wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

sci 202

Total questions: 50

Worksheet time: 31mins

Name
Class
Date
1.

กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้นที่บริเวณใด

a)

จมูก

b)

หลอดลม

c)

ขั้วปอด

d)

ถุงลม

2.

ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีผลต่ออัตราการหายใจหรือไม่ อย่างไร

a)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจช้าลง

b)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจเร็วขึ้น

c)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สออกซิเจน

d)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

3.

เมื่อปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อย ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

4.

ข้อใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างกะบังลมกับกระดูกซี่โครงได้ถูกต้อง

a)

เมื่อหายใจเข้า กะบังลมจะเลื่อนสูงขึ้นและกระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง

b)

เมื่อหายใจเข้า กะบังลมจะเลื่อนต่ำลงและกระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น

c)

เมื่อหายใจเข้า กะบังลมและกระดูกซี่โครงจะเลื่อนสูงขึ้น

d)

เมื่อหายใจเข้า กะบังลมและกระดูกซี่โครงจะเลื่อนต่ำลง

5.

ระบบหายใจทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบใดมากที่สุด

a)

ระบบน้ำเหลือง

b)

ระบบประสาท

c)

ระบบขับถ่าย

d)

ระบบหมุนเวียนเลือด

6.

ข้อใดเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่

a)

มะเร็งปอด

b)

ตับแข็ง

c)

ไข้หวัด

d)

ตาแดง

7.

ข้อใดคือความหมายของการหายใจ

a)

การแลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย

b)

การสลายสารอาหาร

c)

กระบวนการสร้างอาหาร

d)

การเต้นของชีพจร

8.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับกลไกการหายใจเข้าออก

a)

ความดันในช่องอก

b)

จำนวนกระดูกซี่โครง

c)

การยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อยึดซี่โครง

d)

การยกตัวของกะบังลม

9.

ภาพในข้อใดเป็นอวัยวะในระบบหายใจ

a)
b)
c)
d)
10.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของเยื่อบุจมูกและขนอ่อนในจมูก

a)

หายใจเข้า-ออก

b)

กรองฝุ่นละออง

c)

แลกเปลี่ยนแก๊ส

d)

ไอ จาม

11.

การหายใจ (Respiration) คือ อะไร 👃

a)

คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับร่างกายของ สิ่งมีชีวิต

b)

คือ กระบวนการขับถ่ายของเสียที่ได้จากกระบวนการย่อยอาหารในร่างกาย

c)

คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนมอนออกไซด์ ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับร่างกายของ สิ่งมีชีวิต

d)

คือ กระบวนการย่อยอาหารที่ได้จากการรับประทานอาหาร เพื่อให้ได้สารอาหารนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

12.

การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึน 2 บริเวณ คือบริเวณใด

a)

ระหว่างปอดและท่อลม

b)

ระหว่างถุงลมในปอดและหลอดเลือดฝอย

c)

ระหว่าท่อลมและหลอดลมฝอย

d)

หลอดลมฝอยและคอหอย

13.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในถุงลมใช้หลักการใด

a)

ออสโมซิส

b)

แทรกไป

c)

แพร่

d)

ละลาย

14.

เพราะเหตุใดแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซดจึง แพร่ผ่านถุงลมและหลอดเลือดฝอยได้

a)

แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ภายในถุงลมมีความเข้มข้น แตกต่างกัน

b)

เพราะแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในถุงลมมีความเข้มข้น แตกต่างกัน

c)

เพราะแก๊สออกซิเจนและแกณสไนโตรเจนภายในถุงลมมีความเข้มข้น แตกต่างกัน

d)

เพราะแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในถุงลมมีความเข้มข้น แตกต่างกัน

15.

สารจากควันบุหรี่มีผลทำให้เกิดโรคชนิดใดในมนุษย์

ก. โรคภูมิแพ้     

             ข. โรคถุงลมโป่งพอง      

ค. โรคปอดบวม

a)

ข้อ ก

b)

ข้อ ข

c)

ข้อ ก และ ข

d)

ข้อ ข และ ค

16.

9. การได้รับควันบุหรี่อย่างสม่ำเสมอจากการสูบบุหรี่โดยตรงหรืออยู่ในห้องที่มีคนสูบบุหรี่ มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ยกเว้นโรคใด

a)

ถุลมโป่งพอง

b)

หลอดลมอักเสบ

c)

มะเร็งปอด

d)

ปอดบวม

17.

10. ในลมหายใจออกมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สามารถทดสอบได้ง่ายโดยใช้สารใด

a)

โซเดียมคลอไรด์

b)

น้ำปูนใส

c)

โซเดียมไฮดรอกไซด์

d)

สารละลายไอโอดีน

18.

แนวทางป้องกันโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจ

a)

การใช้ยา การทำกายภาพบำบัดปอด

b)

พยายามหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่
ฝุ่น ควัน และมลภาวะทางอากาศ

c)

การผ่าตัด การฉายแสง เคมีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด

d)

ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศหรือเทียนหอม

19.

เมื่อหายใจเข้า กระบังลมจะ...

a)

ยกสูงขึ้น กระดูกซีกโครงจะลดต่ำลง

b)

ยกสูงขึ้น กระดูกซีกโครงจะยกสูงขึ้น

c)

ลดต่ำลง กระดูกซีกโครงจะลดต่ำลง

d)

ลดต่ำลง กระดูกซีกโครงจะยกสูงขึ้น

20.

เมื่อหายใจเข้า ปริมาตรช่องอก...

a)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกลดลง

b)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกลดลง

c)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

d)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

21.

เลือดออกจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปที่ใด ?

a)

ปอด

b)

หัวใจห้องบนซ้าย

c)

ส่วนต่างๆของร่างกาย

d)

หัวใจห้องล่างขวา

22.

กล้ามเนื้อหัวใจห้องใดจำเป็นต้องมีแรงบีบมากที่สุด ?

a)

ห้องบนขวา

b)

ห้องล่างขวา

c)

ห้องบนซ้าย

d)

ห้องล่างซ้าย

23.

รูปที่กำหนดให้ คือส่วนประกอบของร่างกายได้แก่อะไร ?

a)

น้ำเลือด

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

เกล็ดเลือด

24.

อวัยวะใดทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด

a)

หัวใจห้องบนขวา

b)

หัวใจห้องล่างขวา

c)

หัวใจห้องบนซ้าย

d)

ลิ้นหัวใจ

25.

เลือดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

a)

น้ำเลือดหรือพลาสมา

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว

c)

เกล็ดเลือด

d)

ถูกทุกข้อ

26.

ในร่างกายมนุษย์ มีหลอดเลือดอะไรบ้าง

a)

หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอย

b)

หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน

c)

หลอดเลือดอาร์เตอรี

d)

หลอดเลือดเวน

27.

เกล็ดเลือดในพลาสมาทำหน้าที่ใด

a)

ต่อสู้เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

b)

ทำให้เลือดแข็งตัวเมื่อมีบาดแผล

c)

ลำเลียงแก๊สออกจากเนื้อเยื่อร่างกาย

d)

ลำเลียงอาหารบางชนิดที่ย่อยแล้วจากลำไส้ไปสู่เนื้อเยื่อ

28.

เลือดดำกลายเป็นเลือดแดง เมื่อเลือดไหลผ่านอวัยวะใด

a)

หัวใจห้องบนซ้าย

b)

หัวใจห้องล่างซ้าย

c)

ปอด

d)

เส้นเลือดฝอย

29.

สารชนิดใดทำหน้าที่ลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกาย

a)

พลาสมา

b)

เพลตเลต

c)

แอนติบอดี

d)

เฮโมโกลบิน

30.

เม็ดเลือดชนิดใดที่มีนิวเคลียสตลอดเวลา

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

เกล็ดเลือด

d)

เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว

31.

การเจาะเลือดไปตรวจจะกระทำต่อหลอดเลือดใด

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเลือดแดง

c)

หลอดเลือดฝอย

d)

หลอดเลือดที่นำออกซิเจนออกจากหัวใจ

32.

ส่วนประกอบใดของเลือดที่มีมากที่สุด

a)

พลาสมา

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

เกล็ดเลือด

33.

เซลล์เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่อะไร

a)

ทำลายเม็ดเลือดแดง

b)

ทำลายเชื้อโรคหรือสารแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

d)

ไม่มีข้อถูก

34.

เม็ดเลือดของคนเราถูกสร้างที่ใด

a)

ไขกระดูก

b)

หัวใจ

c)

ตับ

d)

ม้าม

35.

