Worksheetsหน่วยที่ 3 ระบบหมุนเวียนเลือด
Total questions: 42
Worksheet time: 21mins
Name
Class
Date
1.
จากรูป โพรงจมูก ตรงกับหมายเลขใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
2.
จากรูป หลอดลม ตรงกับหมายเลขใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
3.
จากรูป ปอด ตรงกับหมายเลขใด
a)
1
b)
2
c)
3
d)
4
4.
จากรูป ถุงลม ตรงกับหมายเลขใด
a)
ุ6
b)
7
c)
8
d)
5
5.
จากรูป หลอดลมฝอย ตรงกับหมายเลขใด
a)
ุ6
b)
7
c)
8
d)
5
6.
จากรูป กะบังลม ตรงกับหมายเลขใด
a)
ุ6
b)
7
c)
8
d)
5
7.
จากรูป ลักษณะการเคลื่อนที่ของกะบังลม ตรงกับข้อใด
a)
กำลังหายใจเข้า กะบังลมขยายตัว
b)
หายใจออก กะบังลมหดตัว
8.
จากรูป ลักษณะการเคลื่อนที่ของกะบังลม ตรงกับข้อใด
a)
กำลังหายใจเข้า กะบังลมขยายตัว
b)
หายใจออก กะบังลมหดตัว
9.
จากรูป หมายเลข 1 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สออกซิเจน
b)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
c)
ถุงลมในปอด
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
10.
จากรูป หมายเลข 2 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สออกซิเจน
b)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
c)
ถุงลมในปอด
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
11.
จากรูป หมายเลข 3 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สออกซิเจน
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาวมีออกซิเจนสูง
c)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
12.
จากรูป หมายเลข 4 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สออกซิเจน
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาวมีออกซิเจนสูง
c)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
13.
จากรูป หมายเลข 5 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่ออกจากหลอดเลือดฝอยเข้าไปยังถุงลม
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาวมีออกซิเจนสูง
c)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
14.
จากรูป หมายเลข 6 มีความหมายตรงกับข้อใด
a)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แพร่ออกจากหลอดเลือดฝอยเข้าไปยังถุงลม
b)
แก๊สออกซิเจนแพร่จากถุงลมเข้าไปในหลอดเลือดฝอย
c)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง
d)
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนสูง
15.
จากรูปแบบจำลองการทำงานของระบบหายใจ หมายเลข 1 ความหมายตรงกับข้อใด
a)
ปอด
b)
ท่อลม
c)
กะบังลม
d)
ช่องอก
16.
จากรูปแบบจำลองการทำงานของระบบหายใจ หมายเลข 2 ความหมายตรงกับข้อใด
a)
ปอด
b)
ท่อลม
c)
กะบังลม
d)
ช่องอก
17.
จากรูปแบบจำลองการทำงานของระบบหายใจ หมายเลข 3 ความหมายตรงกับข้อใด
a)
ปอด
b)
ท่อลม
c)
กะบังลม
d)
ช่องอก
18.
จากรูปแบบจำลองการทำงานของระบบหายใจ หมายเลข 5 ความหมายตรงกับข้อใด
a)
ปอด
b)
ท่อลม
c)
กะบังลม
d)
ช่องอก
19.
จากรูป หลังกระบวนการหายใจ แก๊สต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อใด
a)
แก๊สออกซิเจน ไอน้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้น
b)
แก๊สออกซิเจน ไอน้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง
c)
แก๊สออกซิเจน ไอน้ำ และเพิ่มขึ้น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง
d)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ เพิ่มขึ้น แก๊สออกซิเจนลดลง
20.
ปอดของแต่ละคนมีความจุเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตุใด
a)
มีค่าเท่ากับ เพราะปอดของเรามีขนาดคงที่
b)
มีค่าเท่ากับ เพราะปอดของเรามีรูปร่างเท่ากัน
c)
มีค่าไม่เท่ากับ เพราะความสูง อายุ เพศ ไม่เหมือนกัน
d)
มีค่าไม่เท่ากัน เพราะเเต่ละคนกินอาหารที่แตกต่างกัน
21.
ข้อใดไม่ใช่แนวทางการรักษาปอดที่ดี
a)
ฝึกร้องเพลงทุกวันในห้องน้ำ
b)
ฝึกว่ายน้ำทุกวัน
c)
หลับพักผ่อนให้เพียงพอ
d)
สูบบุหรี่ให้เพียงพอต่อวัน
22.
เซลล์เม็ดเลือดเเดงที่อยู่ในเส้นเลือดบริเวณถุงลมปอด คือหลอดเลือดใด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือหัวใจ
d)
หลอดเลือดฝอย
23.
หมายเลข 1 มีความมายตรงกับข้อใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เกล็ดเลือด
d)
พลาสม่า/น้ำเลือด
e)
เม็ดเลือด
24.
