wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนก่อนสอบกลางภาคประวัติศาสตร์ ท.1

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

การศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ศึกษาจากภาพถ่าย

b)

สอบถามผู้รู้ในชุมชนนั้น

c)

นำของโบราณมาเป็นสมบัติของตน

d)

ศึกษาจากสถานที่ที่เป็นเมืองโบราณ

2.

วิธีการทางประวัติศาสตร์ คือการศึกษาเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์ อย่างมีขั้นตอนเพื่อค้นหาสิ่งใด

a)

ข้อมูล

b)

เหตุผล

c)

ข้อเท็จจริง

d)

ความเข้าใจ

3.

ในการศึกษาประวัติศาสตร์ ใครใช้วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ฝนเลือกใช้ข้อมูลที่มีผู้วิเคราะห์ไว้แล้ว

b)

นุ่นนำข้อมูลที่ค้นคว้าได้มาคัดลอกทันที

c)

แนนเลือกใช้ข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น

d)

ต่ายนำข้อมูลที่สืบค้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

4.

เมื่อนักเรียนไปทัศนศึกษาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินักเรียน ควรนำเสนอข้อมูลที่ได้รับในรูปแบบใดที่มีความหลากหลายและน่าสนใจที่สุด

a)

บรรยายหน้าชั้นเรียน

b)

จัดทำเป็นรายงานส่งครู

c)

จัดทำเป็นหนังสือเล่มเล็ก

d)

จัดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน

5.

มานะสนใจการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพเขาควรศึกษาด้วยวิธีการในข้อใด

a)

วิธีการทางศาสนา

b)

วิธีการทางภูมิศาสตร์

c)

วิธีการทางวิทยาศาสตร์

d)

วิธีการทางประวัติศาสตร์

6.

ข้อใดคือแหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์

a)

พิพิธภัณฑ์

b)

ศาสนสถาน

c)

โบราณวัตถุ

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ข้อใดคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทลายลักษณ์ อักษรทั้งหมด

a)

ภาพยนตร์ , จารึก , แผ่นสียง , แผนที่

b)

แผ่นสียง , พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน , แผนที่ , จารึก

c)

จดหมายเหตุ ,คัมภีร์ใบลาน ,จารึก ,สนธิสัญญาเบาว์ริง

d)

จารึก , คัมภีร์ใบลาน , อนุสาวรีย์ , ภาพเขียนสีผาแต้ม

8.

การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งใดที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน

a)

ห้องสมุด

b)

หนังสือเรียน

c)

โบราณสถาน

d)

อินเทอร์เน็ต

9.

การสืบค้นหลักฐานที่หลากหลายในการศึกษาเรื่องราวใน อดีตมีประโยชน์อย่างไร

a)

ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ

b)

ทำให้ได้ข้อมูลมากๆ

c)

ทำให้ผู้สืบค้นข้อมูลเป็นคนน่าเชื่อถือ

d)

ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือขึ้น

10.

การสรุปข้อเท็จจริง นักประวัติศาสตร์ควรยึดอะไรเป็นหลัก

a)

ค่านิยม

b)

ความต้องการ

c)

ความคิดตนเอง

d)

ความเป็นกลางและยุติธรรม

11.

การนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ควรมีลักษณะอย่างไร

a)

พูดช้าๆ ชัดๆ

b)

ใส่อารมณ์ขณะพูด

c)

เล่าด้วยภาษาเข้าใจง่าย

d)

นำหลักฐานจริงบ้างไม่จริงบ้างมานำเสนอ

12.

การจัดนิทรรศการ เป็นวิธีหนึ่งในวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นตอนใด

a)

การนำเสนอข้อมูล

b)

การรวบรวมข้อมูล

c)

การจัดลำดับข้อมูล

d)

การกำหนดหัวข้อที่จะศึกษา

13.

