Worksheetsความเที่ยงตรงในเครื่องมือวัดผล
Total questions: 111
Worksheet time: 5hrs 11mins
ความเที่ยงตรง หรือความตรง (Validity) เป็นคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของเครื่องมือในการวัดผล กล่าวคือ มีลักษณะวัดในสิ่งที่ต้องการวัดได้ถูกต้อง (Measure What to Measure) ถ้าวัดอย่างหนึ่งแล้วได้อีกอย่างหนึ่งมาแทน แสดงว่า เครื่องมือขาดความเที่ยงตรง แต่ถ้าเครื่องมือในการวัดมีความเที่ยงตรงดีแล้ว จะทําให้ผลที่ได้จากการวัดมีความหมาย และมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
สุวิมล ติรกานันท์ (2551 : 163) ให้ความหมายของความเที่ยงตรงว่า หมายถึง ความแม่นยํา ของเครื่องมือในการวัดสิ่งที่ต้องการจะวัด
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2553 : 141) ให้ความหมายของความเที่ยงตรงว่า หมายถึง แบบทดสอบนั้นสามารถวัดในสิ่งที่ต้องการวัดได้ดีเพียงใดในขอบเขตที่ต้องการ ภายใต้สถานการณ์หนึ่งกับประชากรกลุ่มหนึ่ง
พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2553 : 135) ให้ความหมายของความเที่ยงตรงว่า หมายถึง คุณสมบัติของเครื่องมือที่สามารถวัดตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัด
ศิริชัย กาญจนวาสี (2556 : 99) ให้ความหมายของความเที่ยงตรงว่า หมายถึง ความถูกต้องแม่นยําของเครื่องมือในการวัดสิ่งที่ต้องการจะวัด
ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดได้ครอบคลุมเนื้อหาหรือพฤติกรรมที่กําหนดไว้ ความเที่ยงตรงประเภทนี้ใช้กับการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น เราต้องการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ก็สร้างแบบทดสอบตามตารางวิเคราะห์หลักสูตร หลังจากนั้นก็นําไปตรวจสอบคุณภาพโดยพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อในแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ฉบับนี้วัดได้ตรงตามเนื้อหาที่กําหนดไว้หรือไม่
ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดได้ตรงตามโครงสร้างทางทฤษฎีหรือองค์ประกอบที่ต้องการวัด เช่น ถ้าเราต้อง
ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดได้ตรงตามโครงสร้างทางทฤษฎีหรือองค์ประกอบที่ต้องการวัด เช่น ถ้าเราต้องการวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต จะต้องไปศึกษาก่อนว่ามีทฤษฎีใดบ้างที่กล่าวถึงเรื่องนี้ แต่ละทฤษฎีมีโครงสร้างหรือองค์ประกอบอย่างไรบ้าง นํามาสังเคราะห์สรุปเป็นคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตแล้วสร้างเป็นแบบทดสอบวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต นําไปตรวจสอบคุณภาพ ถ้าสามารถวัดได้ครอบคลุมโครงสร้างหรือองค์ประกอบ แสดงว่า มีความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยงตรงประเภทนี้มีความสําคัญมากในการวัดทางจิตวิทยา
ความเที่ยงตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ (Criterion-related Validity) หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดคุณลักษณะที่ต้องการวัดได้สอดคล้องกับเกณฑ์ภายนอก ความเที่ยงตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ (Concurrent Validity) หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดคุณลักษณะได้ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เช่น แบบทดสอบวัดความมีวินัยในตนเอง ถ้านําไปทดสอบกับเด็กชาย ก ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วว่าเป็นผู้ที่มีความมีวิน
ความเที่ยงตรงหมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดคุณลักษณะได้ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เช่น แบบทดสอบวัดความมีวินัยในตนเอง ถ้านําไปทดสอบกับเด็กชาย ก ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วว่าเป็นผู้ที่มีความมีวินัยในตนเองสูงมาก ถ้าได้คะแนนสูงมาก แสดงว่า เด็กชาย ก มีวินัยในตนเองสูงมาก ซึ่งตรงกับสภาพความเป็นจริงของเด็กชาย ก แสดงว่า แบบทดสอบวัดความมีวินัยในตนเองฉบับนี้มีความเที่ยงตรงเชิงสภาพ
ความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์หมายถึง ความสามารถของเครื่องมือที่วัดคุณลักษณะได้ตรงกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคต เช่น แบบทดสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์ฉบับหนึ่ง เมื่อนําไปทดสอบกับนาย ข ที่สอบคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปรากฏว่า นาย ข ทําคะแนนได้สูงมากเมื่อนาย ข เข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แล้ว พบว่า ผลการเรียนอยู่ในระดับดีมาก แสดงว่า แบบทดสอบฉบับนี้มีความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์
การตรวจสอบความเที่ยงตรง โดยทั่วไปตรวจสอบ 2 ประเภทคือ ความเที่ยงตรงของแบบทดสอบอิงกลุ่ม และความเที่ยงตรงของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ รายละเอียดดังนี้
ความเที่ยงตรงของแบบทดสอบอิงกลุ่ม
ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เป็นการพิจารณาว่าข้อคําถามแต่ละข้อสามารถ
ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เป็นการพิจารณาว่าข้อคําถามแต่ละข้อสามารถวัดตรงตามเนื้อหาที่กําหนดไว้หรือไม่ มีวิธีการตรวจสอบ 2 วิธี ดังนี้
การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นการให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าข้อคําถามที่สร้างขึ้นมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัดหรือไม่ โดยกําหนดให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาดังนี้
แน่ใจว่าข้อคําถามวัดได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ไม่แน่ใจว่าข้อคําถามวัดได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
แน่ใจว่าข้อคําถามวัดได้ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาหรือทฤษฎี ด้านภาษา และด้านการวัดผลประเมินผล สถิติ และวิจัย จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน
นําแบบทดสอบไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พิจารณาความครอบคลุมของเนื้อหา สัดส่วนข้อคําถาม และความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัด
คํานวณค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับวัตถุประสงค์ (Item Objective Congruence: IOC) โดยใช้สูตรดังนี้ IOC= ∑ R/N
การคูณนักเรียนสามารถหา1. 2×2 เท่ากับเท่าไร
4
ไม่แน่ใจ
ไม่สอดคล้อง
นักเรียนสามารถหา1. 2×2 เท่ากับเท่าไร
4
2
22
2. 12×20 เท่ากับเท่าไร
14
24
240
3. 2×244 เท่ากับเท่าไร
209
255
488
คูณจํานวนหนึ่งหลักกับ 5 7 2 1 0.60 วัดตรงกับวัตถุประสงค์ที่ 2
จํานวนไม่เกินสามหลักให้ 6 8 1 1 0.70 วัดตรงกับวัตถุประสงค์ที่ 2
นักเรียนสามารถแก้โจทย์ 7 4 3 3 0.10 วัดไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ 2 ได้ถูกต้องปัญหา
จงหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของ แบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ที่สร้างขึ้น
จงหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ที่สร้างขึ้น
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน เท่ากับ 0.92 แสดงว่า แบบทดสอบทั้ง 2 ฉบับ มีความสัมพันธ์กันในระดับสูงมาก จึงสรุปได้ว่า แบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ที่สร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาสูงมาก
การตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างคืออะไร?
การวิเคราะห์องค์ประกอบแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
1 ประเภท
2 ประเภท
3 ประเภท
4 ประเภท
การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจคืออะไร?
การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันคืออะไร?
คราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) เป็นการยืนยันว่าองค์ประกอบตามโครงสร้างทางทฤษฎีประกอบด้วยตัวแปรอะไรบ้างและตัวแปรแต่ละตัวมีน้ําหนักหรืออัตราความสัมพันธ์กับองค์ประกอบมากน้อยเพียงใด
วิธีเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รู้ชัด (Known Group Technique) เป็นการใช้กลุ่มตัวอย่างที่เราทราบแล้วว่ามีความสามารถหรือคุณลักษณะที่ต้องการวัดด้านนั้น ๆ มาเป็นหลักสําหรับใช้ในการเปรียบเทียบ เช่น ถ้าเราต้องการวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ควรนําแบบทดสอบไปทดสอบกับผู้ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีคุณลักษณะนี้มาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนําไปทดสอบกับกลุ่มที่มีคุณลักษณะนี้น้อย แล้วนําผลการทดสอบของทั้งสองกลุ่มมาทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยสถิติทดสอบ t (t-test) โดยใช้สูตร ดังนี้ t= X̅1 −X̅2 √ S12 n1 + S22 n2
จงหาความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบทดสอบความถนัดทางภาษาไทยที่สร้างขึ้น
แทน ความแปรปรวนของคะแนนในกลุ่มที่ 1
แทน ความแปรปรวนของคะแนนในกลุ่มที่ 2
แทน จํานวนคนในกลุ่มที่ 1
แทน จํานวนคนในกลุ่มที่ 2
นําค่า t ที่คํานวณได้ไปเปรียบเทียบกับค่าวิกฤติของ t จากตาราง t โดยใช้ df = 18 (n1+n2-2) ที่ระดับนัยสําคัญ .01 กรณีหางเดียว ได้ค่า t (จากตาราง) = 2.55 แต่ค่า t ที่คํานวณได้ มีค่าเท่ากับ 6.90 ซึ่งมีค่าสูงกว่าค่า t (จากตาราง) แปลว่า ผลการสอบของทั้งสองกลุ่ม แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่า แบบทดสอบวัดความถนัดทางภาษาไทยที่สร้างขึ้น มีความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง
ปัจจุบันนิยมคํานวณหาค่า t จากโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ เช่น โปรแกรม SPSS ซึ่งค่า t ที่ได้จะเทียบกับค่า p-value ไม่ต้องเทียบกับตาราง ถ้าค่า t ที่ได้เท่ากับหรือมากกว่าค่า p-value แสดงว่า แบบทดสอบที่สร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง จากตัวอย่างที่ 5.4 เมื่อใช้ โปรแกรมคํานวณจะได้ผลดังนี้
ผลการทดสอบ พบว่า นักศึกษาสาขาวิชาเอกภาษาไทยและนักศึกษาสาขาวิชาเอกคณิตศาสตร์ มีคะแนนความถนัดทางภาษาไทยแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ .01 แสดงว่า แบบทดสอบความถนัดทางภาษาไทยสามารถแยกบุคคลที่มีความถนัดทางภาษาไทยออกจากกันได้ จริง หรือ เท็จ?
จริง
เท็จ
วิธีวิเคราะห์พหุลักษณะ-พหุวิธี (Multitrait-Multimethod: MTMM) เป็นวิธีการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างโดยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการวัดหลายลักษณะ โดยใช้วิธีการวัดหลายวิธี?
ใช่
ไม่ใช่
คุณลักษณะที่ต้องการวัดควรมีจำนวนลักษณะอย่างน้อยกี่ลักษณะ?
หนึ่ง
สอง
สาม
การวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตมีคุณลักษณะอะไรบ้าง?
มากกว่าสองลักษณะและวิธีวัดสองวิธีหรือ
มากกว่าสองวิธี เช่น ต้องการวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตที่มี 3 คุณลักษณะคือ ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน การบริหารจัดการเรียนรู้ที่ดี และแรงจูงใจและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยวิธีการวัด 2 วิธี คือ แบบทดสอบวัดคุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตชนิดมาตราส่วนประมาณค่า และแบบเลือกตอบชนิดสถานการณ์
วิธีวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ เป็นการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนที่ได้จากเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นและคะแนนเกณฑ์จากเครื่องมือที่มีคุณภาพสูงหรือมีมาตรฐานที่วัดเนื้อหาเดียวกัน โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ถ้าพบว่ามีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูง แสดงว่า แบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นมีความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง
การตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์
ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ ตรวจสอบโดยการคํานวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบที่สร้างขึ้นกับคะแนนผลการวัดเรื่องเดียวกันแต่ใช้วิธีการอื่น (คะแนนเกณฑ์) ซึ่งแสดงถึงสภาพในปัจจุบัน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการสอบกับการจัดอันดับความสามารถ หรือกับคะแนนพฤติกรรมในชั้นเรียน
จงหาความเที่ยงตรงเชิงสภาพ
จงหาความเที่ยงตรงเชิงสภาพ
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ เท่ากับ 0.93 แสดงว่า แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่สร้างขึ้นมีความสัมพันธ์กันกับอันดับพฤติกรรมการเรียนในระดับสูงมาก จึงสรุปได้ว่า แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่สร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงเชิงสภาพสูงมาก
ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ใช้วิธีการคํานวณคํานวณค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับวัตถุประสงค์ (Item Objective Congruence: IOC)
ใช้วิธีการคํานวณคํานวณค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับวัตถุประสงค์ (Item Objective Congruence: IOC) เช่นเดียวกับการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบอิงกลุ่ม
ตรวจสอบโดยใช้สัดส่วนระหว่างผลรวมของจํานวนผู้ที่ยังไม่ได้เรียนหรือการสอบก่อนเรียนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์กับจํานวนผู้ที่ได้รับการเรียนแล้วหรือการสอบหลังเรียนที่ผ่านเกณฑ์ต่อจํานวนคนสอบทั้งหมด
ค่าความเที่ยงตรงตามวิธีของคาร์เวอร์ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจํานวนผู้ที่สอบไม่ผ่านก่อนเรียน และจํานวนผู้ที่สอบผ่านหลังเรียน คํานวณโดยใช้สูตรดังนี้
ตัวอย่างที่ 5.6 นําแบบทดสอบอิงเกณฑ์ฉบับหนึ่งจํานวน 10 ข้อไปทดสอบกับนักเรียน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกยังไม่ได้เรียน จํานวน 8 คน กับกลุ่มที่สองเรียนแล้ว
จงหาค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ฉบับนี้ เมื่อกําหนดคะแนนจุดตัด เท่ากับ 8 คะแนน คะแนนของกลุ่มที่ยังไม่ได้เรียน คือ 8 ,7, 6, 7, 9, 8, 7, 6 คะแนนของกลุ่มที่เรียนแล้ว คือ 10, 8, 9, 8, 8, 7, 9, 10, 8, 8
หาจํานวนนักเรียนที่ยังไม่ได้เรียนแล้วสอบไม่ผ่าน (ในข้อนี้มี 5 คน จะได้ c=5) หาจํานวนนักเรียนที่เรียนแล้วสอบผ่าน (ในข้อนี้มี 9 คน จะได้ a=9)
นําผลมาใส่ในตารางแจกแจง ดังนี้ ผลการสอบ กลุ่มที่ไม่ได้เรียน กลุ่มที่เรียนแล้ว ผ่าน 3(b) 9(a) ไม่ผ่านเกณฑ์ 5(c) 1(d)
แทนค่าในสูตร เมื่อ a=9, c=5, N=18
แทนค่าในสูตร เมื่อ a=9, c=5, N=18
วิธีสหสัมพันธ์แบบฟี (Phi-Correlation) คํานวณโดยการนําแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับนักเรียนซึ่งจําแนกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้เรียนหรือสอบก่อนเรียนและกลุ่มที่เรียนแล้วหรือสอบหลังเรียน แล้วจําแนกออกเป็น 2 ระดับคือ ผ่านเกณฑ์กับไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วคํานวณหาความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างโดยวิธีสหสัมพันธ์แบบฟี ดังนี้
ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ เป็นการตรวจสอบความรอบรู้ (Master) และไม่รอบรู้ (Nonmaster) ของนักเรียนในการทําแบบทดสอบ (Test) ว่าตรงกับสภาพความรู้จริง (Known Status) (อาจจะใช้ผลการประเมินตามสภาพจริงจากการสังเกตพฤติกรรมและผลงานผู้เรียน) หรือไม่
ฟี () ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง 1 ถ้าค่า เข้าใกล้ 1 แสดงว่า มีความเที่ยงตรงสูง ถ้าค่า มีค่าใกล้ 0 หรือ -1 แสดงว่ามีความเที่ยงตรงต่ําและไม่เที่ยงตรง
นอกจากนี้ความเที่ยงตรงเชิงสภาพยังสามารถหาได้จากนําแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับผู้เรียนกลุ่มเดียวกัน แต่วัด 2 ครั้งคือ วัดก่อนเรียนและหลังเรียน แล้วจําแนกผู้เรียนออกเป็น 2 ระดับคือ ผ่านเกณฑ์กับไม่ผ่านเกณฑ์
เมื่อ แทน ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ a แทน จํานวนผู้รอบรู้จากการสอบและจากสภาพจริง (จํานวนผู้สอบผ่านหลังเรียน) b แทน จํานวนผู้ไม่รอบรู้จากการสอบแต่รอบรู้จากสภาพจริง (จํานวนผู้สอบผ่านก่อนเรียน) c แทน จํานวนผู้รอบรู้จากการสอบแต่ไม่รอบรู้จากสภาพจริง (จํานวนผู้สอบไม่ผ่านหลังเรียน) d แทน จํานวนผู้ไม่รอบรู้จากกา
จงหาค่าความเที่ยงตรงเชิงสภาพ
ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง เท่ากับ 0.80 อยู่ในระดับสูง
ความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ เป็นการหาค่าความสอดคล้องของความรอบรู้กับไม่รอบรู้ของผลการสอบจากแบบทดสอบที่จะหาความเที่ยงตรงกับสถานภาพในอนาคต
ปัจจัยที่มีผลต่อความเที่ยงตรงของแบบทดสอบ แบ่งออกเป็น 4 แหล่ง รายละเอียดดังนี้
คําชี้แจงไม่ชัดเจน การเขียนคําชี้แจงในการทําแบบทดสอบไม่ชัดเจน เช่น เวล
คําชี้แจงไม่ชัดเจน การเขียนคําชี้แจงในการทําแบบทดสอบไม่ชัดเจน เช่น เวลาที่ใช้ทําแบบทดสอบ จํานวนข้อสอบที่ให้ทํา ตัวเลือกที่ซ้ํากัน เป็นต้น ส่งผลให้ความเที่ยงตรงลดลงได้
ใช้ภาษากํากวมหรือเข้าใจยาก หรือใช้ศัพท์ที่ยาก อาจจะเป็นการวัดทางภาษามากกว่าเนื้อหาที่มุ่งวัด ส่งผลให้ความเที่ยงตรงลดลงด้วย
ข้อสอบไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ทําให้เครื่องมือขาดความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ส่งผลให้ค่าความเที่ยงตรงลดลง
ข้อสอบยากหรือง่ายเกินไป จะทําให้อํานาจจําแนกลดลง ส่งผลต่อความเที่ยงตรงลดลงด้วย
รูปแบบข้อสอบไม่เหมาะสม จะทําให้แบบทดสอบวัดสิ่งที่ต้องการวัดได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้ความเที่ยงตรงลดลง เช่น ต้องการวัดความสามารถในการตอนกิ่ง ควรใช้แบบวัดทักษะการปฏิบัติมากกว่าแบบทดสอบที่มุ่งวัดความรู้ในเรื่องนี้ หรือต้องการวัดความคิดสร้างสรรค์ ควรใช้แบบทดสอบเขียนตอบมากกว่าแบบทดสอบเลือกตอบ
ข้อสอบที่ใช้คําถามนํา ข้อสอบที่มีคําหรือข้อความที่แนะคําตอบ จะทําให้ผู้สอบสามารถสามารถเดาคําตอบได้ จะทําให้แบบทดสอบไม่ได้วัดสิ่งที่ต้องการอย่าง
ข้อสอบที่ใช้คําถามนํา ข้อสอบที่มีคําหรือข้อความที่แนะคําตอบ จะทําให้ผู้สอบสามารถสามารถเดาคําตอบได้ จะทําให้แบบทดสอบไม่ได้วัดสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง
การเรียงตัวเลือกอย่างเป็นระบบ จะทําให้ผู้สอบสามารถเดาได้ ส่งผลต่อความเที่ยงตรงลดลงได้
แบบทดสอบจํานวนน้อยข้อเกินไป จะทําให้ขาดความเป็นตัวแทนของสิ่งที่มุ่งวัด ส่งผลให้ความเที่ยงตรงลดลง
ความเป็นเอกพันธ์ของกลุ่มผู้สอบ ถ้าผู้สอบมีความเหมือนกันมาก เช่น ความสามารถ อายุ เพศ เหมือนกัน เป็นต้น ความเที่ยงตรงจะต่ํา
สภาพร่างกายและจิตใจ สภาพทางร่างกาย เช่น ความเจ็บป่วยทางร่างกาย ความเหนื่อยล้า เป็นต้น หรือสภาพทางจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ความเบื่อหน่าย เป็นต้น อาจจะทําให้ผู้สอบทําข้อสอบได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้คะแนนที่ได้ไม่ตรงกับความสามารถที่แท้จริง
