wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คัมภีร์เวชศึกษา / คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย 2567

Total questions: 40

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือกิจ 4 ประการของแพทย์แผนโบราณ

a)

รู้จักที่ตั้งแรกเกิดของโรค รู้จักชื่อของโรค รู้จักยารักษาโรค รู้จักว่ายาอย่างใดรักษาโรคใด

b)

ธาตุสมุฏฐาน อุตุสมุฏฐาน อายุสมุฏฐาน กาลสมุฏฐาน

c)

ปถวีธาตุ อาโปธาตุ วาโยธาตุ เตโชธาตุ

d)

การซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจอาการ การวินิจฉัย

e)

มีเมตตาจิตแก่คนไข้ ไม่เห็นแก่ลาภ ไม่เป็นคนโอ้อวด ไม่ปิดบังความเขลาของตนไว้ ไม่ลุอำนาจแก่อคติทั้ง4

2.

ข้อใดกล่าวถึงวาโยธาตุ 6 ประการได้ถูกต้อง

a)

ลมสำหรับพัดขึ้นตั้งแต่ปลายเท้าตลอดศีรษะ คือ ลมอโธคมาวาตา

b)

โกฏฐาสยาวาตา คือ ลมสำหรับพัดในลำไส้และในกระเพาะอาหาร

c)

ลมหายใจเข้าออก คือ อังคมังคานุสารีวาตา

d)

กุจฉิสยาวาตา คือ ลมสำหรับพัดตั้งแต่ศีรษะตลอดถึงปลายเท้า

e)

การผายลม จัดอยู่ในประเภทลมพัดทั่วกาย

3.

ในพระคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัยนั้น เราเริ่มนับฤดูฝนจากเวลาใดไปจนถึงเวลาใด

a)

เดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม

b)

เดือนกรกฏาคม ถึง เดือนตุลาคม

c)

นับจากฝนแรกที่ตกในเดือนพฤษภาคม จนถึงฝนสุดท้ายในเดือนสิงหาคม

d)

แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8

e)

แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

4.

โทษหนึ่ง ให้ปวดในสมอง ให้ตามัว ให้น้ำมูกตก เหตุเพราะอะไรพิการ

a)

สิงฆานิกาพิการ

b)

เสโทพิการ

c)

มัตถเกมัทลุงคังพิการ

d)

โลหิตพิการ

e)

เสโทพิการ

5.

ปถวีธาตุพิการ อาการให้เสียอารมส์ ให้ใจน้อย มักขี้โกรธ ให้หิวโหย เพราะอะไรพิการ

a)

หทยังพิการ

b)

กรีสังพิการ

c)

วักกังพิการ

d)

นหารูพิการ

e)

ปัปผาสังพิการ

6.

พัทธปิตตะ หมายถึงข้อใด

a)

ดีนอกฝัก

b)

ดีในฝัก

c)

ถุงน้ำดี

d)

กำเดา

e)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

7.

ข้อใดกล่าวไว้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศสมุฏฐาน

a)

คนเกิดในประเทศที่สูง เรียกประเทศร้อน ที่ตั้งแห่งโรคเป็นสมุฏฐานเตโช

b)

ไข้เกิดเพราะธาตุไม่คุ้นเคยกับประเทศ เรียกว่า ไข้ผิดน้ำผิดอากาศ

c)

บุคคลอันเคยอยู่ในประเทศใด ธาตุสมุฏฐานในร่างกายก็คุ้นเคยกับอาการในประเทศนั้น

d)

คนที่เกิดในประเทศที่เป็นน้ำเค็มเปือกตม ที่ตั้งแห่งโรคของคนประเทศนั้นเป็นสมุฏฐานอาโป

e)

ประเทศสมุฏฐานมีไว้เพื่อเป็นที่สังเกตว่าที่อยู่กับธาตุในร่างกายย่อมเป็นสิ่งซึ่งแอบอิงอาศัยกัน

8.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค

a)

เศร้าโศกเสียใจในเรื่องสูญเสียมาก

b)

ดีใจในความสำเร็จมาก

c)

โกรธง่ายอยู่เสมอจนเป็นนิสัย

d)

ใช้ความคิดในการทำงานมาก

e)

เมื่อถึงเวลานอนไม่นอน

9.

