wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเก็บคะแนนหลักการออกแบบขั้นสูง

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

Design Thinking คือกระบวนการคิดเพื่ออะไร?

a)

สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

b)

เพิ่มกำไรให้กับองค์กร

c)

สร้างความสุขให้กับผู้ใช้

d)

แก้ปัญหาและพัฒนาแนวคิดใหม่

2.

กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มีการยึดไปที่หลักของใคร?

a)

ผู้บริโภค

b)

ผู้บริการ

c)

ผู้ผลิต

d)

ผู้ลงทุน

3.

การคิดเชิงออกแบบมีประโยชน์ต่อใคร?

a)

นักวิจัยเท่านั้น

b)

ผู้บริการเท่านั้น

c)

ผู้บริโภคเท่านั้น

d)

บุคลากรและองค์กร

4.

กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบมีขั้นตอนอะไรบ้าง?

a)

Empathize, Define, Ideate, Prototype, Test

b)

Think, Plan, Execute, Evaluate, Improve

c)

Understand, Solve, Implement, Review, Innovate

d)

Research, Design, Develop, Launch, Analyze

5.

ขั้นตอนแรกของ Design Thinking คือ?

a)

Define

b)

Ideate

c)

Prototype

d)

Empathize

6.

การ Define ใน Design Thinking คือการทำอะไร?

a)

กำหนดปัญหาให้ชัดเจน

b)

ทดสอบ

c)

ระดมความคิด

d)

สร้างต้นแบบ

7.

การระดมความคิด (Ideate) ใน Design Thinking คือการทำอะไร?

a)

ทดสอบ

b)

กำหนดปัญหา

c)

สร้างต้นแบบ

d)

ระดมความคิดตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา

8.

Prototype ใน Design Thinking คือการทำอะไร?

a)

กำหนดปัญหาให้ชัดเจน

b)

กำหนดปัญหา

c)

ระดมความคิด

d)

สร้างต้นแบบเพื่อทดสอบ

9.

การ Test ใน Design Thinking คือการทำอะไร?

a)

ทดลองนำต้นแบบหรือข้อสรุปที่จะนำไปใช้จริงมาปฎิบัติ

b)

ระดมความคิด

c)

กำหนดปัญหา

d)

สร้างต้นแบบ

10.

Design Thinking คือกระบวนการที่ใช้ในการทำอะไร?

a)

การทำงานกลุ่ม

b)


การประมวลผลข้อมูล

c)


การเขียนโปรแกรม

d)

การคิดเชิงออกแบบ

11.

Prototype ใน Design Thinking หมายถึงอะไร?

a)

การสร้างแบบจำลอง

b)

การทดสอบ

c)

การสรุปปัญหา

d)


การสร้างไอเดีย

12.

UI (User Interface) มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการสร้างประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้?

a)

ทำให้ระบบสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น

b)

ทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับระบบได้ง่ายและเข้าใจได้

c)

ปรับปรุงความปลอดภัยของระบบ

d)

ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น

13.

ในการออกแบบ UX (User Experience) อะไรคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด?

a)

สีสันและกราฟิกที่สวยงาม

b)

ฟังก์ชันที่ซับซ้อนและมีความสามารถมาก

c)

ความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ใช้

d)

ความรวดเร็วในการโหลดข้อมูล

14.

ข้อใดเป็นหลักการสำคัญในการออกแบบ UI?

a)

การใช้สีสดใสทุกๆ ส่วนของหน้าจอ

b)

การสร้างข้อมูลที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ใช้เลือก

c)

การจัดวางองค์ประกอบอย่างเป็นระบบและเรียบง่าย

d)

การเพิ่มปุ่มและไอคอนให้มากที่สุด

15.

Wireframe ในการออกแบบ UX/UI คืออะไร?

a)

แบบร่างแรกของการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

b)

เครื่องมือในการทดสอบความเร็วของเว็บไซต์

c)

การกำหนดขนาดและสีของ UI

d)

กระบวนการในการทดสอบความปลอดภัยของระบบ

16.

ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือที่นิยมใช้ในการออกแบบ UX/UI?

a)

Sketch

b)

Figma

c)

Adobe XD

d)

Microsoft Word

17.

Figma เป็นโปรแกรมที่เน้นการใช้งานในด้านใด?

a)

การเขียนโค้ด

b)

การสร้างโมเดล 3D

c)

การออกแบบกราฟิกและ UX/UI

d)

การจัดการฐานข้อมูล

18.

ฟีเจอร์ "Components" ใน Figma มีประโยชน์อย่างไร?

a)

ช่วยให้สามารถใช้สีเดียวกันได้ทั่วทั้งโปรเจค

b)

ช่วยในการสร้างส่วนประกอบที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้

c)

ช่วยในการสร้างอนิเมชันให้กับวัตถุ

d)

ช่วยในการแชร์โปรเจคไปยังผู้ใช้งานอื่น ๆ

19.

