wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ซ่อมเสริม ชีวะ ม.4/1

Total questions: 47

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต คือวิทยาศาสตร์แขนงที่เรียกว่าอะไร

a)

Biochemistry

b)

Biophysics

c)

Biology

d)

Bioethics

2.

ถ้าต้องการศึกษา "การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ" นักเรียนต้องศึกษาในแขนงวิชาชีววิทยาใดบ้าง

a)

จุลชีววิทยา พันธุศาสตร์

b)

สัตววิทยา พฤติกรรมศาสตร์

c)

จุลชีววิทยา วิวัฒนาการ

d)

สัตววิทยา นิเวศวิทยา

3.

บุคคลในข้อใดถือว่ามีชีวจริยธรรมสูงที่สุด

a)

จอมเอาฟอร์มาลีนดองอาหารทะเลขายแก่ร้านหมูกระทะ

b)

เจตทำการศึกษายารักษาไข้หวัด 2019 กับหนู 2 หมื่นตัว

c)

จักรผ่ากบในห้องแลปแล้วดองใส่โหลเพื่อศึกษาให้ครบทุกระบบ

d)

แจนเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยการใช้ย่าฆ่าแมลงที่มีความเข้มข้นสูง

4.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเฉพาะที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต

a)

มีการรักษาดุลยภาพ

b)

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า

c)

มีการเจริญเติบโต

d)

สามารถสร้างอาหารได้

5.

ข้อใดกล่าวถึงเมแทบอลิซึม (metabolism) ไม่ถูกต้อง

a)

การสลายสารอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน

b)

การสังเคราะห์เกิดปฏิกิริยาดูดพลังงาน

c)

การสลายเกิดปฏิกิริยาคายพลังงาน

d)

การสังเคราะห์สารขนาดเล็กจากสารขนาดใหญ่

6.

การสืบพันธุ์ (reproduction) เป็นการเพิ่มจำนวนสิ่งมีชีวิตหน่วยใหม่ ยกเว้นข้อใด

a)

การปฏิสนธิของสาหร่าย 

b)

การงอกใหม่ของหางจิ้งจก

c)

การแบ่งตัวของแบคทีเรีย

d)

การแตกหน่อไฮดรา

7.

ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับการจัดระบบในร่างกายสิ่งมีชีวิตจากเล็กไปใหญ่ได้ถูกต้อง

a)

เซลล์ อวัยวะ ระบบอวัยวะ เนื้อเยื่อ ร่างกาย

b)

เซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ ร่างกาย

c)

เนื้อเยื่อ เซลล์ อวัยวะ ระบบอวัยวะ ร่างกาย

d)

เซลล์ เนื้อเยื่อ ระบบอวัยวะ อวัยวะ ร่างกาย

8.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสังเกต (Observation)

a)

เป็นการเกิดสิ่งที่สนใจและนำไปสู่การกำหนดปัญหา

b)

เป็นการใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อประกอบการอธิบาย

c)

เป็นการคิดของสมอง มีความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น

d)

เป็นการใช้ประสาทสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น และอวัยวะสัมผัส

9.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการตั้งปัญหาที่ดี

a)

มีคุณค่าต่อการค้นคว้าหาคำตอบ

b)

สามารถวางแนวทางในการพิสูจน์ได้

c)

มีความชัดเจนและนำไปสู่การแก้ปัญหาได้

d)

มีความสัมพันธ์กับความรู้เดิมที่รวบรวมไว้แล้ว

10.

การออกแบบหรือการวางแผนการทดลองเพื่อแก้ปัญหาทางชีววิทยา จะกระทำเมื่อใด

a)

เข้าใจปัญหาดีแล้ว

b)

สังเกตอย่างถี่ถ้วนแล้ว

c)

ตั้งสมมติฐานดีแล้ว

d)

ตรวจสอบสมมติฐานแล้ว

11.

จงเรียงลำดับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้อง

a)

การตั้งสมมติฐาน การสังเกตและปัญหา การตรวจสอบสมมติฐาน การรวบรวมข้อมูล การสรุปผล

b)

สังเกตและปัญหา ตั้งสมมติฐานการ การตรวจสอบสมมติฐาน การสรุปผล การรวบรวมข้อมูล

c)

การสังเกตและปัญหา การตั้งสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน การรวบรวมข้อมูล การสรุปผล

d)

การสังเกตและปัญหา การตั้งสมมติฐาน การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบสมมติฐาน การสรุปผล

12.

