NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsคัมภีร์กระษัย#1
Total questions: 20
Worksheet time: 20mins
Name
Class
Date
1.
โรคกระษัยที่เกิดเป็นอุปปาติกะโรค มีกี่จำพวก
a)
8 จำพวก
b)
18 จำพวก
c)
26 จำพวก
d)
ไม่มีข้อใดถูก
2.
โรคกระษัยที่เกิดแต่กองธาตุสมุฏฐาน มีกี่จำพวก
a)
8 จำพวก
b)
18 จำพวก
c)
26 จำพวก
d)
ไม่มีข้อใดถูก
3.
ข้อใดจัดเป็นกระษัยที่เป็นอุปปาติกะ
a)
กระษัยลิ้นกระบือ
b)
กระษัยจุก
c)
กระษัยเชือก
d)
ถูกทุกข้อ
4.
วาโยเดินแทงเข้าไปในเส้นเอ็นภายใน เป็นอาคันตุกวาตะ กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยลิ้นกระบือ
b)
กระษัยจุก
c)
กระษัยเชือก
d)
กระษัยราก
5.
กระษัยใด บังเกิดเพื่อลมร้อง
a)
กระษัยลิ้นกระบือ
b)
กระษัยจุก
c)
กระษัยเชือก
d)
กระษัยราก
6.
ให้อาเจียนลมเปล่า และให้ลั่นอยู่ในอุทรดังจ๊อกๆ ให้ตึงทั้งกาย ดุจบุคคลเอาเชือกมารัดไว้ให้ผู้นั้นร้องครางอยู่ทั้งวัน ทั้งคืนมิได้ขาดังจะขาดใจตาย กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยลิ้นกระบือ
b)
กระษัยจุก
c)
กระษัยเชือก
d)
กระษัยราก
7.
กระษัยในข้อใด กระทำให้หัวเหน่าและท้องน้อย แข็งดุจดังแผ่นศิลา ไว้ไหวตัวไปมามิได้ ครั้นแก่เข้าแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก ให้บริโภคอาหารมิได้ ปวดขบดังจะขาดใจตาย
a)
กระษัยจุก
b)
กระษัยเหล็ก
c)
กระษัยเชือก
d)
กระษัยดาน
8.
กระษัยในข้อใด เกิดเพื่อลมตะคริว ขึ้นมาแต่หัวแม่เท้า ให้ปวดขบสะดุ้งทั้งตัว แล้วขึ้นเสียดที่ชายโครงทั้ง 2 ข้าง ให้ร้องดังจะขาดใจ บางทีให้ขบไปทั่วทั้งตัว ถ้าจะรักษาให้นวดเสียก่อน แล้วจึงแต่งยาให้กิน
a)
กระษัยจุก
b)
กระษัยลม
c)
กระษัยเสียด
d)
กระษัยดาน
9.
กระษัยน้ำ เกิดเพื่ออะไรบ้าง
a)
โลหิต น้ำดี กำเดา
b)
น้ำเหลือง เสมหะ กำเดา
c)
เสมหะ โลหิต น้ำดี
d)
โลหิต น้ำเหลือง เสมหะ
10.
กระษัยลม เกิดเพื่อลม 6 จำพวก คือลมข้อใดบ้าง
a)
ลมอโธคมาวาตา
b)
ลมอุทรวาต
c)
ลมกุจฉิสยาวาตา
d)
ถูกทุกข้อ
11.
ที่ตั้งของลม อยู่ที่ใดบ้าง
a)
ใต้สะดือ
b)
เหนือสะดือ
c)
บนสะดือ
d)
ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก
12.
กระษัยในข้อใด เกิดเพื่อโลหิตลิ่ม ครั้นแก่ตัวเข้า แตกออกเป็นโลหิตและน้ำเหลือง ไหลซึมไปในลำไส้ใหญ่ ไส้น้อย ให้ไส้พองท้องใหญ่ ได้ชื่อว่า มานกระษัย รักษายาก
a)
กระษัยลิ้นกระบือ
b)
กระษัยน้ำ
c)
กระษัยท้น
d)
กระษัยล้น
13.
กระษัยในข้อใด มีจิตวิญญาณ เกิดขึ้นในลำไส้ ข้างขึ้นตัวกระษัยกัดเอาชายตับ ชายม้าม และปอด ให้จุกแดก ข้างแรม ตัวกระษัยลงท้องน้อยและหัวเหน่า ให้ขัดอุจจาระ ปัสสาวะ เจ็บปวด ร้องครวญคราง ดังจะขาดใจตาย
a)
กระษัยเต่า
b)
กระษัยปลาดุก
c)
กระษัยปลาหมอ
d)
กระษัยปลาไหล
14.
กระษัยในข้อใด เกิดเพื่อสัณฑฆาต ให้ปวดขบทรวงอก ดังจะขาดใจตาย เป็นแล้วหายไป 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน ก็กลับเป็นอีก ครั้นแก่เข้าให้ผิวขาวซีด ผอมแห้งลง
a)
กระษัยเต่า
b)
กระษัยปลาดุก
c)
กระษัยปลาหมอ
d)
กระษัยปลวก
15.
กระษัยเพลิง เกิดเพื่อเตโชธาตุ 3 ประการ มักให้เป็นฝีมะเร็งชนิดใด
a)
ฝีรวงผึ้ง
b)
ฝีมะเร็งทรวง
c)
ฝีธนูธรวาต
d)
ฝีปลวก
16.
กระษัยอันเกิดแต่กองสมุฏฐานธาตุ 8 จำพวก จำพวกใดเกิดเพื่อลมสัณฑฆาตและปัตฆาต แล่นเข้าในลำเส้น ให้เส้นพองแข็ง ขวางอยู่หัวเหน่า มาบรรจบเกลียวข้าง ถ้าผู้ชายขึ้นข้างขวา ผู้หญิงขึ้นข้างซ้าย
a)
กระษัยกล่อนดิน
b)
กระษัยกล่อนน้ำ
c)
กระษัยกล่อนลม
d)
กระษัยกร่อนเถา
17.
กระษัย เป็นกลุ่มอาการของโรคอะไร?
a)
กลุ่มอาการของโรคมะเร็ง
b)
กลุ่มอาการของโรคริดสีดวง
c)
กลุ่มอาการของโรคกระเพาะอาหาร
d)
กลุ่มโรคที่ทำให้ร่างกายเกิดความสึกหรอ
18.
กระษัยในข้อใดเกิดในลำไส้
a)
กระษัยเต่า
b)
กระษัยปลาหมอ
c)
กระษัยปลาดุก
d)
กระษัยลิ้นกระบือ
19.
กษัยลม เกิดเพื่อลม 6 จำพวก ตั้งอยู่ 4 แห่ง อยู่อย่างไร ข้อไหนที่ตั้งไม่ถูก
a)
ใต้สะดือ 1 แห่ง
b)
เหนือสะดือ 1 แห่ง
c)
ริมสะดือซ้าย 1 แห่ง
d)
ริมฝีปากขวา 1 แห่ง
20.
อาการที่ท้องน้อยและหัวเหน่าแข็งดุจแผ่นศิลา เคลื่อนไหวตัวไม่ได้ นานเข้าลามมาถึงยอดอก บริโภคอาหารไม่ได้ ปวดขบดังจะขาด ใจตาย เป็นอาการของกระษัยอะไร
a)
กระษัยราก
b)
กระษัยเหล็ก
c)
กระษัยศิลา
d)
กระษัยดาน
Reset
