NEW
Font size
Worksheetsโครงสร้างพืช
Total questions: 60
Worksheet time: 1hrs 18mins
จุด light compensation point ตรงกับข้อใด
การสังเคราะห์แสง = การหายใจ
การสังเคราะห์แสง > การหายใจ
การสังเคราะห์แสง < การหายใจ
การสังเคราะห์แสงติดลบ
การหายใจมากขึ้น
ข้อใดคือโครงสร้างภายในลำต้นใบเลี้ยงคู่
จากภาพคือลำต้นประเภทใด
Rhizome
Tuber
Corm
Bulb
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับใบที่เปลี่ยนรูปร่างไปทำหน้าที่ขยายพันธุ์
ข้อใดคือ รากสะสมอาหาร
ข้อใดจัดเป็น ผลกลุ่ม
น้อยหน่า
ขนุน
สับปะรด
ทุเรียน
เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยวที่ผนังเซลล์มีสารซูเบอรินมาพอก สามารถพบได้ในเนื้อเยื่อใด
Epidermis
Endodermis
Vascular bundle
Pith
อาหารที่พืชสร้างขึ้นมักนำไปสะสมที่เซลล์ชนิดใด
Sclerid
Sieve tube
Parenchyma
Spongy cell
ผลสาลี่และฝรั่งพบเนื้อเยื่อชนิดใดมากที่สุด
Sclerid
Parenchyma
Collenchyma
Chlorenchyma
ต้นสักลำเลียงน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงทางเซลล์ใดของเนื้อเยื่อลำเลียงอาหาร
Sieve tube
Phloem fiber
Companion cell
Phloem parenchyma
ข้อใดแตกต่างจากข้ออื่นที่สุด
generative nucleus
antipodal
synergid
polar nuclei
ข้อใดเป็นเนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยวทั้งหมด
Xylem - Phloem
Tracheid – Vessel
Parenchyma - Collenchyma
Sieve tube member - Vessel
เซลล์ใดต่อไปนี้เป็นเซลล์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่แต่ไม่มีนิวเคลียส
Tracheid
Parenchyma
Vessel member
Sieve tube member
การที่ต้นสักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากขึ้น คือการเจริญแบบปฐมภูมิ (primary growth)
ถูก
ผิด
ข้อใดคือลักษณะสำคัญของเนื้อเยื่อพาเรงคิมา
มีช่องว่างระหว่างเซลล์
ผนังหนาไม่สม่ำเสมอ
มีซูเบอรินมาเคลือบ
ยาวเรียว หัวท้ายแหลม
บริเวณใดของรากที่จะพบเซลล์ขนราก
Root cap
Region of cell division
Region of cell elongation
Region of cell differentiation and maturation
ชั้นในสุดของ cortex คือชั้นอะไร
Epidermis
Endodermis
Pericycle
Xylem
ข้อใดไม่ใช่รากสะสมอาหาร
มันเทศ
แครอท
มันแกว
มันฝรั่ง
รากพืชเคลื่อนที่เข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก ตรงกับข้อใด
hydrotropism
geotropism
phototropism
chemotropism
ผนังเซลล์ทุติยภูมิ (secondary cell wall) "ไม่พบ" ในเซลล์ชนิดใด
เทรคีด
(tracheid)
ไฟเบอร์
(fiber)
เวสเซล เมมเบอร์
(vessel member)
ซีฟทิวบ์เมมเบอร์
(parenchyma)
จากภาพคือโครงสร้างใด
ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่
รากพืชใบเลี้ยงคู่
จากภาพคือโครงสร้างใด
ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่
รากพืชใบเลี้ยงคู่
ช่วงอุณหภูมิที่การสังเคราะห์ด้วยแสงมากกว่าการหายใจ เหมาะแก่การเจริญของพืช ตรงกับข้อใด
-10-0 องศาเซลเซียส
0-45 องศาเซลเซียส
45 องศาเซลเซียส
50-60 องศาเซลเซียส
จากภาพโครงสร้างใบตัดตามขวาง การสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นมากที่สุดที่เนื้อเยื่อหมายเลขใด
1
2
3
4
จากภาพโครงสร้างใบตัดตามขวาง เซลล์ที่ควบคุมการคายน้ำและการแลกเปลี่ยนแก๊สคือหมายเลขใด
6
7
8
9
จากภาพโครงสร้างใบตัดตามขวาง พืชชนิดนี้เป็นพืชที่เจริญเติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด
พืชบก
พืชที่มีใบปริ่มน้ำ
พืชใต้น้ำ
พบได้ในทุกสภาพแวดล้อม
เนื้อเยื่อใด "ไม่พบ" ในรากพืชใบเลี้ยงคู่ ในระยะที่มีการเติบโตปฐมภูมิ
เพริไซเคิล
คอร์เทกซ์
วาสคิวลาร์แคมเบียม
พิธ
จากภาพ ต้นไม้ต้นนี้อายุประมาณกี่ปี
8
16
32
64
ในลำต้นที่มีการเติบโตทุติยภูมิ การลำเลียงน้ำ เกิดขึ้นที่ส่วนใด
เปลือกไม้
กระพี้ไม้
แก่นไม้
เนื้อไม้ทั้งหมด
เซลล์คุมเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ใด
stoma
parenchyma
cutin
epidermis
บริเวรใดราก ดูดน้ำได้ดีที่สุด
Root cap
Region of cell division
Region of cell elongation
Region of cell differentiation and maturation
lateral root เกิดมาจาก
vascular bundle
vascular cambium
pericycle
epidermis
ส่วนใดของราก ที่มีอุปสรรคมากในการลำเลียงน้ำ
