wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค วิชาประวัติศาสตร์ ม.2 ปี 1/2567

Total questions: 30

Worksheet time: 3hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

หลักฐานที่เด่นมากในเรื่องของรายละเอียดและความถูกต้องของเวลา คือหลักฐานใด

a)

พงศาวดาร

b)

จดหมายเหตุ

c)

ตำนาน

d)

จารึก

2.

บิดาแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย คือใคร

a)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

d)

ศาสตราจารย์ขจร สุขพานิช

3.

ลักษณะนิสัยใด ที่มีความจำเป็นน้อยสำหรับนักประวัติศาสตร์

a)

ชอบวาดภาพ

b)

ชอบจดบันทึก

c)

ชอบค้นหา

d)

ชอบสังเกต

4.

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะมีความน่าเชื่อถือหากเป็นกรณีใด

a)

ผู้เขียนเป็นราชนิกูล

b)

มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุน

c)

มีการเรียบเรียงอย่างสละสลวย

d)

ผู้เขียนเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ

5.

ถ้ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย แล้วเขียนหนังสือบรรยายว่าประเทศไทยล้าหลัง ด้อยพัฒนา เพราะยังมีการกินอาหารด้วยมือหรือไม่สวมเสื้อผ้า นักเรียนคิดว่า ข้อความนี้จะใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอนาคตได้หรือไม่

a)

ได้ เพราะเป็นหลักฐานชั้นต้น

b)

ไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานเท็จ

c)

ไม่ได้ เพราะผู้เขียนไม่ใช่คนไทย

d)

ได้ แต่ต้องมีการตีความหลักฐาน

6.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

b)

การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา

c)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

การรวบรวมหลักฐาน

7.

บันทึกเหตุการณ์ของ วัน วลิต ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในสมัยอยุธยา เป็นหลักฐานประเภทใด

a)

หลักฐานชั้นต้น-เป็นลายลักษณ์อักษร

b)

หลักฐานชั้นรอง-เป็นลายลักษณ์อักษร

c)

หลักฐานชั้นต้น-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

หลักฐานชั้นรอง-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

8.

เรื่องราวที่ปรากฏในพงศาวดารจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรเป็นส่วนใหญ่

a)

สงครามกับเพื่อนบ้าน

b)

ความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้า

c)

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

d)

พระราชกรณียกิจของกษัตริย์

9.

เรื่องราวของมะกะโทที่เข้ามารับราชการในสมัยพระร่วง จัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

พงศาวดาร

b)

บันทึกชาวต่างชาติ

c)

หลักฐานโบราณคดี

d)

ตำนานหรือนิทานพื้นบ้าน

10.

เพราะเหตุใด จึงต้องมีการประเมินคุณค่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานอาจมากหรือน้อย

b)

หลักฐานอาจมีหรือไม่มี

c)

หลักฐานอาจจริงหรือเท็จ

d)

หลักฐานอาจเก่าหรือใหม่

11.

ร่องรอยการกระทำของมนุษย์ในอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเรียกว่าอะไร

a)

วิธีการทางประวัติศาสตร์

b)

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

c)

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

d)

กระบวนการทางประวัติศาสตร์

12.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร

a)

แสดงถึงเรื่องราวในอดีต

b)

เป็นหลักฐานที่ใช้ศึกษาเรื่องราวในอดีต

c)

เป็นแหล่งศึกษาตัวอักษรในสมัยโบราณ

d)

เป็นสิ่งล้ำค่า เพราะสร้างจากวัสดุราคาแพง

13.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใดเป็นหลักฐานขั้นปฐมภูมิทั้งหมด

a)

พงศาวดาร ศิลาจารึก

b)

จดหมายเหตุ อัตชีวประวัติ

c)

โบราณวัตถุ

ตำราประวัติศาสตร์

d)

โบราณคดี วรรณคดี

14.

เพราะเหตุใดการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จึงต้องอาศัยวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

เป็นวิธีการที่ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

b)

เป็นวิธีการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

c)

ทำให้ผู้ศึกษาทราบจุดมุ่งหมายของผู้สร้างหลักฐาน

d)

ทำให้ผู้ศึกษาเข้าใจขั้นตอนในการศึกษาประวัติศาสตร์

15.

ข้อใดเป็นวิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติ

ศาสตร์แบบการประเมินภายใน

a)

ประสบการณ์ของผู้เขียน

b)

ประวัติและผลงานของผู้บันทึก

c)

ความถูกต้องของข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน

d)

ความเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีขั้นตอนการบันทึกข้อมูล

16.

ข้อใดถือเป็นความสำคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์

a)

เพื่อหาข้อมูลสนับสนุนแนวคิดของผู้ศึกษา

b)

เพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการตีความ

c)

เพื่อให้ผลการค้นคว้าทางวิชาการมีความน่าเชื่อถือ

d)

เพื่อให้สามารถอธิบายความถูกผิดของหลักฐานได้

17.

