wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบฝึกหัดเวชศึกษา

Total questions: 65

Worksheet time: 1hrs 5mins

Name
Class
Date
1.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา หมอในข้อใดที่จะใช้คำเรียกว่า “หมอ” ได้ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
หมอนวด
b)
หมอม้า
c)
หมอช้าง
d)
ควาญช้าง
e)
หมอยา
2.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา กิจของหมอมีกี่ประการ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
4 ประการ
b)
5 ประการ
c)
6 ประการ
d)
8 ประการ
e)
12 ประกา
3.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ข้อใดไม่ใช่กิจของหมอ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
รู้จักชื่อของโรค
b)
รู้จักที่ตั้งแรกเกิดของไข้
c)
รู้จักที่ตั้งแรกเกิดของโรค
d)
รู้จักยารักษาโรค
e)
รู้จักว่ายาอย่างใดรักษาโรคใด
4.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา “สมุฏฐาน” แปลว่า อะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ที่ตั้งแรกเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ
b)
ที่ตั้งแรกเกิดของชื่อโรค
c)
ที่ตั้งแรกเกิดของไข้
d)
ที่ตั้งแรกเกิดของผู้ป่วยผู้ไข้
e)
ที่ตั้งแรกเกิดของอาการต่างๆ
5.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ข้อใดไม่อยู่ในสมุฏฐานที่จำแนกออกเป็น 4 ประการ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ธาตุสมุฏฐาน
b)
อุตุสมุฏฐาน
c)
ฤดูสมุฏฐาน
d)
อายุสมุฏฐาน
e)
กาลสมุฏฐาน
6.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา จากประโยคที่ว่า “จึงรวมเป็นธาตุสมุฏฐาน.......อย่าง” จงเติมคำในช่องว่างข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
20
b)
12
c)
6
d)
4
e)
42
7.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ธาตุสมุฏฐาน ในกองอาโปสมุฏฐาน ธาตุ.........เป็นที่ตั้ง และ จำแนกเป็น........อย่าง จงเติมคำในช่องว่าง ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
น้ำ , 20
b)
ดิน , 20
c)
น้ำ , 12
d)
ลม , 12
e)
ไฟ , 12
8.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา เนื้อที่เป็นกล้ามและเป็นแผ่นในกายทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไรข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจ
b)
มังสัง
c)
นะหารู
d)
กิโลมะกัง
e)
ปิหะกัง
9.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา เส้นและเอ็นในกายทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจ
b)
มังสัง
c)
นะหารู
d)
กิโลมะกัง
e)
ปิหะกัง
10.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา พังผืด เป็นเนื้อยืดหดได้มีอยู่ทั่วกาย คือความหมายของคำว่าอะไรข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจ
b)
มังสัง
c)
นะหารู
d)
กิโลมะกัง
e)
ปิหะกัง
11.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา หนัง ตามตำราเข้าใจว่าหมายถึงที่หุ้มกายภายนอก ซึ่งมี 3 ชั้น คือหนังหนาหนังชั้นกลาง หนังกำพร้า แต่ที่จริงหนังในปาก เป็นหนังเปียกอีกชนิดหนึ่งควรนับเข้าด้วย คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจ
b)
มังสัง
c)
นะหารู
d)
กิโลมะกัง
e)
ปิหะกัง
12.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไต มีอยู่ 2 ไต ติดกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวขวาและซ้าย สำหรับขับปัสสาวะ คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจ
b)
มังสัง
c)
นะหารู
d)
กิโลมะกัง
e)
ปิหะกัง
13.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา วักกัง คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ม้าม
b)
ตับ
c)
ปอด
d)
ลำไส้น้อย
e)
อาหารใหม่
14.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อุทริยัง คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ม้าม
b)
ตับ
c)
ปอด
d)
ลำไส้น้อย
e)
อาหารใหม่
15.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อันตะคุณัง คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ม้าม
b)
ตับ
c)
ปอด
d)
ลำไส้น้อย
e)
อาหารใหม่
