wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Final โภช

Total questions: 81

Worksheet time: 2hrs 2mins

Name
Class
Date
1.

กินอย่างไรถึงจะพอ

a)

กินทั้งวัน 2500kcal ใช้พลังงานทั้งหมด 3200kcal

b)

กินทั้งวัน 3200kcal ใช้พลังงานทั้งหมด 3200kcal

c)

กินทั้งวัน 4000kcal ใช้พลังงานทั้งหมด 3200kcal

d)

กินทั้งวัน 3200kcal ใช้พลังงานทั้งหมด 2500kcal

2.

ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสำหรับนักกีฬา ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดเป็นหลัก

a)

เวลาการพักผ่อน

b)

กิจกรรม

c)

ปริมาณโปรตีน

d)

ชนิดของคาร์โบไฮเดรต

3.

นักกีฬาต้องการโปรตีนสูงขึ้นเพื่อ

a)

เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

b)

เพื่อให้กล้ามเนื้อสลายได้อย่างสมบูรณ์

c)

เพื่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

d)

เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งมวลของกระดูก

4.

ความต้องการของโปรตีนขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

กิจกรรม

b)

การผักผ่อน

c)

ชนิดกีฬา

d)

ปริมาณไขมันในแต่ละวัน

5.

ข้อใดถูก

a)

นาย เอ กินข้าวมือใหญ่ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม.

b)

นายบี กินอาหารเหลวก่อนออกกำลังกาย 3-4 ชม. โดยไม่กินอย่างอื่นเลย

c)

นายก กินอาหารระว่างมื้อ ก่อนออกกำลังกาย 3-4 ชม. และกินอาหารมื้อใหญ่ ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม.

d)

นายตู่กินอาหารมื้อใหญ่ก่อนออกกำลังกาย 3-4 ชม. และกินอาหาร เหลวก่อนออกำลังกาย 1-2 ชม

6.

การได้รับอาหารที่มีพลังงานและสารอาหารเพียงพออย่างสม่ำเสมอถือเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด ในการเตรียมความพร้อมข้อความข้างต้น ถูกหรือผิด

a)
ผิด
b)
ไม่แน่ใจ
c)
ถูก
d)
ไม่เหมาะสม
7.

การได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้การตอบสนองและพัฒนาการของร่างกายเป็นไปตามที่หวังไว้ ช้อความข้างต้นถูกหรือผิด

a)
ถูก
b)
ผิด
c)
ไม่แน่ใจ
d)
ไม่เกี่ยว
8.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การวางแผนด้านโภชนาการ

a)

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกกำลังกาย ฝึกซ้อม หรือแข่งขัน

b)

เป็นการวางแผนในระยะสั้นและเฉพาะเจาะจง

c)

เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายให้ไปถึงจุดสูงสุดในเวลาที่ต้องการ

d)

ไม่มีข้อใดถูก

9.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ควรเป็นอาหารก่อนออกกำลังกาย ของนักกีฬาที่ออกกำลังกายปานกลาง ถึงมาก และใช้เวลาเกิน 1 ชม

a)

น้ำผัก

b)

น้ำผลไม้

c)

ถั่ว

d)

น้ำถั่ว

10.

ปัจจัยใดที่เป็นตัวกำหนดปริมาณของอาหาร ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนแข่ง

a)

เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย

b)

น้ำหนักตัวของนักกีฬา

c)

สีขอปัสสาวะ

d)

ถูกทุกข้อ

11.

หากนักก๊ฬาต้องการแข่งในเวลา 10.00 น และขณะนี้เป็นเวลา 9.20น. หากนักกีฬากิน น้ำผลไม้ที่เขียนว่า มีปริมาณ คาร์โบไฮเดรต ประมาน 25 กรัม และมีไขมัน 0.5 กรัม เหมาะสมหรือไม่

a)

ไม่มีข้อใดถูก

b)
ไม่แน่ใจ
c)
เหมาะสม
d)
ไม่เหมาะสม
12.

การคำนวนปริมาณคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารก่อนออกกำลังกายสำหรับนักกีฬาน้ำหนัก 75 กิโลกรัม

1-2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย ควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต กี่ กรัม

a)

70 กรัม

b)

80 กรัม

c)

75 กรัม

d)

85 กรัม

13.

หากนักกีฬาประสบปัญหา ปวดท้อง ไม่สบายท้อง ควรทำอย่างไร

a)

รับประทานอาหารให้จำนวนมากขึ้น

b)

รับประทานอาหารให้น้อยลง

c)

รับประทานอาหารประเภทไขมันมากขึ้น

d)

รับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย 30 นาที

14.

เราควรได้รับปริมาณ คาร์โบไฮเดรต ร่วมกับ กรดอะมิโนจำเป็น ประมานกี่กรัมทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายแบบมีแรงต้านที่จะส่งผลให้มีการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

a)

คาร์โบไฮเดรต 35 กรัม

โปรตีน 15 กรัม

b)

คาร์โบไฮเดรต 35 กรัม

โปรตีน 35 กรัม

c)

คาร์โบไฮเดรต 35 กรัม

โปรตีน 6 กรัม

d)

คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม

โปรตีน 35 กรัม

15.

นักกีฬาคนใดมีความเสี่ยงต่อ การสะสมของไกลโคเจนในร่างกายต่ำ ขณะออกกำลังกาย (ให้นักกีฬาทุกคนกินอาหารปกติ โดยกินมื้อแรก ตอน 8.00 น.)

a)

นักกีฬาที่แข่งช่วง 18.00น.

b)

นักกีฬาที่แข่งช่วง 16.00น.

c)

นักกีฬาที่แข่งช่วง 6.00น.

d)

นักกีฬาที่แข่งช่วง 14.00น.

16.

ข้้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงก่อนการออกกำลังกาย

a)

ส่งผลให้ระดับไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

b)

ช่วยชะลออัตราการใช้ไกลโคเจนในกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย

c)

ทำให้มีไกลโคเจนเหลือสะสมหลังออกกำลังกายมากขึ้น

d)

ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อและรักษามวลกระดูก

17.

ปัจจัยใดส่งผลให้เกิดภาวะ Dehydration ในนักกีฬา

a)

การสูญเสียเหงื่อ

b)

การดื่มน้ำน้อยเกินไป

c)

การกินอาหารเหลวน้อยเกินไป

d)

การกินอาหารแปรรูปเยอะเกินไป

18.

ในระหว่างออกกำลังกายไม่ควรเสียน้ำ มากกว่ากี่ % ของน้ำหนักตัว

a)
3%
b)
5%
c)
8%
d)

2%

19.

เราควรได้รับเครื่องดื่มที่มี Na สูงประมาน กี่ มิลิกรัมต่อลิตร ในปริมาณปานกลาง หรือประมานกี่ มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม ในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย

a)

288.32 มิลลิกรัมต่อลิตร และ

10 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม

b)

220.50 มิลลิกรัมต่อลิตร และ

10 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม

c)

288.32 มิลลิกรัมต่อลิตร และ

30 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม

d)

288.32 มิลลิกรัมต่อลิตร และ

100 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม

20.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของอาหารระหว่างออกกำลังกาย

a)

เพื่อเป็นพลังงานสะสม

b)

รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

c)

เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเกิดออกซิเดชัน

d)

เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์

21.

ข้อใดต่อไปนี้ผิด

a)

ผู้ที่ออกกำลังกายน้อยกว่า 1 ชั่วโมงควรได้รับคาร์โบไฮเดรตเสริม ปรีมาณ 30-60 กรัมในระหว่างออกกำลังกาย

b)

ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่า 1 ชั่วโมงควรได้รับคาร์โบไฮเดรตเสริม ปรีมาณ 30-60 กรัมในระหว่างออกกำลังกาย

c)

ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่า 2.5 ชั่วโมงควรการได้รับคาร์โบไฮเดรตเสริมจะส่งผลต่อสมรรถภาพร่างกายเด่นชัดขึ้น

d)

ผู้ที่ออกกำลังกายน้อยกว่า 1 ชั่วโมงไม่จำเป็นต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตเสริม

22.

