wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

อยุธยาและธนบุรี

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

 เมืองปรากฏหลักฐานว่าตั้งอยู่บริเวณกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

คือเมืองใด

a)

ละโว้

b)

อู่ทอง  

c)

อโยธยา

d)

สุพรรณภูมิ

2.

อาณาจักรอยุธยาเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างแคว้นสำคัญ ได้แก่แคว้นใด

a)

แคว้นละโว้ กับแคว้นไทรบุรี

b)

แคว้นละโว้ กับแคว้นสุพรรณภูมิ

c)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นไทรบุรี

d)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นสุโขทัย

3.

กษัตริย์พระองค์ใดทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

a)

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) 

b)

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

c)

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

d)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

4.

ยุทธศาสตร์แรกที่ผู้นำคนไทยปฏิบัติก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีคืออะไร

a)

ส่งทูตไปติดต่อขอซื้ออาวุธจากจีน 

b)

ขับไล่ประชาชนในพื้นที่เมืองอโยธยาเดิมออกไป

c)

สร้างวัดพนัญเชิงเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

d)

อาศัยกำลังสนับสนุนจากเมืองสุพรรณบุรีและเมืองลพบุรีที่เป็นเครือญาติ

5.

ลักษณะภูมิประเทศกรุงศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่านก่อให้เกิดผลดีต่ออาณาจักรยกเว้นข้อใด

a)

ป้องกันข้าศึกโจมตี        

b)

เหมาะแก่การเพาะปลูก

c)

ปิดกั้นการรับอารยธรรมจากภายนอก

d)

ติดต่อค้าขายทางทะเลกับต่างชาติได้สะดวก

6.

ข้อใดเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าอยุธยาตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดี

a)

อยู่ใกล้แหล่งดินประสิวใช้ทำดินปืน

b)

มีแม่น้ำล้อมรอบซึ่งเป็นคูเมืองป้องกันข้าศึก

c)

มีแนวภูเขาโดยรอบยากแก่การรุกรานของข้าศึก

d)

อยู่ใกล้ทะเล สามารถขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรต่างๆ ได้สะดวก

7.

จากโครงสร้างทางการปกครองของกรุงศรีอยุธยา บุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในอาณาจักร

a)

จตุสดมภ์        

b)

พระมหากษัตริย์

c)

อัครมหาเสนาบดี

d)

พระมหาอุปราช

8.

ข้อใด ไม่ใช่ ราชวงศ์ของพระมหากษัตริย์ที่ปกครองอาณาจักรอยุธยา

a)

ละโว้

b)

อู่ทอง

c)

สุพรรณภูมิ      

d)

บ้านพลูหลวง

9.

ในสมัยอยุธยาตอนต้นมีรูปแบบการปกครองสัมพันธ์กับข้อใด

a)

แบ่งเป็นหัวเมืองเอก โท ตรี        

b)

แบ่งเป็นส่วนกลาง – ส่วนภูมิภาค

c)

แบ่งเป็นราชธานี – เมืองประเทศราช

d)

แบ่งเป็นหัวเมืองชั้นนอก – หัวเมืองชั้นใน

10.

หัวเมืองระดับใดในการปกครองส่วนภูมิภาคที่เจ้าเมืองมีอำนาจปกครองตนเอง แต่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระมหากษัตริย์ตามเวลาที่กำหนด

a)

เมืองลูกหลวง    

b)

หัวเมืองชั้นใน   

c)

หัวเมืองชั้นนอก 

d)

หัวเมืองประเทศราช

11.

ฐานะพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยามีลักษณะต่างจากสมัยสุโขทัยอย่างไร

a)

ทรงเป็นเทวราชา

b)

ทรงเป็นธรรมราชา

c)

ทรงเป็นสมมติเทพ

d)

ทรงเป็นเทวราชาและธรรมราชาควบคู่กัน

12.

           ธรรมะข้อใดที่พระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยาทรงปฏิบัติเพื่อควบคุมให้ใช้พระราชอำนาจอันมีมากมายอยู่ในขอบเขต เกิดความสงบสุขและร่มเย็นของบ้านเมือง

a)

สังคหวัตถุ       

b)

ราชสังคหวัตถุ

c)

ทศพิธราชธรรม           

d)

จักรวรรดิวัตร

13.

