wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปลายภาคหม้อแปลงไฟฟ้า

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

การขนานหม้อแปลงไฟฟ้ามีวัตถุประสงค์ตรงตามข้อใด

a)

เพิ่มความถี่ให้มากขึ้น

b)

ช่วยลดการสูญเสีย

c)

ป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า

d)

จ่ายกำลังไฟฟ้าให้มากขึ้น

2.

ข้อใดคือพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อต่อแบบโอเพนเดลตา

a)

58 เปอร์เซ็นต์

b)

68 เปอร์เซ็นต์

c)

78 เปอร์เซ็นต์

d)

88 เปอร์เซ็นต์

3.

จุดสตาร์ (Star point) มีลักษณะตรงตามข้อใด

a)

สายล่อฟ้า

b)

สายนิวทรัล

c)

สายส่งแรงดันไฟฟ้า

d)

สายอากาศ

4.

การต่อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่ายนิยมต่อในลักษณะใด

a)

สตาร์-สตาร์

b)

สตาร์-เดลตา

c)

เดลตา-เดลตา

d)

เดลตา-สตาร์

5.

การต่อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่ายนิยมต่อในลักษณะใด

a)

สตาร์-สตาร์

b)

สตาร์-เดลตา

c)

เดลตา-เดลตา

d)

เดลตา-สตาร์

6.

หม้อแปลงไฟฟ้าแบบสตาร์-สตาร์ (Y-Y) คือข้อใด

a)

IL = Iph, VL = 3Vph

b)

IL = Iph, VL = Vph

c)

IL = 3Iph, VL = Vph

d)

IL = 3Iph, VL = 3Vph

7.

หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีลำดับขั้วแบบแอดดิทีฟ โพลาริตี้ มีลักษณะตรงตามข้อใด

a)

แบบเสริมกัน

b)

แบบหักล้างกัน

c)

แบบคงที่

d)

แบบอัตราส่วน

8.

การต่อขนานหม้อแปลงไฟฟ้าถ้าลำดับขั้วไม่ถูกต้องกันจะเกิดอะไรขึ้น

a)

เกิดกระแสไหลวน

b)

เกิดกระแสใช้งาน

c)

เกิดกระแสลัดวงจร

d)

เกิดกระแสสร้างเส้นแรงแม่เหล็ก

9.

หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้า ขนาดพิกัด 220V/110V เมื่อนำมาต่อวงจรตรวจสอบขั้วและโวลต์มิเตอร์อ่านค่า แรงดัน ระหว่างขดลวดได้ 110 V จะมีลำดับขั้วเป็นแบบใด

a)

แบบอินดักทีฟ โพลาริตี้

b)

แบบแอดดิทีฟ โพลาริตี้

c)

แบบรีซิสทีฟ โพลาริตี้

d)

แบบซับแทรกทีฟ โพลาริตี้

10.

ข้อดีของการนำหม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 3 ตัว มาต่อเป็นหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส คือข้อใด

a)

หม้อแปลงไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งชำรุด

b)

ประสิทธิภาพและกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

c)

ราคาถูกกว่าเมื่อมีพิกัด kVA เอาต์พุตเท่ากัน

d)

น้ำหนักเบาและมีพื้นที่ในการใช้งานน้อย

11.

ข้อใดไม่เป็นส่วนประกอบของวงจรแม่เหล็ก

a)

ความหนาแน่นของกระแสไฟฟ้า

b)

ความซาบซึมได้

c)

ความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็ก

d)

แรงดันแม่เหล็ก

12.

ข้อใดเป็นลักษณะของแกนเหล็กแบบเชลล์

a)

EI และ EE                        

b)

UI และ EI

c)

UI และ LL                        

d)

LL และ EE

13.

จำนวนของเส้นแรงแม่เหล็กต่อหน่วยพื้นที่ เป็นความหมายของส่วนประกอบใดในวงจรแม่เหล็ก

a)

แรงดันแม่เหล็ก

b)

ความต้านทานแม่เหล็ก

c)

ความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็ก

d)

ความเข้มของสนามแม่เหล็ก

14.

ข้อใดคือความหมายของวงจรแม่เหล็กแบบขนาน

a)

มีทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็กที่ครบวงจรมากกว่าหนึ่งวงจร

b)

มีความยาวเฉลี่ยของทางเดินเส้นแรงแม่เหล็กเท่ากัน

c)

มีแรงดันแม่เหล็กเท่ากันในทุกส่วนของวงจรแม่เหล็ก    

d)

มีทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็กที่ครบวงจรเพียงวงจรเดียว

15.

ข้อใดไม่เป็นคุณลักษณะของหม้อแปลงในอุดมคติ

a)

ไม่มีการสูญเสียที่ขดลวด

b)

ไม่มีการสูญเสียที่แกนเหล็ก

c)

ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนเหล็ก

d)

ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กรั่วไหล

16.

พิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า จะบอกขนาดตามข้อใด

a)

กิโลวัตต์

b)

กิโลโวลต์แอมแปร์

c)

กิโลโวลต์แอมแปร์รีแอกตีฟ

d)

กิโลวัตต์ชั่วโมง

17.

เฟสเซอร์ของกระแสที่ใช้ในการสร้างเส้นแรงแม่เหล็กของหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อไม่มีโหลด คือข้อใด

a)

ร่วมเฟสกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

ต่างเฟสกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 180 องศา

c)

ล้าหลังแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 90 องศา

d)

นำหน้ากับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 90 องศา

18.

เฟสเซอร์ของกระแสที่ทำให้เกิดการสูญเสียในแกนเหล็กของหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อไม่มีโหลด คือข้อใด

a)

ร่วมเฟสกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

ต่างเฟสกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 180 องศา

c)

ล้าหลังแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 90 องศา

d)

นำหน้ากับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ 90 องศา

19.

การทดสอบหาขั้วของหม้อแปลงไฟฟ้าจะทดสอบหาขั้วได้กี่วิธี

a)

1 วิธี คือแบบขั้วเสริมกัน 

b)

1 วิธี คือแบบขั้วหักล้าง

c)

 2 วิธี คือแบบขั้วหักล้างกันกับแบบขั้วเสริมกัน

d)

2 วิธี คือแบบขั้วบวกกับแบบขั้วลบ

20.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการหาขั้วของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

ในการขนานหม้อแปลงไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

b)

การต่อหม้อแปลงไฟฟ้าหลายขดเพื่อเพิ่มแรงดัน

c)

ในการเพิ่มพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า

d)

การนำหม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 3 ตัวมาต่อเข้ากับไฟฟ้า 3 เฟส