wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คัมภีร์กระษัย#2

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.
กระษัยใดเกิดเพื่อโลหิตคุมกัน
a)
กระษัยล้น
b)
กระษัยเหล็ก
c)
กระษัยจุก
d)
กระษัยปู
2.
เกิดด้วยน้ำหลือง โดยกำลังวาโยพัดให้เป็นฟองแล้วข้นเข้าเป็นก้อน กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยล้น
b)
กระษัยเหล็ก
c)
กระษัยจุก
d)
กระษัยปู
3.
ให้ปวดขบท้องน้อยเป็นกำลัง บริโภคอาหารทับลงไปเมื่อใดค่อยสงบลง ครั้งสิ้นอาหารแล้วกระทำให้ขัดอยู่ในลำไส้ อั้นไปทั้งท้องเจ็บดังจะขาดใจ กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยล้น
b)
กระษัยเหล็ก
c)
กระษัยจุก
d)
กระษัยปู
4.
ตั้งยู่ยอดอกแข็งดั่งศิลา ถ้าตั้งลามลงไปถึงท้องน้อยเมื่อใดกระทำให้ร้องครวญครางอยู่ทั้งวันทั้งคืน
a)
กระษัยปลวก
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยดาน
d)
กระษัยเสียด
5.
กระษัยใด เกิดเพื่อบริโภคอาหาร
a)
กระษัยปลวก
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยดาน
d)
กระษัยเสียด
6.
กระษัยใดเป็นอติสัยโรค รักษามิได้ ถ้าจะรักษาต้องรักษาแต่ยังไม่ลงถึงหัวเหน่า
a)
กระษัยปลวก
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยดาน
d)
กระษัยเสียด
7.
ให้ขัดอุจจาระ ปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเหลืองดังขมิ้น บางทีแดงดังน้ำฝางต้ม ดังน้ำดอกคำ และตับกระษัยนั้นพันขึ้นตามลำไส้ กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยปลาไหล
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยปลาหมอ
d)
กระษัยเสียด
8.
ให้ขัดอุจจาระ ปัสสาวะ ให้เจ็บปวดเวทนาเป็นกำลัง ให้ร้องครวญครางอยู่ดังจะขาดใจตาย กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยปลาไหล
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยปลาหมอ
d)
กระษัยเสียด
9.
ตั้งอยู่ที่ชายโครงขวาเท่าฟองไข่ เป็นอสาทิยโรค กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยเต่า
b)
กระษัยท้น
c)
กระษัยดาน
d)
กระษัยเสียด
10.
ตั้งขึ้นแต่หัวเหน่า หยั่งถึงหัวใจ แข็งดุจเหล็ก ให้แน่นชายโครงเป็นกำลัง ขัดอุจาระปัสสาวะ และให้ปัสสาวะดำเป็นมัน กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยน้ำ
b)
กระษัยเชือก
c)
กระษัยลม
d)
กระษัยเสียด
11.
ตั้งลามขึ้นไปดังฝีมะเร็งทรวงและฝีปลวก กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยน้ำ
b)
กระษัยเชือก
c)
กระษัยลม
d)
กระษัยเสียด
12.
กระษัยลม เกิดเพื่อลมในลำไส้ มีลักษณะอย่างไร
a)
เป็นดานกลมเข้าประมาณเท่าลูกตาน เมื่อนานเข้าให้แข็งไปทั้ง 2 ข้าง ให้จุกเสียดแน่นในอก
b)
ให้แล่นเข้าในกระดูก ให้เมื่อยขบในกระดูก ดังจะแยกจากกัน
c)
ลมอันนั้นประมวลกันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง
d)
เกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเป็นแก่บุคคล ลมนั้นพัดอยู่เดียงยอดอก แล่นเข้าลำไส้ ให้เป็นเม็ดในลำไส้ มักให้เป็นฝีรวงผึ้ง เจ็บปวดพันประมาณ
13.