ข้อใดต่อไปนี้ผิดหลักชีวจริยธรรมในการใช้สัตว์ทดลอง

a)

นายเอฉีกฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ให้ปลา

b)

นายบีตัดเส้นประสาทระงับความรู้สึกก่อนการผ่ากบ เพื่อศึกษาร่างกายของกบ

c)

นายดีบันทึกข้อมูลการปฏิบัติต่อสัตว์ทดลองไว้เป็นหลังฐานอย่างครบถ้วน

d)

นายซีทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยคล้ำรอบดวงตาที่คิดค้นขึ้นเองกับกระต่าย จนกระต่ายตาบอด

13.

ข้อใดกล่าวถึงอะตอม (atom) ได้ถูกต้อง

a)

หน่วยที่เล็กที่สุดของโมเลกุล (molecule)

b)

ประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีประจุไฟฟ้าลบ

c)

อิเล็กตรอน (electron) เคลื่อนที่ในนิวเคลียส

d)

จำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับจำนวนโปรตรอนเสมอ

14.

สารชนิดใดที่พบเป็นองค์ประกอบของร่างกายมนุษย์มากที่สุด

a)

น้ำ

b)

คาร์โบไฮเดรต

c)

โปรตีน

d)

ลิพิด

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพันธะเคมี (chemical bond)

a)

สร้างพันธะโควาเลนต์โดยใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน

b)

สร้างพันธะไอออนิกโดยการให้อิเล็กตรอนแก่กัน

c)

สร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่างอะตอมที่มีธาตุ H

d)

สร้างแรงยึดเหนี่ยวของอะตอมที่ต่างกันเท่านั้น

16.

จงใช้ตัวเลือกข้อ (A) ถึง (F) ตอบคำถาม

(A) โปรตีน (protein)                         (B) กรดนิวคลีอิก (nucleic acid)            (C) ลิพิด (lipid)

(D) คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)         (E) น้ำ (water)                                (F) แร่ธาตุ (Mineral)

ข้อใดเป็นสารอนินทรีย์ (Inorganic substance) ที่พบในสิ่งมีชีวิต

a)

(A) (ฺB)

b)

(C) (D)

c)

(C) (E)

d)

(E) (F)

17.

จงใช้ตัวเลือกข้อ (A) ถึง (F) ตอบคำถาม

(A) โปรตีน (protein)                         (B) กรดนิวคลีอิก (nucleic acid)            (C) ลิพิด (lipid)

(D) คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)         (E) น้ำ (water)                                (F) แร่ธาตุ (Mineral)

ข้อใดเป็นสารชีวโมเลกุลที่พบเป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

(A)  (B)  (C)

b)

(A)  (C)  (D)

c)

(B)  (C)  (D)     

d)

(B)  (C)  (F)

18.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติการละลายของน้ำ

a)

เป็นตัวถูกละลายที่ดี ละลายสารที่มีขั้วได้ดี

b)

สารที่ไม่แตกตัวให้ไอออน ละลายน้ำได้น้อย

c)

สารที่มีสมบัติไฮโดรฟิลิก (hydrophilic) ละลายน้ำได้ดี

d)

หันด้านอะตอมไฮโดรเจนล้อมรอบไอออนประจุลบ

19.

ข้อใดอธิบายโครงสร้างโมเลกุลน้ำไม่ถูกต้อง

a)

ประกอบด้วย O 1 อะตอม และ H 2 อะตอม

b)

ยึดกันด้วยพันธะโคเวเลนต์ภายในโมเลกุล

c)

แต่ละโมเลกุลยึดกันด้วยพันธะไฮโดรเจน

d)

เมื่อรวมตัวกับสารอื่นพันธะโคเวเลนต์จะสลายไป

20.

การแตกตัวของน้ำมีสัมพันธ์กับความเป็นกรด เบส ยกเว้นข้อใด

a)

น้ำแตกตัวให้ H+ สูง แสดงความเป็นกรด

b)

น้ำแตกตัวให้ H+ ต่ำ แสดงความเป็นเบส

c)

น้ำไม่แตกตัวให้ H+ แสดงความเป็นกลาง

d)

น้ำแตกตัวให้ H+ ได้ตลอดเวลา

21.

