Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเรื่องเสียง

Total questions: 60

Worksheet time: 36mins

Name
Class
Date
1.

องค์ประกอบในการได้ยินเสียง

1. ตัวกลาง 2. ระยะทาง 3. แหล่งกำเนิดเสียง 4. อวัยวะรับเสียง

ข้อใดถูกต้อง

a)

1, 2, 3

b)

1, 2, 4

c)

2, 3, 4

d)

1, 3, 4

2.

เราจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเมื่อใด

a)

เมื่อเราอยู่ในถ้ำลึก

b)

เมื่อเราดำลงในน้ำลึก

c)

เมื่อเราอยู่ในห้องที่ไม่มีอากาศเลย

d)

เมื่อเราอยู่บนยอดเขาสูง

3.

การเกิดเสียงสูง เสียงต่ำขึ้นอยู่กับอะไร

a)

ความถี่ของเสียง

b)

ตัวกลางเสียง

c)

ชนิดของแหล่งกำเนิดเสียง

d)

พลังงานที่ทำให้เกิดเสียง

4.

เสียงทุ้มเสียงแหลมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบใด

a)

ความถี่ของคลื่น

b)

ชนิดของตัวกลาง

c)

ความเร็วคลื่น

d)

ความสูงคลื่น

5.

การเกิดเสียงเริ่มต้นจากสิ่งใด

a)

เสียงเดินทางผ่านตัวกลาง

b)

แหล่งกำเนิดเสียงเกิดการสั่นเทือน

c)

เสียงส่งมายังอวัยวะรับเสียง

d)

อวัยวะรับเสียงประมวลผล แยกแยะเสียงได้

6.

เสียงเดินทางผ่านตัวกลางชนิดใดได้ดีที่สุด

a)

ของเหลว

b)

แก๊ส

c)

ของแข็ง

d)

อากาศ

7.

เสียงสูง-เสียงต่ำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด

a)

การรับเสียงของตัวรับเสียง

b)

ความนานของการเกิดเสียง

c)

ความแรงของแหล่งกำเนิดเสียง

d)

ความถี่ของแหล่งกำเนิดเสียง

8.

ข้อใดแสดงถึงสมบัติการหักเหของเสียง

a)

การเกิดเสียงก้อง

b)

การเห็นฟ้าแลบแต่ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง

c)

การหาตำแหน่งของอาหารของปลาโลมา

d)

การได้ยินเสียงเพื่อนบ้านทั้งที่มีกำแพงทึบกั้นอยู่

e)

การได้ยินเสียงดัง-ค่อยสลับกันเมื่อเดินเข้าใกล้

         ลำโพง

9.

กฎการสะท้อนของเสียงเป็นไปตามความสัมพันธ์ใด

a)

มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน

b)

มุมตกกระทบมากกว่ามุมสะท้อน

c)

มุมตกกระทบน้อยกว่ามุมสะท้อน

d)

เวลาในการตกกระทบเท่ากับเวลาในการสะท้อน

e)

เวลาในการตกกระทบน้อยกว่าเวลาในการสะท้อน

10.

ข้อใดแสดงถึงสมบัติการแทรกสอดของเสียง

a)

การเกิดเสียงก้อง

b)

การเห็นฟ้าแลบแต่ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง

c)

การหาตำแหน่งของอาหารของปลาโลมา

d)

การได้ยินเสียงเพื่อนบ้านทั้งที่มีกำแพงทึบกั้นอยู่

e)

การได้ยินเสียงดัง-ค่อยสลับกันเมื่อเดินเข้าใกล้

         ลำโพง

11.

ข้อใดแสดงถึงสมบัติการเลี้ยวเบนของเสียง

a)

การเกิดเสียงก้อง

b)

การเห็นฟ้าแลบแต่ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง

c)

การหาตำแหน่งของอาหารของปลาโลมา

d)

การได้ยินเสียงเพื่อนบ้านทั้งที่มีกำแพงทึบกั้นอยู่

e)

การได้ยินเสียงดัง-ค่อยสลับกันเมื่อเดินเข้าใกล้ลำโพง

12.

บีตเป็นผลมาจากสมบัติใดของเสียง

a)

การหักเห

b)

การสะท้อน

c)

การกระแทก

d)

การเลี้ยวเบน

e)

การแทรกสอด

13.

ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วมากกว่าอัตราเร็วเสียง

     ในตัวกลางเดียวกันจะเกิดคลื่นอะไร

a)

คลื่นกระแทก

b)

คลื่นดล

c)

คลื่นดอปเพลอร์

d)

คลื่นแอล

e)

คลื่นเลิฟ

14.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นวัตถุประสงคข์องการบุผนังของโรงงานภาพยนตร์ด้วยวัสดุกลืนเสียง

a)

ลดความถี่ของเสียง

b)

ลดความดังของเสียง

c)

ลดการสะท้อนของเสียง

d)

ลดการหักเหของเสียง

15.

ข้อใดต่อไปนี้ที่มีผลต่อความเร็วของเสียงในอากาศมากที่สุด

a)

ระดับความเข้มเสียง

b)

ความดันบรรยากาศ

c)

ความดังของเสียง

d)

อุณหภูมิของอากาศ

16.

หูของมนุษย์เราสามารถรับฟังคลื่นในความถี่เท่าไร

a)

2 Hz - 20 Hz

b)

20 Hz - 2000 Hz

c)

20 Hz - 20000 Hz

d)

20 Hz - 20000 KHz

17.

วางกระดิ่งไฟฟ้าที่ส่งเสียงดังตลอดเวลา และหลอดไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างในครอบแก้วที่ภายในเป็นสุญญากาศแล้ว ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ได้ยินเสียงกระดิ่ง แต่ไม่เห็นแสงหลอดไฟ

b)

ไม่ได้ยินเสียงกระดิ่ง และไม่เห็นแสงจากหลอดไฟ

c)

ได้ยินเสียงกระดิ่ง และเห็นแสงจากหลอดไฟ

d)

ไม่ได้ยินเสียงกระดิ่ง แต่เห็นแสงจากหลอดไฟ

18.

ความดังของเสียงที่ได้ยินขึ้นอยู่กับ

a)

ความยาวคลื่น

b)

อัตราเร็วของเสียง

c)

แอมพลิจูดของคลื่นเสียง

d)

ความถี่ของเสียง

19.

เราสามารถแยกประเภทของแหล่งกำเนิดเสียงว่าเป็นกีตาร์ หรือเสียงขลุ่ยได้จาก

a)

ความเข้มเสียง

b)

ความถี่เสียง

c)

ระดับเสียง

d)

คุณภาพเสียง

20.

แหล่งกำเนนิดเสียงสั่นด้วยความถี่100Hz ให้ความยาวคลื่นเท่ากับ2เมตร อัตราเร็วของคลื่นในตัวกลางนี้มีค่าเป็นเท่าใด

a)

50 m/

b)

100 m/s

c)

150 m/

d)

200 m/s

21.

ข้อใดไม่ใช่ คลื่นเสียง (Sound Wave)

a)

คลื่นเสียงเป็นคลื่นกลชนิดหนึ่ง

b)

คลื่นที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ โดยมีการถ่ายโอนพลังงานผ่านตัวกลาง

c)

คลื่นเสียงเป็นคลื่นตามยาว

d)

คลื่นเสียงเป็นคลื่นตามขวาง

22.

ถ้ายานอวกาศ A และ B อยู่ในอวกาศที่เป็นสุญญากาศ ถ้ายานอวกาศ A กระแทกกับยาน B คนในยาน ทั้ง 2 จะได้ยินเสียงหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ได้ยิน เพราะ สามารถรับรู้เสียงผ่านหู

b)

ได้ยิน เพราะ เสียงสามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้

c)

ไม่ได้ยิน เพราะ เสียงต้องอาศัยตัวกลางในการในการเคลื่อนที่

d)

ไม่ได้ยิน เพราะ เราใส่ชุดอวกาศ

23.

ในสถานที่ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซสเซียส เสียงมีความเร็วในการเดินทางเท่าใด

a)

346 m/s

b)

347 m/s

c)

348 m/s

d)

349 m/s

24.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

1.เมื่อคลื่นเสียงเดินทางผ่านอากาศ จะทำให้ความดันอากาศ ณ บริเวณนั้นเกิดคลื่นอัด ความดันอากาศจะสูงกว่าปกติ

2.ทุกครั้งที่เกิดเสียงจากวัตถุ วัตถุจะเกิดการสั่นสะเทือน

3.เสียงเป็นคลื่นตามขวาง เดินทางโดยอาศัยตัวกลาง

คำตอบที่ถูกต้องคือ

a)

ข้อ1 และ2

b)

ข้อ1 และ3

c)

ข้อ2 และ3

d)