เหตุผลที่ราชธานีต้องส่งเชื้อพระวงศ์ไปปกครองดูแลเมืองหน้าด่านเพราะอะไร

a)

เพื่อเป็นที่ฝึกหัดว่าราชการงานเมือง                  

b)

อยู่ไกลราชธานีจึงมักเกิดกบฏบ่อยครั้ง

c)

เพื่อช่วยกำกับดูแลเมืองประเทศราชอีกชั้นหนึ่ง

d)

เอาไว้เป็นเมืองป้องกันข้าศึกก่อนที่ข้าศึกจะจู่โจมมาถึงราชธานี

14.

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือน ออกจากกัน คือข้อใด

a)

เพื่อให้หน้าที่ของทั้งสองฝ่ายชัดเจนขึ้น     

b)

เพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย

c)

เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากจนเกินไป

d)

เพื่อให้ราษฎรจดจำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้ง่ายและถูกต้อง

15.

ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หน่วยงานใดมีอ้านาจหน้าที่บังคับบัญชาและตรวจราชการทหารทั่วอาณาจักร

a)

ขุนวัง

b)

ขุนเวียง

c)

สมุหนายก       

d)

สมุหพระกลาโหม

16.

กรุงศรีอยุธยาใช้การค้ารูปแบบใดในการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน

a)

การค้าแบบบรรณาการ

b)

การค้าแบบต่างตอบแทน

c)

การค้าแบบใช้ทองคำเป็นสื่อกลาง

d)

การค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน

17.

ใครทำหน้าที่ดูแลระบบจตุสดมภ์ทั้งอาณาจักรอยุธยา

a)

สมุหนายก

b)

สมุหกลาโหม

c)

พระมหาอุปราชา

d)

เจ้าพระยาโกษาธิบดี

18.

เหตุผลสำคัญในข้อใดที่ทำให้ชาวอยุธยาประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก

a)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

b)

ข้อบังคับของราชสำนัก

c)

คติความเชื่อทางศาสนา

d)

ได้รับผลตอบแทนมากกว่าอาชีพอื่น

19.

ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของจตุสดมภ์ได้ถูกต้อง

a)

กรมเวียง พิจารณาคดีต่างๆ

b)

กรมวัง รับผิดชอบทางด้านการศึกษา

c)

กรมคลัง ดูแลผลประโยชน์ของแผ่นดิน

d)

กรมนา ส่งเสริมการเกษตรของขุนนาง

20.

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ในการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ คือหน่วยงานใด

a)

กรมพาณิชย์

b)

พระคลังสินค้า

c)

กองสำเภาหลวง           

d)

พระคลังมหาสมบัติ

21.

ข้อใดเป็นของป่าที่กรุงศรีอยุธยาส่งออกไปขายกับต่างชาติ

a)

หมาก พลู พลอย หรดาล

b)

สารส้ม ไม้แกดำ อำพัน ไม้ฝาง

c)

นอแรด งาช้าง ไม้กฤษณา ไม้จันทร์         

d)

กระวาน นกยูง นกแก้วห้าสี น้ำตาล

22.

ข้อใดคือชนชั้นพิเศษที่ได้รับความเคารพจากทุกชนชั้นในสมัยอยุธยา

a)

พระสงฆ์

b)

ขุนนาง

c)

พระมหากษัตริย์

d)

พระบรมวงศานุวงศ์

23.

สถานะของไพร่ในสังคมอยุธยามีหลายประการ ยกเว้น ข้อใด

a)

รับใช้กษัตริย์และขุนนาง 

b)

เป็นทหารเมื่อเกิดสงคราม

c)

ถูกเกณฑ์แรงงานให้แก่ทางราชการ

d)

เผยแผ่พระพุทธศาสนาเหมือนนักบวช

24.

ชนชั้นใดในสังคมอยุธยาที่ขาดอิสระในการดำเนินชีวิต

a)

 ไพร่

b)

ทาส    

c)

ขุนนาง

d)

พระบรมวงศานุวงศ์

25.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมในสมัยอยุธยา

a)

ชาวอยุธยานิยมความสนุกสนานจึงมักสร้างสรรค์ประเพณีที่รื่นเริง

b)

วัฒนธรรมส่วนใหญ่ในสมัยอยุธยามักเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงเป็นหลัก

c)

วัฒนธรรมจากต่างชาติไม่ได้รับการยอมรับจากคนในกรุงศรีอยุธยา

d)

อาชีพหลักในสมัยอยุธยาคือเกษตรกรรม ประเพณีส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการเกษตร

26.