แรงแอดฮีชัน (adhesion) แตกต่างกับแรงโคฮีชัน (cohesion) อย่างไร

a)

เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างน้ำกับพื้นผิว

b)

เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำ

c)

เป็นแรงยึดเหนี่ยวด้วยพันธะไฮโดรเจน

d)

เป็นแรงยึดเหนี่ยวด้วยพันธะโคเวเลนต์

22.

ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของแร่ธาตุ

a)

เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนและวิตามิน

b)

ควบคุมการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อ

c)

มีความจำเป็นต่อระบบการทำงานของประสาท

d)

ถูกทุกข้อ

23.

โมเลกุลของน้ำตาลมอลโทสประกอบด้วยข้อใด

a)

กลูโคส + กาแลกโทส

b)

กลูโคส + กลูโคส

c)

กลูโคส + แลกโทส

d)

กลูโคส + ฟรักโทส

24.

ข้อใดจับคู่ polymer กับ monomer ไม่ถูกต้อง

a)

คาร์โบไฮเดรต กับ มอโนแซ็กคาไรด์ (monosaccharide)

b)

โปรตีน กับ กรดแอมิโน (amino acid)

c)

ลิพิด กับ มอโนกลีเซอไรด์ (Monoglyceride)

d)

กรดนิวคลีอิก กับ นิวคลีโอไทด์ (nucleotides)

25.

โครงสร้างทั้งสองนี้เป็นน้ำตาลชนิดใด

a)

ไทรโอส (triose)

b)

เทโทรส (testrose)

c)

เพนโทส (pentose)

d)

เฮ็กโซส (hexose)

26.

ข้อใดเป็นมอโนแซ็กคาไรด์ชนิดเฮ็กโซสหมู่คาร์บอนิลกลุ่ม คีโตน

a)

ฟรักโทส (fructoes)

b)

กลูโคส (glucose)

c)

กาแลกโทส (galactose)

d)

ไรบูโลส (ribulose)

27.

ข้อใดระบุชื่อพันธะเคมีของสารชีวโมเลกุลไม่ถูกต้อง

a)

อะไมโลเพกทินเชื่อมกันด้วยพันธะไกลโคซิดิก

b)

ฟอสโฟลิพิดเชื่อมกันด้วยพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

c)

พอลิเพปไทด์เชื่อมกันด้วยพันธะเพปไทด์

d)

เซลลูโลสเชื่อมกันด้วยพันธะไฮโดรเจน

28.

แป้ง ประกอบด้วยโครงสร้างใด

a)

เซลลูโลสและเคราติน

b)

อะไมโลสและไกลโคเจน

c)

เซลลูโลสและอะไมโลเพกทิน

d)

อะไมโลสและอะไมโลเพกทิน

29.

เซลลูโลสพบได้ในส่วนใดของสิ่งมีชีวิต

a)

กล้ามเนื้อ

b)

เปลือกกุ้ง

c)

ผนังเซลล์ของพืช

d)

เส้นผม เล็บ

30.

ข้อใดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์มากกว่า 1 ชนิด

a)

ไกลโคเจน

b)

อะไมโลส

c)

มอลโทส

d)

ซูโครส

31.

ข้อใดอธิบายแหล่งที่พบพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ไม่ถูกต้อง

a)

ไคทิน พบในเปลือก กุ้ง ปู แมลง

b)

เพปทิโดไกลแคน พบในผนังเซลล์แบคทีเรีย

c)

ไกลโคเจน พบในตับอ่อนและกล้ามเนื้อสัตว์

d)

เซลลูโลส พบในผนังเซลล์ของพืช

32.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกรดอะมิโน

a)

หมู่แอมิโน

b)

หมู่คาร์บอนิล

c)

หมู่ R

d)

อะตอม H

33.

กรดแอมิโนชนิดใดที่จำเป็นสำหรับเด็ก แต่ไม่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่

a)

อาร์จินีนกับฮีสทิดีน

b)

อาร์จินีนกับซิสเทอีน

c)

อะลานีนกับฮีสทิดีน

d)

อะลานีนกับซิสเทอีน

34.

โปรตีนระดับใดประกอบด้วยโครงสร้างแบบเกลียว (α-helix) หรือ แบบพับ (β-pleated sheet) ในสายพอลิเพปไทด์ 1 สาย

a)

โครงสร้างปฐมภูมิ

b)

โครงสร้างทุติยภูมิ

c)

โครงสร้างตติยภูมิ

d)

โครงสร้างจตุรภูมิ

35.