อาหารชนิดใดไม่เหมาะกับการเป็นอาหารระหว่างออกกำลังกาย

a)

กล้วย

b)

ผลไม้แห้ง

c)

energy bar

d)

ถั่วลิสงอบแห้ง

23.

เครื่องดื่มระหว่างออกกำลังกาย(เกลือแร๋)จะมีปริมาณ คาร์โบไฮเดรต ประมานกี่ %

a)
2-4%
b)
10-12%
c)
6-8%
d)
15-18%
24.

ในเครื่องดื่มออกกำลังกาย (เกลื่อแร่) ควรมีคาร์โบไฮเดรตประมานกี่ กรัมต่อ การเสิร์ฟ 8 ออนซ์ (240 มล.)

a)

5 กรัม

b)

25 กรัม

c)

15 กรัม

d)

40 กรัม

25.

ข้อใดต่อไปนี้ผิด

a)

การบริโภคคาร์โบไฮเดรตในเครื่องดื่มจะชะลอการสูญเสียไกลโคเจน และช่วยให้นักกีฬาออกกำลังกายได้นานขึ้น

b)

เครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรต 6-8 % มีโซเดียม 50 ถึง 120 มก.

c)

หลังออกกำลังกายนักกีฬาควรได้รับเกลือโซเดียมต่ำจากน้ำดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรต

d)

เครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรต 6-8 % มีโพแทสเซียม 30 ถึง 50 มก.

26.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ในระหว่างออกกำลังกายเราควรรอให้รู้สึกกระหายน้ำก่อนค่อยดื่มน้ำ

b)

เราควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก และไม่ดื่มระหว่างออกกำลังกาย

c)

เราสามารถตรวจสอบภาวะสมดุลน้ำจากสีของปัสสาวะ

d)

เราสามารถตรวจสอบภาวะสมดุลน้ำจากสีของเหงื่อ

27.

เป้าหมายในการเลือกรับประทานอาหารหลังออกกำลังกายได้แก่อะไรบ้าง

a)

ซ่อมแซมหรือชดเชยพลังงาน

b)

ส่งเสริมการปรับตัว

c)

เป็นพลังงานสำรอง

d)

เป็นพลังงานหลักในการดำเนินชีวิต

28.

หลังออกกำลังกายหากนักกีฬาต้องการซ่อมแซมไกลโคเจนที่สะสมในตับและกล้ามเนื้อควรรับประทานอะไร

a)

ไขมัน

b)

โปรตีน+คาร์โบไฮเดรต

c)

ไขมัน+คาร์โบไฮเดรต

d)

อาหารฟังชัน

29.

อาหารที่มีค่า GI สูง เหมาะแก่ช่วงไหนของการออกำลังกาย

a)

ก่อน

b)

ระหว่าง

c)

หลัง

d)

ทุกช่วง

30.

เทคนิคการเพิ่มกล้ามเนื้อ ข้อใดผิด

a)

พลังต้องได้รับเพียงพอในแต่ละวัน

b)

โปรตีนต้องได้รับเพียงพอ เป้าหมายประมาน 0.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ในแต่ละมื้อ

c)

เลือกโปรตีนคุณภาพดี ที่มีกรดอะมิโนครบทุกชนิดและมีลูซีนสูง

d)

กินโปรตีนสูงเพียงมื้อใดมื้อหนึ่งของวันที่เหลือไม่จำเป็นต้องกินโปรตีน

31.

ถ้าต้องการสร้างกล้ามเนื้อสมดุล Net protein ควรเป็นแบบด

a)

Atrophy

b)

Hypertrophy

c)

Muscle synthesis = Muscle breakdown

d)

Muscle synthesis < Muscle breakdown

32.