ข้อใดต่อไปนี้คือการทำงานร่วมกันบน Figma?

a)

การเพิ่มปลั๊กอินเพื่อเพิ่มความสามารถในการออกแบบ

b)

การแชร์ลิงก์ให้ผู้อื่นสามารถดูหรือแก้ไขงานได้แบบเรียลไทม์

c)

การส่งออกไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PNG, SVG

d)

การใช้เครื่องมือ Pen เพื่อสร้างรูปทรงต่าง ๆการใช้เครื่องมือ Pen เพื่อสร้างรูปทรงต่าง ๆ

20.

ใน Figma การสร้าง "Prototype" ใช้สำหรับอะไร?

a)

การออกแบบสีและฟอนต์

b)

การทำงานร่วมกันของนักออกแบบ

c)

การสร้างต้นแบบการโต้ตอบ (Interactive)

d)

การจัดการชั้นเลเยอร์ (Layers)

21.

ข้อใดเป็นการจัดการเลเยอร์ (Layers) ที่ถูกต้องใน Figma?

a)

การสร้างเลเยอร์ใหม่ทุกครั้งที่เพิ่มองค์ประกอบใหม่

b)

การซ่อนเลเยอร์ทั้งหมดเพื่อทำให้งานง่ายขึ้น

c)

การจัดกลุ่มเลเยอร์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการง่ายขึ้น

d)

การลบเลเยอร์ที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อประหยัดพื้นที่

22.

ใน Figma การใช้ "Auto Layout" ช่วยให้อะไรเกิดขึ้น?

a)

การจัดวางองค์ประกอบในหน้าจอได้แบบอัตโนมัติ

b)

การสร้างสีและธีมสำหรับโปรเจค

c)

การส่งออกไฟล์ในรูปแบบต่างๆ

d)

การเพิ่มฟอนต์และไอคอนใหม่ๆ ในโปรเจค

23.

การสร้าง “Frame” ใน Figma ใช้สำหรับอะไร?

a)

การทำให้งานออกแบบสามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้น

b)

การสร้างพื้นที่ทำงานเฉพาะส่วนที่ต้องการออกแบบ

c)

การเพิ่มฟอนต์และสีที่ตรงกับแบรนด์

d)

การจัดการเลเยอร์ในโปรเจค

24.

ใน Figma การใช้ “Pen Tool” ช่วยในการทำอะไร?

a)

การสร้างตัวอักษรและฟอนต์

b)

การวาดและปรับแต่งเส้นทางแบบเวกเตอร์

c)

การสร้างเลเยอร์ใหม่ในโปรเจค

d)

การสร้างต้นแบบ (Prototype) ของเว็บไซต์

25.

การใช้ฟีเจอร์ "Team Libraries" ใน Figma ช่วยในการทำงานอย่างไร?

a)

ช่วยให้สามารถสร้างโฟลเดอร์สำหรับจัดเก็บไฟล์ได้

b)

ช่วยให้สามารถสร้างต้นแบบที่โต้ตอบได้ (Interactive Prototypes)

c)

ช่วยในการแชร์และใช้ทรัพยากรร่วมกันในทีม เช่น สี ฟอนต์ และ Components

d)

ช่วยในการเพิ่มฟอนต์ใหม่ในโปรเจค

26.

ใน Figma ฟีเจอร์ "Export" ใช้สำหรับอะไร?

a)

การนำเข้าฟอนต์ใหม่ในโปรเจค

b)

การแชร์ไฟล์ไปยังผู้ใช้งานอื่น

c)

การส่งออกไฟล์งานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PNG, SVG หรือ PDF

d)

การสร้างส่วนประกอบใหม่ในโปรเจค

27.

ข้อใดเป็นวิธีการใช้งาน “Overlays” ใน Figma?

a)

การจัดการกับความโปร่งใสของวัตถุ

b)

การสร้างการโต้ตอบที่แสดงผลแบบเลเยอร์ซ้อนทับ (Overlay)

c)

การปรับขนาดวัตถุตามหน้าจอ

d)

การวาดรูปทรงแบบเวกเตอร์

28.

ข้อใดคือจุดประสงค์หลักของการสร้าง Workflow ในกระบวนการออกแบบ?

a)

เพื่อกำหนดสีและฟอนต์สำหรับแบรนด์

b)

เพื่อจัดระเบียบขั้นตอนการทำงานและการโต้ตอบของผู้ใช้

c)

เพื่อสร้างไอคอนและองค์ประกอบกราฟิก

d)

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนโค้ด

29.

Wireframe แตกต่างจาก Prototype อย่างไร?

a)

Wireframe เป็นการแสดงโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน Prototype เป็นการแสดงต้นแบบที่สมบูรณ์

b)

Wireframe มีการโต้ตอบได้มากกว่า Prototype

c)

Wireframe ใช้สำหรับทดสอบประสิทธิภาพของระบบ

d)

Wireframe มักจะมีรายละเอียดและการออกแบบที่ซับซ้อนกว่า Prototype

30.

