wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบแก้ตัว ม.3

Total questions: 70

Worksheet time: 51mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของกระแสไฟฟ้า

a)

การเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าใน 1 หน่วยเวลา

b)

การสะสมของประจุไฟฟ้าใน 1 หน่วยเวลา

c)

การแตกตัวของประจุไฟฟ้าใน 1 หน่วยเวลา

d)

อิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอน

2.

การเคลื่อนที่ของอนุภาคใดที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

a)

อิเล็กตรอน

b)

โปรตอน

c)

นิวตรอน

d)

อิเล็กตรอนและโปรตรอน

3.

ข้อใดคือหน่วยของกระแสไฟฟ้า

a)

แอมแปร์ ( A )

b)

คูลอมป์ ( c )

c)

โวลต์ ( V )

d)

ไม่มีหน่วย

4.

ข้อกล่าวถูกเกี่ยวกับการไหลของกระแสไฟฟ้า

a)

ไหลจากศักย์สูง ไปยัง ศักย์สูง

b)

ไหลจากศักย์ต่ำ ไปยัง ศักย์สูง

c)

ไหลจากศักย์ต่ำ ไปยัง ศักย์ต่ำ

d)

ไหลจากศักย์สูง ไปยัง ศักย์ต่ำ

5.

ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ใช้วัดค่ากระแสไฟฟ้า

a)

โวลต์มิเตอร์

b)

แอมมิเตอร์

c)

เทอร์มอมิเตอร์

d)

บารอมิเตอร์

6.

ถ่านไฟฉายทำหน้าที่ใดในวงจรไฟฟ้า

a)

ทำหน้าที่เพิ่มความต่างศักย์ให้ประจุไฟฟ้า

b)

เป็นตัวกลางในการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า

c)

เป็นตัวเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้

d)

ไม่ได้ทำหน้าใดๆ

7.

ข้อใดคือความหมายของความต้านทาน

a)

ความสามารถของตัวนำที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน

b)

ความแตกต่างของประจุไฟฟ้าในตัวนำ

c)

ความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าในตัวนำ

d)

การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในตัวนำ

8.

ข้อใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ของความต้านทานกับกระแสไฟฟ้าได้ถูกต้อง

a)

ความต้านทานมาก กระแสไฟฟ้ามาก

b)

ความต้านทานมาก กระแสไฟฟ้าน้อย

c)

ความต้านทานน้อย กระแสไฟฟ้าน้อย

d)

ถูกทุกข้อ

9.

ข้อใดคือความหมายของความต่างศักย์

a)

ความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าระหว่าง 2 จุด

b)

ความหนาแน่นของศักย์ไฟฟ้าระหว่าง 2 จุด

c)

การเลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าระหว่าง 2 จุด

d)

ความสามารถของตัวนำที่ยอมให้ไฟฟ้าผ่าน

10.

ถ้าเราจะต่อโวลต์มิเตอร์เพื่อวัดค่าความต่างศักย์จะต้องต่อวงจรแบบใด

a)

แบบอนุกรม

b)

แบบขนาน

c)

แบบผสม

d)

แบบวงกลม

11.

จากรูปความต้านทานรวมมีค่าเท่าไร

a)

25 Ω

b)

30 Ω

c)

35 Ω

d)

150 Ω

12.

อัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำไฟฟ้า คือ อะไร

a)

หลังงานไฟฟ้า

b)

ปริมาณประจุไฟฟ้า

c)

แรงเคลื่อนไฟฟ้า

d)

ความต้านทานไฟฟ้า

13.

ตัวต้านทานขนาด 600 โอห์ม มีกระแสไฟฟ้าผ่าน 0.1 แอมแปร์ ปลายทั้งสองของตัวต้านทานนี้ต่อกับความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่าใด

a)

20 โวลต์

b)

30 โวลต์

c)

60 โวลต์

d)

120 โวลต์

14.

จากกฏของโอห์ม ถ้าเพิ่มความต้านทานในวงจร ข้อใด ไม่ ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

b)

ความต่างศักย์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

c)

กำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

d)

ความนำไฟฟ้าลดลง

15.

จงเรียงลำดับการนำไฟฟ้าของลวดทองแดง จากลักษณะดังรูป จากมาก ไปหาน้อย

a)

2 4 3 1

b)

1 2 4 3

c)

4 1 3 2

d)

3 1 2 4

16.