พงศาวดาร เป็นหลักฐานที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องใด

a)

การบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพรมหากษัตริย์

b)

เป็นอัตชีวประวัติบุคคลสำคัญ

c)

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชนชั้นปกครอง

d)

เป็นบันทึกเหตุการณ์และพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์

14.

ข้อใดไม่ใช่การแบ่งประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานชั้นต้น-ชั้นรอง

b)

หลักฐานที่เกิดขึ้นก่อน-เกิดขึ้นทีหลัง

c)

หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์-สมัยประวัติศาสตร์

d)

หลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษร-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

15.

ข้อใดเป็นหลักฐานที่ไม่ใช่ลายลักษณ์อักษรทั้งหมด

a)

จารึกใบลาน พงศาวดาร

b)

เครื่องประดับหิน ศิลาจารึก

c)

ขวานหินขัด ถ้วยชามสังคโลก

d)

พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน รูปถ่าย

16.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความจริงและข้อเท็จจริง

a)

ข้อเท็จจริงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา

b)

ความจริงคือเรื่องราวที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง

c)

ความจริงคือการขยายความตามความรู้สึกของผู้เล่า

d)

ความจริงคือข้อมูลที่สรุปว่าเป็นเรื่องจริงโดยอาศัยจากประสบการณ์

17.

ถ้าต้องการสืบค้นความเป็นมาของท้องถิ่น ควรปฏิบัติ อย่างไรเป็นขั้นตอนแรก

a)

กำหนดหัวข้อ

b)

นำเสนอข้อมูล

c)

รวบรวมข้อมูลหลักฐาน

d)

ตรวจสอบลักษณะข้อมูล

18.

ข้อใดเป็นความสำาคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์

a)

ก. ทำให้ผู้อื่นนับถือ

b)

ข. ทำให้คนมีฐานะดีขึ้น

c)

ค. ทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

d)

ง. ทำให้รู้ความเป็นมาของเรื่องราวต่างๆ

19.

การไปห้องสมุดเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับอาชีพในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นการศึกษาหาข้อมูล ทางประวัติศาสตร์ขั้นตอนใด

a)

ก. ตีความหมายของข้อมูล

b)

ข. กำาหนดหัวข้อในการศึกษา

c)

ค. นำเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบรายงาน

d)

ง. รวบรวมข้อมูลหลักฐานจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

20.

วิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นตอนใดที่ต้องเปรียบเทียบข้อมูลกับหลักฐานอื่นๆ

a)

ก ตั้งคำาถาม

b)

ข. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ

c)

ค. รวบรวมข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

d)

ง. เรียบเรียงเรื่องราวจากข้อมูลที่รวบรวมได้

21.

แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในข้อใดที่ต้องเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์

a)

ก. พิพิธภัณฑ์ในจังหวัด

b)

ข. โบราณสถาน

c)

ค. ห้องสมุดของโรงเรียน

d)

ง. บุคคลซึ่งเป็นผู้รู้เกี่ยวกับประวิติศาสตร์

22.

ข้อใดเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร

a)

ขวานหินขัด

b)

ถ้วยชามสังคโลก

c)

จารึกใบลาน

d)

เหรียญกษาปณ์

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความจริง

a)

สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา

b)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

c)

เหตุผลที่ทำาให้เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นจริง

d)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

24.

การนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

การนำาเสนอข้อมูลที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว

b)

การนำาเสนอข้อมูลโดยยึดจากหลักฐานเพียงชิ้นเดียว

c)

การนำาข้อมูลมาแต่งเป็นนิทานเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน

d)

การนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริงและใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจ

25.

ถ้าต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของกษัตริย์สยามกับทวีปยุโรป นักเรียนจะศึกษาได้จากที่ไหน

a)

พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3

b)

วรรณกรรมไตรภูมิพระร่วง

c)

พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน

d)

กฎหมายตราสามดวง

26.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การตีความข้อมูล

b)

การนำเสนอข้อมูล

c)

การตรวจสอบหลักฐาน

d)

การสร้างหลักฐานขึ้นเอง

27.

