wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เคมีพื้นฐาน 67

Total questions: 60

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.
ธาตุหลักที่พบใน โปรตีน คือธาตุใด
a)
C H
b)
C H O
c)
C H O N
d)
C H O N P
2.
กรดอะมิโนที่จำเป็นเฉพาะในวัยเด็กคือ
a)
Alanine และ Valine
b)
Arginine และ Histidine
c)
Lysine และ Cysteine
d)
Leucine และ Glycine
3.
พันธะเปปไทด์ (peptide bond) เกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างหมู่ฟังชันก์ใด 
a)
ไฮดรอกซิล และ คาร์บอกซิล
b)
คาร์บอกซิล และ คาร์บอนิล
c)
คาร์บอกซิล และ อะมิโน         
d)
คาร์บอนิล และ อะมิโน  
4.
พันธะที่เกี่ยวข้องในโครงสร้างปฐมภูมิของโปรตีน คือ
a)
พันธะไฮโดเจน
b)
พันธะไดซัลไฟด์
c)
พันธะเปปไทด์ 
d)
พันธะไอออนิก
5.
โครงสร้างโปรตีนที่แสดงการจัดเรียงลำดับของกรดอะมิโนในสายโพลีเปปไทด์ คือ โครงสร้างประเภทใด
a)
โครงสร้างปฐมภูมิ 
b)
โครงสร้างทุติยภูมิ
c)
โครงสร้างตติยภูมิ 
d)
โครงสร้างจตุรภูมิ
6.
ข้อใดไม่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับโครงสร้างและชนิดของโปรตีน
a)
โครงสร้างปฐมภูมิ – อินซูลิน
b)
โครงสร้าง ทุติยภูมิ – เคอราติน
c)
โครงสร้างตติยภูมิ - คอลลาเจน
d)
โครงสร้างจตุรภูมิ - ฮีโมโกลบิน
7.
ข้อใดไม่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับหน้าที่และชนิดของโปรตีน
a)
โปรตีนเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ – แอคติน 
b)
โปรตีนทำหน้าที่ลำเลียง – ฮีโมโกลบิน
c)
โปรตีนทำหน้าที่ป้องกัน – แอนติเจน
d)
โปรตีนโครงสร้าง – เคอราติน
8.
. พันธะเปปไทด์ (peptide bond) เกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างหมู่ฟังชันก์ใด (ข้อสอบ 7 วิชาสามัญ ปี 2556 ข้อ3)
a)
ไฮดรอกซิล และ คาร์บอกซิล 
b)
คาร์บอกซิล และ คาร์บอนิล
c)
คาร์บอกซิล และ อะมิโน
d)
คาร์บอนิล และ อะมิโน
9.
กรดอะมิโนในข้อใดที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการในวัยเด็ก (ข้อ 8 มข.55)
a)
อาร์จินนีน ฮีสทิดีน       
b)
เมไทโอนีน 
c)
ไลซีน ทริโตเฟน
d)
ฟีนิลอะลานีน 
10.
สารเคมีดังโครงสร้างที่แสดง จะพบเป็นองค์ประกอบของสารชีวโมเลกุลใด (PAT ปี 53 / 2 ข้อ 33) 
a)
 เซลลูโลส
b)
อะไมโลส
c)
เซลลูเลส
d)
อะไมโลเพกติน
11.
สารใดต่อไปนี้ที่มีพันธะเพปไทด์ (A-net 2549 ข้อ 3) ก. โพรแลกทิน  ข. ไบโอทิน  ค. แอกทิน  ง. ไนอะซิน 
a)
ก และ ข
b)
ข และ ง
c)
ก และ ค
d)
ค และ ง
12.
. กำหนดโครงสร้างของกรดอะมิโน A, B และ C โดย Aและ B เป็นกรดอะมิโนจำเป็น (O-net ปี 53 ข้อ 24) 
a)
เพปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนทั้ง 3 ชนิด ข้างต้นโดยไม่มีกรดที่ซ้ำกันมีทั้งหมด 3 ชนิด 
b)
เพปไทด์เกิดจากกรด A และกรด B ทำปฏิกิริยากับ CuSO4 ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง
c)
.เพปไทด์เกิดจากกรด A กรด Bและกรด C เป็นไตรเพปไทด์ที่มีจำนวนพันธะเพปไทด์ 3 พันธะ
d)
ในร่างกายมนุษย์จะไม่พบโปรตีนที่มีกรดอะมิโน A และ B เป็นองค์ประกอบ 
13.
ข้อความใดถูกต้อง  
a)
เพปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนทั้ง 3 ชนิด ข้างต้นโดยไม่มีกรดที่ซ้ำกันมีทั้งหมด 3 ชนิด 
b)
เพปไทด์เกิดจากกรด A และกรด B ทำปฏิกิริยากับ CuSO4 ในสภาวะเบสให้สารสีม่วง
c)
เพปไทด์เกิดจากกรด A กรด Bและกรด C เป็นไตรเพปไทด์ที่มีจำนวนพันธะเพปไทด์ 3 พันธะ
d)
ในร่างกายมนุษย์จะไม่พบโปรตีนที่มีกรดอะมิโน A และ B เป็นองค์ประกอบ 
14.
โครงสร้างโมเลกุลดังภาพ เป็นองค์ประกอบของสารประเภทใด (ข้อสอบ 7 วิชาสามัญ ปี 2556 ข้อ2)  
a)
DNA
b)
RNA 
c)
Protein 
d)
Cholesterol
15.
ธาตุหลักที่พบใน ลิพิด คือธาตุใด  
a)
C H 
b)
C H O 
c)
C H O N 
d)
C H O N P
16.
polymer ไม่พบในสารใด  