ข้อ1,2 และ3

25.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

1.ในทางการแพทย์อุลตร้าโซนิกตรวจดูอวัยวะภายใน ใช้คุณสมบัติของเสียง คือ การสะท้อน

2.การเทียบเสียงของกีตาร์ให้มีความถี่เท่ากับความถี่ของหลอดเสียงมาตรฐานที่ต้องการ นักดนตรีอาศัยหลักการแทรกสอดของเสียง

3.การหักเหของเสียง มีประโยชน์ในการตรวจหาแหล่งแร่ธาตุ

ข้อใดถูกต้อง

a)

ข้อ1 และ2

b)

ข้อ1 และ3

c)

ข้อ2 และ3

d)

ข้อ1,2 และ3

26.

จงหาความยาวคลื่นของเสียงซึ่งมีความถี่ 1,000 เฮริตซ์ ขณะคลื่นเสียงผ่านน้ำทะเล กำหนดให้อัตราเร็วของเสียงในน้ำทะเลเท่ากับ 1,500 เมตรต่อวินาที

a)

1.5 เมตร

b)

1.0 เมตร

c)

0.67 เมตร

d)

0.50 เมตร

27.

จงหาความถี่ของคลื่นเสียง ขณะคลื่นเสียงผ่านอากาศที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ถ้าความยาวคลื่นเสียงเท่ากับ 0.17 เมตร

a)

1 กิโลเฮริตซ์

b)

2 กิโลเฮริตซ์

c)

ค. 3 กิโลเฮริตซ์

d)

4 กิโลเฮริตซ์

28.

ขณะดำน้ำจะได้ยินเสียงหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ได้ยิน เพราะมีอากาศในหู

b)

ได้ยิน เพราะมีน้ำเป็นตัวกลางของเสียง

c)

ไม่ได้ยิน เพราะมีน้ำปิดหูอยู่

d)

ไม่ได้ยิน เพราะเสีงเคลื่อนที่ผ่านน้ำไม่ได้

29.

นำแผ่นไม้ขนาดเท่าๆกัน แต่มีความยาวไม่เท่ากันมาแขวนไว้ดังรูป เมื่อเคาะทั้ง 4 แผ่น แผ่นใดให้เสียงต่ำที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

30.

ความถี่ของเสียงมีหน่วยวัดค่าเป็นอะไร

a)

เดซิเบล

b)

ริกเตอร์

c)

เฮิรตซ์

d)

แอมแปร์

31.

ถ้านักเรียนต้องการไล่ลำดับเสียงจาก"ต่ำไปสูง" ควรจะเริ่มจากขวดใดไปยังขวดใด

a)

A, B, C, D

b)

B, A, D, C

c)

B, C, A, D

d)

C, D, A, B

32.

ความเข้มเสียงพิจารณาจากปริมาณใด

a)

พลังงานเสียงต่อกำลังเสียง

b)

กำลังเสียงต่อความยาวคลื่นเสียง

c)

พลังงานเสียงต่อความยาวคลื่นเสียง

d)

กำลังเสียงที่ตกลงในหนึ่งหน่วยพื้นที่

e)

พลังงานเสียงที่ตกลงในหนึ่งหน่วยพื้นที่

33.

จากคลื่นในภาพข้อใดกล่าวถูกต้องทั้งหมด

a)

เฟสเริ่มต้น 0 องศา แอมพลิจูด 5 เซนติเมตร

b)

เฟสเริ่มต้น 0 องศา แอมพลิจูด 10 เซนติเมตร

c)

เฟสเริ่มต้น 90 องศา แอมพลิจูด 5 เซนติเมตร

d)

เฟสเริ่มต้น 90 องศา แอมพลิจูด 10 เซนติเมตร

34.

คลื่นชนิดหนึ่งมีความยาวคลื่น 4 เมตร มีจำนวนลูกคลื่นเกิดขึ้น 2 รอบต่อวินาที คลื่นนี้จะมีความเร็วเป็นเท่าไหร่

a)

2 m/s

b)

4 m/s

c)

6 m/s

d)

8 m/s

35.

ข้อเป็นคลื่นตามขวาง

a)

คลื่นเสียง

b)

คลื่นในสปริง

c)

คลื่นแม่เหล็ก

d)

คลื่นเสียง คลื่นในเส้นเชือก

36.

