wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คัมภีร์ฉันทศาสตร์#2

Total questions: 28

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.
“นอนฝัน เพ้อ น้ำลายมากในปาก มือ และเท้าเย็น อยากกินอาหารคาวหวาน มือและเท้ายกไม่ขึ้นสะบัดร้อนหนาว” โทษนี้เป็นไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อลม
c)
ไข้เพื่อโลหิต
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
2.
“ขมในปาก อยากกินแต่ของแสลง เนื้อสั่นระริก และเสียดไปทั้งตัว เจ็บไปทั้งตัว จุกเสียด” เป็นลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
3.
“อาการหนาวสะท้าน บิดขี้เกียจ ยอกเสียดในอก” เป็นลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
4.
สะอึก อาเจียน และร้อนรุ่มกลุ้มใจ” เป็นลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
5.
ร่างกายเศร้าดำ ไม่มีคราศรี ไอ กระหายน้ำ ฝาดปาก เจ็บอก หายใจขัด เพราะในท้องมีก้อน” เป็นลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อโลหิต
6.
เจ็บตามผิวหนัง ปัสสาวะเหลือง ร้อนในกระวนกระวาย ชอบอยู่ที่เย็น นัยน์ตาแดง ลงท้อง กระหายน้ำ ” ลักษณะอาการนี้เป็นไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อโลหิต
7.
“ปวดหัวตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ไม่มีน้ำ ตา ปวกคอแห้ง กระหายน้ำ นัยน์ตาแดงดังโลหิต” เป็นไข้สัมประชวรเพื่ออะไร
a)
ไข้เพื่อโลหิต
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อเสมหะ
d)
ไข้เพื่อดี
8.
“วิงเวียน หน้ามืด ตัวไม่ร้อน นัยน์ตาขุ่นคล้ำ และมัว” เป็นลักษณะอาการของไข้สัมประชวรเกิดเพื่ออะไร
a)
ไข้เพื่อลม
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อเสมหะ
d)
ไข้เพื่อดี
9.
“หนาว แสยงขน ขนลุกทั้งตัว หรือร้อนไม่มาก นัยน์ตาเหลืองดังขมิ้น” เป็นลักษณะอาการไข้สัมประชวร เกิดเพื่ออะไร
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อโลหิต
c)
ไข้เพื่อกำเดา
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
10.
“ปวดหัวตัวร้อน หน้าแดง นัยน์ตาแดง มีน้ำ ตาคลอ นัยน์ตาแดงดังโลหิต” เป็นลักษณะอาการของไข้สัมประชวรใด
a)
ไข้เพื่อโลหิต
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อเสมหะ
d)
ไข้เพื่อลม
11.
“ตัวร้อนเพ้อคลั่ง ปวดหัว กระหายน้ำ ขอบนัยน์ตาสีเขียว เป็นแว่น” เป็นลักษณะอาการของไข้สัม
a)
ไข้เพื่อดี
b)
ไข้เพื่อกำเดา
c)
ไข้เพื่อลม
d)
ไข้เพื่อโลหิต
12.
“อาการปวดหัวมาก ไอ หาวนอน บิดตัวเกียจคล้าน เหงื่อไหล” ลักษณอาการนี้เป็นไข้ใด
a)
ไข้เพื่อดี และโลหิต
b)
ไข้เพื่อลม และเสมหะ
c)
ไข้เพื่อเสมหะ และกำเดา
d)
ไข้เพื่อเสมหะ
13.
“ซึมมัว กระหายน้ำ ขมปาก ท้องร้อง เจ็บตามตัว เหงื่อไหล ไอ ตัวไม่ร้อน เป็นปกติ” เป็นลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้เพื่อเสมหะ และลม
b)
ไข้เพื่อเสมหะ และกำเดา
c)
ไข้เพื่อโลหิต และกำเดา
d)
ไข้เพื่อลม และกำเดา
14.
“อาการไอแห้ง หอบมีเสมหะในคอ เล็บมือ และเล็บเท้าเขียว นัยน์ตาแดงสีเขียว มีกลิ่นสาบตัวกลิ่นสุนัข แพะ แร้ง หรือนกกา โกรธง่าย” ลักษณะอาการของไข้ใด
a)
ไข้สัมประชวร
b)
ไข้เพื่อโลหิต
c)
ไข้สันนิบาต
d)
ไข้เพื่อกำเดา
15.