กระษัยลม เกิดเพื่อลมทั่วกาย มีลักษณะอย่างไร
a)
เป็นดานกลมเข้าประมาณเท่าลูกตาน เมื่อนานเข้าให้แข็งไปทั้ง 2 ข้าง ให้จุกเสียดแน่นในอก
b)
ให้แล่นเข้าในกระดูก ให้เมื่อยขบในกระดูก ดังจะแยกจากกัน
c)
ลมอันนั้นประมวลกันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง
d)
เกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเป็นแก่บุคคล ลมนั้นพัดอยู่เดียงยอดอก แล่นเข้าลำไส้ ให้เป็นเม็ดในลำไส้ มักให้เป็นฝีรวงผึ้ง เจ็บปวดพันประมาณ
14.
กระษัยลม เกิดเพื่อลมนอกลำไส้ มีลักษณะอย่างไร
a)
เป็นดานกลมเข้าประมาณเท่าลูกตาน เมื่อนานเข้าให้แข็งไปทั้ง 2 ข้าง ให้จุกเสียดแน่นในอก
b)
ให้แล่นเข้าในกระดูก ให้เมื่อยขบในกระดูก ดังจะแยกจากกัน
c)
ลมอันนั้นประมวลกันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง
d)
เกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเป็นแก่บุคคล ลมนั้นพัดอยู่เดียงยอดอก แล่นเข้าลำไส้ ให้เป็นเม็ดในลำไส้ มักให้เป็นฝีรวงผึ้ง เจ็บปวดพันประมาณ
15.
กระษัยลม เกิดเพื่อลมอุทรวาต มีลักษณะอย่างไร
a)
เป็นดานกลมเข้าประมาณเท่าลูกตาน เมื่อนานเข้าให้แข็งไปทั้ง 2 ข้าง ให้จุกเสียดแน่นในอก
b)
ให้แล่นเข้าในกระดูก ให้เมื่อยขบในกระดูก ดังจะแยกจากกัน
c)
ลมอันนั้นประมวลกันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง
d)
เกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเป็นแก่บุคคล ลมนั้นพัดอยู่เดียงยอดอก แล่นเข้าลำไส้ ให้เป็นเม็ดในลำไส้ มักให้เป็นฝีรวงผึ้ง เจ็บปวดพันประมาณ
16.
เมื่อจะบังเกิด ตั้งเป็นก้อนที่หัวเหน่าซ้ายหรือขวา แล้วเลื่อลงมาอัณฑะ จะกระทบผ้านุ่งมิได้ ให้เจ็บเสียวตลอดถึงหัวใจ กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยกล่อนลม
b)
กระษัยกล่อนดิน
c)
กระษัยกล่อนน้ำ
d)
กระษัยกล่องเถา
17.
ให้ร้อนในอก ให้ตัวเย็นยิ่งนัก แล้วให้ปวดขบเป็นกำลัง ถ้าบริโภคอาหารสิ่งใดสิ่งหนึงเป็นสิ่งอันร้อนถึงจะคลายสักหน่อย กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยกล่อนลม
b)
กระษัยกล่อนดิน
c)
กระษัยกล่อนน้ำ
d)
กระษัยกล่องเถา
18.
เกิดเพื่อลมันฑะฆาต และปัตตะฆาต แล่นเข้าไปในลำไส้ให้เส้นพองขวางอยู่หัวเหน่ามาบรรจบเกลียวข้าง อาการดุจฝีปลวก ฝีมะเร็งทรวง ผิดกันที่น้ำมูตร กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยกล่อนลม
b)
กระษัยกล่อนไฟ
c)
กระษัยกล่อนน้ำ
d)
กระษัยกล่องเถา
19.
ให้จับเวลาบ่าย ให้บวมหน้าบวมหลัง บวมเท้า ถ้าบวม 3 อย่าง รักษาไม่ได้ กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยกล่อนลม
b)
กระษัยกล่อนไฟ
c)
กระษัยกล่อนน้ำ
d)
กระษัยกล่องเถา
20.
โรคนี้เป็นเพราะกินของคาวหวานนัก เป็นๆ หายๆ ประมาณ 12-13 ปี แล้วกลายเป็นมวนกระษัย รักษาไม่ได้ ให้แก่แต่ยังอ่อน กล่าวถึงกระษัยใด
a)
กระษัยกล่อนลม
b)
กระษัยกล่อนไฟ
c)
กระษัยกล่อนน้ำ
d)
กระษัยกล่องเถา