : การป้องกันฟ้าผ่าและเส็ร์จ
4 : การป้องกันแรงดันเกิน
ข้อที่ต้องพิจารณาในการป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรม คือ
1 : Motor Characteristics
2 : Motor Starting Conditions
3 : Motor Importance
4 : ถูกทุกข้อ
รีเลย์ใดต่อไปนี้ ไม่สามารถใช้ป้องกันสภาวะ "Single Phasing" สำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ได้
1 : Phase Current Balance Relay
2 : Negative-Sequence Voltage Relay
3 : Negative-Sequence Current Relay
4 : Time Overcurrent Relay
เหตุใดจึงต้องมีการตรวจวัดการลดลงของกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็ก (Field Current) ในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Synchronous
1 : เพื่อป้องกันการเกิด Pull Out of Step ของมอเตอร์ไฟฟ้ในสภาวะที่มีโหลดน้อย (Light Load)
2 : เพื่อป้องกันการดึงกระแสในขดลวด Armature สูงมากเกินในกรณีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีโหลดมากซึ่งขดลวดอาจไหมเสีย
หายได้
3 : เพื่อป้องกันการเกิด Voltage Drop ในขด Exciting Winding ของมอเตอร์
4 : เพื่อป้องกันการเกิด Over-Voltage ในขดลวด Armature ของมอเตอร์
การป้องกันกระแสเกินเฟสแบบทันทีทันใด ในมอเตอร์ไฟฟ้ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
1 : ลดความเสียหายที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากผลของการเกิดฟอลด์ (Fauli)
2 : ลดช่วงเวลาของการเกิดแรงคันตกชั่วขณะ
3 : ลดโอกาสที่ฟอลด์ (Faul1) จะลุกลามและแพร่ขยายความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินในมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป คืออุปกรณ์ใด
1 : Resistance Temperature Detectors หรือ RTD
2 : Thermocouples
3 : Thermistors
4 : ถูกทุกข้อ
Thermistors แบบ Negative-Temperature Coefficient Type (NTC) มีคุณสมบัติตามข้อใด
1 : ค่าความด้านทานจะคงที่เมื่ออุณหภูมิลดลง
2 : คำความด้านทานจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
3 : ค่าความด้านทานจะลดลุงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
4 : ค่าความต้านทานจะคงที่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
Thermistors แบบ Positive-Temperature Coeflicient Type (PTC) มีคุณสมบัติตามข้อใด
1 : ค่าความด้านทานจะคงที่เมื่ออุณหภูมิลดลง
2 : ค่าความด้านทานจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
3 : ค่าความต้านทานจะลดลุงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
4 : ค่าความต้านทานจะคงที่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น
การป้องกัน Overload ในมอเตอร์ไฟฟ้ขนาดใหญ่จะต้องนำค่พารามิเตอร์ใดมาใช้เพื่อคำนวณหาค่กระแสปรับตั้งของรีเลย์
1 : ค่ Locked Rotor Current ของมอเตอร์
2 : ค่า Maximum Symmetrical Starting Current ของมอเตอร์
3 : ค่า Rated Current ของมอเตอร์
4 : ถูกทุกข้อ
การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้แบบใดต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องการให้มีการหน่วงเวลาทำงานของรีเลย์
1 : Locked Rotor Protection
2 : Overload Protection
3 : Stall Protection
4 : Short Circuit Protection
การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้า RTD มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์อะไร
1 : ใช้ตรวจวัดแรงดันตกในมอเตอร์ไฟฟ้า
2 : ใช้ตรวจวัดอุณหภูมิในขดลวดหรือใน Shaft Bearings ของมอเตอร์ไฟฟ้า
3 : ใช้ตรวจวัดความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้า
4 : ใช้ตรวจวัดการสั่นทางกล (Vibration) ที่เกิดขึ้นที่แกนเพลา าของมอเตอร์ไฟฟ้า
ฟอลต์ (Faul:) ในข้อใดต่อไปนี้ ทำให้ชิงโครนัสมอเตอร์เสียหายน้อยที่สุด