“ไข้ใดเมื่อล้มไข้ 3-4 วัน มีอาการร้อนไปทั้งตัว ทั้งภายนอก-ใน ทุรนทุราย หัวใจสับสน ต้องใช้น้ำเช็ดตัวไว้เสมอ ลิ้นแห้ง คอแห้ง แห้งในอก กระหายน้ำ คลั่งไคล้ หมดสติไป ให้เจ็บโน่นเจ็บนี่ทั่วร่างกายคล้ายคนมีมารยา อยากกินของแสลงดุจผีปอบอยู่ภายใน” ลักษณะอาการนี้เป็นลักษณะไข้ใด
a)
ลักษณะไข้แห่งเตโชธาตุ
b)
ลักษณะไข้แห่งวาโยธาตุ
c)
ลักษณะไข้แห่งอาโปธาตุ
d)
ลักษณะไข้แห่งปถวีธาตุ
16.
“ไข้ใดเมื่อล้มไข้ลงได้ 3-4 วัน ให้มีอาการนอนสะดุ้ง หมดสติ เพ้อ เรอ อาเจียนแต่น้ำลาย มือและเท้าเย็น โรคนี้ตาย 2 ส่วน ไม่ตาย 1 ส่วนถ้าแก้มือเท้าเย็นให้ร้อนไม่ได้ อาการจะทรงเรื้อรัง ไม่ถึง 9วัน 10 วัน จะตายแน่นอน” ลักษณะอาการนี้เป็นลักษณะไข้ใด
a)
ลักษณะไข้แห่งวาโยธาตุ
b)
ลักษณะไข้แห่งอาโปธาตุ
c)
ลักษณะไข้แห่งปถวีธาตุ
d)
ลักษณะไข้แห่งเตโชธาตุ
17.
ไข้ใดเมื่อล้มไข้ลงได้ 4 วัน มีอาการท้องเดิน บางทีมีเสมหะ และโลหิตตามช่องทวารทั้งหนักและเบา บางทีอาเจียนเป็นโลหิต ถ้ารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นอยู่เป็นเวลา 8-9 วัน ต้องตายแน่นอน”ลักษณะอาการไข้นี้เป็นลักษณะไข้ใด
a)
ลักษณะไข้แห่งปถวีธาตุ
b)
ลักษณะไข้แห่งวาโยธาตุ
c)
ลักษณะไข้แห่งอาโปธาตุ
d)
ลักษณะไข้แห่งเตโชธาตุ
18.
“มักเกิดกับบุคคลอายุ 50 ปี ขึ้นไป ในฤดูวัสสานฤดู เริ่มแต่หัวค่ำ ให้สะท้านร้อนสะท้านหนาว ปากคอ เพดานแห้ง เจ็บไปทุกเส้นทุกเอ็นทั่วตัว เป็นพรรดึก นอนไม่หลับ จับแต่หัวค่ำ และจะค่อยๆคลายลงภายใน 4 นาที” ลักษณะอาการนี้เป็นไข้ที่มีสาเหตุจากอะไร
a)
ลมเป็นเอกโทษ
b)
ดีเป็นเอกโทษ
c)
เสมหะเป็นเอกโทษ
d)
ไข้ทุวันโทษลมกับเสมหะ
19.
“ไข้ใดมักเกิดกับบุคคลอายุ 30-40 ปี มักเกิดในคิมหันตฤดู เริ่มแต่เที่ยงวัน มีอาการตัวร้อน คลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำ กระวนกราวายใจ มึนซึม ในคอมีเสมหะ อุจจาระ ปัสสาวะมีเหลืองปนแดง เหงื่อไหล จับแต่เที่ยงไป 5 นาทีก็จะคลาย”
a)
ลมเป็นเอกโทษ
b)
ดีเป็นเอกโทษ
c)
เสมหะเป็นเอกโทษ
d)
ไข้ทุวันโทษดีกับลม
20.
“ไข้ใด มักเกิดกับบุคคลอายุ 15 ปี ในเหมันตฤดู เริ่มจับแต่เช้าตรู่ตอนไก่ขัน มีอาการร้อนข้างนอกกาย แต่ภายในหนาว แสยงขน ไอ คอตีบตื้น กินอาหารไม่ลง เชื่อมมัว ปากหวาน นัยน์ตาขาวอุจจาระปัสสาวะขาว ไข้จับแต่เช้าตรู่ไป 5 นาทีคลาย”
a)
เสมหะเป็นเอกโทษ
b)
ดีเป็นเอกโทษ
c)
ลมเป็นเอกโทษ
d)
ไข้ทุวันโทษ ลมกับเสมหะ
21.