เม็ดเลือดแดงของคนเรามีอายุกี่วัน

a)

80-120

b)

2-14

c)

7-8

d)

15-20

36.

การจับชีพจร เป็นการตรวจสอบการทำงานของระบบอวัยวะใด

a)

ระบบหัวใจ

b)

ระบบขับถ่าย

c)

ระบบย่อยอาหาร

d)

ระบบหมุนเวียนโลหิต

37.

หน้าที่สำคัญของหัวใจ คือข้อใด

a)

สร้างเม็ดเลือดแดง

b)

เป็นแหล่งเก็บเลือด

c)

เป็นปหล่งสร้างความรู้สึกนึกคิด

d)

สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

38.

แหล่งสร้างเม็ดเลือดแดงคือข้อใด

a)

ไต

b)

ตับ

c)

ม้าม

d)

ไขกระดูก

39.

อาหารในข้อใดที่เสริมสร้างและดำรงประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนเลือดได้ดีที่สุด

a)

กุ้ง ปลาหมึก กะทิ

b)

เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง

c)

เนื้อหมู ผัดคะน้า หอยทอด

d)

ข้าว นมเปรี้ยว ผัก ผลไม้

40.

หัวใจห้องใดมีขนาดหนาที่สุดเพราะเหตุใด

a)

ก. ห้องบนซ้าย เพราะต้องรับเลือดที่มีออกซิเจนสูงจากปอดเข้าสู่หัวใจ

b)

ข. ห้องล่างซ้าย เพราะต้องสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

c)

ค. ห้องบนขวา เพราะต้องรับเลือดเสียจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจ

d)

ง. ห้องล่างขวา เพราะต้องสูบฉีดเลือดเสียจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไปยังปอด

41.

ในเลือดดำจะมีแก๊สชนิดใดในปริมาณมาก

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สไฮโดรเจน

c)

แก๊สไนโตรเจน

d)

แก๊สออกซิเจน

42.

ในเลือดแดงจะมีแก๊สชนิดใดในปริมาณมาก

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สไฮโดรเจน

c)

แก๊สไนโตรเจน

d)

แก๊สออกซิเจน

43.

คนบางคนเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จะรู้สึกเวียนศีรษะนั้นเป็นเพราะ

a)

ขณะนั่งความดันเลือดจะต่ำกว่าขณะยืน

b)

ขนะนั่งความดันเลือดจะสูงกว่าขณะยืน

c)

ขนะนั่งความดันเลือดจะต่ำเท่าๆกัน

d)

ขณะนั่งความดันเลือดจะสูงเท่า ๆ กับขณะยืน

44.

สาเหตุใดที่ไม่ใช่สาเหตุของโรคความดันสูง

a)
การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง
b)
การนอนหลับมากเกินไป
c)
การสูบบุหรี่
d)
การออกกำลังกาย
45.

สารใดที่มีการดูดกลับที่บริเวณท่อของหน่วยไต

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

ยูเรีย

c)

กลูโคส

d)

ถูกทั้ง3ข้อ

46.

ถ้าระบบขับถ่ายของเสียทางไตปกติ จะไม่พบสิ่งใดต่อไปนี้ในน้ำปัสสาวะ

a)

คลอไรด์

b)

โปรตีน

c)

ยูเรีย

d)

เกลือแร่

47.

ข้อใดจัดเป็นของเสียที่ร่างกายจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

ยูเรีย

c)

เกลือแร่ส่วนเกิน

d)

ถูกต้องทุกข้อ

48.

ผลการตรวจปัสสาวะของไนท์ พบว่า มีโปรตีน และกลูโคส แสดงว่าย่าแย้มมีอวัยวะใดทำงานผิดปกติ

a)

ท่อปัสสาวะ

b)

กระเพาะปัสสาวะ

c)

ท่อไต

d)

ไต

49.

โรคที่ไตทั้งสองข้างถูกทำลายจนไม่สามารถทำงานได้

a)

โรคไตวาย

b)

โรคนิ่ว

c)

โรคกระเพาะ

d)

โรคหัวใจวาย

50.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของไต

a)

ผลิตฮอร์โมนร่างกายบางชนิด

b)

กรองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือด

c)

รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย

d)

กรองของเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของร่างกาย