Worksheetsโคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน ห้อง 17
Total questions: 20
Worksheet time: 10mins
Name
Class
Date
1.
ใครเป็นผู้แต่ง เรื่อง โคลนติดล้อ
a)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
b)
สมเด็จพระเทพรัตราชสุดา
c)
จิตร ภูมิศักดิ์
d)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
2.
ผู้วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนโคลนติดล้อ ใช้นามปากกาว่าอย่างไร
a)
โคถึก
b)
โคอุศุภราช
c)
โคนันทวิศาล
d)
โควินท์
3.
โคลนติดล้อ หมายถึงอะไร
a)
อุปสรรคแห่งการพัฒนาประเทศ
b)
ผู้ทำให้ประเทศชาติพัฒนา
c)
สภาวะการเกิดมลพิษ
d)
ความเสื่อมโทรมของสังคม
4.
การตั้งชื่อ "โคลนติดล้อ" ใช้วิธีการใด
a)
อติพจน์
b)
อุปมา
c)
อุปลักษณ์
d)
บุคคลวัต
5.
"โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน" ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือเล่มใด
a)
สยามเดลิมิเลอร์
b)
บางกอกรีคอร์ดเดอร์
c)
หนังสือพิมพ์ไทยรายวัน
d)
สยามออบเซอร์เวอร์
6.
ผู้แต่ง "โคลนติดล้อ" ใช้นามแฝงว่าอย่างไร
a)
เขียวหวาน
b)
ศรีอยุธยา
c)
อัศวพาหุ
d)
โคนันทวิศาล
7.
โคลนติดล้อมีทั้งหมดกี่บท
a)
๑๒
b)
๑๓
c)
๑๔
d)
๑๕
8.
ลักษณะงานเขียน เรื่อง โคลนติดล้อ ข้อใดกล่าวถูกต้อง
a)
บทวิจารณ์การเมือง
b)
บทความร้อยแก้วแสดงความคิดเห็น
c)
บันทึกประสบการณ์
d)
จดหมายเหตุ
9.
ความนิยมเป็นเสมียน หมายความว่าอย่างไร
a)
การนิยมศึกษาเล่าเรียน
b)
การนิยมทำงานที่มีเกียรติ
c)
การนิยมเข้ารับราชการ
d)
การนิยมเป็นเลขานุการ
10.
รัชกาลที่ ๖ ใช้ข้อใดเป็นสื่อในการชี้แจงนโยบายและการชักจูงประชาชนให้เข้าใจหน้าที่ของตน
a)
บทละคร
b)
หนังสือพิมพ์
c)
ภาพยนตร์
d)
บทพระราชนิพนธ์
11.
คำว่า "เสมียน" ในสมัยก่อนและสมัยปัจจุบันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
a)
แตกต่างกัน เพราะเสมียนสมัยก่อนหมายถึงข้าราชการทั้งหมด
b)
แตกต่างกัน เพราะ เสมียนในปัจจุบันเป็นข้าราชการ
c)
เหมือนกัน เพราะ ทุกยุคสมัยหมายถึงข้าราชการ
d)
เหมือนกัน เพราะ หมายถึงเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเขียนหนังสือ
12.
ใครสามารถปรับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับค่านิยมในเรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน
a)
ตัวของตนเอง
b)
ครอบครัว
c)
เพื่อน
d)
คนในสังคม
13.
"เป็นการป่วยกล่าวเสียเวลา" หมายความว่าอย่างไร
a)
ไม่มีเวลาที่จะกล่าว
b)
เสียเวลาเพราะป่วย
c)
ไม่มีเวลาที่จะทำประโยชน์
d)
เสียเวลาพูด
14.
ข้อใดไม่ใช่ปัญหาที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองตามเรื่อง โคลนติดล้อ
a)
ความโป้ปดมดเท็จ
b)
ความหยุมหยิม
c)
การค้าหญิงสาว
d)
การแต่งงานชั่วคราว
15.
จากเรื่อง "โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน" สอดคล้องกับสำนวนใดมากที่สุด
a)
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง
b)
ช้างเท้าหน้า ช้างเท้าหลัง
c)
ข้าเก่า เต่าเลี้ยง
d)
สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง
16.
ข้อใดไม่ใช่ศิลปะประพันธ์ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน
a)
ย่อหน้ามีเอกภาพ คือ ประเด็นสำคัญชัดเจนไม่สับสน
b)
มีอุปมาโวหารเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน
c)
ย่อหน้ามีสารัตถภาพ คือ มีเนื้อหาสาระน่าสนใจ
d)
ย่อหน้ามีสัมพันธภาพ คือ มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน ข้อความเรียงลำดับ มีระเบียบ ราบรื่น สละสลวย
17.
ข้อใดสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก
a)
เด็กที่ออกมาจากโรงเรียนเหล่านี้ย่อเห็นว่าการทำกิจกรรมอย่างอื่นไม่สมเกียรติ
b)
คนทำงานการอื่น ๆ นั้น มีเกียรติยศเท่ากับที่จะไปเป็นผู้ทำงานด้วยปากกาเหมือนกัน
c)
ต้องไปกินข้าวตามกุ๊กช็อป แล้วยังมิหนำซ้ำจะต้องเสียค่าเช่าห้องอีกด้วย
d)
อันประเทศอย่างเมืองไทยของเราวันนี้ ชาวนา ชาวสวนอาจจะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้
18.
"จะต้องไปดูหนังอีกอาทิตย์ละ ๒ ครั้งเป็นอย่างน้อย ต้องไปกินข้าวตามกุ๊กช็อป" จากข้อความข้างต้นคำว่าๅ "กุ๊กช็อป" หมายถึงข้อใด
a)
ห้องครัว
b)
ห้องอาหารที่มีนักร้อง
c)
ภัตตาคารจีน
d)
ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารฝรั่ง
19.
"ถ้าจะเปรียบพืชที่เขาได้ทำให้งอกต้องนับว่าน้อยกว่าผลที่เขาได้กินเข้าไป" ข้อความข้างต้นใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์แบบใดเด่นชัดที่สุด
a)
ใช้การเปรียบเทียบ
b)
ใช้ภาษาไพเราะ
c)
ใช้ประโยคคำถาม
d)
ใช้คำสร้างอารมณ์ ความรู้สึก
20.
จากเรื่อง "โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน" ผู้แต่งใช้กลวิธีการใดในการปิดเรื่อง
a)
การอ้างอิงพุทธศาสนสุภาษิต
b)
การใช้คำถามไว้ให้ผู้อ่านได้คิด และร่วมกันแก้ไขปัญหา
c)
การเชื่อมโยงกับบทความเรื่องถัดไป
d)
การกล่าวถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
100 %
