NEW
Font size
WorksheetsUN08
Total questions: 31
Worksheet time: 16mins
Buchholy Relay คือ
1 : รีเลย์ตรวจจับความผิดปกติที่เกิดภายในภาขในถังของหม้อแปลงชนิดที่มีถังเก็บน้ำมันสำรอง(Conservator) โดขการตรวจจับก๊ซที่เกิด
จากการอาร์กภายใน
2 : รีเลข์เตือนบอกระดับน้ำมันฉนวนภายในหม้อแปลงชนิดที่มี ถังเก็บน้ำมันสำรอง
3 : รีเลตรวจับความผิดปกติภาขในหมั้อแปลงโดยการตรวจจับก็ซเพื่อบอกระดับความร้อนที่เกิดขึ้น
4 : รีเลย์ตรวจจับความผิดปกติในหม้อแปลง โดยการตรวจจับก๊ซเพื่อบอกระดับความความดันก๊ซในหม้อแปลง
เหตุใดจึงต้องมีการป้องกันความร้อนสูงเกิน (Overheating) ในหม้อแปลงไฟฟ้
1 :
เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้เกิดแรงดันตกในหม้อแปลง
2 :
เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ฉนวนของหม้อแปลงเสื่อมสภาพและเกิดความเสีขหายในที่สุด
3:
เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสาเหตุทำให้แกนเหล็กหลอมละลาย
4 : เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้น เป็นสาหตุทำให้แกนเหล็กของหม้อแปลงเกิดอิ่มตัวได้ง่าย
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเกิดภาวะผิดปกติ ที่มีผลกระทบต่อการใช้งานของหม้อแปลงไฟฟ้า
1 : การรั่วของถังน้ำมันหม้อแปลง
2 : การเกิดภาวะแรงดันเกินชั่วครู่เนื่องจากระบบไฟฟ้าภายนอก
3 : การเกิดลัดวงจรในระบบไฟฟ้าภายนอก
4 : การเกิดกระแสพุ่งเข้าขณะเริ่มจ่ายไฟเข้าหม้อแปลง
ระยะเวลาที่หม้อแปลงไฟฟ้าสามารถทนต่อกระแสลัดวงจรค่สูงสุดจากภายนอกได้ (Permitted Fault Duration) ตามข้อกำหนดมาตร ฐาน IEC
60076 [2000] กำหนดไว้อย่างมากไม่เกินกี่วินาที
1 : 0.5 วินาที
2 : 10 วินาที
3 : 2.0 วินาที
4 : 3.0 วินาที
จากสุถิติความเสียหาย (Failure) ที่เกิดขึ้นกับหม้อแปลงไฟฟ้า ท่านคิดว่าส่วนใดของหม้อแปลงไฟฟ้ที่มีสถิติความถี่ของการเกิดความเสียหาย
มากที่สุด
1 : Bushing Failures
2 : Winding Failures
3 : Core Failures
4 : Tap Changer Failures
การป้องกันกระแสเกินของหม้อแปลงไฟฟ้โดยใช้ริเลย์กระแสเกินนั้น จะใช้เมื่อใด
1 :
ใช้สำหรับป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่
2 :
ใช้เมื่อต้องการให้การตัดวงจรเป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงที่กระแสลัดวงจรยังมีค่าต่ำ
3 :
ใช้เมื่อต้องการให้ป้องกันการลัดวงจรลงดิน
4 : ถูกทุกข้อ
Restricted Earth Fault Relay เป็นรีลข์ที่นิยมใช้ในการป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้ชนิดใด
1 :
สายส่งกำลังไฟฟ้า
2 :
หม้อแปลงไฟฟ้า
3 : มอเตอร์ไฟฟ้า
4 : บัสบาร์
การป้องกันหม้อแปลงขนาคใหญ่ด้วยวิธี Difierential Protection เราจะไม่คำนึงถึงผลของปัจจัยใคต่อไปนี้
1 : การเลื่อนเฟส (Phase Shif)
