wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

OOAD Final

Total questions: 61

Worksheet time: 1hrs 1mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของระบบสารสนเทศ

a)

การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์

b)

การทำงานต่าง ๆ ในรูปแบบของการเก็บ การประมวลผล การเผยแพร่ และการจัดเก็บข้อมูล

c)

การประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศ

d)

การเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากบุคคลที่สำคัญเท่านั้น

e)

การจัดการระบบสารสนเทศด้วยระบบการทำงานอย่างเหมาะสมกับงาน

2.

ข้อใด ไม่เกี่ยวข้อง กับบุคลากรเพื่อพัฒนาระบบ

a)

นักวิเคราะห์ระบบ

b)

นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์

c)

ผู้พัฒนาระบบ

d)

บุคลากรในระดับผู้ใช้

e)

นักวิชาการระบบ

3.

ลักษณะของการพัฒนาระบบแบบใดที่มีลักษณะเปรียบเสมือนน้ำตก

a)

Waterfall

b)

Adapted Waterfall

c)

Evolutionary

d)

Incremental

e)

Spiral

4.

ขั้นตอนการพัฒนาระบบขั้นตอนใดที่เป็นขั้นตอนการออกแบบ

a)

Problem Recognition

b)

Analysis

c)

Design

d)

Development

e)

Test System

5.

ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นตอนของระยะการวิเคราะห์ระบบ

a)

วิเคราะห์ระบบงานปัจจุบัน

b)

รวบรวมความต้องการและกำหนดความต้องการของระบบใหม่

c)

ความมุ่งมั่นของผู้ใช้ระบบ

d)

วิเคราะห์ความต้องการเพื่อสรุปเป็นข้อกำหนด

e)

สร้างแผนงาน DFD และแผนภาพ E-R

6.

ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นตอนของระยะการทดสอบระบบ

a)

จัดทำแผนงานการทดสอบ

b)

ดำเนินการทดสอบจริง

c)

รายงานผลการทดสอบ

d)

จัดทำแนวทางการทดสอบ

e)

รวบรวมความต้องการ

7.

การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง คือข้อใด

a)

Structured System Development

b)

Structured System Analysis Design

c)

Structured System Design

d)

Structured Analysis and Design Technique

e)

Structured Analysis Design Technique

8.

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ คือข้อใด

a)

Structured System Development

b)

Object-Oriented System Development

c)

Object-Oriented System Design

d)

Object Structure Analysis and Design Technique

e)

Structured Analysis Design Technique

9.

โครงสร้างของการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วยสิ่งใด

a)

ส่วนหัวโปรแกรมและส่วนโปรแกรมย่อย

b)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนโปรแกรมรอง

c)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนโปรแกรมย่อย

d)

ส่วนข้อมูลและส่วนของพฤติกรรม

e)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนของพฤติกรรม

10.

โครงสร้างของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ประกอบด้วยสิ่งใด

a)

ส่วนหัวโปรแกรมและส่วนโปรแกรมย่อย

b)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนโปรแกรมรอง

c)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนโปรแกรมย่อย

d)

ส่วนข้อมูลและส่วนของพฤติกรรม

e)

ส่วนโปรแกรมหลักและส่วนของพฤติกรรม

11.

ความสัมพันธ์ที่จัดกลุ่มอ็อบเจกต์ให้เป็นสมาชิกหรือเครือญาติเดียวกัน คือข้อใด

a)

Aggregation

b)

Composition

c)

Association

d)

Has-A Relationship

e)

Is-A Relationship

12.

ลักษณะของอ็อบเจกต์ที่เป็นองค์ประกอบของอีกอ็อบเจกต์หนึ่ง คือข้อใด

a)

Aggregation

b)

Composition

c)

Association

d)

Has-A Relationship

e)

Is-A Relationship

13.

ความสัมพันธ์ที่ผูกติดกันและกัน คือข้อใด

a)

Aggregation

b)

Composition

c)

Association

d)

Has-A Relationship

e)

Is-A Relationship

14.

