wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 15

Worksheet time: 9mins

Name
Class
Date
1.

ข้อที่ 1: อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคืออะไร?

a)

a) ความเร็วที่ตัวทำปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็นสารผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยเวลา

b)

b) ปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงตลอดการทดลอง

c)

c) ปริมาณของสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทดลอง

d)

d) อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์ต่อวินาทีเท่านั้น

2.

ข้อที่ 2: อัตราการเกิดปฏิกิริยาเฉลี่ย (Average rate) หมายถึงอะไร?

a)

a) อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารตั้งต้นหรือสารผลิตภัณฑ์ในช่วงเวลาที่กำหนด

b)

b) อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารตั้งต้นที่ลดลงหรือสารผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นปฏิกิริยาจนสิ้นสุด

c)

c) อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่เวลาใดเวลาหนึ่งในช่วงสั้นๆ

d)

d) ความเร็วในการเพิ่มขึ้นของสารผลิตภัณฑ์ ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง

3.

ข้อที่ 3: ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา ควรทราบข้อมูลใดก่อนเป็นอันดับแรก?



a)

a) ปริมาณของสารตั้งต้น

b)

b) ชนิดของปฏิกิริยา

c)

c) อุณหภูมิของการทดลอง

d)

d) ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์

4.

ข้อที่ 4: อัตราการเกิดปฏิกิริยา ณ ขณะใดขณะหนึ่ง (Instantaneous rate) มีลักษณะอย่างไร?



a)

a) คงที่ตลอดการเกิดปฏิกิริยา

b)

b) มีค่าเท่ากันทุกครั้งที่วัด

c)

c) เปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ปฏิกิริยาดำเนินไป

d)

d) เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

5.


ข้อที่ 5: ถ้าความเข้มข้นของสาร AB ลดลงจาก [AB]t1 = 0.8 mol/dm³ ที่เวลา t1 เป็น [AB]t2 = 0.2 mol/dm³ ที่เวลา t2 ภายใน 10 วินาที อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในกรณีนี้เป็นเท่าไร?

a)

a) 0.06 mol/dm³/s

b)

b) 0.08 mol/dm³/s

c)

c) 0.10 mol/dm³/s

d)

d) 0.12 mol/dm³/s

6.

ข้อที่ 6: ปัจจัยใดที่มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างโลหะโซเดียมกับน้ำเย็นเกิดขึ้นได้เร็วมาก?



a)

a) ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

b)

b) พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

c)

c) ธรรมชาติของสารตั้งต้น

d)

d) อุณหภูมิ

7.

ข้อที่ 7: การเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้นมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาอย่างไร?


a)

a) ทำให้ปฏิกิริยาเกิดช้าลง

b)

b) ทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น

c)

c) ทำให้ปฏิกิริยาไม่เปลี่ยนแปลง

d)

d) ขึ้นอยู่กับชนิดของสารตั้งต้น

8.

ข้อที่ 8: ตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) มีบทบาทอย่างไรในปฏิกิริยาเคมี?

a)

a) ทำให้ปฏิกิริยาเกิดช้าลง

b)

b) เพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ์

c)

c) ลดอุณหภูมิของปฏิกิริยา

d)

d) ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

9.

ข้อที่ 9: การเติมวิตามินอีลงในน้ำมันพืชเพื่อป้องกันการเหม็นหืนเป็นการใช้ปัจจัยใดเพื่อควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยา?

a)

a) ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

b)

b) ตัวเร่งปฏิกิริยา

c)

c) พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

d)

d) ตัวหน่วงปฏิกิริยา

10.

ข้อที่ 10: พลังงานก่อกัมมันต์ (Ea) หมายถึงอะไรในปฏิกิริยาเคมี?

a)

a) พลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะทั้งหมด

b)

b) พลังงานที่ใช้ในการสร้างพันธะใหม่

c)

c) ผลต่างระหว่างพลังงานของสารตั้งต้นและพลังงานของสารผลิตภัณฑ์

d)

d) ผลต่างระหว่างพลังงานของสารเชิงซ้อนที่ถูกกระตุ้นกับพลังงานของสารตั้งต้น

11.

ข้อที่ 11: ในปฏิกิริยาที่มีหลายขั้นตอน การกำหนดอัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับขั้นตอนใด?


a)

a) ขั้นตอนที่เกิดเร็วที่สุด

b)

b) ขั้นตอนที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด

c)

c) ขั้นตอนที่เกิดช้าที่สุด

d)

d) ขั้นตอนที่มีการคายพลังงานมากที่สุด

12.

ข้อที่ 12: ถ้าพลังงานของผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าพลังงานของสารตั้งต้น ปฏิกิริยานั้นจะเป็นประเภทใด?



a)

a) ดูดพลังงาน

b)

b) ดูดความร้อน

c)

c) คายความร้อน

d)

d) ไม่เปลี่ยนแปลง

13.

ข้อที่ 13: ปฏิกิริยาเคมีที่มีพลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะทั้งหมดมากกว่าพลังงานที่เกิดจากการสร้างพันธะใหม่ จะเป็นปฏิกิริยาประเภทใด?

a)

a) คายความร้อน

b)

b) ดูดความร้อน

c)

c) คายพลังงาน

d)

d) ดูดพลังงาน

14.

ข้อที่ 14. ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสาร A และ B เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ และปริมาณของสาร A ลดลงจาก 0.50 mol/L เป็น 0.30 mol/L ภายในเวลา 2 ชั่วโมง (h). อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร A เท่ากับ (a)   mol/(L·h).

15.

ข้อที่ 15. ในปฏิกิริยาการสลายตัวของสาร C, ความเข้มข้นของสาร C ลดลงจาก 0.40 mol/L เป็น 0.20 mol/L ในเวลา 30 นาที (min). อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในช่วงเวลานั้นคือ (a)   mol/(L·min).