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยามีหลายประการ ยกเว้น ข้อใด

a)

การติดต่อกับชาวต่างชาติ

b)

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

c)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

d)

การมีรายได้จากการเก็บภาษีบางประเภท

27.

ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเขมร

a)

ความสัมพันธ์ทางการเมือง

b)

ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

c)

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ        

d)

ความสัมพันธ์ทางการปกครอง

28.

กรุงศรีอยุธยาทำสงครามครั้งแรกกับพม่าในกรณีที่สืบเนื่องมาจากเมืองใด

a)

ญวน

b)

มอญ   

c)

มลายู

d)

ล้านช้าง

29.

ความสัมพันธ์ของอยุธยากับประเทศใดมีลักษณะของการผูกมิตร และเชื่อมสัมพันธไมตรี

a)

พม่า

b)

ญวน   

c)

ล้านนา

d)

ล้านช้าง

30.

เหตุผลที่อยุธยาต้องการเข้าปกครองหัวเมืองมอญคือข้อใด

a)

เพื่อปราบผู้นำมอญที่แข็งข้อ

b)

เพื่อกวาดต้อนผู้คนมายังอยุธยา

c)

เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านสกัดกั้นการรุกรานของพม่า

d)

เพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่มอญมีอุดมสมบูรณ์มากกว่า

31.

วัฒนธรรมทางการปกครองในข้อใดที่ไทยได้รับจากเขมร

a)

พ่อปกครองลูก  

b)

ประชาธิปไตย

c)

กระทรวง ทบวง กรม

d)

จตุสดมภ์และเทวราชา

32.

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกของกรุงศรีอยุธยามีความเจริญสูงสุดในสมัยใด

a)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

b)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

c)

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

d)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

33.

การเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติต่างๆ ในสมัยอยุธยาได้ให้ข้อคิดหลายประการ ยกเว้น ข้อใด

a)

การเจริญสัมพันธไมตรีต้องใช้หลายวิธี

b)

ทุกชาติต่างแสวงหาประโยชน์จากอยุธยา

c)

ลักษณะความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์

d)

ชาติตะวันตกต่างหวังผลประโยชน์ทางการค้า

34.

ศิลปกรรมของไทยสมัยอยุธยาที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันได้แก่อะไร

a)

การทอผ้าไหม   

b)

ภาพวาดสีน้ำมัน

c)

เครื่องถ้วยชามสังคโลก

d)

เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์

35.

ข้อใดคือสาเหตุหนึ่งของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310

a)

นโยบายกีดกันชาวตะวันตก

b)

การตั้งตนเป็นอิสระของหัวเมืองมอญ

c)

ความเหินห่างระหว่างพระมหากษัตริย์กับราษฎร

d)

กรุงศรีอยุธยาขาดศูนย์รวมอำนาจอันแท้จริงในการปกครอง

36.

การเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์พระองค์ใด

a)

สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์

b)

สมเด็จพระมหินทราธิราช

c)

สมเด็จพระราเมศวร      

d)

สมเด็จพระเพทราชา

37.

เพราะเหตุใด พระเจ้าตากจึงต้องตัดสินพระทัยย้ายราชธานี

a)

อยุธยาขาดแคลนอาหาร

b)

อยุธยาเกิดอุทกภัยบ่อยครั้ง

c)

อยุธยาถูกเผาทำลายมีสภาพทรุดโทรมมาก

d)

สภาพภูมิประเทศของอยุธยาไม่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ

38.

ข้อได้เปรียบของกรุงธนบุรีในการเป็นราชธานีคืออะไร

a)

มีพื้นที่ทำนามาก          

b)

 มีประชากรอาศัยอยู่มาก

c)

มีกำแพงเมืองแข็งแรง

d)

เป็นเมืองเล็กอยู่ใกล้ทะเล

39.