2 : ความดันก๊ซที่เปลี่ยนแปลงไปจากค่าที่ตั้งไว้
3 : อัตราการทดกระแสของ CT
4 : ค่ากระแสหล่อเลี้ยงสนามแม่เหล็กพุ่งเข้า
ทางด้าน Secondary ของหม้อแปลงขนาดเล็ก ควรมีการป้องกันแบบใดต่อไปนี้
1 : Time Delay Overcurrent Relay
2 : Residually Connected Ground Relay
3 :
Transformer Thermal Relay
4 : ถูกทุกข้อ
ถ้ำต้องการป้องกัน Internal Faults ภายในหม้อแปลง ไฟฟ้าขนาคใหญ่ ควรเลือกใ ช้ริเลย์ชนิคใดต่อไปนี้
1 : Overcurrent Relay
2 :
Transformer Thermal Relay
3: Differential Relay
4 : ถูกทุกข้อ
หม้อแปลงไฟฟ้ที่ป้องกันด้วย Difierential Relay มี Mismatich (Spill) Current ที่จะไหลมาเข้ารีเลย์เป็น 0.25 A คำ pick up ของรีเลย์ควรตั้งไว้ที่
เท่าไร
1 : <0.25 A
2 : = 0.25 A
3 : >0.25 A
4 : มากกว่าหรือน้อยกว่า 0.25 A ก็ได้
การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถ้ำาต้องการป้องกัน "Overheating" ในหม้อแปลงจะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใด ตามมาตรฐาน ANSI Code
1: ใช้รีเลย์เบอร์ 51
2 : ใช้ริเลย์เบอร์ 63
3: ใช้รีเลย์เบอร์ 49
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถ้าต้องการป้องกัน "Overload" สำหรับขดลวดค้าน Secondary แบบหน่วงเวลา จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใด
ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 63
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 50
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถ้ำาต้องการป้องกันลัดวงจรลงดินแบบทันทีทัน ใค จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51G
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 63
3:
ใช้ริเลย์เบอร์ 50G
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้ขนาดใหญ่ ถ้าต้องการป้องกัน Interturn Faults ภายในหม้อแปลง จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้ริเลย์เบอร์ 51
2 :
ใช้รีเลย์เบอร์ 27
3 :
ใช้ริเลย์เบอร์ 50
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 87
การป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถ้าต้องการป้องกันฟลักซ์สูงเกินไป (Over/luxing) จะต้องใช้รีเลย์เบอร์ใค ตามมาตรฐาน ANSI Code
1 : ใช้รีเลย์เบอร์ 81O
2 : ใช้รีเลย์เบอร์ 59
3 : ใช้รีเลย์เบอร์ 51/46
4 : ใช้รีเลย์เบอร์ 59/81
เหตุใดจึงต้องมีการป้องกันฟลักซ์สูงเกินไป (Overluxing Protection) ในหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่
1 : เพื่อป้องกันแรงดันตกในหม้อแปลงไฟฟ้า
2 : เพื่อป้องกันกระแสเกิน
3.:
เพื่อป้องกันความถี่สูงเกิน
4 : เพื่อป้องกันความร้อนสะสมสูงเกินที่แกนเหล็ก ซึ่งเป็นอันตรายต่อหม้อแปลง