ข้อใดคือหลักฐานชั้นรองทางประวัติศาสตร์

a)

ตำนาน

b)

ภาพถ่าย

c)

ศิลาจารึก

d)

จดหมายเหตุ

28.

"เรื่อง จามเทวีวงศ" เปนขอมูลทางประวัติศาสตรประเภทใด

a)

จารึก

b)

จดหมายเหตุ

c)

ตํานาน

d)

พงศาวดาร

29.

ขอใดไมใชหลักฐานทางประวัติศาสตรที่เปนหลักฐานชั้นตน

a)

อนุสาวรีย์

b)

โบราณสถาน

c)

จารึก

d)

โบราณวัตถุ

30.

ถาตองการศึกษาเรื่องโบราณสถานในภาคกลาง ควรศึกษาจากหลักฐานใด

a)

พระธาตุพนม

b)

พระปฐมเจดีย

c)

พระธาตุหริภุญชัย

d)

พระบรมธาตุไชยา

31.

วิธีการทางประวัติศาสตรในขั้นตอนใดที่ชวยใหผู้ศึกษาได้หลักฐานที่ถูกตองน่าเชื่อถือ

a)

กําหนดหัวขอ

b)

รวบรวมหลักฐาน

c)

ตรวจสอบหลักฐาน

d)

เรียบเรียงและนําเสนอ

32.

ถาตองการศึกษาประวัติศาสตรสมัยรัตนโกสินทร ไมควรใชหลักฐานใดในการศึกษา

a)

พิพิธภัณฑสถานแหงชาติพระนคร

b)

อนุสาวรียสมเด็จพระเจาตากสิน

c)

อนุสาวรียประชาธิปไตย

d)

สํานักหอสมุดแหงชาติ

33.

ใครอยูในขั้นตอนสุดทายของวิธีการหาความรูทางประวัติศาสตร

a)

พิกุลนําเสนอขอมูล

b)

กุหลาบตีความหลักฐาน

c)

มะลิคนควาขอมูลในหองสมุด

d)

ชบาวิเคราะหขอความในจารึก

34.

ขอใดไมใชลักษณะการนําเสนอที่ดี

a)

แสดงขอเท็จจริง

b)

มีความเหมาะสม

c)

ใชภาษาที่เขาใจไดงาย

d)

แสดงหลักฐานทุกชิ้นที่หามาได

35.

ขั้นตอนใดที่จําเปนตองใชทักษะทางภาษาเพื่อใหสาธารณชนเขาใจชัดเจน

a)

กําหนดหัวขอ

b)

รวบรวมขอมูล

c)

นําเสนอขอมูล

d)

วิเคราะหหลักฐาน

36.

ขั้นตอนใดไม่ใช่การศึกษาประวัติศาสตร์

a)

การเก็บข้อมูลจากบุคคลในพื้นที่

b)

การศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านในชนบท

c)

การทดลองในห้องปฏิบัติการ

d)

การลงภาคสนามในพื้นที่ที่ศึกษา

37.

วิธีการทางประวัติศาสตร์มีกี่ขั้นตอน

a)

4 ขั้นตอน

b)

5 ขั้นตอน

c)

6 ขั้นตอน

d)

7 ขั้นตอน

38.

ขั้นตอนสุดท้ายของวิธีการทางประวัติศาสตร์คือขั้นตอนใด

a)

การตีความ

b)

การตรวจสอบข้อมูล

c)

การรวบรวมข้อมูล

d)

การนำเสนอข้อมูล

39.

การจัดนิทรรศการ เป็นวิธีหนึ่งในวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นตอนใด

a)

การกำหนดหัวข้อที่จะศึกษา

b)

การจัดลำดับข้อมูล

c)

การนำเสนอข้อมูล

d)

การรวบรวมข้อมูล

40.

