wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เซลล์และการทำงานของเซลล์

Total questions: 46

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

กล้องจุลทรรศน์ชนิดใดเมื่อนำไปศึกษาสิ่งมีชีวิต จะได้ภาพ

    ลักษณะ 3 มิติ

a)

กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดา

b)

กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบตาเดียว

c)

กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน

d)

กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอนชนิดส่องกราด

2.

ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงแบบธรรมดา

          ในข้อใดที่ทำหน้าที่ป้องกันแสงรบกวนจากภายนอก

a)

ลำกล้อง

b)

คอนเดนเซอร์

c)

เลนส์ใกล้วัตถุ

d)

เลนส์ใกล้ตา

3.

หากต้องการปรับโฟกัสของวัตถุใต้กล้องจุลทรรศน์ให้ชัดขึ้น

          จะต้องปรับที่ส่วนใด

a)

แท่นวางวัตถุ

b)

ปุ่มปรับภาพหยาบ

c)

ปุ่มปรับภาพละเอียด

d)

เลนส์ใกล้วัตถุ

4.

หากภาพที่เห็นจากกล้องจุลทรรศน์มีความสว่างมากเกินไป

    นักเรียนควรปรับส่วนใดเพื่อให้ได้ภาพที่มีความสว่างพอดี

a)

เลนส์ใกล้วัตถุ

b)

คอนเดนเซอร์

c)

ปุ่มปรับภาพละเอียด

d)

ไดอะแฟรม

5.

ข้อใดเรียงลำดับการใช้กล้องจุลทรรศน์ได้อย่างถูกต้อง

a)

วางสไลด์ เปิดไฟ ปรับภาพละเอียด ปรับกำลังขยาย ปรับโฟกัส

b)

วางสไลด์ เปิดไฟ ปรับกำลังขยาย ปรับภาพละเอียด ปรับโฟกัส

c)

วางสไลด์ เปิดไฟ ปรับโฟกัส ปรับภาพละเอียด ปรับกำลังขยาย

d)

วางสไลด์ เปิดไฟ ปรับภาพละเอียด ปรับโฟกัส ปรับกำลังขยาย

6.

กำหนดให้

    A. หยดน้ำ               B. วางตัวอย่างที่จะศึกษาลงบนสไลด์

    C. วางกระจกปิดสไลด์  D.เอียงกระจกปิดสไลด์ 45 องศา

    ข้อใดเรียงลำดับการเตรียมตัวอย่างที่จะนำไปศึกษา

    ใต้กล้องจุลทรรศน์ได้อย่างถูกต้อง

a)

A B C D

b)

B A D C

c)

A D C B

d)

B D A C

7.

เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูสาหร่ายหางกระรอก ด้วย

    กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุเท่ากับ 75x และมีเลนส์ใกล้ตา

    กำลังขยาย 20x ภาพที่ได้มีกำลังขยายกี่เท่า

a)

1,500

b)

950

c)

750

d)

150

8.

ข้อใดคือหน้าที่สำคัญที่สุดของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

ประกอบด้วยสารจำพวกลิพิดไบเลเยอร์

b)

ควบคุมการเข้าและออกของสาร

c)

สร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์

d)

ใช้ในการแบ่งแยกขอบเขตของเซลล์อื่นๆ

9.

โครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ เป็นโครงสร้างที่เรียกว่าอะไร

a)

ฟลูอิดโมเซอิกโมเดล (fluid mosaic model)

b)

โซลิดโมเซอิกโมเดล (solid mosaic model)

c)

โมเซอิกฟลูอิดโมเดล (mosaic fluid model)

d)

โมเซอิกโซลิดโมเดล (mosaic solid model)

10.

ข้อใดนิยามความหมายของ "เซลล์" ได้ดีที่สุด

a)

เป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกเซลล์แบคทีเรีย ไวรัส

b)

เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

c)

เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อยู่กับร่างกายของคนและสัตว์

d)

เป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถ

        มองเห็นด้วยตาเปล่า

11.

ข้อใดจัดเป็น Prokaryotic cell

a)

Fungi

b)

Amoeba

c)

Plasmodium

d)

Oscillatoria

12.

ออร์แกเนลล์ในข้อใดพบในเซลล์สัตว์แต่ไม่พบในเซลล์พืช

a)

Ribosome, Lisosome

b)

Lysosome, Centriole

c)

Centriole, Golgi complex

d)

Golgi complex, Mitochondria

13.

ออร์แกเนลล์ชนิดใดทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีน

a)

Nucleolus

b)

Ribosome

c)

Mitochondria

d)

Golgi complex

14.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของไซโทพลาซึม

a)

เป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์

b)

เป็นแหล่งสะสมสารพันธุกรรม

c)

เป็นของเหลวโปร่งแสง มีสารต่างๆสะสมอยู่

d)

เป็นแหล่งสะสมวัตถุดิบ สังเคราะห์สารของเซลล์

15.