การปรับตั้งค่าเพื่อป้องกันฟลักซ์สูงเกินไป (Overfluxing Protcction) ในหม้อแปลง ไ ฟฟ้าขนาดใ หญ่ โดยใ ช้อัตราส่วน E/f ควรมีค่าประมาณ
เท่าใดจึงจะเหมาะสม
1 : 0.8
2 : 1.0
3 : 1.1
4 : 1.5
หม็อแปลงไฟฟ้ที่ติดตั้งใช้งานในลักษณะ ใดต่อไปนี้ จำเป็นต้องมีการป้องกันฟลักซ์สูงเกินไป (Overluxing Protction)
1 : หม้อแปลงในระบบจำหน่ายทั่วไป
2 : หม้อแปลงปรับลแรงดันในสถานีไฟฟ้าแรงสูงทั่วไป
3 : หม้อแปลงแบบใช้ฉนวนแห้งทั่วไป
4 : หม้อแปลง Step นp ที่ติดอยู่กับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้ในโรงปั่นไฟฟ้าทั่วไป
การป้องกันแรงดันเกินเสิร์จฟ้าผ่าในขดลวดแรงสูงของหม้อแปลงในระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า สามารถป้องกันได้ด้วยอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
1 : Circuit Breaker
2 : Overvoltage Relay
3 : Lightning Arrester
4 : Overcurrent Relay
หม้อแปลงไฟฟ้ที่มีขดลวดต่อ แบบ Wye - Delta หรือ แบบ Delta - Wye จะมีเฟสของกระแสต่างกันกึ่องศา
1 :15 องศา
2 : 30 องศา
3 : 60 องศา
4:0 องศา
Incipient Fault ในหม้อแปลงไฟฟ้า หมายถึงข้อใด
1 : External Fault
2 : Winding Earth Fault
3 :
Core Fault
4 : Unbalanced Fault
Circulating Current Protection จัดเป็นการป้องกันรูปแบบใด
1 : Overcurrent Protection
Directional Overcurrent Protection
3 : Restricted Earth Fault Protection
4 : Differential Protection
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การฉนวนของขดลวดค้านแรงต่ำของหม้อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่ายเกิดชำรุดเสียหายจนนำไปสู่การลัดวงจรตามมา คือ
1 : เกิดลัดวงจรภายนอกอย่างรุนแรง ทำให้มีแรงเค้นทางกลสูงกระทำต่อขดลวดหม้อแปลงจนฉนวนเกิดชำรุดเสียหาย
2 :
เกิดจากแรงดัน Power Frequency Over-voltage ทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพและชำรุดเสียหายในที่สุด
3 :
ฉนวนน้ำมันมีความชื้นเข้าไปปนอยู่ เป็นสาเหตุทำให้การถนวนของหม้อแปลงเสื่อมคุณภาพลง และนำไปสู่การเกิดเบรกคาวน์ได้ในที่สุด
4 : ถูกทุกข้อ
ข้อใดกล่าวถึงลักษณะสมบัติการเกิดลัดวงจรของหม้อแปลงผิดไปจากความเป็นจริง
1 : หม้อแปลงที่ต่อแบบ Y ซึ่งมีจุดศูนข์ต่อลงดินผ่านอิมพี่แดนซ์ กระแสลัดวงจรจะขึ้นอยู่กับค่อิมพีแดนซ์ที่ต่อลงดิน และระยะห่างจาก
จุดที่เกิด Fault กับจุดศูนย์
2 : หม้อแปลงที่ต่อแบบ Y ซึ่งมีจุดศูนย์ต่อลงดินโดขตรง ค่กระแสลัดวงจรจะถูกจำกัดโดย Leakage Reactance ของตัวหม้อแปลงเอง
โดยตรง
3 : หม้อแปลงที่ต่อแบบ Y ซึ่งมีจุดศูนย์ต่อลงดินผ่านอิมพีแดนช์ ค่กระแส Pimary ที่ไหลผ่านขั้วของหม้อแปลงจะขึ้นอยู่อัตราส่วนอิมพื
แคนซ์ของหม้อแปลงยกกำลังสอง