การพัฒนาซอฟต์โดยอาศัยเทคโนโลยีเชิงวัตถุ มีกี่องค์ประกอบ ประกอบด้วยสิ่งใด

a)

2 องค์ประกอบ คือ การค้นหาข้อมูลและการออกแบบเชิงวัตถุ

b)

2 องค์ประกอบ คือ การวิเคราะห์และการออกแบบเชิงวัตถุ

c)

2 องค์ประกอบ คือ การวิเคราะห์และการสรุปแนวคิด

d)

3 องค์ประกอบ คือ การค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ และการออกแบบเชิงวัตถุ

e)

3 องค์ประกอบ คือ การวิเคราะห์ การสรุปแนวคิดและการออกแบบเชิงวัตถุ

15.

Requirement Gathering หมายถึงข้อใด

a)

เก็บข้อมูลพฤติกรรมของคลาส

b)

สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคลาส

c)

สร้างโมเดลของคลาส

d)

การกำหนดคลาสเอนทิตี

e)

การรวบรวมและศึกษาความต้องการของระบบ

16.

อักษรย่อของการวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุคือข้อใด

a)

OOAD

b)

OPAD

c)

OAAD

d)

ODAD

e)

OOPD

17.

การวิเคราะห์และออกแบบระบบ คือข้อใด

a)

System Analysis Design

b)

System Analysis and Design

c)

System Analysis Design System

d)

Analysis System and Design

e)

Analysis System Design

18.

การแบ่งหมวดหมู่ของวัตถุในระบบเป็นประเภทและประเภทย่อยต่าง ๆ คือข้อใด

a)

Composed of Diagrams

b)

Event Diagrams

c)

Generalization Diagrams

d)

Object-Relationship Diagrams

e)

Object Structure Diagrams

19.

การใช้กล่องแทนประเภทของวัตถุโดยซ่อนอยู่ภายในกล่องใหญ่ คือข้อใด

a)

Cardinal Constraints

b)

Composition

c)

Association

d)

Instances

e)

Box Diagrams

20.

ข้อจํากัดเกี่ยวกับจํานวนของวัตถุประเภทหนึ่ง ๆ คือข้อใด

a)

Cardinal Constraints

b)

Composition

c)

Association

d)

Instances

e)

Box Diagrams

21.

การแสดงความสัมพันธ์ในลักษณะการแสดงตัวอย่าง คือข้อใด

a)

Aggregation

b)

Composition

c)

Instances

d)

Has-A Relationship

e)

Is-A Relationship

22.

แผนภาพที่ใช้แสดงส่วนประกอบของวัตถุแต่ละประเภท คือข้อใด

a)

Subtypes and Inheritances

b)

Composed of Diagrams

c)

Object Behavior Analysis

d)

State-Transition Diagrams

e)

Event Diagrams

23.

แผนภาพที่แสดงเหตุการณ์และการกระทําที่ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้น คือข้อใด

a)

Subtypes and Inheritances

b)

Composed of Diagrams

c)

Object Behavior Analysis

d)

State-Transition Diagrams

e)

Event Diagrams

24.

UML คือข้อใด

a)

Unified Modeling Language

b)

Unified of Modeling Language

c)

Unit of Modeling Language

d)

Unit Modeling Language

e)

Unified Module Language

25.

การอธิบายกลุ่มของอ็อบเจกต์หรือเมท็อดที่มีคุณสมบัติการทํางาน คือข้อใด

a)

Active Class

b)

Use Case

c)

Collaboration

d)

Interface

e)

Class

26.

การปฏิบัติการของผู้กระทําใช้อธิบาย Action ที่เกิดขึ้น คือข้อใด

a)

Active Class

b)

Use Case

c)

Collaboration

d)

Interface

e)

Class

27.

แผนภาพที่ใช้แสดงคลาสและความสัมพันธ์ระหว่างคลาส คือข้อใด

a)

Class Diagram

b)

Dependency

c)

Generalization

d)

Aggregation

e)

Association

28.

ความสัมพันธ์ของคุณลักษณะกับสิ่งหนึ่ง ๆ คือข้อใด

a)

Class Diagram

b)

Dependency

c)

Generalization

d)

Aggregation

e)

Association

29.

การนำส่วนประกอบย่อย ๆ หลาย ๆ อย่างมาประกอบเป็นหนึ่งอ็อบเจกต์ คือข้อใด

a)

Class Diagram

b)

Dependency

c)

Generalization

d)

Aggregation

e)

Association

30.