ลวดตัวนำ A B C ทำจากโลหะชนิดเดียวกัน พื้นที่หน้าตัดเท่ากัน แต่ลวดตัวนำ A มีความยาวมากกว่า B แต่น้อยกว่า C การนำไฟฟ้าของลวดตัวนำ A เป็นอย่างไร

a)

น้อยกว่า B แต่มากกว่า C

b)

มากกว่า B แต่น้อยกว่า C

c)

น้อยกว่า B และ C

d)

มากกว่า B และ C

17.

ลวดตัวนำเส้นหนึ่งมีความต้านทาน 10 โอห์ม ถ้าความต่างศักย์ระหว่าปลายทั้งสองของลวดตัวนำนี้มีค่า 60 โวลต์ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านลวดตัวนำนี้มีค่ากี่แอมแปร์

a)

6 โวลต์

b)

8 โวลต์

c)

10 โวลต์

d)

12 โวลต์

18.

ปริมาณใดที่ ไม่ เกี่ยวข้องกับกฏของโอห์ม

a)

ความต่างศักย์ไฟฟ้า

b)

ความจุไฟฟ้า

c)

ความต้างทานไฟฟ้า

d)

กระแสไฟฟ้า

19.

ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าเป็นไปตามข้อใด

a)
b)
c)
d)
20.

ถ้าลวดตัวนำทำจากโลหะชนิดเดียวกัน ลวดตัวนำในข้อใดมีความต้านทานมากที่สุด

a)

ลวดโลหะยาว 10 เซนติเมตร มีพื้นที่หน้าตัด 0.05 ตารางเซนติเมตร

b)

ลวดโลหะยาว 10 เซนติเมตร มีพื้นที่หน้าตัด 0.03 ตารางเซนติเมตร

c)

ลวดโลหะยาว 20 เซนติเมตร มีพื้นที่หน้าตัด 0.05 ตารางเซนติเมตร

d)

ลวดโลหะยาว 20 เซนติเมตร มีพื้นที่หน้าตัด 0.03 ตารางเซนติเมตร

21.

กฏของโอห์มเกี่ยวข้องกับข้อใด

a)

แรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าลดลง

b)

แรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

c)

แรงดันไฟฟ้าลดลงกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

d)

ความต้านทานเพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

22.

ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่รถยนต์แตกต่างกันในข้อใด

a)

ขั้วไฟฟ้า

b)

การเปลี่ยนรูปพลังงาน

c)

ชนิดของกระแสไฟฟ้าที่ได้

d)

ไม่มีข้อแตกต่าง

23.

อุปกรณ์ในภาพ คืออะไร

a)

โวลต์มิเตอร์

b)

แอมมิเตอร์

c)

บาร์รอมิเตอร์

d)

เทอร์มอมิเตอร์

24.

หน่วยวัดของโวลต์มิเตอร์ คือข้อใด

a)

โอห์ม

b)

แอมแปร์

c)

โวลต์

d)

ไมโครแอม

25.

ความแตกต่างของระดับพลังงานไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุดในวงจรไฟฟ้าใดๆ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ประจุไฟฟ้า

b)

กระแสไฟฟ้า

c)

ความต้านทานไฟฟ้า

d)

ความต่างศักย์ไฟฟ้า

26.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ถ่านไฟฉาย 1 ก้อนมีความต่างศักย์ 1.5 โวลต์

b)

แบตเตอรี่รถยนต์ มีความต่างศักย์ 6 โวลต์

c)

ไฟบ้าน มีความต่างศักย์ 220 โวลต์

d)

ตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดคือ ทองแดง

27.

จากภาพเป็นการต่อตัวต้านทานแบบใด

a)

แบบอนุกรม

b)

แบบขนาน

c)

แบบผสม

d)

แบบรวม

28.

ข้อใดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้หลักการเดียวกันทั้งหมด

a)

ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องสูบน้ำ

b)

พัดลม ไดร์เป่าผม หลอดไฟ

c)

เครื่องสูบน้ำ พัดลม เครื่องปรับอากาศ

d)

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า สว่านไฟฟ้า เตาไฟฟ้า

29.

จากภาพ ความต้านทานรวมมีค่าเท่าใด

a)

100 โอห์ม

b)

100 โวลต์

c)

100 แอมแปร์

d)

100 ไมโครแอม

30.