4 : หม้อแปลงที่ต่อแบบ Dela ค่กระแสถัดวงจรจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากเท่ากับกรณีที่หม้อแปลงต่อแบบ Y
ฟอลต์ที่แกนเหล็ก (Core Faul!) เป็นฟอลตัชนิดหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นภายในหม้อแปลงไฟฟ้าได้ ในทางปฏิบัติสามารถใช้ริเลย์ชนิดใดตรวจจับเหตุ
ผิดปกติจากกรณีนี้ได้
1 : Time Delay Overcurrent Relay
2 : Transformer Thermal Relay
3 : Volts-Per-Hertz Relay
4 : Pressure Switch or Buchholz Relay
เหตุการณ์ฟลักซ์สูงเกิน (Overfluxing) อาจเกิดขึ้นได้ในหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้งานกับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงปั่นไฟฟ้าทั่วไป ทางปฏิบัติเรา
สามารถใช้รีเลย์ชนิดใดตรวจจับเหตุผิดปกติจากกรณีนี้ได้
1 : Time Delay Overcurrent Relay
2 : Transformer Thermal Relay
3 : Volts-Per-Hertz Relay
4 : Pressure Switch or Buchholz Relay
Magnetizing Inrush Current อาจมีผลกระทบทำให้เลย์ที่ใช้ป้องกันหม้อแปลงทำงานผิดพลาดเกินความจำเป็น ในทางปฏิบัติเราสามารถแก้
ปัญหานี้ได้ด้วยวิธีการใด
1 : ใช้ Buchholz Relay
2 : ใช้ Restricted Earth Fault Relay
3:
ใช้วย Harmonics Restraint
4 : ใช้ High Impedance Relay
คำกล่าวในข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้โดยใช้หลักการ Differential Protection
1 : ถ้าขดลวดของหมั้อแปลงกำลัง ต่อแบบ Star ด้านนั้นควรต่อ CT แบบ Delta เพื่อชดเชย Phase Shift เมื่อหม้อแปลงกำลังมีขดลวดทั้ง 2 ด้านต่อไม่เหมือนกัน
2 : ถ้าขดลวดของหม้อแปลงกำลัง ต่อแบบ Delta ค้านนั้นควรต่อ CT แบบ Delta เพื่อชดเชย Phase Shif เมื่อหม้อแปลงกำลังมีขดลวดทั้ง 2
ด้านต่อไม่เหมือนกัน
3 : ในการต่อ CT เพื่อป้องกันหม้อแปลงกำลังไม่ต้องพิจารณาขั้ (Polarily) ของ CT
4 : กรณีหม้อแปลงกำลังที่มีการเปลี่ยนแท็ป (Tab)ได้ ไม่ควรใช้รีเลย์แบบวัดค่ผลต่างเป็นเปอร์เซ็นด์ ในการป้องกัน
ขนาดของ Inrush Current ในหม้อแปลงไฟฟ้า ไม่เกี่ยวข้องกับแฟกเตอร์ใดต่อไปนี้
1:
การต่อลงดินของหม้อแปลง
2 :
ขนาดของระบบไฟฟ้า
3 :
Phase Angle ของแรงดันขณะทำ Switching
4 : ชนิดของสารแม่เหล็กที่ใช้ทำแกนหม้อแปลง
หม้อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่าย 3-Phase พิกัด 800 kVA, 22 KV / 400 V - 230 V, Dyn11, 0il-Immersed (ONAN) ลักษณะการต่อขดลวด
ทางค้านแรงสูงและทางด้านแรงต่ำ เป็นอย่างไร
1 : ขดลวดด้านแรงสูงต่อแบบ Wye ; ขดลวดทางด้านแรงต่ำต่อแบบ Delta
2 : ขดลวดด้านแรงสูงต่อแบบ Wye : ขคลวดทางด้านแรงต่ำต่อแบบ Wye
3 : ขดลวดด้านแรงสูงต่อแบบ Delta ; ขคลวดทางด้านแรงต่ำต่อแบบ Wye
4 : ขดลวดด้านแรงสูงต่อแบบ Delta ; ขดลวดทางด้านแรงต่ำต่อแบบ Delta