การกําหนดคุณลักษณะร่วมกันจากคลาสหลาย ๆ คลาส คือข้อใด

a)

Class Diagram

b)

Dependency

c)

Generalization

d)

Aggregation

e)

Association

31.

ความสามารถหรือฟังก์ชันที่ระบบจะต้องทำได้จึงจะถือว่าระบบไม่มีข้อผิดพลาด คือข้อใด

a)

แอ็กเตอร์

b)

ความสัมพันธ์

c)

ยูสเคส

d)

ระบบ

e)

ข้อมูล

32.

สิ่งที่กระทำกับยูสเคสหรือใช้งานยูสเคส อาจเป็นคนหรือไม่ก็ได้ซึ่งจะเป็นผู้ที่ส่งข้อมูล คือข้อใด

a)

แอ็กเตอร์

b)

ความสัมพันธ์

c)

ยูสเคส

d)

ระบบ

e)

ข้อมูล

33.

ข้อใดมีหน้าที่เดียวกันกับซีเควนซ์ไดอะแกรมแต่ไม่แสดงถึงแกนเวลาอย่างชัดเจน

a)

State Diagram

b)

Sequence Diagram

c)

Collaboration Diagram

d)

Activity Diagram

e)

Component Diagram

34.

ไดอะแกรมที่แสดงลำดับกิจกรรมของการทำงานโดยการแสดงทางเลือกที่เกิดขึ้นและขั้นตอนการทำงาน คือข้อใด

a)

State Diagram

b)

Sequence Diagram

c)

Collaboration Diagram

d)

Activity Diagram

e)

Component Diagram

35.

ข้อใดมีหน้าที่ที่ระบบต้องกระทำ ใช้สัญลักษณ์รูปวงรี

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

36.

ผู้เกี่ยวข้องกับระบบ ซึ่งรวมทั้ง Primary Actor และ Stakeholder Actor คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

37.

เส้นที่ลากเชื่อมต่อระหว่าง Actor กับ Use Case ที่มีปฏิสัมพันธ์กัน คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

38.

เส้นแบ่งขอบเขตระหว่างการทำงานของระบบกับผู้ใช้งานผ่านระบบ คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

39.

ความสัมพันธ์แบบขยายหรือเพิ่ม คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

40.

ความสัมพันธ์แบบเรียกใช้เกิดขึ้นในกรณีที่ Use Case หนึ่งไปเรียกหรือดึงกิจกรรมของอีก Use Case หนึ่งมาใช้ คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Generalization

c)

System Boundary

d)

Include Relationship

e)

Extend Relationship

41.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง ในการสร้าง Use Case Diagram

a)

ค้นหา Use Case ที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Actor นั้นโดยตรง

b)

ค้นหาและสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Use Case หรือ Actor

c)

ต้องไม่มี Actor ใดที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ Use Case

d)

ต้องไม่มี Actor ใดที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ Actor

e)

เขียนคำอธิบายแต่ละ Use Case จนครบถ้วน

42.

ลำดับกิจกรรม เมื่อ Use Case ดำเนินกิจกรรมตามปกติ คือข้อใด

a)

Flow of Event

b)

Main Flow

c)

Exceptional Flow

d)

State chart Flow

e)

Activity Flow

43.

ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบการออกแบบงาน

a)

Who

b)

What

c)

Where

d)

When

e)

Do

44.

หน้าที่ที่ระบบต้องกระทำ ใช้สัญลักษณ์รูปวงรี คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

45.

เส้นที่ลากเชื่อมต่อระหว่าง Actor กับ Use Case ที่มีปฏิสัมพันธ์กัน คือข้อใด

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

46.

ข้อใดเป็นความสัมพันธ์แบบขยายหรือเพิ่ม เกิดขึ้นในกรณีบาง Use Case

a)

Use Case

b)

Actor

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

47.

ผลลัพธ์หรือสิ่งที่นักศึกษาต้องการทําให้สําเร็จ คือข้อใด

a)

Domain

b)

Goal

c)

Task

d)

Intention

e)

Extend Relationship

48.