สารประกอบอินทรีย์ที่มีความสำคัญในการเป็นแหล่งสะสมพลังงาน และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเยื่อหุ้มเซลล์คือข้อใด

a)

โปรตีน

b)

ลิพิด

c)

กรดนิวคลิอิก

d)

คาร์โบไฮเดรต

36.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride)

a)

กลีเซอรอล 1 โมเลกุล + กรดไขมัน 3 โมเลกุล

b)

กลีเซอรอล 2 โมเลกุล + กรดไขมัน 3 โมเลกุล

c)

กลีเซอรอล 1 โมเลกุล + กรดไขมัน 2 โมเลกุล

d)

กลีเซอรอล 2 โมเลกุล + กรดไขมัน 2 โมเลกุล

37.

ข้อใดกล่าวถึงโครงสร้างนี้ไม่ถูกต้อง

a)

เป็นวงคาร์บอน 6 อะตอม 3 วง

b)

เป็นลิพิดชนิดสเตอรอยด์ (steroid)

c)

หมู่ R และหมู่ฟังก์ชันพบที่วงคาร์บอน D

d)

ชนิดที่พบได้แก่ คอเลสเตอรอล, ฮอร์โมนเพศ

38.

DNA กับ RNA มีโครงสร้างใดที่เหมือนกัน

a)

หมู่ฟอสเฟต

b)

ชนิดของน้ำตาล

c)

นิวคลีโอไทด์

d)

พันธะไฮโดจีน

39.

นิวคลีโอไทด์ ประกอบด้วยองค์ประกอบอะไรบ้าง

a)

น้ำตาลเฮกโซส, ไนโตรจีนัสเบส, หมู่ฟอสเฟต

b)

น้ำตาลเฮกโซส, ฟอสโฟจีนัสเบส, หมู่ฟอสเฟต

c)

น้ำตาลเพนโทส, ไนโตรจีนัสเบส, หมู่ฟอสเฟต

d)

น้ำตาลเพนโทส, ฟอสโฟจีนัสเบส, หมู่ฟอสเฟต

40.

ข้อใดอธิบายการสร้างพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ได้ถูกต้อง

a)

เชื่อมต่อนิวคลีโอไทด์เป็นสายยาว

b)

เชื่อมพันธะหมู่ฟอสเฟตที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 3

c)

เชื่อมพันธะ (-OH) ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 5

d)

ถูกทุกข้อ

41.

ข้อใดอธิบายไนโตรจีนัสเบส (Nitrogenous base) ไม่ถูกต้อง

a)

อะดีนีน (adenine, A) จัดเป็นเบสพิวรีน

b)

ไซโทซีน (cytosine, C) จัดเป็นเบสไพริมิดีน

c)

ไทมีน (thymine, T) สร้างพันธะกับกวานีน (guanine, G)

d)

ยูราซิล (uracil, U) พบเฉพาะใน RNA

42.

DNA มีโครงสร้างแตกต่างกับ RNA อย่างไร

a)

จำนวนหมู่ฟอสเฟตต่างกัน

b)

จำนวนชนิดของเบสแต่ละโมเลกุลต่างกัน

c)

จำนวนคาร์บอนในน้ำตาลต่างกัน

d)

จำนวนสายพอลินิวคลีโอไทด์ต่างกัน

43.

เอนไซม์มีหน้าที่อะไร

a)

เพิ่มระดับพลังงานการกระตุ้น

b)

ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาเคมี

c)

ยับยั้งการเร่งปฏิกิริยาเคมี

d)

เร่งปฏิกิริยาเคมีให้เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

44.

การทำงานของเอนไซม์บางชนิดอาจถูกยับยั้งได้ด้วยสารเคมีบางชนิดที่เรียกว่าอะไร

a)

ตัวยับยั้งเอนไซม์

b)

ตัวยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาเคมี

c)

เอนไซม์ซับสเตรตคอมเพลกซ์

d)

เพิ่มระดับพลังงานการกระตุ้น

45.

เอนไซม์ส่วนมากเป็นสารประเภทใด

a)

โปรตีน

b)

ลิพิด

c)

กรดนิวคลิอิก

d)

คาร์โบไฮเดรต

46.

ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์อย่างน้อย 3 ปัจจัย พร้อมยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน

4 lines
47.

อธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต (metabolism) พร้อมยกตัวอย่าง

4 lines