เมื่อได้รับอาหารและมีการออกกำลังกายแบบแรงต้าน ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

จะทำให้เกิดการสร้างโปรตีนมากขึ้นช่วงได้รับอาหาร

b)

สูญเสียโปรตีนน้อยลงในช่วงอดอาหาร

c)

จะทำให้เกิดการสร้างโปรตีนมากขึ้นช่วงอดอาหาร

d)

สูญเสียโปรตีนน้อยลงในช่วงได้รับอาหาร

33.

ส่วนประกอบของอาหารสำหรับนักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ต่างจาก อาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ไม่ใช่นักกีฬาอย่างไร

a)

ปรืมาณ(พลังงาน)

b)

ส่วนประกอบ

c)

ประเภท

d)

ถูกทุกข้อ

34.

ข้อควรพิจารณาหลักสามประการในการประเมินความต้องการพลังงาานและการพัฒนาแผนการรับประทานอาหารเฉพาะบุคคล คทออะไร

a)

รักษาน้ำหนัก

b)

ลดน้ำหนัก

c)

เพิ่มน้ำหนัก

d)

ชนิดกีฬา

35.

การประมานการแคลอรี่ทั้งหมดที่จำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ประมาน 500 กรัม คือเท่าใด

a)

2500 - 4000 แคล

b)

2000 - 4500 แคล

c)

3500 - 4000 แคล

d)

3000 - 4500 แคล

36.

ทั่วไปน้ำหนักควรเพิ่มขึ้นไม่เกิน กี่กิโลกรัมต่อสัปดาห์

a)
1
b)
0.5
c)
2
d)
3
37.

ความต้องการพลังงานในช่วงฝึกซ้อมหรือระหว่างแข็งขันในกีฬาประเภทแข็งแรง / พลัง ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบใดเพาะอะไร

a)

โปรตีน เพราะจะช่วยในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อในระหว่างออกกำลังกายความเข้มข้นสูง

b)

ไขมันเพราะจะช่วยเป็นพลังงานสำรองในระหว่างออกกำลังกายความเข้มข้นสูง

c)

คาร์โบไฮเดรตเพราะจะช่วยเรื่องความอดทนในระหว่างออกกำลังกายความเข้มข้นสูง

d)

โปรตีน เพราะจะช่วยเรื่องความอดทนในระหว่างออกกำลังกายความเข้มข้นสูง

38.

ข้อใดต่อไปนี้ผิด

a)

นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ควรเน้นที่การบริโภค เครื่องดื่มที่มีพลังงาน และของว่างระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขันครึ่งวันหรือเต็มวัน

b)

ในระหว่างการแข็งขันครั้งเดียว นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ไม่แนะนำให้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มใด ๆ

c)

ในระหว่างการแข็งขันครั้งเดียว นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง แนะนำให้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ย่อยง่ายดูดซึมไว

d)

ผิดทุกข้อ

39.

นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ควรโภคคาร์โบไฮเดรต กี่กรัมต่อน้ำหนักตัว

a)
5-7 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว
b)
1-2 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว
c)
2-4 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว
d)

6-10 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

40.

กายเป็นนักกีฬา ประเภทแข็งแรง/พลัง นน.85 กก. กายควรได้รับคาร์โบไฮเดรตกี่กรัม

a)

ประมาน 510 - 850 กรัมต่อวัน

b)

800 - 1200 กรัมต่อวัน

c)

120-300 กรัมต่อวัน

d)

ไม่มีข้อใดถูก

41.

ความต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อฟื้นฟู recovery จากกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ควรบริโภคเมื่อใด

a)

ควรบริโภคหลังออกกลังกายไปแล้ว 1 ชม.

b)

ควรบริโภคหลังออกกำลังกายทันที

c)

ควรบริโภคหลังออกกำลังกายแล้ว 2 ชม.

d)

ไม่ควรบริโภคหลังออกกำลังกาย

42.