ภาษาที่ใช้ในการติดต่อระหว่างผู้ใช้และคอมพิวเตอร์

a)

ส่วนต่อประสานแบบบรรทัดคําสั่ง

b)

รายการเลือก (Menu)

c)

ภาษาธรรมชาติ

d)

ส่วนต่อประสานสอบถาม

e)

ส่วนต่อประสาน WIMP

49.

แผนภาพที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอ็อบเจกต์ของคลาสโดยเฉพาะการส่งข่าวสาร/ข้อมูล คือข้อใด

a)

Interaction Diagrams

b)

Sequence Diagram

c)

System Boundary

d)

Connection

e)

Extend Relationship

50.

ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นตอนการสร้าง Sequence Diagram

a)

เขียนเป็นลําดับกิจกรรมไว้

b)

ค้นหา Boundary Class

c)

ค้นหา Control Class

d)

ค้นหา Level

e)

เริ่มต้นสร้าง Sequence Diagram ให้วาง Actor ไว้ก่อน

51.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการออกแบบอินเทอร์เฟซ

a)

User Familiarity

b)

Menu Interaction

c)

Consistency

d)

Minimal Surprise

e)

Recoverability

52.

การโต้ตอบด้วยการพิมพ์คำสั่ง คือข้อใด

a)

Command Line Interaction

b)

Menu Interaction

c)

Form Interaction

d)

Object-Based Interaction

e)

Natural Language Interaction

53.

การโต้ตอบด้วยภาษามนุษย์ คือข้อใด

a)

Command Line Interaction

b)

Menu Interaction

c)

Form Interaction

d)

Object-Based Interaction

e)

Natural Language Interaction

54.

การโต้ตอบผ่านวัตถุ คือข้อใด

a)

Command Line Interaction

b)

Menu Interaction

c)

Form Interaction

d)

Object-Based Interaction

e)

Natural Language Interaction

55.

ความสัมพันธ์แบบทิศทางเดียว คือข้อใด

a)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Actor กับ Development

b)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Use Case กับ Development

c)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Use Case กับ Use Case

d)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Actor กับ Actor

e)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Actor กับ Use Case

56.

ส่วนประกอบคลาส คือข้อใด

a)

ตัวแปรและเมท็อด

b)

ตัวแปรและอ็อบเจกต์

c)

เมท็อดและอ็อบเจกต์

d)

ตัวแปร อ็อบเจกต์ และเมท็อด

e)

ตัวแปร ระบบ และเมท็อด

57.

หลังจากที่สร้างคลาสแล้วกิจกรรมใดที่ต้องทำต่อไป

a)

กำหนดตัวแปรของวัตถุ

b)

นำคลาสมาสร้างตัวแปร

c)

นำคลาสมาสร้างอ็อบเจกต์

d)

นำคลาสมาสร้างตัวอย่าง

e)

สร้างแผนการทำงานของวัตถุ

58.

สิ่งที่สร้างมาจากคลาสหรือ Class Instances คือข้อใด

a)

คลาส

b)

อ็อบเจกต์

c)

แอตทริบิวต์

d)

เมท็อด

e)

คลาสแอตทริบิวต์

59.

การวิเคราะห์โครงสร้าง การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ การวิเคราะห์เชิงปริมาณ เป็นการวิเคราะห์งานแบบใด

a)

การวิเคราะห์ระบบงาน

b)

การออกแบบระบบงาน

c)

การวิเคราะห์ข้อมูล

d)

การออก

60.

นักวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) หมายถึงข้อใด

a)

นักวิเคราะห์สิ่งที่ทำกับระบบงานในการวิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล

b)

นักวิเคราะห์ฐานข้อมูลกับระบบงานในการวิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล

c)

นักวิเคราะห์ระบบงานเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานในการวิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล

d)

นักวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบงานในการวิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล

e)

นักวิเคราะห์ระบบงานเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบงานในการวิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล

61.

พิมพ์ชื่อจริงและนามสกุล ครูผู้สอนวิชานี้ โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้าชื่อ และไม่ต้องใส่คำว่าครู

(ตัวอย่าง : อรุณ เกลื่อนพันธ์)

(a)