ข้อใดจัดเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร

a)

พระแก้วมรกต

b)

จิตรกรรมฝาผนังวัด

c)

หลักศิลาจารึก

d)

เจดีย์วัดโพธิ์

41.

ข้อใดจัดเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

a)

หนังสือพิมพ์

b)

จารึกวัดโพธิ์

c)

พงศาวดาร

d)

พระนครคีรี

42.

นักเรียนคิดว่า "พงศาวดาร" เป็นหลักฐานที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องใด

a)

การบันทึกเรื่องราวของเชื้อพระวงศ์ยุคนั้น

b)

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชนชั้นปกครอง

c)

เป็นบันทึกพระราชกรณียกิจของกษัตริย์

d)

บอกเล่าเรื่องราวของบุคคลมีชื่อเสียง

43.

นักเรียนบอกความหมายของคำว่า ตำนาน

a)

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นปกครอง

b)

การบันทึกเรื่องราวของชุมชน

c)

เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมา ภายหลังได้จดบันทึก

d)

หลักฐานที่เขียนขึ้นเพื่อบันทึกเหตุกา

44.

ข้อใดจัดเป็นเอกสารราชการ

a)

สนธิสัญญา

b)

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ

c)

บันทึกการประชุมราชการ

d)

ถูกทุกข้อ

45.

ถ้าต้องการศึกษาความเป็นมาของตำบล ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก

a)

กำหนดหัวข้อ

b)

สืบค้นหลักฐาน

c)

สอบถามคนเก่าแก่

d)

ศึกษาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต

46.

การศึกษาประวัติศาสตร์เน้นเรื่องใดมากที่สุด

a)

เหตุผล

b)

หัวข้อที่จะศึกษา

c)

ข้อเท็จจริง

d)

การนำเสนอ

47.

ข้อใดคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทลายลักษณ์อักษรทั้งหมด

a)

จารึก , คัมภีร์ใบลาน , อนุสาวรีย์ , ภาพเขียนสีผาแต้ม

b)

ภาพยนตร์ , จารึก , แผ่นสียง , แผนที่

c)

แผ่นสียง , พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน , แผนที่ , จารึก

d)

จดหมายเหตุ , คัมภีร์ใบลาน , จารึก , สนธิสัญญาเบาว์ริง

48.

หลักฐานในข้อใดน่าเชื่อถือน้อยที่สุด และหลักฐานในข้อใดน่าเชื่อถือมากที่สุดตามลำดับ

a)

ตำนาน - ศิลาจารึก

b)

ศิลาจารึก - ตำนาน

c)

ภาพถ่ายเหตุการณ์ - จดหมายเหตุ

d)

จดหมายเหตุ - ภาพถ่ายเหตุการณ์

49.

ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้นทั้งหมด

a)

ประวัติบุคคลสำคัญ - อนุสรณ์สถาน

b)

ศิลาจารึก - เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง

c)

จดหมายเหตุ- วีดีทัศน์

d)

ประวัติบุคคลสำคัญ - บันทึก

50.

การนำเสนอข้อมูลควรยึดหลักในข้อใด

a)

นำเสนอข้อมูลเฉพาะด้านที่ดี

b)

นำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง

c)

นำเสนอข้อมูลโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัว

d)

นำเสนอข้อมูลตามเสียงข้างมาก

51.

การตรวจสอบและตีความข้อมูลในข้อใดถูกต้อง

a)

ใช้ข้อมูลที่ตนเองชอบมากที่สุด

b)

เชื่อเฉพาะข้อมูลที่พ่อแม่เล่าให้ฟัง

c)

เพิ่มเติมข้อมูลเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ

d)

เปรียบเทียบข้อมูลกับหลาย ๆ แหล่งข้อมูล

52.