16.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ปัปผาสัง คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ม้าม
b)
ตับ
c)
ปอด
d)
ลำไส้น้อย
e)
อาหารใหม่
17.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ยกะนัง คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ม้าม
b)
ตับ
c)
ปอด
d)
ลำไส้น้อย
e)
อาหารใหม่
18.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ปัถวีธาตุจำแนกเป็นกี่อย่าง ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
20 อย่าง
b)
12 อย่าง
c)
6 อย่าง
d)
4 อย่าง
e)
42 อย่าง
19.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ข้อใดไม่ได้อยู่ใน อาโปธาตุ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
พัทธปัตตัง
b)
อพัทธปัตตัง
c)
ปุพโพ
d)
เขโฬ
e)
นะขา
20.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา มันข้น เป็นเนื้อมันสีขาวออกเหลืองอ่อนมีในร่างกายทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เสโท
b)
เมโท
c)
วะ
d)
สิงฆานิกา
e)
ละสิกา
21.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา มันเหลว หยดมันและน้ำเหลืองในร่างกายทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เสโท
b)
เมโท
c)
วะสา
d)
สิงฆานิกา
e)
ละสิกา
22.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา เหงื่อ น้ำเหงื่อที่ออกตามกายทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เสโท
b)
เมโท
c)
วะสา
d)
สิงฆานิกา
e)
ละสิกา
23.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา น้ำมูก น้ำใสที่ออกทางจมูก คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เสโท
b)
เมโท
c)
วะสา
d)
สิงฆานิกา
e)
ละสิกา
24.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไขข้อ น้ำมันที่อยู่ในข้อทั่วไป คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เสโท
b)
เมโท
c)
วะสา
d)
สิงฆานิกา
e)
ละสิกา
25.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา วาโยธาตุจำแนกเป็นกี่อย่าง ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
20 อย่าง
b)
12 อย่าง
c)
6 อย่าง
d)
4 อย่าง
e)
42 อย่าง
26.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ลมสำหรับพัดทั่วร่างกาย คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตา
b)
อโธคมาวาตา
c)
กุจฉิสยาวาตา
d)
โกฏฐาสยาวาตา
e)
อังคะมังคานุสารีวาตา
27.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ลมสำหรับพัดในลำไส้และในกระเพาะอาหาร คือความหมายของคำว่าอะไรข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตา
b)
อโธคมาวาตา
c)
กุจฉิสยาวาตา
d)
โกฏฐาสยาวาตา
e)
อังคะมังคานุสารีวาตา
28.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ลมสำหรับพัดอยู่ในท้องแต่นอกลำไส้ คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตา
b)
อโธคมาวาตา
c)
กุจฉิสยาวาตา
d)
โกฏฐาสยาวาตา
e)
อังคะมังคานุสารีวาตา
29.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ลมสำหรับพัดเบื้องล่างตั้งแต่ศรีษะตลอดถึงปลายเท้า คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตา
b)
อโธคมาวาตา
c)
กุจฉิสยาวาตา
d)
โกฏฐาสยาวาตา
e)
อังคะมังคานุสารีวาตา
30.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ลมสำหรับพัดขึ้นเบื้องบนตั้งแต่ปลายเท้าตลอดศรีษะ คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตา
b)
อโธคมาวาตา
c)
กุจฉิสยาวาตา
d)
โกฏฐาสยาวาตา
e)
อังคะมังคานุสารีวาตา
31.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา เตโชธาตุจำแนกเป็นกี่อย่าง ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
20 อย่าง
b)
12 อย่าง
c)
6 อย่าง
d)
4 อย่าง
e)
42 อย่าง
32.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไฟสำหรับย่อยอาหาร คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อัสสาสะปัสสาสะสัคคี
b)
ปริณามัคคี
c)
ชิรณัคคี
d)
ปริทัยหัคคี
e)
สันตัปปัคคี
33.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไฟสำหรับอุ่นกาย คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อัสสาสะปัสสาสะสัคคี