หลักฐานสำคัญที่นักประวัติศาสตร์ใช้ในการศึกษาพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ได้แก่ข้อใด

a)

จารึก

b)

ตำนาน

c)

จดหมายเหตุ

d)

พระราชพงศาวดาร

18.

ความรู้พื้นฐานในเรื่องใดที่มีความสำคัญน้อยที่สุดต่อการตีความ

a)

ประวัติของผู้เขียนหลักฐาน

b)

ถ้อยคำสำนวนที่ใช้ในหลักฐาน

c)

จุดมุ่งหมายของผู้เขียนหลักฐาน

d)

สภาพแวดล้อมในเวลาที่สร้างหลักฐาน

19.

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะทำให้เกิดความสับสน

b)

ได้ แล้วแต่ความเห็นของนักประวัติศาสตร์

c)

ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไม่ได้

d)

ได้ ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่อาจมีการค้นพบเพิ่มเติมในภายหลัง

20.

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต เขียนขึ้นโดยบุคคลใด

a)

เขียนโดยชาวฮอลันดา

b)

เขียนโดยชาวอินเดีย

c)

เขียนโดยขุนนางชาวกรุงศรีอยุธยา

d)

เขียนโดยพราหมณ์

21.

หลักฐานประเภทใดที่ควรให้ความสําคัญเป็นลําดับแรกในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานชั้นต้น

b)

หลักฐานชั้นรอง

c)

หลักฐานจากคําบอกเล่า

d)

หลักฐานที่เป็นงานทางวิชาการ

22.

ข้อใดไม่จัดเป็นหลักฐานประเภทลายลักษณ์อักษร

a)

พงศาวดาร

b)

พระสถูปจําลอง

c)

บันทึกของชาวต่างชาติ

d)

เอกสารเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต

23.

คําว่า “หลักฐานปฐมภูมิ” มีความสัมพันธ์กับข้อใดมากที่สุด

a)

เขียนโดยชนชั้นมูลนาย

b)

มีการใช้ภาษาทางการเท่านั้น

c)

ใช้อักขรวิธีเป็นแบบขอมโบราณ

d)

เขียนขึ้นโดยผู้รู้เห็นหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

24.

ข้อใดคือข้อควรระวังในการใช้หลักฐานประเภทบันทึกหรือจดหมายเหตุของชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา

a)

เนื้อหาในบันทึกค่อนข้างสั้น

b)

อคติหรือโลกทัศน์ของผู้บันทึก

c)

ข้อจํากัดเรื่องภาษาต่างประเทศ

d)

การไม่ให้ความสําคัญกับลำดับของเวลา

25.

ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

อมูลที่ผู้เขียนได้บันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

b)

ข้อมูลที่ได้จัดพิมพ์เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้

c)

ข้อมูลที่เกิดจากความเข้าใจของผู้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ

d)

ข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ อาจตรงกันหรือไม่ตรงกันก็ได้

26.

ข้อใดแสดงถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

a)

ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2112

b)

คนไทยอ่อนแอจึงได้เสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310

c)

จํานวนทหารน้อยทําให้ต้องเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2112

d)

ผู้คนอ่อนแอและขาดความสามัคคีจึงเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2310

27.

วิธีการทางประวัติศาสตร์มีขั้นตอนหลายขั้นตอน ขั้นตอนใดถือเป็นขั้นตอนสําคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์มากที่สุด

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การเรียบเรียงหรือนําเสนอ

c)

การกําหนดหัวข้อในการศึกษา

d)

การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล

28.

ถ้านักเรียนได้อ่านบทความหรือหนังสือประวัติศาสตร์ควรมีแนวทางการศึกษาอย่างไร

a)

เชื่อเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผู้เขียนถ่ายทอดในหนังสือ

b)

ตั้งใจอ่านบทความอย่างละเอียดพร้อมจดบันทึก

c)

ศึกษาเกี่ยวกับประวัติผู้เขียนผู้แต่งอย่างละเอียด

d)

รู้จักแยกแยะข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่ได้จากการอ่าน

29.

ข้อใดประเมินคุณค่าของหลักฐานได้ถูกวิธี

a)

ประเมินคุณค่าหลักฐานเพียงชิ้นเดียว

b)

ระเมินโดยไม่คำนึงถึงทัศนคติของผู้เขียน

c)

ประเมินจากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในหลักฐาน

d)

ประเมินทั้งรูปลักษณะของหลักฐานและข้อมูลที่

ปรากฏอยู่ในหลักฐาน

30.

ข้อใดเป็นวิธีการตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ตีความตามความรู้สึก

b)

ตีความตามหลักฐานที่มีอยู่

c)

ตีความตามความเห็นของคนส่วนใหญ่

d)

ตีความตามความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น