epidermis
cortex
pericycle
endodermis
ชั้น C คือชั้นใด และพบเนื้อเยื่อใดตามลำดับ
cortex , collenchyma
vascular bundle , parenchyma
cortex , parenchyma
vascular bundle , collenchyma
เนื้อเยื่อเจริญชนิดใดพบเฉพาะในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น
เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ
เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย
เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง
เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายและเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง
พืชในข้อใดจะไม่มีการเจริญเติบโตขยายขนาดออกทางด้านข้าง
ข้าวฟ่าง
มะพร้าว
ป่านศรนารายณ์
จันทร์ผา
สารชนิดใดที่สะสมอยู่ที่ผนังเซลล์ทุติยภูมิแล้วช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผนังเซลล์
ซูเบอริน
ลิกนิน
คิวทิน
เฮมิเซลลูโลส
เซลล์ชนิดใดที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่พิเศษอื่นๆเช่น สังเคราะห์ด้วยแสง สะสมอาหาร สะสมอากาศ
เซลล์พาเรงคิมา
เซลล์เอพิเดอร์มิส
เซลล์คอลเลงคิมา
เซลล์สเคลอเรงคิมา
ในวัฏจักรคัลวินของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิริยากับสารใด
ribulose bisphosphate
Phosphoglycerric acid
phosphoglyceraldehyde
Hydrogen
Light reaction ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น พลังงานแสงจะถูกเก็บไว้ในสารใด
ATP
NADPH
โมเลกุลของกลูโคส
ATP และ NADPH
สารประกอบอินทรีย์ที่เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ตรงกับข้อใด
PGA
RuBP
RuBP และ CO2
RuBP และ PGA
จากกลไกสังเคราะห์ด้วยแสง สารที่สร้างขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสงและจะถูกนำไปใช้ต่อในปฏิกิริยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่
ATP และ NADPH + H+
ATP และ NADP
ADP และ NADPH + H+
ADP และ NADP
เซลล์ชนิดใดของใบทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงได้ดีที่สุด
spongy cell
Palisade cells
guard cells
Epidermis
สารชนิดแรกที่นับว่าเป็นผลลัพธ์ของการสังเคราะห์ด้วย
แสงของพืช คือ
ATP และ NADPH + H+
กลูโคส
PGA
G3P
เมื่อ RuBP รับ CO2 เข้ามาในวัฏจักร สารอินทรีย์ตัว
แรกที่เกิดขึ้นคือ
3-phosfhoglyceric acid (PGA)
glyceraldehydes – 3 – phosphate (G3P)
ribulose – 1 , 5 – bisphosphate (RuBP)
phosphoglycolate (PG)
พืชที่มีการตึง CO2 ถึง 2 ครั้ง ที่mesophyll cell และ bundle sheath cell คือข้อใด
พืช C3
พืช C4
พืช CAM
เอนไซม์ที่ใช้ตึง CO2 ของพืช C4 คือข้อใด
pep carboxylase,pep
pep carboxylase,rubisco
rubisco
rubisco,rubisco
สารเสถียรชนิดแรกของพืช C4 และพืช CAMคือข้อใด
PGA
OAA
PGAL
RuBP
พืชชนิดใดมีการตรึง CO2 ในเวลากลางคืน
พืช C3
พืช C4
พืช CAM
เมื่อเราตัดลายยอดของต้นไม้ออก จะพบว่าตาที่อยู่ด้านข้างจะแตกกิ่งมากมายจนเป็นพุ่มน่าจะเกี่ยวกับฮอร์โมนพืชชนิดใด
ออกซิน
เอธิลิน
ไซโตไคนิน
จิเบอเรลลิน
ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ถูกต้อง
เอทิลีน - ยับยั้งการสุกของผลไม้
ฮอร์โมนพืชกลุ่มใดทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดของปากใบในที่มืด
ในการบ่มผลไม้ให้สุก ควรใช้สารใดกระตุ้น
ออกซินพบได้มากที่สุดในบริเวณใด
ข้อใดถูกต้อง
ในหน้าแล้งพืชขาดน้ำจนใบเหี่ยวจะพบฮอร์โมนใดมากขึ้นเป็นพิเศษ
endosperm เกิดมาจากสิ่งใด
sperm cell + egg cell
sperm cell + polar nuclei
egg cell + egg cell
egg cell + polar nuclei
ละอองเรณูจะพบที่โครงสร้างส่วนใดของดอกไม้
กลีบเลี้ยง
กลีบดอก
เกสรตัวผู้
เกสรตัวเมีย
ข้อใดกล่าวถูกต้องหลังจากที่มีการปฏิสนธิแล้ว
ออวุลเจริญเป็นเมล็ด รังไข่เจริญเป็นผล
ออวุลเจริญเป็นผล รังไข่เจริญเป็นเมล็ด
ออวุลเจริญเป็นต้นอ่อน รังไข่เจริญเป็นเมล็ด
ออวุลเจริญเป็นเมล็ด รังไข่เจริญเป็นต้นอ่อน
ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกได้อย่างถูกต้อง
A การเกิดเมล็ดและผล
B การปฏิสนธิ
C การสร้างเซลล์สืบพันธุ์
D การถ่ายละอองเรณู
C -> D -> B -> A
C -> A -> D -> B
D -> A -> C -> B
D -> C -> A -> B