สาเหตุที่ทำให้กรุงธนบุรีประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเกิดจากอะไร

a)

มีศัตรูพืชทำลายไร่นา

b)

ประสบกับภาวะแห้งแล้ง

c)

จ่ายเงินซื้ออาวุธเป็นจำนวนมาก

d)

ผลจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310

40.

ปัญหาทางเศรษฐกิจที่กรุงธนบุรีกำลังประสบอย่างหนักคือข้อใด

a)

ขาดแคลนอาหาร

b)

เกิดภาวะเงินเฟ้อ

c)

ขาดดุลการค้ามาก

d)

เพาะปลูกไม่ได้ผล

41.

ภายหลังเสียกรุง ค่าใช้จ่ายของกรุงธนบุรีส่วนใหญ่มักจะถูกใช้ไปในการใด

a)

ทำนุบำรุงวัด

b)

ป้องกันพระนคร

c)

ซื้อเสบียงอาหาร          

d)

ก่อสร้างพระราชวัง

42.

ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยสมัยธนบุรี

a)

เผยแผ่พระพุทธศาสนา

b)

ทำสงครามขยายอาณาเขต

c)

ติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก

d)

ฟื้นฟูบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง

43.

สภาพความวุ่นวายในสมัยตอนปลายกรุงธนบุรีเกิดจากอะไร

a)

ขุนนางบางคนก่อกบฏ    

b)

ราษฎรประสบภาวะอดอยาก

c)

ถูกพม่าบุกโจมตีอย่างหนัก

d)

พระมหากษัตริย์ถูกลอบปลงพระชนม์

44.

การสร้างเสถียรภาพทางสังคมในเรื่องใดที่ถือเป็นผลงานเด่นของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

a)

ชำระกฎหมาย

b)

ปราบปรามโจรผู้ร้าย

c)

ส่งเสริมฐานะของไพร่

d)

ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

45.

ข้อใดอธิบายการจัดการปกครองในสมัยธนบุรี ไม่ถูกต้อง

a)

จัดการปกครองตามแบบอยุธยาตอนปลาย

b)

พระมหากษัตริย์มีอำนาจสูงสุดในการปกครอง

c)

เมืองพระยามหานครปกครองแบบจตุสดมภ์ เช่นเดียวกับราชธานี

d)

ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับราษฎรมีความใกล้ชิดเหมือนพ่อปกครองลูก

46.

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีคุณค่ายิ่งต่อชาติไทยคืออะไร

a)

กอบกู้เอกราชของชาติ

b)

สร้างราชธานีแห่งใหม่

c)

การฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

d)

การขยายพระราชอาณาเขต

47.

ข้อใดกล่าวถึงบทบาทของสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง) ได้ถูกต้อง

a)

เป็นแม่ทัพในการปราบชุมนุมเจ้าพระฝาง

b)

เป็นแม่ทัพคู่พระทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

c)

เป็นพระสหายของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)

d)

เป็นผู้ที่มุ่งมั่นในการรวบรวมดินแดนและฟื้นฟูความเป็นราชอาณาจักรอยุธยาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

48.

ข้อใดกล่าวสรุปเกี่ยวกับลักษณะศิลปวัฒนธรรมในสมัยธนบุรีได้เหมาะสมที่สุด

a)

ได้รับอิทธิพลจากพม่า    

b)

ทำตามอย่างสมัยอยุธยา

c)

มีเอกลักษณ์เฉพาะตน    

d)

ใช้รูปแบบผสมระหว่างไทยกับพม่า

49.

ข้อใด ไม่ใช่ จุดมุ่งหมายของพม่าในการยกทัพเข้ามาโจมตีกรุงธนบุรี

a)

ต้องการเอาเป็นเมืองขึ้น  

b)

เอาไว้เป็นฐานเพื่อโจมตีเขมร

c)

ขัดขวางมิให้ไทยฟื้นตัวได้

d)

หวังเป็นใหญ่ในดินแดนแถบนี้

50.

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในสมัยธนบุรี มีลักษณะอย่างไร

a)

 เป็นมิตรกับทุกประเทศ

b)

ขาดการติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

c)

ทำสงครามกับพม่าเพื่อป้องกันราชอาณาจักร

d)

ทำสงครามกับญวนและมลายูเพื่อขยายอาณาเขต