wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

นิราศภูเขาทอง

Total questions: 15

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ใครคือผู้แต่งเรื่อง " นิราศภูเขาทอง"

a)

เจ้าพระยาพระคลังหน

b)

จมื่นไวย

c)

สุนทรภู่

d)

รัชกาลที่ 3

2.

นิราศภูเขาทองแต่งขึ้นในรัชสมัยพระมหากษัตริย์พระองค์ใด

a)

พระเจ้าตากสินมหาราช

b)

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
d)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

3.

นิราศภูเขาทองใช้คำประพันธ์ประเภทใด

a)

กลอนแปด

b)

ร่ายยาว

c)

กลอนนิราศ

d)

กลอนสี่สุภาพ

4.

สถานที่ใดเป็นสถานที่แรก ที่สุนทรภู่เดินทางจากไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง

a)

สามโคก

b)

วัดเขมาภิรตาราม

c)

วัดประโคนปัก

d)

วัดราชบูรณะ

5.

สุนทรภู่เดินทางไปยังวัดภูเขาทอง

ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดใด

a)

กรุงเทพฯ

b)

จันทบุรี

c)

อยุธยา

d)

นนทบุรี

6.

ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด

คิดถึงบาทบพิตรอดิศร

จากคำประพันธ์สุนทรภู่หมายถึงใคร

a)

รัชกาลที่ 1

b)

รัชกาลที่ 2

c)

รัชกาลที่ 3

d)

รัชกาลที่ 4

7.

2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับนิราศ

a)

นิยมแต่งเพื่อพรรณนาการเดินทาง

b)

คร่ำครวญถึงพ่อแม่ที่ต้องเดินทางจากมา

c)

ใช้เห่กล่อมเจ้านายเพื่อให้ข้อคิด คติเตือนใจ

d)

มีจุดมุ่งหมายในการยอพระเกียรติของกษัตริย์

8.

3. ข้อใดมีความหมายเหมือนกับบทประพันธ์ต่อไปนี้


“ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์

มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร

จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา”

a)

พูดจนลิงหลับ

b)

พูดดีเป็นศรีแก่ปาก

c)

น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง

d)

พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

9.

4. เพราะเหตุใด พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงตั้งชื่อเมืองสามโคกว่าเมืองปทุมธานี

a)

เพราะมีดอกบัวขึ้นอยู่มาก

b)

เพราะเป็นตลาดค้าบัวขนาดใหญ่

c)

เพราะชาวเมืองนี้นิยมทำนาบัวเป็นอาชีพ

d)

เพราะมีคนนำฝักบัวที่มีชื่อเสียงของสามโคกมาถวาย

10.

“โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย”


คำที่เป็นตัวสีแดงมีความหมายว่าอย่างไร

a)

น้ำตา

b)

น้ำเมา

c)

น้ำครำ

d)

น้ำสกปรก

11.

8. ข้อใดแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของสังคมไทย

a)

จนแจ่มแจ้งแสงตะวันเห็นพันธุ์ผัก

ดูน่ารักบรรจงส่งเกสร

เหล่าบัวเผื่อนแลสล้างริมทางจร

ก้ามกุ้งซ้อนเสียดสาหร่ายใต้คงคา

b)

สายติ่งแกมแซมสลับต้นตับเต่า

เป็นเหล่าเหล่าแลรายทั้งซ้ายขวา

กระจับจอกดอกบัวบานผกา

ดาษดาดูขาวดั่งดาวพราย

c)

เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง

ทั้งรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ

เหมือนโศกพี่ที่ช้ำระกำเจือ

เพราะรักรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย

d)

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม

ดังขวากแซมเสี้ยมแทรกแตกไสว

ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย

ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง

12.

14. "ถึงบางเดื่อโอ้มาเดื่อเหลือประหลาด บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้

เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา "

บทประพันธ์ข้างต้น สอนในเรื่องใด

a)

การพูด

b)

การทำความดี

c)

การคบคน

d)

การรักษาศี 5

13.

17. "ถึงอารามนามวัดประโคนปัก

ไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน

เป็นสำคัญปันแดนในแผ่นดิน

มิรู้สิ้นสุดชื่อที่ลือชา"

สะท้อนคุณค่าของบทประพันธ์ในด้านใด

a)

แสดงให้เห็นสภาพสังคม

b)

การเล่นสัมผัส

c)

สะท้อนความเชื่อ

d)

บอกเล่าเรื่องราวสถานที่

14.

18. "ทั้งกบเขียดเกรียดกรีดจังหรีดเรื่อย

พระพายเฉื่อยฉิวฉิววะหวิวหวาม"

สะท้อนคุณค่าของบทประพันธ์ในด้านใด

a)

แสดงให้เห็นสภาพสังคม

b)

การเล่นสัมผัส

c)

สะท้อนความเชื่อ

d)

บอกเล่าเรื่องราวสถานที่

15.
a)

แง่คิดเกี่ยวกับความจริงของชีวิต

b)

ชุมชนชาวต่างชาติ

c)

การติดต่อค้าขาย

d)

ตำนานสถานที่