ออร์แกเนลล์ใดต่อไปนี้เปรียบเสมือนบริษัทขนส่ง

a)

แวคิวโอล

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

กอลจิคอมเพล็ก

d)

อีอาร์แบบขรุขระ

16.

ถ้าเปรียบเสมืองโรงงาน ออร์แกเนลล์ใดต่อไปนี้

          เปรียบเสมือนเป็นโรงไฟฟ้า

a)

คลอโรพลาสต์

b)

ไรโบโซม

c)

เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

d)

ไมโทคอนเดรีย

17.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของนิวเคลียส

a)

เกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์

b)

คัดเลือกสารเข้าและออกจากเซลล์

c)

เป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงานของเซลล์

d)

เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

18.

แก๊สที่ละลายอยู่ในน้ำผ่านเข้าออกจากเซลล์ที่ส่วนใด

a)

Nucleus

b)

Food vacuole

c)

Cell membrane

d)

Nuclear membrane

19.

ออร์แกเนลล์ชนิดใดทำหน้าที่รักษาความเข้มข้นของสารภายในเซลล์ให้คงที่ (Osmoregulation

a)

Sap vacuole

b)

Food vacuole

c)

Contractile vacuole

d)

Cilia and flagellum

20.

ออร์แกเนลล์ชนิดใดมีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น

a)

Ribosome, Lysosome

b)

Vacuole, Centriole

c)

Centriole, Golgi complex

d)

Chloroplast, Mitochondria

21.

เซลล์ที่มีไลโซโซมมากส่วนใหญ่ทำหน้าที่เกี่ยวกับข้อใด

a)

การเคลื่อนไหว

b)

สร้างเอนไซม์

c)

สร้างพลังงาน

d)

กำจัดสิ่งแปลกปลอม

22.

ในเซลล์ที่สังเคราะห์โปรตีนขึ้นมาใช้ภายในเซลล์เท่านั้น เราจะพบ Ribosome ส่วนมากอยู่ที่บริเวณใด

a)

กอลจิบอดี

b)

ร่างแหเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

c)

ใกล้ๆ เยื่อหุ้มนิวเคลียส

d)

ลอยอิสระในไซโทพลาซึม

23.

เซลล์ชนิดหนึ่งประกอบด้วยโครงสร้าง A ซึ่งมีลักษณะเป็นเยื่อบางสองชั้น บางส่วนของเยื่อนี้มีเม็ดเล็ก ๆ จำนวนมากเกาะติดอยู่ที่ผิว บางตอนของโครงสร้างนี้ต่อกับโครงสร้างของ B ซึ่งมีลักษณะเป็นเยื่อสองชั้นเหมือนกัน แต่มีช่องเล็กๆ อยู่ทั่วไป A และ B คืออะไรตามลำดับ

a)

ไรโบโซมและเยื่อหุ้มเซลล์

b)

ไมโทคอนเครียและร่างแหเอนโดพลาสมิกเรติดูลัม

c)

ร่างแหเอนโดพลาสมิกเรติดูลัมและเยื่อหุ้มนิวเคลียส

d)

เยื่อหุ้มนิวเคลียสและร่างแหเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

24.

ข้อใดคือสารเคลือบเซลล์ของเซลล์สัตว์

a)

คิวทิน

b)

เพกทิน

c)

ซูเบอริน

d)

ไกลโคโปรตีน

25.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบธรรมดา

a)

การเคลื่อนที่ของสาร จากบริเวณ

        ที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

b)

การเคลื่อนที่ของสาร จากบริเวณ

        ที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

c)

การเคลื่อนที่ของสาร โดยใช้พลังงาน ATP จากบริเวณ

         ที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

d)

การเคลื่อนที่ของสาร โดยใช้พลังงาน ATP จากบริเวณ

        ที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

26.

กระบวนการที่เยื่อหุ้มเซลล์คอดเว้าแล้วเกิดเป็นเวสิเคิล

          ล้อมรอบ เรียกว่ากระบวนการใด

a)

พิโนไซโทซิส

b)

ฟาโกไซโทซิส

c)

เอกโซไทโทซิส

d)

แบบอาศัยตัวรับ

27.

กระบวนการใดต่อไปนี้เกิดการลำเลียงสารแบบฟาโกไซโทซิส

a)

การขนส่งโปรตีนออกนอกเซลล์

b)

การลำเลียงวิตามิน A เข้าเซลล์

c)

เซลล์เม็ดเลือดขาวทำลายเซลล์แบคทีเรีย

d)

การหลั่งไฮโดรเจนไอออนเข้ากระเพาะอาหาร

28.

ข้อใดต่อไปนี้นิยามความหมายของการออสโมซิสได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำ จากบริเวณที่มีน้ำมาก

            ไปยังบริเวณที่มีน้ำน้อย

b)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำ จากบริเวณที่มีน้ำน้อย

     ไปยังบริเวณที่มีน้ำมาก

c)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลสาร จากบริเวณที่มีน้ำมาก

            ไปยังบริเวณที่มีน้ำน้อย

d)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลสาร จากบริเวณที่มีน้ำน้อย

            ไปยังบริเวณที่มีน้ำมาก

29.