มหาพิกัดสมุฏฐาน มีกี่กองและกี่ธาตุ

a)

1 กอง 20 ธาตุ

b)

2 กอง 32 ธาตุ

c)

3 กอง 38 ธาตุ

d)

4 กอง 42 ธาตุ

e)

5 กอง 52 ธาตุ

10.

สาเหตุที่ทำให้เกิโรคในวัยกลางคนคือข้อใด

a)

ปิตตะ

b)

วาตะ

c)

เสมหะ

d)

สันนิบาต

e)

ตรีโทษ

11.

อายุสมุฏฐานล่วงเข้าปัจฉิมวัย ถ้าบังเกิดโรค มีกำลังกี่องศา

a)

7 องศา

b)

10 องศา

c)

12 องศา

d)

29 องศา

e)

13 องศา

12.

ตั้งแต่วันล้มไข้ลง จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า สันนิบาต เมื่อใด

a)

ครบ 7 วันเข้าวันที่ 8

b)

ครบ 7 วัน เข้าวันที่ 20

c)

ครบ 28 วัน เข้าวันที่ 29

d)

ครบ 29 วัน เข้าวันที่ 30

e)

ยังกำหนดเป็นที่แน่นอนไม่ได้ ต้องดูอาการคนไข้เป็นเกณฑ์

13.

คำว่า "มหาสันนิบาต" หมายถึงข้อใด

a)

เมื่อใดที่เกิดตรีโทษ จนทำให้ธาตุดินแปรปรวน

b)

เมื่อใดที่ปิตตะสมุฏฐาน วาตะสมุฏฐาน เสมหะสมุฏฐาน เกิดความผิดปกติพร้อม ๆ กัน

c)

เมื่อเริ่มมีความผิดปกติที่ธาตุใดธาตุหนึ่งจนลุกลามไปยังธาตุอื่น

d)

เมื่อเกิดความผิดปกติครบกำลังของสมุฏฐานทั้ง 3

e)

ถูกทุกข้อ

14.

ในคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย กล่าวถึงปัจฉิมวัย ว่ามีลำดับการเกิดโรคอย่างไร

a)

เสมหะ ปิตตะ วาตะ

b)

ปิตตะ วาตะ เสมหะ

c)

วาตะ เสมหะ ปิตตะ

d)

ปิตตะ วาตะ เสมหะ สันนิบาต

e)

กำเริบ หย่อน พิการ

15.

ข้อใดจัดเป็นธาตุสมุฏฐานเดียวกัน

a)

ตะโจ เมโท บุปโพ

b)

เสโท อัสสุ ลสิกา

c)

วักกัง ปิหกัง มุตตัง

d)

นขา โลมา วสา

e)

มัตถเกมัตถลุงคัง ปิตตัง อันตะคุนัง

16.

ยกนัง ตั้งอยู่บริเวณใดในร่างกาย

a)

ชายโครงด้านขวา

b)

ชายโครงด้านซ้าย

c)

ทรวงอกทั้งสองข้าง

d)

บั้นเอวด้านหลังทั้งสองข้าง

e)

กึ่งกลางท้องใต้ลิ้นปี่

17.

มิจฉาญาณแพทย์ หมายถึงข้อใด

a)

แพทย์ที่สุจริต

b)

แพทย์ที่ทุจริต

c)

แพทย์ที่รู้แจ้ง

d)

แพทย์ที่มิรู้แจ้ง

e)

แพทย์ที่หลอกลวง

18.

ชายไทยอายุ 31 ปี มาพบแพทย์แผนไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 หลังจากเล่าอาการต่าง ๆ ให้หมอฟังแล้ว หมอวินิจฉัยว่า เป็นไข้หวัด ในคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย ท่านเป็นหมอ จะวิเคราะห์ตามข้อใด

a)

ชายคนนี้อยู่ในช่วงมัชฌิมวัย มีกำลังโรค 7 องศา ในฤดู 3 ป่วยในช่วงคิมหันตฤดู พิกัดปิตตะสมุฏฐาน

b)