ในการสร้าง Workflow สำหรับ UX/UI Design ข้อใดคือขั้นตอนแรกที่ควรทำ?

a)

การเลือกฟอนต์และสีสำหรับการออกแบบ

b)

การสร้าง Wireframe เพื่อกำหนดโครงสร้างพื้นฐาน

c)

การวิจัยผู้ใช้เพื่อเข้าใจความต้องการและปัญหาของพวกเขา

d)

การพัฒนาโค้ดสำหรับการทำงานของโปรเจค

31.

ข้อใดเป็นประโยชน์หลักของการใช้ Wireframe ในการออกแบบ?

a)

ช่วยให้สามารถทดสอบการทำงานของแอปพลิเคชันได้

b)

ช่วยในการสื่อสารแนวคิดการออกแบบให้กับทีมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

c)

ช่วยในการสร้างสีและฟอนต์ที่เหมาะสมสำหรับโปรเจค

d)

ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์

32.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการใช้ Workflow ที่มีประสิทธิภาพในการออกแบบ UX?

a)

การสร้างหน้าจอทั้งหมดพร้อมกันโดยไม่ต้องกำหนดลำดับ

b)

การกำหนดลำดับของหน้าจอและการโต้ตอบก่อนเริ่มการออกแบบรายละเอียด

c)

การทดสอบแอปพลิเคชันหลังจากการออกแบบเสร็จสิ้น

d)

การใช้สีและฟอนต์ที่สวยงามก่อนสร้างโครงสร้างของหน้าจอ

33.

ข้อใดเป็นข้อดีของการสร้าง Wireframe ก่อนลงรายละเอียดการออกแบบจริง?

a)

ลดเวลาการออกแบบโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนบ่อย

b)

เพิ่มความซับซ้อนในการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น

c)

ช่วยให้ทีมออกแบบและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจภาพรวมของโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น

d)

ทำให้สามารถพัฒนาโค้ดได้เร็วขึ้น

34.

ในการออกแบบ Workflow ข้อใดที่ควรหลีกเลี่ยง?

a)

การเพิ่มฟีเจอร์โดยไม่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์

b)

การสร้าง Wireframe ก่อนเริ่มการออกแบบ

c)

การจัดลำดับความสำคัญของงาน

d)

การทดสอบการโต้ตอบของผู้ใช้ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบ

35.

เครื่องมือใดต่อไปนี้ที่นิยมใช้ในการสร้าง Wireframe?

a)

Microsoft Excel

b)

Adobe Photoshop

c)

Sketch หรือ Figma

d)

Final Cut Pro

36.

การใช้ “Flowchart” ในการออกแบบ Workflow มีจุดประสงค์อะไร?

a)

เพื่อกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของหน้าเว็บเพื่อกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของหน้าเว็บ

b)

เพื่อแสดงขั้นตอนและกระบวนการการทำงานของระบบหรือผู้ใช้

c)

เพื่อจัดระเบียบสีและฟอนต์ที่ใช้ในโปรเจค

d)

เพื่อสร้างแบบจำลอง 3D ของผลิตภัณฑ์

37.

ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของการสร้าง Workflow ที่ดี?

a)

มีความซับซ้อนและรายละเอียดมาก

b)

เน้นการโต้ตอบแบบเรียลไทม์

c)

ง่ายต่อการเข้าใจและติดตามขั้นตอน

d)

ใช้ฟอนต์และสีที่สวยงาม

38.

ในการสร้าง Workflow ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุด?

a)

การเพิ่มขั้นตอนการทำงานให้ซับซ้อนเพื่อลดข้อผิดพลาด

b)

การทดสอบ Workflow กับผู้ใช้จริงก่อนเริ่มการพัฒนา

c)

การเพิ่มองค์ประกอบใหม่ทันทีที่คิดได้

d)

การสร้าง Workflow หลังจากการออกแบบเสร็จสิ้น

39.

เมื่อสร้าง Workflow สำหรับแอปพลิเคชันมือถือ ข้อใดควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก?

a)

ขนาดของฟอนต์ที่ใช้งาน

b)

จำนวนหน้าจอที่ผู้ใช้ต้องการ

c)

ลำดับของการโต้ตอบและเส้นทางการนำทางของผู้ใช้

d)

การเลือกสีและธีมสำหรับแอป

40.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการใช้ Wireframe ในกระบวนการออกแบบ?

a)

ช่วยในการสื่อสารแนวคิดการออกแบบกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

b)

ช่วยในการทดสอบโค้ดที่เขียนขึ้น

c)

ช่วยในการวางแผนโครงสร้างของหน้าเว็บหรือแอปพลิเคชัน

d)

ช่วยลดความเสี่ยงในการออกแบบที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้