คุณสมบัติใดต่อไปนี้ทำให้เกิดความแตกต่างของการแพร่

     แบบธรรมดากับการแพร่แบบฟาซิลิเทต

a)

โปรตีนตัวพา

b)

ชนิดของโมเลกุลที่เคลื่อนที่

c)

ความเข้มข้นของสารละลาย

d)

ขนาดของสารที่จะลำเลียง

30.

จากภาพการนำสารเข้าสู่เซลล์ มีกลไกอย่างไร

a)

มีตัวพาบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อนำสารโมเลกุลใหญ่

          เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

b)

ยื่นเยื่อหุ้มเซลล์โอบล้อมอาหารให้กลายเป็นถุงแล้วหลุด

    เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

c)

โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุด

          เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

d)

เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุง

    แล้วเข้าสู่ไซโทพลาซึมของเซลล์

31.

สารอาหารประเภทใดเป็นสารอาหารหลักในกระบวนการหายใจระดับเซลล์

a)

ลิพิด

b)

กลูโคส

c)

โปรตีน

d)

กรดนิวคลีอิก

32.

ตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายของกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนคือสารใด

a)

O2

b)

CO2

c)

NADH+

d)

FADH2

33.

ขั้นตอนแรกของการหายใจระดับเซลล์ คืออะไร

a)

ไกลโคไลซิส

b)

วัฏจักรเครบส

c)

การสร้างแอซิทิลโคเอนไซม์เอ

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

34.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นสารพลังงานสูงที่เซลล์นำมาใช้สร้าง ATP

a)

NADH

b)

NADPH

c)

FADH2

35.

การหายใจแบบใช้ออกซิเจน ภายหลังขั้นตอน

          ของวัฏจักรเครบส์ จะได้ FADH2กี่โมเลกุล

a)

2

b)

4

c)

6

d)

8

36.

การหมักกรดแลกติก จะพบได้เมื่อใด

a)

หลังตื่นนอน

b)

หลังการออกกำลังกายหนัก

c)

เมื่อมีการทานนมเปรี้ยวมากเกินไป

d)

เมื่อเกิดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ

37.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน

a)

การทำขนมปัง

b)

การทำโยเกิร์ต

c)

การทำซอสถั่วเหลือง

d)

การทำกล้วยตาก

38.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์

a)

การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสจะพบได้ทั่วไปของร่างกาย

b)

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสจะแบ่งเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์

c)

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสจะเกิดเฉพาะช่วงวัยเจริญพันธุ์

d)

การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสมีสองขั้นตอนคือไมโอซิส I

    และไมโอซิส II

39.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของวัฏจักรเซลล์

a)

โพรเฟส

b)

เมทาเฟส

c)

อินเตอร์เฟส

d)

การแบ่งไซโทพลาสซึม

40.

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสในระยะใดที่โครโมโซมจะ

     จัดเรียงกันอยู่ตรงกลาง

a)

แอนาเฟส

b)

เทโลเฟส

c)

เมทาเฟส

d)

โพรเฟส

41.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส

a)

มีการไขว้กันของชุดโครโมโซม

b)

จะมีการลดจำนวนโครโมโซมในระยะเทโลเฟส I  

c)

ระยะ M จะยาวนานกว่าระยะ Interphase

d)

หากเซลล์แรกเริ่มมีจำนวน 20 เซลล์ จะได้เซลล์ลูก

             ทั้งหมด 40 เซลล์

42.

ข้อใดเรียงลำดับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ถูกต้อง

a)

เมทาเฟส โพรเฟส เมทาเฟส เทโลเฟส

b)

โพรเฟส แอนาเฟส เมทาเฟส เทโลเฟส

c)

โพรเฟส เมทาเฟส แอนาเฟส เทโลเฟส

d)

เมทาเฟส แอนาเฟส โพรเฟส เทโลเฟส

43.

ระยะใดของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส จะเกิดการเข้าคู่กัน

           ของฮอมอโลกัสโครโมโซม

a)

โพรเฟส I

b)

โพรเฟส II

c)

เทโลเฟส I

d)

เทโลเฟส I

44.

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสระยะใดใช้เวลายาวนานที่สุด

a)

Prophase

b)

Metaphase

c)

Anaphase

d)

Telophase

45.

ระยะใดของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสที่ทำให้เกิดการแปรผันทางพันธุกรรมมากที่สุด

a)

Prophase I     

b)

Metaphase I

c)

Anaphase II

d)

Telophase II

46.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเกิด Crossing over

a)

เกิดในระยะ Prophase I

b)

มีผลให้เกิดการรวมตัวกันของยีน

c)

ยีนที่อยู่ใกล้เซนโทรเมียร์มีโอกาสเกิดขึ้นมาก

d)

เกิดการแลกชิ้นส่วนของโครมาทิดของคู่ Homologous chromosome