wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปลายภาค ม.1 เทอม 1

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

จากภาพหมายเลข 1 คืออะไร

a)

0

b)

1

c)

90

d)

100

2.

จากภาพหมายเลข 2 คืออะไร

a)

0

b)

1

c)

90

d)

100

3.

จากภาพหมายเลข 3 คืออะไร

a)

0

b)

1

c)

90

d)

100

4.

ข้อใดไม่ใช่การดำเนินการแบบซ้ำหรือลูป (loop)

a)

while

b)

for

c)

nested loop

d)

continue

e)

place

5.

ข้อมูล (data) มีกี่แบบ

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

6.

ข้อมูล (data) หมายถึงอะไร

a)

ความจริงที่อยู่ในรูปของตัวเลข ข้อความ ภาพ เสียง ข้อสังเกตที่รวบรวมมาจากเหตุการณ์หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ข้อมูล

b)

เป็นแหล่งกำเนิดของข้อมูล หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล แบ่งตามลักษณะของการได้มา

c)

ข้อมูลที่ได้จากแหล่งกำเนิดข้อมูลหรือจุดเริ่มต้นของข้อมูล เช่น ข้อมูลจากการทดลอง

d)

ข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง มาจากการอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ เช่น บทความ เอกสารต่าง ๆ

7.

ข้อมูลเชิงปริมาณ (quantitative data) หมายถึงอะไร

a)

อยู่ในรูปของตัวเลข เช่น จำนวนเสือโคร่งอินโดจีนในประเทศไทย

b)

เป็นแหล่งกำเนิดของข้อมูล หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล แบ่งตามลักษณะของการได้มา

c)

อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความคิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์

d)

ข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง มาจากการอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ เช่น บทความ เอกสารต่าง ๆ

8.

ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative data) หมายถึงอะไร

a)

อยู่ในรูปของตัวเลข เช่น จำนวนเสือโคร่งอินโดจีนในประเทศไทย

b)

เป็นแหล่งกำเนิดของข้อมูล หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล แบ่งตามลักษณะของการได้มา

c)

อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความคิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์

d)

ข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง มาจากการอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ เช่น บทความ เอกสารต่าง ๆ

9.

ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) หมายถึงอะไร

a)

อยู่ในรูปของตัวเลข เช่น จำนวนเสือโคร่งอินโดจีนในประเทศไทย

b)

เป็นแหล่งกำเนิดของข้อมูล หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล แบ่งตามลักษณะของการได้มา

c)

อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความคิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์

d)

ข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง มาจากการอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ เช่น บทความ เอกสารต่าง ๆ

10.

ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) หมายถึงอะไร

a)

อยู่ในรูปของตัวเลข เช่น จำนวนเสือโคร่งอินโดจีนในประเทศไทย

b)

ข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง มาจากการอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ เช่น บทความ เอกสารต่าง ๆ

c)

อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความคิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์

d)

เป็นแหล่งกำเนิดของข้อมูล หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล แบ่งตามลักษณะของการได้มา

11.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการรวบรวมข้อมูล

a)

การสัมภาษณ์ (interview)

b)

การสำรวจ (survey)

c)

การสังเกต (observe)

d)

การทดลอง (experiment)

e)

ข้อมูล

(data)

12.

ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้การรวบรวมข้อมูล

a)

แบบสอบถาม

b)

แบบสัมภาษณ์

c)

แบบสังเกต

d)

แบบข้อมูล

13.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ต้องคำนึงในการรวบรวมข้อมูล

a)

ความถูกต้อง

b)

ความทันสมัย

c)

ความเกี่ยวข้อง

d)

ความสนใจ

14.

กระบวนการประมวลผลข้อมูลคือข้อใด

a)

ข้อมูลเข้า > ประมวลผล > ข้อมูลออก

b)

ข้อมูลเข้า > ข้อมูลออก > ประมวลผล

c)

ข้อมูลออก > ข้อมูลเข้า > ประมวลผล

d)

ไม่มีข้อใดถูก

15.

วิธีการประมวลผลข้อมูลมีกี่ขั้นตอน

a)

4

b)

5

c)

6

d)

7

16.

ขั้นตอนวิธีการประมวลผลข้อมูล

a)

1.การคำนวณ

2.การเรียงลำดับ

3.การวิเคราะห์

4.การสรุป

5.การรายงาน

b)

1.การคำนวณ

2.การรายงาน

3.การวิเคราะห์

4.การสรุป

5.การเรียงลำดับ

c)

1.การคำนวณ

2.การวิเคราะห์

3.การเรียงลำดับ

4.การสรุป

5.การรายงาน

d)

1.การเรียงลำดับ

2.การวิเคราะห์

3.การคำนวณ

4.การสรุป

5.การรายงาน

17.

ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำคือข้อใด

a)

Google Docs

b)

Google Forms

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

18.

ซอฟต์แวร์สร้างฟอร์มคือข้อใด

a)

Google Docs

b)

Google Forms

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

19.