1 : การสูญเสียซิงโครนัส
2 : การลี้ดวงจรลงโครงโลหะ
3 : การลัดวงจรระหว่างเฟส
4 : สภาวะที่โรเตอร์ถูกตรึง
การป้องกันกระแสเกินแบบทันทีทันใด (Instantancous) สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้เหนี่ยวนำขนาคใหญ่ การคำนวณหาค่ำกระแสปรับตั้งของรีเลย์งะ
ต้องพิจารณาถึงปัจจัยใดบ้าง
1: ค่า Locked Rotor Current ของมอเตอร์
2 : DC Off'set
3 : Safety Factor
4 : ถูกทุกข้อ
Induction Motor แบบ 3-phase ขนาด 300 kW, 3.3 kV, กระแสพิกัด (In) = 60 A, Locked Rotor Current (LRC) = 330 A (10 s) และ Maximum
Starting Current (MSC) = 545 A (0.1 s) การตั้งค่าเวลาทำงานของรีเลย์กระแสกินเพื่อป้องกัน Short Circuit Protection ควรตั้งค่าอย่างไร
1 : ตั้งแบบ
Instantanneous
2 : ตั้งแบบ Time Delay ไว้ที่ 10 s
3 : ตั้งแบบ Time Delay ไว้ที่มากกว่า 10 s เล็กน้อย
4 : ตั้งแบบ Time Delay ไว้ที่มากกว่า 0.1 s แต่ไม่เกิน 10 s
การเกิด "Single Phasing" หมายถึงข้อใด
1 : การที่ขดลวดของมอเตอร์ไฟฟ้แบบ 3 เฟส เกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (L-G Fault)
2 : การที่ไฟจากแหล่งจ่ายให้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟส เกิดมีสายหลุดหรือสายขาดไป 1 เส้น
3 : การที่ไฟจากแหล่งจ่ายให้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟส เกิดมีสายหลุดไป 2 เส้น
4 : การที่ขดลวดของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟส เกิดการลัดวงจรแบบ 2 เฟส ลงดิน (L-L-G Fault)
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิด Field Current Failure ในมอเตอร์ไฟฟ้แบบ Synchronous
1 : เมื่อความต้านทานของหน้าสัมผัสมีค่าสูงหรือมีการเปีดวงจรระหว่าง Slip Ring และ Brushes
2 : เกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดการทริปของขดลวดกระตุ้น (Exciter)
3 : การทริปของ Remote Exciter
4 : เกิด Negative Sequence Voltage และ Unbalance Voltage จากแหล่งจ่าย
ข้อใดกล่าวถึง "RTD:" ไม่ถูกต้อง
1 : RID: คือ Resistance Temperature Detectors ใช้ตรวจจับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในขดลวดมอเตอร์
2 : RTDs ที่มีใช้งานโดยทั่วไปจะมีค่ความด้านทานเป็น 10 0hm หรือ 120 Ohm ที่สภาวะอุณหภูมิปกติ
3 : RTDs คือ Rotated Resistance Temperature Detectors ใช้ตูรวจจับอุณหภูมิสูงเกินในขดลวดสนามกระตุ้น (Field Winding)
4 : RTDs คือ รีเลย์เบอร์ 26 (ANSI Code) สามารถเลือกปรับตั้งได้ทั้งแบบสั่งให้ Alarm และ Trip
เหตุผลสำคัญของการป้องกันเฟสไม่สมดุล (Phase Unbalance Protection) ในมอเตอร์ไฟฟ้า คือข้อใด
1 : เพื่อป้องกันแรงคันตกชั่ขณะ (Voltage Dip)
2 : เพื่อป้องกันแรงบิดทางกล (Torque) ของมอเตอร์ลดลง
3 : เพื่อป้องกันความร้อนสูงเกินในมอเตอร์
4 : เพื่อป้องกันการสั่น (Vibration) ทางกลในมอเตอร์ ซึ่งจะทำให้มอเตอร์เกิดอาการสั่นคาง
รีเลย์ชนิดใดต่อไปนี้ เหมาะสำหรับใช้ป้องกันการลัดวงจรภายในขดลวด Armature ของมอเตอร์ไฟฟ้า
1 : Impedance Relay
2 : Undervoltage Relay
3 : Current Balance Relay
4 : Percentage Differential Relay
การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้โดยทั่วไป เพราะเหตุใดจึงต้องมีการป้องกันแรงดันตก (Under Voliage Protection) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากแหล่งจ่าย
1 : เพื่อป้องกันมอเตอร์มีความเร็วรอบเพิ่มสูงขึ้นมากจนเกินพิกัด
2 : เพื่อบื้องกันการเกิดความร้อนสูงกินในตั้วมอเตอร์ เนื่องจากกระแสที่เพิ่มขึ้น
3 : เพื่อป้องกันการสั่นของมอเตอร์ ซึ่งอาจทำให้ฉนวนของขดลวดเสียหายได้
4 : เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของแรงบิด ซึ่งจะมีผลต่อภาระทางกลของมอเตอร์