ข้อใดเป็นคุณลักษณะและการต่อในวงจรของแอมมิเตอร์

a)

มีความต้านทานน้อย ต่อขนานในวงจร

b)

มีความต้านทานน้อย ต่ออนุกรมในวงจร

c)

มีความต้านทานมาก ต่อขนานในวงจร

d)

มีความต้านทานมาก ต่ออนุกรมในวงจร

31.

กระแสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ในกรณีใด

a)

นำวัตถุ 2 ชนิดมาเสียดสีกัน

b)

นำวัตถุสองชนิดมาทำปฏิกิริยากัน

c)

ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เกิดขั้วไฟฟ้าสองขั้วคือบวกกับลบ

d)

เกิดขึ้นได้ทุกกรณีที่กล่าวมา

32.

ถ่านไฟฉายที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมีขั้วไฟฟ้าบวกและขั้วไฟฟ้าลบที่ทำจากสารใด ตามลำดับ

a)

เงิน และสังกะสี

b)

เงิน และทองแดง

c)

ทองแดง และสังกะสี

d)

แกร์ไฟต์ และสังกะสี

33.

หลักการทำงานของอุปกรณ์ในข้อใด ที่เกิดจากการหมุนของขดลวดในสนามแม่เหล็กแล้วได้กระแสไฟฟ้าในขดลวด

a)

มอเตอร์

b)

ไดนาโม

c)

เซลล์ไฟฟ้าเคมี

d)

เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า

34.

กระแสไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนเป็นกระแสไฟฟ้าชนิดใด

a)

ไฟฟ้ากระแสตรง

b)

ไฟฟ้ากระแสสลับ

c)

ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ

d)

กล่าวผิดทุกข้อ

35.

เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้า คือข้อใด

a)

แอมมิเตอร์

b)

โวลต์มิเตอร์

c)

โอห์มมิเตอร์

d)

กัลป์วานอมิเตอร์

36.

ภวภพต้องการจะวัดกระแสไฟฟ้าในวงจร ต้องใช้เครื่องมือชนิดใดและต่ออย่างไร

a)

แอมมิเตอร์ ต่อแบบขนาน

b)

โวลต์มิเตอร์ ต่อแบบขนาน

c)

แอมมิเตอร์ ต่อแบบอนุกรม

d)

โวลต์มิเตอร์ ต่อแบบอนุกรม

37.

คุณสมบัติของมอเตอร์ไฟฟ้า ตรงกับข้อใด

a)

เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล

b)

เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานจลน์

c)

เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานความร้อน

d)

เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสงอาทิตย

38.

ข้อใดเป็นการกดสวิตซ์เปิดไฟ

a)

การทำให้วงจรปิด มีกระแสไฟฟ้าไหล

b)

การทำให้วงจรเปิด มีกระแสไฟฟ้าไหล

c)

การทำให้วงจรปิด ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล

d)

การทำให้วงจรเปิด ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล

39.

ไฟฟ้ากระแสตรงและไฟฟ้ากระแสสลับมีความแตกต่างกันอย่างไร

a)

ทิศทางการไหล

b)

ความเข็มของแสง

c)

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

d)

ปริมาณกระแสไฟฟ้า

40.

วัตถุในข้อใดเป็นตัวน าไฟฟ้าทั้งหมด

a)

ผ้า เหล็ก เชือกฟาง และพลาสติก

b)

เงิน ตะกั่ว ทองแดง และคาร์บอน

c)

เหล็ก ทองแดง อากาศ และสังกะส

d)

ตะกั่ว สังกะสี ทองแดง และยางรถยนต์

41.

เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดกระแสไฟฟ้า เรียกว่าอะไร

a)

แอมมิเตอร์

b)

โวลต์มิเตอร์

c)

ตัสต้านทาน

42.

ความแตกต่างของระดับพลังงานของจุด 2 จุด ในวงจรไฟฟ้า เราเรียกว่า

a)

ความต้านทานไฟฟ้า

b)

ความต่างศักย์ไฟฟ้า

c)

ความแรงไฟฟ้า

43.

เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้า เรียกว่าอะไร

a)

แอมมิเตอร์

b)

ตัวต้านทาน

c)

โวลต์มิเตอร์

44.

ตัวนำที่มีสมบัติต้านการไหลของกระแสไฟฟ้า เรียกว่า

a)

ความต่างศักย์

b)

ตัวต้านทาน

45.

ข้อใดไม่ควรปฏิบัติขณะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

a)

หมั่นดูแลสายไฟฟ้า

b)

จับปลั๊กไฟตรงชนวนที่จับ

c)

เปิดไฟขณะมือเปียก

46.

เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้า คือข้อใด

a)

แอมมิเตอร์

b)

โวลต์มิเตอร์

c)

โอห์มมิเตอร์

d)

แคลมป์มิเตอร์

47.

โวลต์มิเตอร์มีวิธีการต่อกับสิ่งที่ต้องการวัดในวงจรไฟฟ้าแบบใด

a)

ต่อแบบคร่อมขั้วแบตเตอร์

b)

ต่อแบบอนุกรมกับสิ่งที่จะวัด

c)

ต่อระหว่างขั้นบวกและขั้วลบ

d)

ต่อแบบขนานเข้ากับสิ่งที่จะวัด

48.

ข้อใดกล่าวถึงกฎของโอห์มได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าแปรผกผันกับความต้านทานไฟฟ้า

b)

กระแสไฟฟ้าแปรผันตรงกับความต้านทานไฟฟ้า

c)

กระแสไฟฟ้าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ไฟฟ้า

d)

กระแสไฟฟ้าแปรผกผันกับความต่างศักย์ไฟฟ้า

49.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. ชนิดของลวดตัวนำ

2. อุณหภูมิของลวดตัวนำ

3. ความยาวของลวดตัวนำ

4. พื้นที่หน้าตัดของลวดตัวนำ

ปัจจัยที่มีผลต่อความต้านทานไฟฟ้าของลวดตัวนำ คือข้อใด

a)

ข้อ 1. และ 3.

b)

ข้อ 2. และ 3.

c)

ข้อ 1., 2. และ 3.

d)

ทุกข้อมีผลต่อความต้านทานไฟฟ้าของลวดตัวนำ

50.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง

a)

แอมมิเตอร์ใช้วัดกระแสไฟฟ้าและต่อแบบขนานเข้ากับวงจร

b)

โวลต์มิเตอร์ใช้วัดกระแสไฟฟ้าและต่อแบบขนานเข้ากับวงจร

c)

แอมมิเตอร์ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้าและต่อแบบอนุกรมเข้ากับวงจร

d)

โวลต์มิเตอร์ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้าและต่อแบบขนานคร่อมจุดสองจุด ที่ต้องการวัด

51.

กระแสไฟฟ้าที่ใช้ตามอาคารบ้านเรือน เป็นกระแสไฟฟ้าชนิดใด

a)

ไฟฟ้ากระแสสลับ

b)

ไฟฟ้ากระแสตรง

c)

ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ

d)

ไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากเซลล์ไฟฟ้า

52.

ความแตกต่างระหว่างระดับพลังงานไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ในวงจรไฟฟ้าใด ๆ คือข้อใด

a)

ประจุไฟฟ้า

b)

กระแสไฟฟ้า

c)

ความต่างศักย์ไฟฟ้า

d)

ความต้านทานไฟฟ้า

53.

ลวดตัวนำเส้นหนึ่งมีความต้านทาน 10 โอห์ม ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลาย ทั้งสองของลวดตัวนำนี้มีค่า 50 โวลต์ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านลวดตัวนำนี้มีค่า กี่แอมแปร์

a)

1 แอมแปร์

b)

5 แอมแปร์

c)

5.1 แอมแปร์

d)

60 แอมแปร์

54.

หลอดไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 2 แอมแปร์ หลอดไฟฟ้านี้มีความต้านทานไฟฟ้าเท่าใด

a)

110 โอห์ม

b)

220 โอห์ม

c)

440 โอห์ม

d)

2,202 โอห์ม

55.

ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลจากจุด ก ไปยังจุด ข สามารถสรุปได้ตามข้อใด

a)

จุด ก ศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าจุด ข

b)

จุด ข ศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าจุด ก

c)

จุด ก มีความต่างศักย์สูงกว่าจุด ข

d)

จุด ข มีความต่างศักย์สูงกว่าจุด ก

56.

กระแสไฟฟ้า (Electric current)เกิดจากอะไร

a)

เกิดจากการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟ ซึ่งการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนนี้ต้องมีแรงมากระทำต่ออิเล็กตรอน

b)

ปริมาณในฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณพลังงานในการย้าย วัตถุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุด

c)

ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันและกระแสไฟฟ้าของวัตถุ วัตถุที่มีความต้านทานต่ำจะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย

d)

สมบัติของลวดตัวนำที่ต้านการไหลของกระแสไฟฟ้า วัดได้ด้วยเครื่องมือเครื่องมือที่เรียกว่าโอห์มิเตอร์ มีหน่วยเป็น โอห์ม

57.