a)
โปรตีน 
b)
กรดนิวคลีอิก 
c)
ลิปิด
d)
คาร์โบไฮเดรต 
17.
พันธะเอสเตอร์ (ester bond) ของไขมันเกิดจากการรวมตัวของหมู่ฟังก์ชันใด (ข้อสอบ กสพท ปี 2555 ข้อ 4) 
a)
าร์บอนิล และ คาร์บอกซิล
b)
คาร์บอนิล และ ไฮดรอกซิล
c)
คาร์บอกซิล และ ไฮดรอกซิล
d)
คาร์บอกซิล และ อะมิโน
18.
ลิพิดที่พบมากที่สุดในธรรมชาติ คือข้อใด  
a)
Cholesterol
b)
LDL 
c)
 Triglyceride
d)
Monoglyceride 
19.
ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับความแตกต่าง ระหว่างกรดไขมันอิ่มตัว และกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีจำนวนคาร์บอนอะตอมเท่ากัน  
a)
กรดไขมันอิ่มตัว มีสัดส่วนของ H:C สูงกว่า
b)
รดไขมันอิ่มตัว มีจุดหลอมเหลวสูงกว่า
c)
รดไขมันอิ่มตัว มีจำนวนพันธะคู่น้อยกว่า
d)
กรดไขมันอิ่มตัว ทำปฏิกิริยากับไอโอดีนได้ดีกว่า
20.
ข้อใดถูกต้อง
a)
Glycolipid  คือ ลิพิดที่มี คาร์โบไฮเดรต เป็นองค์ประกอบ พบที่ เยื่อหุ้มเซลล์ เซลล์ประสาท
b)
Phospholipid มีหลายชนิด เช่น เลซิทิน โดย Phospholipid จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่พบที่เยื่อหุ้มเซลล์
c)
Sphingolipid  คือ  ลิพิดที่มี แอลกอฮอล์ชื่อ สฟิงโกซีน แทนกลีเซอรอล พบมากในตับ และไต 
d)
Lipoprotein ทำหน้าที่ขนส่งลิพิดไปยังเซลล์ต่างๆ มี 4 ชนิด คือ Chylomicron/ VLDL/LDL/HDL
21.
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Trans-fat
a)
พบน้ำมันพืช (vegetable oil) ที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน หรือน้ำมันพืชที่ใช้ซ้ำๆ 
b)
จำนวนพันธะคู่ลดลงจึงทนทานต่อการเกิดออกซิเดชัน
c)
มีโครงสร้างและสมบัติใกล้เคียงกับกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว
d)
เนื่องจากมีจุดหลอมเหลวสูงขึ้น เกิดการหืนเนื่องจากปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ยากขึ้น 
22.
ข้อใดคือโทษของ Trans-fat  
a)
ป็นสาเหตุของการเพิ่มระดับ (HDL) ซึ่งเป็นโทษ
b)
เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ และระดับลิโพโปรตีนเอ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
c)
ทำให้ตับทำงานหนัก และประสิทธิภาพการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินลดลง
d)
เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 
23.
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ HDL
a)
HDL มีสัดส่วนของลิพิดมากกว่าโปรตีน มีคอเลสเตอรอล 50% โปรตีน 20% ที่เหลือคือไตรกลีเซอไรด์และฟอสโฟลิพิด
b)
HDL เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart) 
c)
อาหารที่ช่วยลดระดับของ HDL ในเลือดได้คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมกา-3 และโปรตีนที่มีคุณภาพดี
d)
HDL คือ ลิโพโปรตีนที่มี ลิพิดและโปรตีนเป็นองค์ประกอบ 
24.
พันธะเอสเตอร์ (ester bond) ของไขมันเกิดจากการรวมตัวของหมู่ฟังก์ชันใด (ข้อสอบ กสพท ปี 2555 ข้อ 4)  
a)
 คาร์บอนิล และ คาร์บอกซิล 
b)
คาร์บอนิล และ ไฮดรอกซิล
c)
คาร์บอนิล และ อะมิโน
d)
คาร์บอกซิล และ ไฮดรอกซิล
25.
ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวถูกต้องสำหรับฟอสโฟลิพิด (โควต้าม.ข ’ 52 ข้อ 29)
     ก. มีส่วนหางชอบน้ำ และส่วนหัวไม่ชอบน้ำ      ข. เป็นมอนอเมอร์ของลิพิด   ค. มีกลีเซอรอลเป็นส่วนประกอบของโมเลกุล  
a)
ถูก 3 ข้อ 
b)
ถูก 2 ข้อ 
c)
 ถูก 1 ข้อ
d)
 ไม่มีข้อถูกเลย 
26.
ข้อใดคือข้อแตกต่างระหว่างกรดไขมันไม่อิ่มตัวและกรดไขมันอิ่มตัว (A-net 2550 ข้อ 2)
ก. จำนวนคาร์บอน  ข. จำนวนพันธะโควาเลนท์แบบพันธะเดี่ยว   ค. จำนวนพันธะโควาเลนท์แบบพันธะคู่  ง. จำนวนหมู่คาร์บอกซิล   1. ค  2. ก และ ข    3. ก ข และ ค  4. ก ข ค และ ง  
a)
ค 
b)
ก และ ข
c)
ก ข และ ค
d)
 ก ข ค และ ง 
27.