b)
ปริณามัคคี
c)
ชิรณัคคี
d)
ปริทัยหัคคี
e)
สันตัปปัคคี
34.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไฟสำหรับร้อนระส่ำระสาย ซึ่งทำให้เราต้องอาบน้ำและพัดวี คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อัสสาสะปัสสาสะสัคคี
b)
ปริณามัคคี
c)
ชิรณัคคี
d)
ปริทัยหัคคี
e)
สันตัปปัคคี
35.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ไฟสำหรับเผาให้แก่คร่ำคร่า คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อัสสาสะปัสสาสะสัคคี
b)
ปริณามัคคี
c)
ชิรณัคคี
d)
ปริทัยหัคคี
e)
สันตัปปัคคี
36.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา จากข้อความ “อนึ่งธาตุ ๔๒ อย่าง ที่เป็นหัวหน้ามักจะพิการบ่อยๆ ไม่ค่อยจะเว้นตัวคน ย่อธาตุ ๔๒ อย่าง เป็น สมุฏฐานธาตุ ๓ กอง ดังนี้” ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ปิตตสมุฏฐานาอาพาธา อาพาธด้วยความร้อน
b)
ปิตตสมุฏฐานาอาพาธา อาพาธด้วยเสลด
c)
ปิตตสมุฏฐานาอาพาธา อาพาธด้วยลม
d)
ปิตตสมุฏฐานาอาพาธา อาพาธด้วยดี
e)
ปิตตสมุฏฐานาอาพาธา อาพาธด้วยอุณหภูมิ
37.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา จากข้อความ “เมื่อสมุฏฐานทั้ง ๓ ประชุมกันเข้าเรียกว่าอะไร” ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
สันนิบาต
b)
สมุฏฐานกาอาพาธา
c)
สันนิบาตกาอาพาธา
d)
สันนิปาติกาอาพาธา
e)
สมุฏฐาน
38.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ฤดูเป็นที่ตั้ง คือความหมายของคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ธาตุสมุฏฐาน
b)
กาลสมุฏฐาน
c)
อายุสมุฏฐาน
d)
อุตุสมุฏฐาน
e)
ฤดูสมุฏฐาน
39.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา วันลอยกระทง อยู่ในฤดูชื่อว่าอะไร และแปลว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
คิมหันตฤดู แปลว่า ฤดูร้อน
b)
เหมันตฤดู แปลว่า ฤดูหนาว
c)
วสันตฤดู แปลว่า ฤดูฝน
d)
วสันตฤดู แปลว่า ฤดูร้อน
e)
วสันตฤดู แปลว่า ฤดูหนาว
40.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ฤดูน้ำค้าง คือฤดูชื่อว่าอะไร และแปลว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
คิมหันตฤดู แปลว่า ฤดูร้อน
b)
เหมันตฤดู แปลว่า ฤดูหนาว
c)
วสันตฤดู แปลว่า ฤดูฝน
d)
เหมันตฤดู แปลว่า ฤดูร้อน
e)
เหมันตฤดู แปลว่า ฤดูฝน
41.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา เหมันตฤดู เป็นสมุฏฐานอะไรและพิกัดอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
สมุฏฐานอาโป พิกัดปุพโพ
b)
สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะโลหิต
c)
สมุฏฐานอาโป พิกัดมุตตัง
d)
สมุฏฐานอาโป พิกัดละสิกา
e)
สมุฏฐานอาโป พิกัดโลหิตัง
42.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อฤดู ๔ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ อยู่ในฤดูชื่ออะไร สมุฏฐานอะไรข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ฤดูที่ ๑ สมุฏฐานปถวี
b)
ฤดูที่ ๒ สมุฏฐานปถวี
c)
ฤดูที่ ๔ สมุฏฐานเตโช
d)
ฤดูที่ ๔ สมุฏฐานอาโป
e)
ฤดูที่ ๔ สมุฏฐานปถวี
43.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อฤดู ๖ ไข้เป็นเพราะธาตุดินเป็นมูลเหตุ เพื่อเลือดลมกำเดาเจือเสมหะ อยู่ในฤดูชื่อว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ฤดูที่ ๑
b)
ฤดูที่ ๒
c)
ฤดูที่ ๔
d)
ฤดูที่ ๕
e)
ฤดูที่ ๖
44.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อ อายุสมุฏฐาน ถ้าคนไข้อายุ 9 ขวบ อยู่ในวัยชื่อว่าอะไรมีสมุฏฐานอะไร และเจ้าเรือนคืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ปฐมวัย สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะกับโลหิตระคนกัน ปิตตะเป็นเจ้าเรือนเสมหะเจืออยู่
b)
ปฐมวัย สมุฏฐานวาโย พิกัดเสมหะกับโลหิตระคนกัน ปิตตะเป็นเจ้าเรือนเสมหะเจืออยู่
c)
ปฐมวัย สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะ ปิตตะเป็นเจ้าเรือนเสมหะเจืออยู่
d)
ปฐมวัย สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะกับโลหิตระคนกัน เสมหะเป็นเจ้าเรือนปิตตะแทรก
e)
ปฐมวัย สมุฏฐานวาโย พิกัดเสมหะกับโลหิตระคนกัน เสมหะเป็นเจ้าเรือนปิตตะแทรก