นักฟิสิกส์ชาวเดนมาร์กได้เผยแพร่ผลงานการค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างไฟฟ้าและแม่เหล็กมาชื่อว่าอะไร

a)

เกเกอร์ โยฮัน เมนเดด

b)

เซอไอเเซก นิวตัน

c)

อัลเบริต ไอสไตร์

d)

อองเดร-มารี เเอมเเปร์

58.

หน่วยของกระแสไฟฟ้าคืออะไร

a)

A

เเอมเเปร์

b)

V

โวลล์

c)

N

นิวตัน

d)

S

วินาที

59.

แหล่งจ่ายไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายแรงดันและกระแสให้กับวงจรคืออะไร

a)

สายไฟ

b)

หลอดไฟ

c)

เเบตเตอรี่

d)

ฟิวส์

60.

ลวดตัวนำ คือ อุปกรณ์ที่นำมาต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่งคืออะไร

a)

ฟิวส์

b)

ถ่านไฟฉาย

c)

สายไฟ

d)

หลอดไฟ

61.

โหลดหรือภาระทางไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาต่อในวงจรเพื่อใช้งานคืออะไร

a)

ถ่ายไฟฉาย

b)

สายไฟ

c)

ตู้เย็น

d)

ฟิวส์

62.

ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดหรือเปิดวงจร

a)

สวิตซ์

b)

หลอดไฟ

c)

สายไฟ

d)

เซลล์ไฟฟ้า

63.

ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ ในการป้องกันไม่ให้วงจรไฟฟ้าหรือ อุปกรณ์ได้รับความเสียหาย

a)

สายไฟ

b)

ฟิวส์

c)

เครื่องใช้ไฟฟ้า

d)

เเบตเตอรี่

64.

V ในสูตรเป็นตัวเเปรของอะไรในข้อต่อไปนี้

a)

ความต่างศักย์

b)

ความต้านทาน

c)

กระเเสไฟฟ้า

d)

ความเร่ง

65.

R จากสูตรเป็นตัวเเปรของข้อใดต่อไปนี้

a)

ความต่างศักย์

b)

ความต้านทาน

c)

กระเเสไฟ

d)

ความเร่ง

66.

ข้อใดไม่ใช่อิเล็กทอนิกเบื้องต้น

a)

ตัวต้านทาน

b)

ตัวเก็บประจุ

c)

ไดโอต

d)

ทรานสเรชัน

67.

ข้อใดคือความหมายของตัวต้านทาน

a)

ตัวเก็บประจุเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่สะสมประจุไฟฟ้าหรือ

คายประจุไฟฟ้าให้กับวงจรหรืออุปกรณ์อื่นๆ

b)

เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการต้านการไหลผ่านของกระแสไฟฟ้า

c)

ตัวเก็บประจุบางชนิดจะมีขั้ว คือขั้วบวก และขั้วลบ ดังนั้นการต่อ ตัวเก็บประจุในวงจร ต้องต่อให้ถูกขั้ว

d)

ถูกทุกข้อ

68.

ข้อใดคือ ตัวต้านทานคงที่

a)

ไม่มีข้อใดถูก

b)

เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ โดยค่าความต้านทานขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่ตกกระทบ ถ้าแสงที่ตกกระทบมีปริมาณมาก LDR

c)

เป็นตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานของการไหลของกระแสไฟฟ้าคงที่

d)

เป็นตัวต้านทานที่เมื่อหมุนแกนของตัวต้านทาน แล้วค่าความต้านทานจะเปลี่ยนแปลงไป

69.

ข้อใดคือ ตัวต้านทานไม่คงที่

a)

เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ โดยค่าความต้านทานขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่ตกกระทบ ถ้าแสงที่ตกกระทบมีปริมาณมาก LDR

b)

ตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าได้ ( Variable Value Resistor )

c)

เป็นตัวต้านทานที่เมื่อหมุนแกนของตัวต้านทาน แล้วค่าความต้านทานจะเปลี่ยนแปลงไป

d)

เป็นตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานของการไหลของกระแสไฟฟ้าคงที่

70.

ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของความต้านทาน

a)

ตัวต้านทานคงที่ ( Fixed Value Resistor )

b)

ตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าได้ ( Variable Value Resistor )

c)

ตัวต้านทานไวแสง

d)

ความต้านทานปิดกั้น