หมายเลข 2 มีความมายตรงกับข้อใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เกล็ดเลือด
d)
พลาสม่า/น้ำเลือด
e)
เม็ดเลือด
25.
หมายเลข 3 มีความมายตรงกับข้อใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เกล็ดเลือด
d)
พลาสม่า/น้ำเลือด
e)
เม็ดเลือด
26.
หมายเลข 4 มีความมายตรงกับข้อใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เกล็ดเลือด
d)
พลาสม่า/น้ำเลือด
e)
เม็ดเลือด
27.
หมายเลข 5 มีความมายตรงกับข้อใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เกล็ดเลือด
d)
พลาสม่า/น้ำเลือด
e)
เม็ดเลือด
28.
เซลล์เม็ดเลือดแดง (red blood cell) มีหน้าที่ตรงกับข้อใด
a)
ทำหน้าที่นำออกซิเจนส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยอาศัย “ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)”
b)
ทพหน้าที่หลักในการกำจัดเชื้อโรค เป็นส่วนสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immune system)
c)
ทำหน้าที่ช่วยทำให้เลือดหยุดไหล ในกรณีที่มีบาดแผลหรือมีภาวะเลือดออก
d)
ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ดูดซึมจากลำใส้ไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกาย
29.
เซลล์เม็ดเลือดขาว (white blood cell) มีหน้าที่ตรงกับข้อใด
a)
ทำหน้าที่นำออกซิเจนส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยอาศัย “ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)”
b)
ทพหน้าที่หลักในการกำจัดเชื้อโรค เป็นส่วนสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immune system)
c)
ทำหน้าที่ช่วยทำให้เลือดหยุดไหล ในกรณีที่มีบาดแผลหรือมีภาวะเลือดออก
d)
ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ดูดซึมจากลำใส้ไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกาย
30.
เกล็ดเลือด (platelet) มีหน้าที่ตรงกับข้อใด
a)
ทำหน้าที่นำออกซิเจนส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยอาศัย “ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)”
b)
ทพหน้าที่หลักในการกำจัดเชื้อโรค เป็นส่วนสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immune system)
c)
ทำหน้าที่ช่วยทำให้เลือดหยุดไหล ในกรณีที่มีบาดแผลหรือมีภาวะเลือดออก
d)
ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ดูดซึมจากลำใส้ไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกาย
31.
ในร่างกายของมนุษย์ มีเลือดอยู่ประมาณเท่าใด
a)
1-3 ลิตร
b)
2-4 ลิตร
c)
5-6 ลิตร
d)
7-14 ลิตร
32.
เซลล์เม็ดเลือดเเดง เเละเซลล์เม็ดเลือดขาวเเตกต่างกันอย่างไร
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดงมีขนาดใหญ่กว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวมาก
b)
เซลล์เม็ดเลือดเเดงมีขนาดเล็ก กว่าเซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
เซลล์เม็ดเลือดเเดงมีปริมาณมากกว่าเซลล์เม็ดเลือดขาว
d)
เซลล์เม็ดเลือดขาวมีปริมาณมากกว่าเซลล์เม็ดเลือดแดง
33.
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของไขกระดูก
a)
สร้างเซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
สร้างเกล็ดเลือด
d)
สร้างออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
34.
จากรูป เฮโมโกบิน อยู่ในเซลล์ชนิดใด
a)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
b)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
c)
น้ำ
d)
ไขมัน
35.
ตัวเลือดใดที่ช่วยให้เลือดบริเวณบาดแผลเเข็งตัวได้ไวขึ้น
a)
เกล็ดเลือด
b)
เซลล์เม็ดเลือดเเดง
c)
เซลล์เม็ดเลือดขาว
d)
ไขมัน
36.
จากรูป Group O รับเลือด Group ใดได้บ้าง
a)
Group A
b)
Group B
c)
Group AB
d)
Group 0
37.
จากรูป เลือดที่มีออกซิเจนสูง อยู่ในหลอดเลือดใด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดขนาดเล็ก
38.
จากรูป เลือดที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง อยู่ในหลอดเลือดใด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดขนาดเล็ก
39.
ข้อใดไม่ใช่หลอดเลือดในร่างกายมนุษย์
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดฝอย
d)
หลอดเลือดเส้นยาว
40.
การบริจาคเลือด สามารถเจาะได้ที่หลอดเลือดชนิดใด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดฝอย
d)
หลอดเลือดเส้นยาว
41.
จากรูป หลอดเลือดชนิดใดมี เเรงดันภายในสูงที่สุด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดฝอย
d)
หลอดเลือดเส้นยาว
42.
เลือดที่ได้รับออกซิเจนสูงจากปอดจะเคลื่อนที่ในหลอดเลือดชนิดใด
a)
หลอดเลือดอาร์เทอรี
b)
หลอดเลือดเวน
c)
หลอดเลือดสมอง
d)
หลอดเลือดร่างกาย
100 %