หน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต คืออะไร

a)

cell

b)

tissue

c)

organ

d)

organism

28.

อะตอม (Atom) คืออะไร

a)

หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต

b)

อนุภาคที่เล็กที่สุดของสสาร

c)

สสารที่ประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันทั้งหมด

d)

กลุ่มอะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน

29.

พันธะเคมี หมายถึงอะไร

a)

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม

b)

พลังงานที่ทำให้อะตอมสลายตัว

c)

การอยู่รวมกันของอะตอม

d)

การอยู่รวมกันของโมเลกุล

30.

พันธะเคมีใดที่เกิดจากการใช้อิเล็กตรอนร่วมกันเพื่อให้อิเล็กตรอนวงนอกครบ 8

a)

Hydrogen bond

b)

Chemical bond

c)

Covalent bond

d)

Ionic bond

31.

สารในข้อใดเป็นไฮโดรฟิลิค (Hydrophilic)

a)

น้ำมันพืช

b)

น้ำมันสัตว์

c)

น้ำตาลทราย

d)

ขี้ผึ้ง

32.

สารในข้อใดเป็นสารอนินทรีย์ทั้งหมด

a)

ไขมัน น้ำมัน

b)

แร่ธาตุ น้ำ

c)

โปรตีน วิตามิน

d)

คาร์โบไฮเดรต แป้ง

33.

สารชนิดใดที่พบเป็นองค์ประกอบของร่างกายมนุษย์มากที่สุด

a)

น้ำ

b)

คาร์โบไฮเดรต

c)

โปรตีน

d)

ลิพิด

34.

โมเลกุลของน้ำแต่ละโมเลกุลเชื่อมกันด้วยพันธะชนิดใด

a)

พันธะไฮโดรเจน

b)

พันธะโควาเลนต์

c)

พันธะไอออนิก

d)

พันธะโลหะ

35.

น้ำตาลในข้อใดพบในน้ำนม

a)

กลูโคส

b)

ฟรักโทส

c)

ซูโครส

d)

กาแลกโทส

36.

เส้นใยของใบพืชจัดเป็นสารชีวโมเลกุลชนิดใด

a)

พอลิแซ็กคาไรด์

b)

มอนอแซ็กคาไรด์

c)

ลิพิดเชิงเดี่ยว

d)

ลิพิดอนุพันธ์

37.

ข้อใดจัดเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวทั้งหมด

a)

กลูโคส ฟรักโทส กาแลกโทส

b)

กลูโคส ฟรักโทส แลกโทส

c)

ซูโครส มอลโทส กาแลกโทส

d)

ซูโครส มอลโทส แลกโทส

38.