45.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อ กาลสมุฏฐาน กาลกลางคืนตอนที่ ๓ คือช่วงเวลาใด สมุฏฐานใดข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ค่ำ (๑๘.๐๐น.) ถึง ยาม ๑ (๒๑.๐๐น.) สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะ
b)
ยาม ๑ (๒๑.๐๐น.) ถึง ๒ ยาม (๒๔.๐๐น.) สมุฏฐานอาโป พิกัดโลหิต
c)
๒ ยาม (๒๔.๐๐น.) ถึง ๓ ยาม (๐๓.๐๐น.) สมุฏฐานอาโป พิกัดดี
d)
๓ ยาม (๐๓.๐๐น.) ถึง ย่ำรุ่ง (๐๖.๐๐น.) สมุฏฐานวาโย
e)
๒ ยาม (๒๔.๐๐น.) ถึง ๓ ยาม (๐๓.๐๐น.) สมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะ
46.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อ ประเทศสมุฏฐาน คนเกิดในประเทศที่เป็นน้ำกรวดทราย เรียกว่าประเทศอะไร และสมุฏฐานอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ประเทศร้อน สมุฏฐานเตโช
b)
ประเทศอุ่น สมุฏฐานเตโช
c)
ประเทศอุ่น สมุฏฐานอาโป ดีโลหิต
d)
ประเทศอุ่น สมุฏฐานวาโย
e)
ประเทศหนาว สมุฏฐานปถวี
47.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้รู้สึกตึงรัดผูกดวงใจ ให้สวิงสวาย และอ่อนหิว ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจพิการ
b)
มังสังพิการ
c)
นะหารูพิการ
d)
วักกังพิการ
e)
กิโลมะกังพิการ
48.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้คันตามผิวหนัง ให้รู้สึกกายสากตามผิวหนัง ให้แสบร้อนตามผิวหนังข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจพิการ
b)
มังสังพิการ
c)
นะหารูพิการ
d)
วักกังพิการ
e)
กิโลมะกังพิการ
49.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้สะท้านร้อนสะท้านหนาว และเป็นโรค เช่น กระษัยลม ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจพิการ
b)
มังสังพิการ
c)
นะหารูพิการ
d)
วักกังพิการ
e)
กิโลมะกังพิการ
50.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้อกแห้ง ให้กระหายน้ำ และเป็นโรค เช่น ริดสีดวงแห้ง ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจพิการ
b)
มังสังพิการ
c)
นะหารูพิการ
d)
วักกังพิการ
e)
กิโลมะกังพิการ
51.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้เนื้อเป็นผื่นแดงช้ำและแสบร้อน เนื้อเป็นแฝดเป็นไฝ เป็นหูดเป็นพรายย้ำ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ตะโจพิการ
b)
มังสังพิการ
c)
นะหารูพิการ
d)
วักกังพิการ
e)
กิโลมะกังพิการ
52.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการของพัทธะปิตตะพิการ คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ให้มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้า
b)
ทำให้ปวดศรีษะ ตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง จับไข้
c)
ให้ไอเจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด
d)
ให้ผอมเหลืองเป็นดาน เป็นเถาให้แสบในคอ อกแห้ง
e)
ให้ตกอุจจาระเป็นเสมหะ และโลหิต เช่น มูกเลือด
53.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการของอพัทธะปิตตะพิการ คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ให้มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้า
b)
ทำให้ปวดศรีษะ ตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง จับไข้
c)
ให้ไอเจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด
d)
ให้ผอมเหลืองเป็นดาน เป็นเถาให้แสบในคอ อกแห้ง
e)
ให้ตกอุจจาระเป็นเสมหะ และโลหิต เช่น มูกเลือด
54.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการของศอเสมหะพิการ คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ให้มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้า
b)
ทำให้ปวดศรีษะ ตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง จับไข้
c)
ให้ไอเจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด
d)
ให้ผอมเหลืองเป็นดาน เป็นเถาให้แสบในคอ อกแห้ง
e)
ให้ตกอุจจาระเป็นเสมหะ และโลหิต เช่น มูกเลือด
55.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการของอุระเสมหะพิการ คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ให้มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้า