ถ้าต้องการสืบค้นความเป็นมาของท้องถิ่น ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นขั้นตอนแรก

a)

กำหนดหัวข้อ

b)

รวบรวมข้อมูลหลักฐาน

c)

นำเสนอข้อมูล

d)

ตรวจสอบลักษณะ

53.

ถ้าต้องการทราบประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นควรรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานในข้อใด

a)

ก. สอบถามจากเพื่อนข้างบ้าน

b)

ข. ศาลาหมู่บ้าน

c)

ค. โบราณสถานที่เพิ่งก่อสร้าง

d)

ง. คำบอกเล่าของผู้สูงอายุในท้องถิ่น

54.

ข้อใดเป็นหลักฐานที่ไม่ใช่ลายลักษณ์อักษร

a)

ก. พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน

b)

ข. พงศาวดาร

c)

ค. ศิลาจารึก

d)

ง. ถ้วยชามสังคโลก

55.

หลักฐานในข้อใดให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อปราสาทพระวิหาร

a)

แผนที่

b)

คำตัดสินของศาลโลก

c)

แบบสอบถาม

d)

หนังสือท่องเที่ยวปราสาทพระวิหาร

56.

ข้อใดเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด

a)

    นิทาน เพราะแก้ไขเนื้อหาได้

b)

เรื่องเล่า เพราะพูดปากต่อปาก

c)

ตำนาน เพราะมีการสืบทอดกันมายาวนาน

d)

ศิลาจารึก เพราะถูกจารขึ้นมาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น   

57.

เพราะเหตุใดการใชวิธีการทางประวัติศาสตร เปนเครื่องมือในการสืบคนเหตุการณในอดีต จึงทําใหรูเรื่องราวไดใกลเคียงความจริงในอดีต มากที่สุด

a)

มีวิธีการสืบคนคอนขางซับซอน

b)

มีขั้นตอนการคนควาที่ละเอียดรอบคอบ

c)

มีการสรุปผลที่ทําไดอยางรัดกุม

d)

มีการทดลองเพื่อใหเห็นผลจริง

58.

หากเราไมกําหนดหัวขอในการสืบคนขอมูลกอนเริ่ม ศึกษาคนควาผลจะเปนอยางไร

a)

รวบรวมขอมูลไดลําบาก

b)

ขอมูลที่ไดขาดความนาเชื่อถือ

c)

การนําเสนอขอมูลยุงยากเกินไป

d)

ขาดความชัดเจนและหลงประเด็นไดงาย

59.

“หนังสือพิมพจัดเปนหลักฐานทางประวัติศาสตร” เห็นดวยกับคํากลาวนี้หรือไม เพราะเหตุใด

a)

เห็นดวย เพราะเปนบันทึกที่อยูรวมสมัยกับ เหตุการณตางๆ

b)

เห็นดวย เพราะเปนหลักฐานทางประวัติศาสตร ที่เขาถึงไดงาย

c)

ไมเห็นดวย เพราะมักสอดแทรกความคิดเห็น สวนตัวปะปนอยูดวย

d)

ไมเห็นดวย เพราะเปนเรื่องราวที่คนเขียนขึ้นเอง อาจมีความผิดพลาดได

60.

“ความจริง” และ “ขอเท็จจริง” ที่ไดมาจากหลักฐาน ทางประวัติศาสตรนั้นมีความแตกตางกันอยางไร

a)

ความจริงเปนสิ่งที่เชื่อถือได ขอเท็จจริงเปนสิ่งที่ยังตองตรวจสอบ

b)

ความจริงเปนสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ขอเท็จจริงเปนสิ่งไมเคยเกิดขึ้นเลย

c)

ความจริงเปนสิ่งที่ตรงตามเรื่องราว ขอเท็จจริงเปนสิ่งที่ใกลเคียงกับเรื่องราว

d)

ความจริงเปนสิ่งที่ไดรับการยอมรับ ขอเท็จจริงเปนสิ่งที่ยังไมไดรับการยอมรับ