โมเลกุลของน้ำตาลมอลโทสประกอบด้วย

a)

กลูโคส + กาแลกโทส

b)

กลูโคส + กลูโคส

c)

กลูโคส + ซูโครส

d)

กลูโคส + กาแลกโทส

39.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของน้ำ

a)

เป็นตัวกลางในการทำละลายสารต่างๆ

b)

เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการมากที่สุด

c)

ช่วยลำเลียงสารต่าง ๆในร่างกาย

d)

ช่วยรักษาสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย

40.

starch และ glycogen แตกต่างกันอย่างไร

a)

starch เป็นอาหาร ส่วน glycogen ไม่ใช่อาหาร

b)

starch เป็นพวกกลูโคส ส่วน glycogen ไม่ใช่กลูโคส

c)

starch เป็นแป้ง ส่วน glycogen ไม่ใช่แป้ง

d)

starch เป็นแป้งในพืช ส่วน glycogen เป็นแป้งในสัตว์

41.

ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ เพราะเหตุใด

a)

ร่างกายมนุษย์ไม่มีน้ำย่อยที่ใช้ย่อยเซลลูโลส

b)

เซลลูโลสเป็นโมเลกุลที่ใหญ่เกินไป

c)

เซลลูโลสไม่ใช่อาหาร

d)

เซลลูโลสไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต

42.

หน่วยย่อยของสารต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

กรดอะมิโน ---> โปรตีน

b)

มอนอแซกคาร์ไรด์ ---> คาร์โบไฮเดรต

c)

ไขมัน ---> ลิพิด

d)

นิวคลีโอไทด์ ---> กรดนิวคลีอิก

43.

ลิพิดชนิดใดไม่มีกรดไขมันและแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบหลัก

a)

น้ำมันพืช

b)

ขี้ผึ้ง

c)

สเตอรอยด์

d)

ไขมัน

44.

กรดอะมิโนแต่ละตัวประกอบด้วยธาตุใดบ้าง

a)

C - H - O

b)

C - H - O - N

c)

C - H - O - P

d)

C - H - O - R

45.

ข้อใดเป็นความสำคัญของลิพิดของสิ่งมีชีวิต

a)

ช่วยในการขับของเสียออกนอกร่างกาย

b)

ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ

c)

ป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน

d)

เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมี

46.

กรดอะมิโนทั้งหมดมีประมาณกี่ชนิด

a)

10 ชนิด

b)

20 ชนิด

c)

25 ชนิด

d)

35 ชนิด

47.

ข้อใดถูกต้อง

a)

โปรตีนเป็นอาหารที่ร่างกายสะสมไว้ใช้เมื่อยามขาดแคลนอาหาร

b)

คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ร่างกายสะสมไว้ใช้เมื่อยามขาดแคลนอาหาร

c)

ไขมันเป็นอาหารที่ร่างกายสะสมไว้ใช้เมื่อยามขาดแคลนอาหาร

d)

วิตามินเป็นอาหารที่ร่างกายสะสมไว้ใช้เมื่อยามขาดแคลนอาหาร

48.

มีคำกล่าวที่ว่า ผู้หญิงต้องการธาตุเหล็กมากกว่าผู้ชาย ข้อความนี้จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

จริง เพราะผู้หญิงมีการเสียเลือดในรูปของประจำเดือนอยู่เสมอ

b)

จริง เพราะผู้หญิงเก็บธาตุเหล็กไว้ไม่ได้

c)

ไม่จริง เพราะทั้งหญิงและชายต้องการเท่า ๆ กัน

d)

ไม่จริง เพราะความต้องการธาตุเหล็กของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

49.

ข้อใดเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันทั้งหมด

a)

A B C D

b)

A B E

c)

A D E K

d)

B C

50.

องค์ประกอบของนิวคลีโอไทด์ คือข้อใด

a)

น้ำตาลเพนโตส ไนโตรจีนัสเบส และหมู่ฟอตเฟส

b)

น้ำตาลกลูโคส ไนโตรจีนัสเบส และหมู่ฟอตเฟส

c)

กรดอะมิโน น้ำตาลกลูโคส และไนโตรจีนัสเบส

d)

น้ำตาลไรโบส กรดอะมิโน และไนโตรจีนัสเบส

51.

ความสัมพันธ์ในข้อใด ไม่ ถูกต้อง

a)

เอนไซม์ ---> กรดนิวคลีอิก

b)

แอนติเจน ---> โปรตีน

c)

เซลลูโลส ---> คาร์โบไฮเดรต

d)

ฟอสโฟลิพิด ---> ลิพิด

52.

ความสำคัญของกรดนิวคลีอิกข้อใดถูกต้อง

a)

DNA เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่

b)

RNA เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่

c)

DNA เป็นสารพันธุกรรมในมนุษย์และสัตว์ ส่วน RNA เป็นสารพันธุกรรมในพืช

d)

RNA เป็นสารพันธุกรรมในสัตว์ ส่วน DNA เป็นสารพันธุกรรมในพืช

53.