b)
ทำให้ปวดศรีษะ ตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง จับไข้
c)
ให้ไอเจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด
d)
ให้ผอมเหลืองเป็นดาน เป็นเถาให้แสบในคอ อกแห้ง
e)
ให้ตกอุจจาระเป็นเสมหะ และโลหิต เช่น มูกเลือด
56.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการของคูถเสมหะพิการ คืออะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ให้มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นบ้า
b)
ทำให้ปวดศรีษะ ตัวร้อน สะท้านร้อนสะท้านหนาว ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง จับไข้
c)
ให้ไอเจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด
d)
ให้ผอมเหลืองเป็นดาน เป็นเถาให้แสบในคอ อกแห้ง
e)
ให้ตกอุจจาระเป็นเสมหะ และโลหิต เช่น มูกเลือด
57.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้นัยน์ตาพร่า ให้วิงเวียน ให้เจ็บสองหน้าขา ให้เจ็บตามกระดูกสันหลัง อาเจียนแต่ลมเปล่า กินอาหารไม่ได้ สะบัดร้อนสะบัดหนาว ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตพิการ
b)
อโธคมาวาตพิการ
c)
กุจฉิสยาวาตพิการ
d)
โกฏฐาสยาวาตพิการ
e)
อังคมังคานุสารีวาตพิการ
58.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้ท้องลั่น ให้ดวงจิตสวิงสวาย ให้เมื่อยขบไปทุกข้อ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อุทธังคมาวาตพิการ
b)
อโธคมาวาตพิการ
c)
กุจฉิสยาวาตพิการ
d)
โกฏฐาสยาวาตพิการ
e)
อังคมังคานุสารีวาตพิการ
59.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา อาการให้ขัดข้อมือข้อเท้า เป็นมองคร่อ คือ ปอดเป็นหวัด ให้ไอ ให้ปวดฝ่ามือฝ่าเท้า ให้ท้องแข็ง ให้ผะอืดผะอม ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
สันตัปปัคคีพิการ
b)
ปริณามัคคีพิการ
c)
ชิรณัคคีพิการ
d)
ปริทัยหัคคีพิการ
e)
อังคมังคานุสารีวาตพิการ
60.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ข้อใดไม่อยู่ในพฤติกรรมเกิดโรค ๘ ประการ ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อาหาร ไม่ระวังการบริโภค
b)
อิริยาบถ ใช้อิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป
c)
ความร้อนและเย็น ถูกร้อนถูกเย็นมากเกินไป
d)
อดนอน อดข้าว อดน้ำ
e)
ดีใจ บุคคลที่ดีใจอยู่เสมอ
61.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา จากข้อความ “ก็คงมีชื่ออยู่เพียงชื่อ ตามฐานที่ตั้งของโรคใน.........นี้” ในช่องว่างคือคำว่าอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
จักขุอินทรีย์
b)
เบญจอินทรีย์
c)
โสตอินทรีย์
d)
ฆานอินทรีย์
e)
ชิวหาอินทรีย์
62.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษาโรคเป็นขึ้นภายนอกกาย สามัญชนสมมุติชื่อว่าเป็นเกลื้อนเป็นกลาก เป็นมะเร็ง เป็นคุดทะราด เป็นเรื้อน เป็นกุฏฐัง หรือเป็นแผลต่างๆที่ปรากฏออกมาภายนอกกาย เป็นชื่อโรคอะไร ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
อันตโรโค
b)
โสตโรโค
c)
ฆานโรโค
d)
กายโรโค
e)
พหิทธโรโค
63.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา จากข้อความ “หมอต้องรู้สรรพสิ่งต่างๆซึ่งจะได้เอามาปรุงเป็นยาแก้ไขโรคการที่จะรู้จักยานั้น ต้องรู้จัก ๔ ประการ” ใน ๔ ประการ ข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
รู้จักตัวยา
b)
รู้จักสรรพคุณยา
c)
รู้จักพิกัดยา
d)
รู้จักการปรุงยา
e)
รู้จักการรักษาผู้ป่วย
64.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อ การซักประวัติและวิธีตรวจไข้ ข้อใดไม่อยู่ในหัวข้อนี้
a)
ประวัติของบุคคล
b)
ประวัติของโรค
c)
การตรวจร่างกาย
d)
การตรวจอาการ
e)
ประวัติของสัตว์เลี้ยง
65.
จากพระคัมภีร์เวชศึกษา ในหัวข้อ การวินิจฉัย ต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ และข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ ข้อใดไม่ได้อยู่ในหัวข้อนี้
a)
คนเจ็บมีอาการเช่นใด มีโรคชนิดใด ชื่ออะไร
b)
โรคนั้นๆมีที่เกิดแต่อะไรเป็นต้นเหตุ
c)
โรคเช่นนี้จะเยียวยาแก้ไขวิธีใดจึงจะถูกแก่โรค
d)
สรรพคุณยาสำหรับที่จะบำบัดโรคเช่นนั้นๆจะใช้สรรพคุณยาอะไร
e)
ยาที่ใช้ต้องรู้แหล่งที่มาของยาอย่างชัดเจน