การป้องกันล้ดวงจร (Short Circuit Protecion) ระหว่างเฟสแบบทันทีทันใค (Instantaneous) ในมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำทั่วไป จะต้องปรับตั้งค่ากระแสของรีเลย์อย่างไร
1 : ตั้งค่าให้รีเลย์เริ่มทำงานเมื่อกระแสมีค่าสูงกว่าค่ Locked Rotor Current ของมอเตอร์
2 : ตั้งค่าให้รีเลย์เริ่มทำงานเมื่อกระแสมีค่าสูงกว่า Rated Current ของมอเตอร์
3 : ตั้งค่าให้รีเลย์เริ่มทำงานเมื่อกระแสมีค่สู้งกว่าค่ Maximum Symmetrical Starting Current ของมอเตอร์
4 : ตั้งค่าให้รีเลย์เริ่มทำงานเมื่อกระแสมีค่าสูงกว่าค่ Locked Rotor Current แต่ไม่เกินค่ Maximum Symmetrical Starting Current ของมอเตอร์
การป้องกัน Thermal or Overload Protection ในมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำทั่วไป ควรปรับตั้งค่ารีเลข์อย่างไรจึงจะเหมาะสม
1 : ตั้งค่าให้สูงกว่าค่าพิกัดกระแสของมอเตอร์ และให้รีเลย์ทำงานทันทีทันใด
2 : ตั้งค่าให้สูงกว่าค่าพิกัดกระแสของมอเตอร์ล็กน้อย และให้รีเลย์ทำงานแบบหน่วงเวลา
3 : ตั้งค่าให้สูงกว่าค่า Locked Rotor Current ของมอเตอร์ แต่ให้รีเลย์ทำงานแบบหน่วงเวลา
4 : ตั้งค่าให้ต่ำกว่าค่าพิกัดกระแสของมอเตอร์เล็กน้อย แต่ให้รีเลย์ทำงานแบบหน่วงเวลา
การป้องกัน Stall Protection ในมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป ควรปรับตั้งค่ารีเลข์อย่างไรจึงจะเหมาะสม
1 : ตั้งค่าให้เท่ากับ Locked Rotor Protection และให้รีเลย์ทำงานแบบหน่วงเวลา
2 : ตั้งค่าให้เท่ากับ Overload Protection และให้รีเลย์ทำงานแบบหน่วงเวลา
3 : ตั้งค่าให้เท่ากับ Locked Rotor Protection แต่ให้รีเลย์ทำงานทันที่ทันใด
4 : ตั้งค่าให้สูงกว่า Overload Protection ประมาณ 125% และให้รีเลย์ทำงานทันทีทันใด
การปรับตั้งคำประวิงเวลา (Time Delay) การทำงานของรีเลย์ สำหรับ Stall Protecion ในมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป ควรปรับตั้งค่าเวลาอย่างไรจึงจะ
เหมาะสม
1 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Starting Time ของมอเตอร์
2 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Starting Time แต่ไม่เกินค่า Hot Stall Withstand Time ของมอเตอร์
3 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Hot Stall Withstand Time แต่ไม่เกินค่ Cold Stall Withstand Time ของมอเตอร์
4 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Hot Stall Withstand Time แต่ไม่เกินค่ Heating Time Constant ของมอเตอร์
การปรับตั้งค่ำประวิงเวลา (Time Delay) การทำงานของรีเลย์ สำหรับ Locked Rotor Protection ในมอเตอร์ไฟฟ้ การปรับตั้งค่าเวลาหน่วงไว้
อย่างไรจึงจะเหมาะสม
1 : ตั้งเวลาประวิงให้ต่ำกว่าค่ Hot Stall Withstand Time ของมอเตอร์
2 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Starting Time แต่ไม่เกินค่ Hot Stall Withstand Time ของมอเตอร์
3 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่า Starting Time แต่ไม่เกินค่า Cold Stall Withstand Time ของมอเตอร์
4 : ตั้งเวลาประวิงให้สูงกว่าค่ Hot Stall Withstand Time แต่ไม่เกินค่ Heating Time Constant ของมอเตอร์
การตรวจจับ Bearing Failures ในมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะใช้วิธีการใด
ที่เพิ่มขึ้นที่ตัว Bearing
1 : ใช้วิธีตรวจวัดอุณหภูมิที่เพิ่ม
2 : ใช้วิธีตรวจวัดการสั่นทางกลที่แกนเพลาของมอเตอร์ไฟฟ้า
3: ใช้วิธีตรวจวัดความเร็วรอบทางกล
4 : ใช้วิธีตรวจวัดกระแสรั่วไหลลงโครงโลหะของมอเตอร์ไฟฟ้า
ZCT หมายถึงข้อใด
1 : Zigzag Current Transformer
2 : Zero-Sequence Current Transformer
3 : Burden Impedance ของ CT มีหน่วยเป็นไอห์ม
4 : Zero-Sequence Coupling Current Transformer