ชายคนนี้อยู่ในช่วงปัจฉิมวัย มีกำลังโรค 10 องศา ในฤดู 3 ป่วยในช่วงคิมหันตฤดู พิกัดปิตตะสมุฏฐาน

c)

ชายคนนี้อยู่ในช่วงมัชฌิมวัย มีกำลังโรค 7 องศา ในฤดู 3 ป่วยในช่วงเหมันตฤดู พิกัดเสมหะสมุฏฐาน

d)

ชายคนนี้อยู่ในช่วงปัจฉิมวัย มีกำลังโรค 10 องศา ในฤดู 3 ป่วยในช่วงเหมันตฤดู พิกัดเสมหะสมุฏฐาน

e)

ชายคนนี้อยู่ในช่วงปฐมวัย มีกำลังโรค 7 องศา ในฤดู 3 ป่วยใช้ช่วงวสันตฤดู พิกัดวาตะสมุฏฐาน

19.

เสมหะกำเริบ ในเวลาใด

a)

เวลาเที่ยงวัน อาหารยังไม่ย่อย เวลาเที่ยงคืน

b)

เวลาเช้า บริโภคอาหารแล้ว เวลาพลบค่ำ

c)

เวลาเช้า อาหารย่อยแล้ว เวลาพลบค่ำ

d)

เวลาบ่าย อาหารย่อยแล้ว เวลาหลับนอน

e)

ถูกทุกข้อ

20.

ศิศิรฤดู คือช่วงเวลาใด

a)

แรม 1 ค่ำ เดือน 2 ถึง ขึ้น 15 ค่ำเดือน 4

b)

แรม 1 ค่ำเดือน 4 ถึง ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6

c)

แรม 1 ค่ำเดือน 6 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 8

d)

แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 10

e)

แรม 1 ค่ำเดือน 10 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 12

21.

สมุฏฐานวาโยธาตุ เป็นที่ตั้งแห่งฉกาลวาโย ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติ จลนะ ภินนะ ด้วยสิ่งใด

a)

ธาตุลม 6 ประการ

b)

หทัยวาตะ สัตถกวาตะ สุมนาวาตะ

c)

พัทธปิตตะ อพัทธิตตะ กำเดา

d)

ศอเสมหะ อุระเสมหะ คูถเสมหะ

e)

หทัยวัตถุ อุทริยัง กรีสัง

22.

กำเดา หมายถึงสิ่งใด

a)

เปลวแห่งความร้อน

b)

เลือดที่มีพิษ

c)

ลมที่มีพิษ

d)

ความร้อนที่ทำให้เกิดโทษ

e)

เลือดที่ออกมาทางจมูก

23.

ราศีใดเป็นราศีของปถวีธาตุ

a)

เมษ กันย์ กุมภ์

b)

พฤษก กันย์ มังกร

c)

กรกฏ สิงห์ ตุลย์

d)

กันย์ พิจิก มีน

e)

เมษ เมถุน กันย์

24.

ตามสุริยะคติดำเนินในห้วงจักราศี พระอาทิตย์สถิตในราศีอะไร ที่ทำให้ธาตุไฟพิการ

a)

ราศีเมษ

b)

ราศีพฤษภ

c)

ราศีธนู

d)

ราศีกรกฏ

e)

ราศีสิงห์

25.

ไซนัสอักเสบ เรียกตามฐานที่ตั้งของโรคในเบญจอินทรีย์ตามข้อใด

a)

จักขุโรโค

b)

โสตโรโค

c)

ฆานโรโค

d)

ชิวหาโรโค

e)

กายโรโค

26.

ข้อใดคือ พหิทธโรโค

a)

โรคเรื้อน

b)

ริดสีดวงจมูก

c)

ฝีในท้อง

d)

ปอดอักเสบ

e)

ลำไส้ตัน

27.

หลงตนว่ามีความรู้ดี ไม่ต้องทำอัธยาศัยเผื่อแผ่เป็นมิตรไมตรีกับผู้ใด จัดอยู่ในอคติ 4 ในข้อใด

a)

ฉันทาคติ

b)

โทสาคติ

c)

โมหาคติ

d)

ภยาคติ

e)

โลภะคติ

28.