นักกีฬาควรให้ความสำคัญกับปัจจัย ของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตหลังการออกกำลังกาย

a)

เวลา

b)

ปริมาณ

c)

ชนิดของคาร์โบไฮเดรต

d)

ถูกทุกข้อ

43.

หากมีการบริโภคโปรตีนเกิน 2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมจะส่งผลใดต่อไปนี้ ยกเว้น

a)

โปรตีนจะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือถูกแปลงและเก็บเป็นไขมัน

b)

มีการผลิตยูเรียเพิ่มมากขึ้น

c)

ภาวะขาดน้ำ

d)

อินซูลินบกพร่อง

44.

นักกีฬาประเภทพละกำลังและความแข็งแรง รายหนึ่งมี นน 75กก. ควรบริโภคโปรตีนกี่กรัม ต่อวัน

a)

105 - 150 กรัม ต่อวัน

b)

150 - 250 กรัม ต่อวัน

c)

100 - 200 กรัม ต่อวัน

d)

250 กรัมขึ้นไป ต่อวัน

45.

นักกีฬาประเภทพละกำลังและความแข็งแรง รายหนึ่งมี นน 75กก. ควรบริโภคโปรตีนกี่กรัม ต่อวัน

a)

105 - 150 กรัม ต่อวัน

b)

150 - 250 กรัม ต่อวัน

c)

100 - 200 กรัม ต่อวัน

d)

250 กรัมขึ้นไป ต่อวัน

46.

นักกีฬาประเภทความแข็งแกร่ง/พละกำลัง ควรบริโภคทั้งแหล่งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนก่อนการฝึกซ้อมเพื่ออะไร

a)

เป็นพลังงานสำรอง

b)

เป็นพลังงานหลัก

c)

เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน

d)

เพิ่มปริมาน FA ในหลอดเลือด

47.

นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ควรได้รับไขมันประมาน กี่%ของแคลอรี่ทั้งหมด

a)
10-25%
b)
20-35%
c)
5-15%
d)

30-35%

48.

นักกีฬาประเภทแข็งแรง/พลัง ที่กำลังลดน้ำหนัก ควรได้รับไขมันประมาน กี่%ของแคลอรี่ทั้งหมด

a)
10-25%
b)

20-25 %

c)
5-15%
d)

30-35%

49.

หากต้องการรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ควรเลือกกินอาหารประเภทใด

a)
อาหารที่มีสีเทา
b)

อาหารที่รสหวาน

c)

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหรือผักที่มีสีเขียวเข้ม

d)

ผลไม้ที่มีรสหวาน

50.

จาก sport nutrition pyramid เราควรให้ความสำคัญกับอะไรน้อยที่สุด

a)

Supplement

b)

Timing of meals

c)

Snacks

d)

Adequate overall nutrition

51.

ข้อใดผิด

a)

ครีเอทีน เพิ่มความแข็งแรงและมวลกล้ามเนื้อ

b)

คาเฟอีน สามารถชะลอความเหนื่อยล้าระหว่างการฝึกซ้อม

c)

Leucine isoleucine valine เพื่อช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังกานออกกำลังกาย

d)

เวย์โปรตีนช่วยเพิ่มพลังงานหลักในการออกกำลังกาย

52.

เวย์โปรตีนชนิดใดมีอัตราการดูดซึมไวที่สุด

a)

Isolate

b)

Concentrate

c)

Soy Protein

d)

Hydrolyzed

53.

หากนักกีฬามีปัญหากับอาหารประเภทนมวัว ควรเลือกรับประทานเวย์โปรตีนชนิดใด

a)

Isolate

b)

Concentrate

c)

ไม่มีข้อใดถูก

d)

Hydrolyzed

54.

