wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

มลพิษทางอากาศและทางเสียง

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ มลพิษทางอากาศโดยตรง

a)

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

b)

สารโลหะหนัก

c)

ฝุ่นละออง ขี้เถ้า

d)

หมอกสีน้ำตาล

2.

ค่า PM 2.5 ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่องค์การอนามัยโลกได้กําหนดเอาไว้ ไม่ควรเกินเท่าไหร่

a)

5 มคก./ลบ.ม.

b)

15 มคก./ลบ.ม.

c)

25 มคก./ลบ.ม.

d)

45 มคก./ลบ.ม.

3.

ค่า PM 10 ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่องค์การอนามัยโลกได้กําหนดเอาไว้ ไม่ควรเกินเท่าไหร่

a)

5 มคก./ลบ.ม.

b)

15 มคก./ลบ.ม.

c)

25 มคก./ลบ.ม.

d)

45 มคก./ลบ.ม.

4.

ข้อใดกล่าวถึงอันตรายจาก PM 2.5 ได้ไม่ถูกต้อง

a)

ปอด : โรคถุงลมโป่งพอง

b)

สมอง : ภาวะสมาธิสั้น

c)

หลอดเลือด : ขยายตัว ผิวหนังบวมแดง

d)

หัวใจ : หลอดเลือดหัวใจตีบ

5.

ฝนกรด เกิดเนื่องมาจากก๊าซกลุ่มใดในอากาศ

a)

แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ และฮีเลียม

b)

ก๊าซคารบอนไดออกไซด์ และฮีเลียม

c)

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และซัลเฟอร์

d)

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์

6.

หน้ากากอนามัยชนิดใด ช่วยในการป้องกันฝุ่นละอองได้ดีที่สุด

a)

KF 94

b)

KF 35

c)

N 59

d)

N 95

7.

1. การเผาขยะทำให้เกิดมลพิษประเภทใด

a)

ก. มลภาวะต่อดิน

b)

ข. มลภาวะต่อคน

c)

ค. มลภาวะทางอากาศ

d)

ง. มลภาวะทางเดินหายใจ

8.

4. มลพิษทางอากาศหมายถึงอะไร

a)

ก. อากาศที่ไม่บริสุทธิ์

b)

ข. อากาศที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

c)

ค. สารพิษที่เป็นอันตรายที่อยู่ในอากาศ

d)

ง. อากาศที่มีสารปะปนอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ

9.

6. ข้อใดแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

a)

ก. กำหนดให้มีและบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพอากาศ

b)

ข. สำรวจและตรวจสอบคุณภาพอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆเป็นประจำ

c)

ค. ลดปริมาณมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิด ทำได้โดยการเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ การ ปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดมลพิษจากยานพาหนะ

d)

ง. ถูกทุกข้อ

10.

10. วิธีใดช่วยลดปัญหาอากาศเป็นพิษได้เหมาะสมที่สุด

a)

ก. ใช้โฟมหมุนเวียนหลายๆ ครั้ง

b)

ข. รณรงค์ไม่ให้มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม

c)

ค. นำของไปทิ้งบริเวณที่รกร้างห่างไกลชุมชน

d)

ง. คัดแยกประเภทขยะ และทิ้งลงในถังขยะให้ถูกประเภท

11.

มลพิษทางอากาศ หมายถึง

a)

ภาวะอากาศที่มี สารเจือปนอยู่ในปริมาณที่สูงกว่าระดับปกติเป็นเวลานาน พอที่จะทำให้เกิดอันตราย

b)

เสียงที่ก่อเกิดความรําคาญและเกินขีดความสามารถที่โสตประสาทจะรับได้

c)

น้ำปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิต

d)

ดินที่เสื่อมค่าไปจากเดิมและหรือมีสารมลพิษเกินขีดจำกัดจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

12.

ก๊าซในข้อใดไม่ถือว่าเป็นก๊าซเรือนกระจก

a)

มีเทน

b)

ไนตรัสออกไซด์

c)

ฮีเลียม

d)

คาร์บอนไดออกไซด์

13.

ในอากาศบริสุทธิ์จะมีปริมาณก๊าซชนิดใดมากที่สุด

a)

ออกซิเจน

b)

ฮีเลียม

c)

ไนโตรเจน

d)

คริบตอน

14.

ถ้าเกิดการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์จะก่อให้เกิดก๊าซชนิดใดบ้าง

a)

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอน

b)

ก๊าซไฮโดรคาร์บอนและก๊าซไนโตรเจน

c)

ก๊าซออกซิเจนและก๊าซไนโตรเจน

d)

ก๊าซมีเทนและก๊าซฮีเลียม

15.