สารประกอบคาร์บอนใดที่ "ไม่ใช่พอลิเมอร์" (เกิดจากหน่วยย่อยๆ หลายหน่วยมารวมกัน)

a)

พอลิเปปไทด์ (polypeptide)

b)

พอลิแซกคาไรด์ (polysaccharide)

c)

ลิพิด (lipid)

d)

พอลินิวคลีโอไทด์ (polynucleotide)

54.

ข้อใดคือเหตุผลหลัก ที่ทำให้น้ำ สามารถเคลื่อนที่ในท่อลำเลียงของพืชหรือเกาะไปตามผนังหลอดเลือดได้

a)

น้ำมีพันธะไฮโดรเจน (H-bond)

b)

น้ำมีแรงโคฮีชัน (cohesion force) ซึ่งเชื่อมระหว่างโมเลกุลน้ำกับผนัง

c)

น้ำมีแรงแอดฮีชัน (adhesion force) ซึ่งเชื่อมระหว่างโมเลกุลน้ำกับน้ำ

d)

น้ำเป็นสารมีขั้ว (polar ion) และมีความจุความร้อนจำเพาะ (specific heat capacity) สูง

55.

ข้อใดเป็นพอลิแซ็กคาไรด์ไที่ "ไม่ได้" พบในพืช

a)

เพปทิโดไกลแคน (peptidoglycan) ไคทิน (chitin) และไกลโคเจน (glycogen)

b)

เพกทิน (pectin)

c)

เซลลูโลส (cellulose) และเฮมิเซลลูโลส (hemicellulose)

d)

อะไมโลส (amylose) และอะไมโลเพกทิน (amylopectin)

56.

จากภาพ บริเวณใดกรดแอมิโน (amino acid) ทุกชนิดจะมีเหมือนกัน

a)

บริเวณที่ 1, 2, 3

b)

บริเวณที่ 1, 2, 4

c)

บริเวณที่ 1, 3, 4

d)

บริเวณที่ 2, 3, 4

57.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับโครงสร้างของโปรตีนแต่ละระดับ

a)

โครงสร้างแบบทุติยภูมิ (secondary structure) เกิดจากพันธะไฮโดรเจน ทำให้บิดเป็นเกลียวเรียกว่า alpha-helix

b)

โครงสร้างแบบทุติยภูมิ (secondary structure) เกิดจากพันธะไฮโดรเจน ทำให้เรียงสลับเหมือนแผ่นที่พับทบเรียกว่า beta-pleated sheet

c)

โครงสร้างแบบตติยภูมิ (tertiary structure) เกิดจากพันธะไฮโดรเจน แรงไฮโดรโฟบิก และพันธะไอออนิกเท่านั้น

d)

โครงสร้างแบบจตุรภูมิ (quaternary structure)

เกิดจากพอลิเพปไทด์หลายสายมาเชื่อมกัน

58.

ข้อใด "ไม่" ถูกต้อง เกี่ยวกับกรดไขมัน (fatty acid) ดังภาพ

a)

เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน 1 พันธะ

b)

เมื่อเป็นองค์ประกอบของไตรกลีเซอไรด์ จะทำให้มีจุดหลอมเหลวต่ำ

c)

เป็นกรดไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด

d)

เป็นกรดไขมันที่มีรูปร่างแบบ cis

59.

ข้อใด ไม่ ถูกต้องเกี่ยวกับ RNA และ DNA

a)

สิ่งมีชีวิตจะพบ DNA หรือ RNA อย่างใดอย่างหนึ่ง

b)

นิวคลีไทด์ใน RNA มี ribose ส่วนใน DNA มี deoxyribose

c)

พอลินิวคลีโอไทด์ใน RNA มักมี 1 สายส่วนใน DNA มักมี 2 สาย

d)

นิวคลีไทด์ใน RNA มีเบส A U C G ส่วนใน DNA เป็นเบส A T C G

60.

ข้อใดไม่ถูก เกี่ยวกับพันธะที่เชื่อมระหว่างโมเลกุลของสารต่อไปนี้

a)

มอนอแซกคาร์ไรด์กับมอนอแซกคาไรด์ : พันธะไกลโคซิดิก

b)

กรดแอมิโนกับกรดแอมิโน: พันธะเพปไทด์

c)

กลีเซอรอลกับกรดไขมัน: พันธะเอสเทอร์

d)

นิวคลีโอไทด์กับนิวคลีโอไทด์: พันธะไฮโดรเจน