คำแนะนำใดเหมาะสมกับนักกีฬาประเภท Stop and Go

a)

ควรรับประทานอาหารสมดุลอย่างน้อยก่อน 1-2 ชม.ก่อนออกกำลังกาย และของว่างเล็กน้อยก่อนออกกำลังกาย

b)

ควรรับประทานอาหารสมดุลอย่างน้อยก่อน 3-4 ชม.ก่อนออกกำลังกาย และของว่างเล็กน้อยก่อนออกกำลังกาย

c)

ควรรับประทานอาหารสมดุลอย่างน้อยก่อน 3-4 ชม.ก่อนออกกำลังกาย และของว่างจำนวนมากก่อนออกกำลังกาย

d)

ไม่มีข้อใดถูก

55.

ตัวอย่างของว่างที่นักกีฬาประเภท stop and go ควรได้รับก่อนหรือระหว่างการออกกำลังกาย ยกเว้นข้อใด

a)

ผลไม้ฝาน

b)

แครเกอร์

c)

เครื่องดื่มเกลือแร่

d)

ถั่วปากอ้าอบเกลือ

56.

นักกีฬาประเภท stop and go ควรได้รับอาหารประเภท Lean protein ข้อใดต่อไปนี้คือตัวอย่างอาหาร ประเภท Lean protein

a)

ปลาแซลม่อน

b)

กรีกโยเกิร์ต

c)

เต้าหู้

d)

มันบด

57.

นักกีฬาประเภท stop and go ควรบริโภคไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น

a)
ไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fats)
b)
ไขมันอิ่มตัว (saturated fats)
c)
ไขมันโทราซ (trans fats)
d)

ถูกทุกข้อ

58.

ข้อใดหมายถึง nutraceutical

a)
เครื่องมือการแพทย์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค
b)

อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่ไม่ใช่ยา

c)
ยาที่มีผลข้างเคียง
d)

ยารักษาโรคใดโรคหนึ่ง

59.

ระดับการสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์อาหาร แบ่งออกเป็นอะไรบ้าง

a)

Advance foods

b)

Basic foods

c)

Functional foods

d)

Medical foods

60.

อะไรคือ Basic foods

a)

เป็นอาหารที่ให้สารอาหารขั้นพื้นฐานที่ร่างกายต้องการ ทุกเพศทุกวัยสามารถรับประทานได้

b)

เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารเฉพาะเจาะจง

c)

เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

d)

อาหารของนักบินอวกาศที่มีการพัฒนาให้สามารถอยู่บนอวกาศได้

61.

อะไรคือ Functional foods

a)

เป็นอาหารที่ให้สารอาหารขั้นพื้นฐานที่ร่างกายต้องการ ทุกเพศทุกวัยสามารถรับประทานได้

b)

เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารเฉพาะเจาะจง

c)

เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

d)

อาหารของนักบินอวกาศที่มีการพัฒนาให้สามารถอยู่บนอวกาศได้

62.

นมสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานจัดเป็นอาหารประเภทใด

a)

medical foods

b)

functional foods

c)

basic foods

d)

protein foods

63.

ขนมปังจัดเป็นอาหารประเภทใด

a)

medical foods

b)

functional foods

c)

basic foods

d)

protein foods

64.

นมจัดเป็นอาหารประเภทใด

a)

medical foods

b)

functional foods

c)

basic foods

d)

protein foods

65.

การเพิ่ม วิตามิน โปรตีนเข้าไปในนม และลด น้ำตาล และ โซเดียมลง โดยยังคงสภาพเป็นนม ถือเป็นFunctional foods หรือไม่

a)
ใช่
b)
ไม่
66.

อาหารใดต่อไปนี้ไม่ถือเป็น functional foods

a)

นม

b)

วิตามินแคปซูล

c)

โยเกิร์ต

d)

ทั้งหมดเป็นอาหาร functional foods

67.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของ functional foods

a)

ป้องกัน/รักษาโรค

b)

กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

c)

สารลดน้ำหนัก

d)

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นประโยชน์ทั้งหมด

68.