นิสัยการทําข้อสอบ ผู้สอบบางคนชอบทําข้อสอบเลือกตอบมากกว่าเขียนตอบ หรือ บางคนชอบเขียนตอบมากกว่าแบบทดสอบเลือกตอบ ซึ่งอาจจะส่งให้ได้คะแนนจากรูปแบบข้อสอบที่แตกต่างกันได้ ส่งผลให้คะแนนที่ได้ไม่ตรงกับความสามารถที่แท้จริง
การเดาคําตอบ ถ้าการเดาเป็นไปอย่
การเดาคําตอบ ถ้าการเดาเป็นไปอย่างสุ่ม มีผลทําให้ค่าความเชื่อมั่นลดลง ค่าความเที่ยงตรงจะลดลงด้วย ถ้าการเดาคําตอบมีผลทําให้ได้คะแนนแตกต่างกันอย่างเป็นระบบ ย่อมส่งต่อความเที่ยงตรงโดยตรง ทําให้ความเที่ยงตรงของแบบทดสอบลดลง
เวลาที่ใช้สอบไม่เหมาะสม การให้เวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น น้อยเกินไป หรือมากเกินไป จะส่งผลทําให้ค่าความเที่ยงตรงลดลง
สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม สภาพแวดล้อมของการทดสอบ เช่น อุณหภูมิ การถ่ายเท อากาศ แสง เสียง กลิ่น รบกวน จะส่งผลต่อความเที่ยงตรง
มาตรฐานการคุมสอบ การควบคุมห้องสอบที่ขาดมาตรฐาน เช่น ไม่ปฏิบัติตาม คําแนะนําในการคุมสอบ คุมแบบปล่อย แนะคําตอบให้ผู้สอบ เป็นต้น ส่งผลให้ความเที่ยงตรงลดลง
การตรวจให้คะแนนขาดความเป็นปรนัย เช่น คําตอบเดียวกันแต่ให้คะแนนต่างกัน การตรวจให้คะแนนที่ขาดเกณฑ์มาตรฐาน ย่อมส่งผลต่อความเที่ยงตรงลดลง
ความไม่ครอบคลุม
การตรวจให้คะแนนขาดความเป็นปรนัย เช่น คําตอบเดียวกันแต่ให้คะแนนต่างกัน
ความไม่ครอบคลุมของเนื้อหาที่วัด ข้อสอบที่ไม่เป็นตัวแทนของมวลเนื้อหา ทําให้เครื่องมือขาดความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา
ความไม่เหมาะสมของของเกณฑ์ภายนอก การเลือกเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ขาดคุณภาพ ไม่มีมาตรฐาน หรือไม่เหมาะสมกับกลุ่มที่ต้องการวัด ส่งผลให้ค่าความเที่ยงตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ลดลง
ความไม่เหมาะสมของทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะที่มุ่งวัด หากนําทฤษฎีที่ล้าสมัยหรือทฤษฎีที่ไม่เป็นที่ยอมรับมาใช้ ก็จะไม่สามารถอธิบายคุณลักษณะที่มุ่งวัดได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลต่อการสรุปความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบทดสอบได้
ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง เป็นความสามารถของเครื่องมือที่วัดได้ตรงตามโครงสร้าง ทางทฤษฎีหรือองค์ประกอบที่ต้องการวัด
ความเที่ยงตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ เป็นความสามารถของเครื่องมือที่วัดคุณลักษณะที่ต้องการวัดได้สอดคล้องกับเกณฑ์ภายนอก
การตรวจสอบความเที่ยงตรง แบ่งออกเป็นการตรวจสอบความเที่ยงตรงแบบทดสอบอิงกลุ่ม มีวิธีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ การใช้ค่าความสัมพันธ์ การวิเคราะห์องค์ประกอบ การเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รู้ชัด และการวิเคราะห์พหุลักษณะ-พหุวิธี
ปัจจัยที่มีต่อความเที่ยงตรง มาจาก 4 แหล่ง คือ ปัจจัยจากแบบทดสอบ ปัจจัยจากตัวผู้สอบ ปัจจัยจากการบริหารการสอบ และปัจจัยจากเกณฑ์ ซึ่งปัจจัยแต่ละแหล่งจะส่งผลต่อความเที่ยงตรงแต่ละประเภทแตกต่างกัน
การวัดและประเมินผลการศึกษา
การพัฒนาแบบวัดผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (Classical Test Theory)
ดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา ภาควิชาวิจัย และจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (Classical Test Theory).
การวัดผลการศึกษา.
การสร้างเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ.
“Convergent and discriminant validation by the multitrait-multimethod Matrix,” Psychological Bulletin.
Foundations of behavioral research.