สุรวิทย์ยืนอยู่ริมฝั่งโขงสังเกตเห็นคลื่นผิวนำเคลื่อนที่กระทบฝั่ง มีระยะห่างระหว่างสันคลื่นที่อยู่ถัดไป 10 เมตร และคลื่นมีอัตราเร็ว 5 เมตร /วินาที คลื่นจะทบฝั่งนาทีละกี่ลูก

a)

10

b)

20

c)

30

d)

60

37.

คลื่นน้ำหน้าตรงเคลื่อนที่เข้ากระทบผิวสะท้อนราบเรียบจะเกิดการสะท้อนขึ้นคลื่นน้ำที่สะท้อนออกมามีเฟสเปลี่ยนไปกี่องศา

a)

0

b)

90

c)

180

d)

270

38.

ในการเคลื่อนที่แบบคลื่นนั้นพลังงานจากการสะบัดปลายเส้นเชือกด้านหนึ่ง จะถ่ายทอดไปยังปลายเชือกอีกด้านหนึ่งได้แสดงว่า

a)

พลังงานถ่ายทอดไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ของคลื่น

b)

พลังงานถ่ายทอดหลังการเคลื่อนที่ของคลื่น

c)

พลังงานจะถ่ายทอดไปก่อนที่คลื่นจะเคลื่อนที่มาถึง

d)

พลังงานจากคลื่นจะถ่ายเทให้อนุภาคและอนุภาคจะเคลื่อนที่ไปยังปลายเชือก

39.

คลื่นกล หมายถึง ข้อใดต่อไปนี้

a)

คลื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนพลังงาน

b)

คลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

c)

คลื่นที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

d)

คลื่นที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทพลังงานจลน์เพียงอย่างเดียว

e)

คลื่นที่สามารถเกิดขึ้นเองโดยไม่ถูกสิ่งเร้าจากภายนอกรบกวน

40.

ถ้ากระทุ่มน้ำเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลูกปิงปองที่ลอยห่างออกไปจะเคลื่อนที่อย่างไร

a)

ลูกปิงปองเคลื่อนออกห่างไปมากขึ้น

b)

ลูกปิงปองเคลื่อนที่เข้ามาหา

c)

ลูกปิงปองเคลื่อนที่ขึ้น – ลงอยู่ที่ตำแหน่งเดิม

d)

ลูกปิงปองเคลื่อนที่ไปด้านซ้ายจากตำแหน่งเดิม

e)

ลูกปิงปองเคลื่อนที่ไปด้านขวาจากตำแหน่งเดิม

41.

จากรูปแสดงสมบัติการสะท้อนของคลื่น มุมสะท้อน มีค่าเท่าใด

a)

60๐

b)

45๐

c)

180๐

d)

30๐

e)

90๐

42.

ถ้ากระตุ้นให้ B แกว่งอิสระ ลูกตุ้มใดจะเกิดการสั่นพ้องตาม B

a)

A

b)

C

c)

D

d)

E

e)

ไม่สามารถระบุคำตอบได้

43.

บัพ หมายถึง...

a)

การแทรกสอดเสริมกัน หรือ Anode

b)

การแทรกสอดเสริมกัน หรือ Node

c)

การแทรกสอดหักล้างกัน หรือ Anode

d)

การแทรกสอดหักล้างกัน หรือ Node

44.

ปฏิบัพ หมายถึง...

a)

การแทรกสอดเสริมกัน หรือ Anode

b)

การแทรกสอดเสริมกัน หรือ Node

c)

การแทรกสอดหักล้างกัน หรือ Anode

d)

การแทรกสอดหักล้างกัน หรือ Node

45.

คลื่น 2 ขบวนเดินทางมาเจอกันระหว่างสันคลื่นกับท้องคลื่น เรียกตำแหน่งที่มารวมกันว่าอะไร

a)

การแทรกสอดแบบเสริม

b)

บัพ (Node)

c)

ปฏิบัพ (Antinode)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

46.

คลื่น 2 ขบวนเดินทางมาเจอกันเกิดการรวมกันแบบเสริมกัน เรียกตำแหน่งที่มารวมกันว่าอะไร

a)

ปฏิบัพ (Antinode)

b)

บัพ (Node)

c)

การแทรกสอดแบบหักล้างกัน

d)

ถูกทุกข้อ

47.