ก๊าซชนิดใดกักเก็บรังสีอินฟาเรด

a)

คาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำ

b)

คาร์บอนมอนอกไซด์และไอน้ำ

c)

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และมีเทน

d)

ไอออนไดออกไซด์และมีเทน

16.

ความหมายของมลพิษทางเสียง คืออะไร

a)

สภาวะที่มีระดับเสียงเบาและก่อให้เกิดความเศร้า

b)

สภาวะที่มีระดับเสียงเบาและเกิดความผ่อนคลาย

c)

สภาวะที่มีระดับเสียงที่ดังและยาวนานจนก่อให้เกิดทั้งความรำคาญ และอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์

d)

สภาวะที่มีระดับเสียงดังและเกิดความสนุกสนาน

17.

ความดังของเสียงเกิน 85 เดซิเบล เป็นเสียงที่เป็นอันตราย ถ้าได้รับฟังเกินวันละกี่ชั่วโมงอาจทำให้เยื่อแก้วหูเสื่อมได้

a)

5 ชั่วโมง

b)

8 ชั่วโมง

c)

10 ชั่วโมง

d)

12 ชั่วโมง

18.

ระดับความเข้มของเสียงเกินกี่เดซิเบลจึงจัดเป็นเสียงดัง

a)

เกิน 50 เดซิเบล

b)

เกิน 60 เดซิเบล

c)

เกิน 70 เดซิเบล

d)

เกิน 80 เดซิเบล

19.

หน่วยวัดความดังของเสียง เรียกว่าอะไร

a)

เดต้าเบล

b)

มิลลิเบล

c)

เซนติเบล

d)

เดซิเบล

20.

จากตาราง การทำงานลักษณะใดมีโอกาสได้รับอันตรายจากเสียงมากที่สุด

a)

ทำงาน 5 ชั่วโมง ในบริเวณที่มีระดับความเข้มเสียง 91 เดซิเบล

b)

ทำงาน 6 ชั่วโมง ในบริเวณที่มีระดับความเข้มเสียง 90 เดซิเบล

c)

ทำงาน 8 ชั่วโมง ในบริเวณที่มีระดับความเข้มเสียง 80 เดซิเบล

d)

ทำงาน 9 ชั่วโมง ในบริเวณที่มีระดับความเข้มเสียง 85 เดซิเบล

21.

ถ้าบ้านของเราอยู่ใกล้ถนนใหญ่ที่มีรถแล่นผ่านตลอดเวลาเราควรแก้ปัญหาอย่างไร

a)

เปิดทีวีให้เสียงดังกว่าเสียงการจราจร

b)

ปลูกต้นไม้เป็นแนวกั้นเสียง

c)

สวมเครื่องป้องกันหู

d)

ย้ายไปหาที่อยู่ใหม่

22.

องค์กรใดที่กำหนดเสียงที่เกินมาตรฐาน

a)

องค์กรอนามัยโลก

b)

องค์กรสาธารสุข

c)

องค์กรสหประชาชาติ

23.

มนุษย์สามารถฟังเสียงที่มีความถี่ตั้งแต่กี่เฮิรตซ์

a)

20-20,000

b)

30-20,000

c)

20-30,000

24.

ความดังของเสียงเกิน 85 เดซิเบล เป็นเสียงที่เป็นอันตราย ถ้าได้รับฟังเกินวันละกี่ชั่วโมงอาจทำให้เยื่อแก้วหูเสื่อมได้

a)

5 ชั่วโมง

b)

8 ชั่วโมง

c)

10 ชั่วโมง

d)

12 ชั่วโมง

25.

ข้อใดเป็นความหมายของมลพิษทางเสียงตามคำนิยามของกรมควบคุมมลพิษ (2544)

a)

สภาวะที่มีเสียงไม่พึงปรารถนารบกวนโสตประสาทจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์

b)

เสียงที่ดังเกินไปจนทำให้เกิดอันตรายต่อระบบการได้ยินของเราหรือเป็นเสียงที่เราไม่ต้องการฟัง รู้สึกหงุดหงิด รำคาญ ทำลายสมาธิในการทำงาน

c)

สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเกินค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดอันก่อให้เกิดความรำคาญ สร้างความรบกวน ทำให้เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ตกใจ และอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยได้

d)

สภาวะที่มีระดับเสียงที่ดังและยาวนานจนก่อให้เกิดทั้งความรำคาญ และอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับระดับความดังจากแหล่งกำเนิดเสียง ระยะทางระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงกับผู้ได้ยิน และระยะเวลาในการได้ยินเสียงนั้น