ส่วนประกอบของอาหารฟังชั่นใดที่พบได้แค่ในพืช

a)

prebiotics

b)

phytonutrients

c)

probiotics

d)

synbiotic

69.

ข้อใดถูก

a)

ความแตกต่างระหว่าง พฤกษเคมีกับวิตามิน คือ พฤกษเคมีถึงแม้ไม่บริโภคก็ไม่เกิดภาวะขาด

b)

พฤกษเคมีกับวิตามินคือสิ่งเดียวกัน

c)

พอลีฟีนอล พบได้ในเนื้อสัตว์และเป็นชื่อของวิตามิน D

d)

Phytonutrient เป็นส่วนประกอบอินทรีย์บางชนิดของสัตว์

70.

ภาวะ dybiosis หรือความไม่สมดุลในลำไส้เกิดจากปัจจัยใดบ้าง

a)

ยาปฏิชีวนะ

b)

ความเครียด

c)

การรับประทานอาหารไม่ดี

d)

การกินพรีไบโอติก

71.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของอาหาร Probiotics ทั้งหมด

a)

Pickles and Sauerkraut

b)
Cheese
c)

Yogurt, Kefir, Kimchi

d)

Soy Sauce and kombucha

72.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ ถั่ว Pulse

a)
ถั่วดำ
b)
ถั่วเขียว
c)
ถั่วเหลือง
d)

ถั่งแดง

73.

ประเภทของ Probiotics mี่พบได้ในลำไส้มนุษย์

a)
Lactobacillus และ Bifidobacterium
b)

Escherichia coli และ Bifidobacterium

c)

Streptococcus และ Bifidobacterium

d)
Saccharomyces
74.

Prebiotics เลี้ยงแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเส้นใยคาร์โบไฮเดตรที่เรียกว่า

a)

โอลิโกแซ็กคาไรด์

b)

ไดแซ็กคาไรด์

c)

โมโนแซ็กคาไรด์

d)

ฟรักโทสคาร์โบไฮเดรต

75.

อาหารชนิดใดต่อไปนี้มีสรรพคุณดังนี้ ทำหน้าที่เป็นสารย่อยไม่ได้ในทางเดินอาหาร โปรตีนจะดักจับกับสารพิษ (ผ่านทางอุจาระ) ลดโคเลสเตอรอล บรรเทาอาการท้องผูก และได้รับการอนุมัติให้เป็นยาห้ามเลือด (หยุดเลือดออก) และลดความดันโลหิต

a)

Peanut

b)

whole-wheat

c)

Buckwheat

d)

Mango

76.

การผสาน Prebiotics กับ Probiotics เข้าด้วยกันเรียกว่า

a)
Symbiotics
b)
Synthiotics
c)
Synbiotics
d)
Symiotics
77.

อาหารประเภทโปรตีนที่สามารถเปลี่ยนเปปไทด์ระหว่างการย่อยอาหารและจากนั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต

a)

ถั่วเขียว

b)

buckwheat

c)

ถั่วเหลือง

d)

ถั่วปากอ้า

78.

สารอาหารชนิดใด ที่ช่วยแก้ไขความผิดปกติของการนอนหลับและช่วยให้ตื่นตัวในตอนเช้า

a)

ไลโคปีน

b)

เวย์โปรตีน

c)

อัลฟ่าแลคตัลบูมิน

d)

โฟเลท

79.

หากต้องการ ไลโคปีน สามารถรับประทานได้จากอะไร

a)

เนื้อสัตว์

b)

ซอสมะเขือเทศเข้มข้น

c)

น้ำส้มค้นสด

d)

soy protein

80.

ส่วนประกอบใดสามารถพบได้ในสัตว์

a)

โอเมก้า 3 สายยาว

b)

ไลโคปีน

c)

ใยอาหาร

d)

ลูทีน

81.

ข้อใดต่อไปนี้คืออาหารฟังชันในชีวิตประจำวัน ยกเว้น

a)

นม+โปรตีน

b)

Protein bars

c)

Chocolate + Probiotic

d)

Bread