คลื่นสองแหล่งมี เฟสตรงกัน เด็กชาย O สนใจจุด P ที่ตำแหน่งปฏิบัพ ถ้าอยากทราบว่าคลื่นทั้งสองแหล่งต่างกันเท่าไร ต้องใช้สูตรอะไรในการหาคำตอบ

a)

∣ S1P-S2P ∣ = nλ

b)

∣ S1P-S2P ∣ = (n- 1/2) λ

48.

"ช่วงเวลาที่คลื่นเคลื่อนที่ครบหนึ่งลูก มีหน่วยเป็นวินาทีต่อรอบ หรือ วินาที (s)" จากข้อความข้างต้นหมายถึงข้อใด

a)

คาบ

b)

ความถี่

c)

อัตราเร็ว

d)

แอมพลิจูด

49.

จากรูป แสดงการสะท้อนของคลื่นในเส้นเชือก โดยปลายข้างหนึ่งของเชือกผูกติดกับกำแพง เมื่อคลื่นตกกระทบกับกำแพง คลื่นสะท้อนจะเกิดขึ้น ดังรูปใด?

a)
b)
c)
d)
50.

จากรูป จุดใดที่มีเฟสเท่ากับ 180°

a)

C

b)

E

c)

G

d)

I

51.

5. จุด P บนภาพ เกิดการแทรกสอดแบบใด

a)

ก. แทรกสอดแบบเสริม

b)

ข. แทรกสอดแบบหักล้าง

52.

7. จากภาพ บอกชื่อเส้นที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

a)

ก. A0 และ A3

b)

ข. A1 และ N1

c)

ค. A1 และ A2

d)

ง. A1 และ N2

53.

8. จากภาพ ระยะทางจากแหล่งกำเนิด S1 ถึงจุด P

และ ระยะทางจากแหล่งกำเนิด S2 ถึงจุด P

มีค่าเท่าใด ตามลำดับ เมื่อความยาวคลื่นมีค่า 1 เมตร

a)

ก. 2 เมตร , 3 เมตร

b)

ข. 3 เมตร , 2 เมตร

c)

ค. 6 เมตร , 4 เมตร

d)

ง. 4 เมตร , 6 เมตร

54.

9. จากข้อ 8 ผลต่างระยะทางจากแหล่งกำเนิดถึงจุด P

หรือ ∣S1P-S2P∣ มีค่าเท่าใด

a)

ก. 1 เมตร

b)

ข. 2 เมตร

c)

ค. 3 เมตร

d)

ง. 4 เมตร

55.

10. ผลต่างระยะทางจากแหล่งกำเนิดถึงจุด P ∣ S1P-S2P ∣

หากจุด P อยู่บนแนวปฏิบัพ (A) ที่ 2

และความยาวคลื่น (λ) มีค่า 5 เมตร

a)

ก. 1 เมตร

b)

ข. 2 เมตร

c)

ค. 5 เมตร

d)

ง. 10 เมตร

56.

ข้อใดคือสูตรในการคำนวณหา ว่าจุดหนึ่งอยู่ตำแหน่งบัพหรือปฏิบัพที่เท่าใด

a)

v = fλ

b)

dsinθ = nλ

c)

d(X/L) = nλ

d)

∣S1P-S2P∣ = nλ

57.

ถ้าจะหาจำนวนบัพและปฏิบัพที่เกิดขึ้นทั้งหมดควรใช้สูตรในข้อใด

a)

d = nλ

b)

v = fλ

c)

∣S1P-S2P∣ = nλ

d)

f = 1/T

58.
การแทรกสอดของคลื่นน้ำ เนื่องจากปุ่มกำเนิดอาพันธ์ S1 และ S2 จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อ S1 และ S2 อยู่ห่างกันมากขึ้น และความยาวคลื่นลดลง
a)
จำนวนแนวบัพ แนวปฏิบัพเพิ่มขึ้น
b)
จำนวนแนวบัพ แนวปฏิบัพลดลง
c)
จำนวนแนวบัพเพิ่มขึ้น แต่แนวปฏิบัพลดลง
d)
จำนวนแนวบัพลดลง แต่แนวปฏิบัพเพิ่มขึ้น
59.

ข้อใดกล่าวได้ถุกต้องเกี่ยวกับคลื่นในภาพ

a)

ความยาวคลื่น เท่ากับ 4 เมตร

b)

แอมพลิจูดเท่ากับ 5 เซนติเมตร

c)

คลื่นมี 4 ลูก พอดี

d)

เฟสเริ่มต้น คือ 90 องศา

60.

ข้อใดคือคลื่นตามขวาง

a)
b)
c)
d)