“สะท้านร้อนสะท้านหนาว ในปากในคอเป็นเมือก กระหายน้ำ หอบ ไอ เชื่อมมัว ตัวหนัก ไข้เริ่มจับแต่เช้าตรู่ จะสร่างคลายตอนบ่าย 3 นาที” ลักษณะอาการนี้เป็นทุวันโทษอะไร
a)
ทุวันโทษเสมหะ และดี
b)
ทุวันโทษดี กับลม
c)
ทุวันโทษลม และเสมหะ
d)
ทุวันโทษดี กับกำเดา
22.
“อาการหนักตัว ไอ ปวดหัว เมื่อยตามมือและเท้า เริ่มจับแต่ตอนค่ำ ไปรุ่งเช้าจะสร่างคลายลง มีอาการร้อนรนภายใน เหงื่อไม่มี ข้างนอกเย็น” ลักษณะอาการนี้เป็นทุวันโทษอะไร
a)
ทุวันโทษเสมหะ และดี
b)
ทุวันโทษดี กับลม
c)
ทุวันโทษลม และเสมหะ
d)
ทุวันโทษดี กับกำเดา
23.
“เริ่มจับตั้งแต่เที่ยงวัน ไปจนถึงเย็นค่ำ จึงจะสร่างคลาย มีอาการเชื่อมมัว ปวดเมื่อยตามข้อ หาวอาเจียน ปากและคอแห้ง ขนลุกขนพอง มักสะดุ้ง ตัวร้อน” ลักษณะอาการนี้เป็นไข้ใด
a)
ทุวันโทษเสมหะ และดี
b)
ทุวันโทษดี กับลม
c)
ทุวันโทษลม และเสมหะ
d)
ทุวันโทษดี กับกำเดา
24.
“สะท้านร้อนสะท้านหนาว เคืองนัยน์ตา น้ำตาไหล เจ็บปวดตามข้อ และกระดูกไปจนถึงสมองเหงื่อออกมาก นัยน์ตาเหลือง บางทีแดง นัยน์ตาถลน มองดูสิ่งใดไม่ชัด ดูดังคนบ้า หูปวดและตึงคันเพดาน หอบและหายใจสะอื้น ลิ้นปากเป็นเม็ดเน่าเหม็น ลิ้นบวมดำ ... เป็นเพราะธาตุไฟแตก” ลักษณะอาการนี้เป็นไข้ที่เกิดในช่วงใด
a)
เอกโทษ
b)
ทุวันโทษ
c)
ตรีโทษ
d)
สันนิบาต
25.
อาการทุวันโทษ ถ้ามีอาการ เชื่อมมัว อาเจียน คลื่นไส้ แสดงถึงสมุฏฐานอะไรกล้า
a)
ดีกล้า
b)
ลมกล้า
c)
เสมหะกล้า
d)
กำเดา
26.
“ถ้ามีไข้ตั้งแต่เช้ามืดถึง 3 โมง เชื่อมมัว ตึงตามตัว ตัวหนัก จะนอนไม่หลับสนิท ไอ” สมุฏฐานใดให้โทษกล้า
a)
ดีกล้า
b)
เสมหะกล้า
c)
ลมกล้า
d)
กำเดากล้า
27.
“จับไข้ตั้งแต่เที่ยง มีอาการซวนเซเมื่อลุกนั่งหรือยืน ตัวร้อน อาการนี้ จะมีไปถึงบ่าย 5 นาที จะสร่างคลาย” ลักษณะอาการนี้สมุฏฐานใดกล้า
a)
ดีกล้า
b)
กำเดากล้า
c)
ลมกล้า
d)
เสมหะกล้า
28.
“เริ่มจับแต่บ่าย 5 นาที ไปจนถึงพลบค่ำ ต่อไปจนถึงสว่าง 3 นาที เช้าอาการจะสร่างคลายลง อาการนั้นมีดังนี้คือ ลุกนั่งไม่สะดวก หอบบ่อยๆ คลื่นไส้ ถ่มน้ำลาย หนักตัว ตึงผิวหนัง ปากลิ้นเป็นเมือก” ลักษณะอาการนี้มีสมุฏฐานใดกล้า
a)
ดีกล้า
b)
เสมหะกล้า
c)
ลมกล้า
d)
กำเดากล้า