โยนิโสมนสิการ หมายถึงสิ่งใด

a)

ตริตรองในใจโดยแยบคาย พินิจพิเคราะห์เหตุผลโดยรอบคอบ

b)

ละอายสะดุ้งกลัวต่อบาป

c)

ไม่เป็นคนมีสันดานอันประกอบด้วยความมัวเมา

d)

โอ้อวดให้เกิดความความรู้ของตน

e)

ปิดบังไว้ซึ่งความเขาของตน

29.

กาลเอกโทษในช่วงเวลาใด ที่วาตะกระทำเต็มที่ไม่มีระคน

a)

เวลา 16.00 - 17.00 น.

b)

เวลา 14.00 - 15.00 น.

c)

เวลา 11.00 - 12.00 น.

d)

เวลา 10.00 - 11.00 น.

e)

เวลา 07.00 - 08.00 น.

30.

ในคัมภีร์เวชศึกษา กล่าวว่า ฤดู 4 ในช่วงแรม 1 ค่ำเดือน 7 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ท่านจัดสมุฏฐานของโรคอยู่ในสมุฏฐานใด

a)

สมุฏฐานวาโย

b)

สมุฏฐานอาโป

c)

สมุฏฐานเตโช

d)

สมุฏฐานปถวี

e)

สันนิปาตสมุฏฐาน

31.

ตำราเวชศึกษากล่าวถึงปฐมวัยช่วงแรกเกิดถึง 8 ขวบ ตามข้อใด

a)

เสมหะเจ้าเรือน โลหิตแทรก

b)

โลหิตเป็นเจ้าเรือน เสมหะระคน

c)

โลหิต 2 ส่วนวาโย 1 ส่วน

d)

อาโปแทรก พิกัดเสมหะ กับเหงื่อ

e)

เสมหะโลหิต ระคนกัน

32.

คัมภีร์เวชศึกษากล่าวถึงกาลสมุฏฐานว่า เวลา 04.00 น.อยู่ในช่วงสมุฏฐานใด

a)

สมุฏฐานวาโย

b)

สมุฏฐานอาโป พิกัดดี

c)

สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะ

d)

สมุฏฐานอาโป พิกัดโลหิต

e)

สมุฏฐานเตโช

33.

ชิวหาไม่รู้รส หูตึง หน้าผากตึง เกิดจากสิ่งใดพิการ

a)

ชิรณัคคี

b)

อังคมังคานุสารีวาตา

c)

ชิวหา

d)

ปริทัยหัคคี

e)

หทยัง

34.

ไอ เบื่ออาหาร รูปร่างซูบผอม มีหนองไหล คือสิ่งใดพิการ

a)

ปุพโพ

b)

ปัปผาสัง

c)

เสมหัง

d)

ปิตตัง

e)

ยกนัง

35.

อวัยวะที่ทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกาย เรียกว่าอะไร

a)

หทยัง

b)

ปิหกัง

c)

ยกนัง

d)

มัตถเกมัตถลุงคัง

e)

ปิตตัง

36.

ฤดู 3 หนึ่งปีแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ๆ ละ 4 เดือน "วสันตฤดู" นับตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด

a)

นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ถึง ขึ้น 15 เดือน 8

b)

นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

c)

นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 12 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4

d)

นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8

e)

ไม่มีข้อใดถูก

37.

น้ำมันไขข้อ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร

a)

ปุพโพ

b)

ลสิกา

c)

วสา

d)

เสโท

e)

เขโฬ

38.

ให้ไอ เจ้บคอ คอแห้ง เป็นหืด เป็นอาการพิการตามข้อใด

a)

ศอเสมหะ

b)

อุระเสมหะ

c)

คูถเสมหะ

d)

ปัปผาสัง

e)

เขโฬ

39.

เนื้อมันสีขาวออกเหลืองอ่อนมีในร่างกายทั่วไป หมายถึงสิ่งใด

a)

เมโท

b)

สิงฆานิกา

c)

ปุพโพ

d)

โลหิตตัง

e)

มุตตัง

40.

โลหิต เปรียบได้กับลมกองใดในร่างกาย

a)

อังคมังคานุสารีวาตา

b)

อัสสาสะปัสสาสะวาตา

c)

กุฏฉิสยาวาตา

d)

อุทธังคมาวาตา

e)

ไม่มีข้อใดถูก