wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

นิราศภูเขาทอง หลังเรียน

Total questions: 10

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นข้อคิดคำสอนที่เกี่ยวกับการพูดที่ปรากฏในนิราศภูเขาทอง

a)

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์

มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร

จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

b)

ถึงบางจากจากวัดพลัดพี่น้อง

 มามัวหมองม้วนหน้าไม่ผ่าผืน

เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืนยืน

จึงต้องขืนใจพรากมาจากเมือง

c)

เหมือนแม่ครัวคั่วแกงพะแนงผัด

สารพัดเพียญชนังเครื่องมังสา 

อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา

ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ

d)

เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้

ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย

ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ

เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา 

2.

“ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก

กลับกระฉอกฉาดฉัดวัดเฉวียน

บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งงวงเหมือนกงเกวียน

ดูเวียนเวียนคว้างคว้างเป็นหว่างวน”

ข้อความที่ยกมานี้มีความดีเด่นในด้านใด 

a)

การใช้คำซ้ำ

b)

การเล่นสัมผัสอักษร

c)

การเล่นสัมผัสสระ      

d)

การใช้อุมาโวหาร

3.

“โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย ”

คำที่ขีดเส้นใต้ ตามคำกลอนนี้หมายถึงน้ำอะไร ถ้าดื่มแล้วจะผิดศีลข้อไหน

a)

      หมายถึง น้ำสุรา  ผู้ดื่มสุราจะผิดศีลข้อ ๕

b)

หมายถึง น้ำเมรัย  ผู้ดื่มสุราจะผิดศีลข้อ ๔

c)

หมายถึง น้ำข้าวหมาก ผู้ดื่มสุราจะผิดศีลข้อ ๓

d)

หมายถึง น้ำนรก ผู้ดื่มสุราจะผิดศีลข้อ ๑

4.

   “งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม

ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว

ใครทำชู้คาท่านครั้นบรรลัย

ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง ”

 จากคำกลอนนี้ ผู้ทำชู้ต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก เพราะผิดศีลข้อใด 

a)

ข้อ  ๑ ปาณาติปาตา เวรมณี

b)

ข้อ ๒   อทินฺนาทานา เวรมณี

c)

ข้อ   ๓   กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี

d)

ข้อ ๔ มุสาวาทา เวรมณี

5.

ข้อใดเป็นความนิยมในการแต่งกลอนนิราศ

a)

นิยมเริ่มบทแรกด้วยวรรคสดับ ตามด้วยวรรครับ ตามด้วยวรรครอง และวรรคส่ง

b)

 นิยมเริ่มบทแรกด้วยวรรครับ และจบลงด้วยคำว่าเอ๋ย

c)

นิยมแต่เป็นกลอนเท่านั้น

d)

นิยมเริ่มบทแรกด้วย “วรรครับ” และจบด้วยคำว่า “เอย”

6.

ข้อใดสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมในการแต่งกายของคนไทยสมัยก่อน

a)

ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย

b)

ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย

c)

ไอ้ลำหนึ่งครึ่งท่อนกลอนมันมาก

d)

ทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา

7.

คำประพันธ์ข้อใดไม่มีการใช้อุปมาโวหาร

a)

พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด         

ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ

ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น               

ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา

b)

ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง                 

มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา

โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา                    

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

c)

ปพ้นวัดทัศนาริมท่าน้ำ                  

แพประจำจอดรายเขาขายของ

มีแพรผ้าสารพัดสีม่วงตอง                          

ทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา

d)

สายติ่งแกมแซมสลับต้นตับเต่า                 

เป็นเหล่าเหล่าแลรายทั้งซ้ายขวา

กระจับจอกดอกบัวบานผกา             

ดาษดาดูขาวดั่งดาวพราย

8.

“สองยาม” ตรงกับเวลาช่วงเวลาใด

a)

๑๘.๐๐ น. -๒๑.๐๐ น.   

b)

๒๑.๐๐ น. -๒๔.๐๐ น.

c)

๒๔.๐๐ น. -๐๓.๐๐ น.   

d)

๐๓.๐๐ น. -๐๖.๐๐ น.

9.

    "งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม

ดังขวากแซมเสี้ยมแทรกแตกไสว

ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย

ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง"

คำประพันธ์ต่อไปนี้แสดงให้เห็นโวหารภาพพจน์ใด

a)

อุปมาโวหาร  

b)

อติพจน์โวหาร

c)

สัทพจน์โวหาร   

d)

อุปลักษณ์โวหาร

10.

"สายติ่งแกมแซมสลับต้นตับเต่า

เป็นเหล่าเหล่าแลรายทั้งซ้ายขวา

กระจับจอกดอกบัวบานผกา

ดาษดาดูขาวดั่งดาวพราย"

จากบทประพันธ์นี้พบพืชกี่ชนิด

a)

๓ ชนิด

b)

๔ ชนิด

c)

๕ ชนิด

d)

๖ ชนิด