ซอฟต์แวร์ตารางทำงานคือข้อใด

a)

Google Docs

b)

Google Forms

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

20.

ซอฟต์แวร์นำเสนอคือข้อใด

a)

Google Docs

b)

Google Forms

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

21.

ซอฟต์แวร์สร้างผังความคิดคือข้อใด

b)

Google Forms

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

22.

การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยาคือ?

a)

ใช้วิธีหลอกลวงให้ได้ข้อมูลส่วนตัวเช่น รหัสผ่าน เป็นต้น

b)

ข้อมูลที่เผยแพร่อาจไม่ได้ตรวจสอบทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจทำให้เกิดปัญหาได้

c)

เป็นการคุกคามโดยใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือสำหรับก่อปัญหาด้านไอที

d)

เป็นการคุกคามโดยใช้ผู้อื่นเข้ามาทำร้ายโดยตรง

23.

การคุกคามด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมคือ?

a)

ใช้วิธีหลอกลวงให้ได้ข้อมูลส่วนตัวเช่น รหัสผ่าน เป็นต้น

b)

ข้อมูลที่เผยแพร่อาจไม่ได้ตรวจสอบทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจทำให้เกิดปัญหาได้

c)

เป็นการคุกคามโดยใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือสำหรับก่อปัญหาด้านไอที

d)

เป็นการคุกคามโดยใช้ผู้อื่นเข้ามาทำร้ายโดยตรง

24.

การคุกคามโดยใช้โปรแกรมคือ?

a)

ใช้วิธีหลอกลวงให้ได้ข้อมูลส่วนตัวเช่น รหัสผ่าน เป็นต้น

b)

ข้อมูลที่เผยแพร่อาจไม่ได้ตรวจสอบทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจทำให้เกิดปัญหาได้

c)

เป็นการคุกคามโดยใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือสำหรับก่อปัญหาด้านไอที

d)

เป็นการคุกคามโดยใช้ผู้อื่นเข้ามาทำร้ายโดยตรง

25.

ข้อใดคือผลกระทบทางด้านบวกจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสังคม

a)

ลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์

b)

ลดปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

c)

ทำให้เข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต

d)


ทำให้รับรู้ข่าวสารและติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

26.

ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือข้อใด

a)

ก่อความรำคาญและ

ความเสียหายของข้อมูล

b)

แพร่กระจายจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์

ไปสู่เครือข่ายในคอมพิวเตอร์

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

27.

เวิร์ม คือข้อใด

a)

ก่อความรำคาญและ

ความเสียหายของข้อมูล

b)

แพร่กระจายจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์

ไปสู่เครือข่ายในคอมพิวเตอร์

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

28.

ประตูกล คือข้อใด

a)

ก่อความรำคาญและ

ความเสียหายของข้อมูล

b)

แพร่กระจายจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์

ไปสู่เครือข่ายในคอมพิวเตอร์

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

29.

ม้าโทรจัน คือข้อใด

a)

ก่อความรำคาญและ

ความเสียหายของข้อมูล

b)

แพร่กระจายจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์

ไปสู่เครือข่ายในคอมพิวเตอร์

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

30.

ระเบิดเวลา คือข้อใด

a)

แอบส่งข้อมูลให้เครื่อง

อื่น

หรือลบไฟล์ข้อมูลทิ้ง

b)

แพร่กระจายจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์

ไปสู่เครือข่ายในคอมพิวเตอร์

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

31.

โปรแกรมดักจับ

ข้อมูล คือข้อใด

a)

แอบส่งข้อมูลให้เครื่อง

อื่น

หรือลบไฟล์ข้อมูลทิ้ง

b)

แอบขโมยข้อมูล เช่น

รหัสผ่าน การใช้อินเตอร์เน็ต

c)

คุกคามข้อมูลใน

คอมพิวเตอร์

โดยไม่มีใครรู้

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

32.

โปรแกรมโฆษณาหรือ

แอดแวร์ คือข้อใด

a)

แอบส่งข้อมูลให้เครื่อง

อื่น

หรือลบไฟล์ข้อมูลทิ้ง

b)

แอบขโมยข้อมูล เช่น

รหัสผ่าน การใช้อินเตอร์เน็ต

c)

ติดตั้งโฆษณาในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะโชว์บนหน้าจอตลอดเวลา

d)

หลอกลวงให้ติดตั้ง

โปรแกรมใน

คอมพิวเตอร์

แล้วทำลายข้อมูล

33.

โปรแกรมเรียกค่าไถ่ คือข้อใด

a)

แอบส่งข้อมูลให้เครื่อง

อื่น

หรือลบไฟล์ข้อมูลทิ้ง

b)

แอบขโมยข้อมูล เช่น

รหัสผ่าน การใช้อินเตอร์เน็ต

c)

ติดตั้งโฆษณาในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะโชว์บนหน้าจอตลอดเวลา

d)

เข้ามาล็อคไฟล์ทุกไฟล์ใน

คอมพิวเตอร์

แล้วผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อ

ปลดล็อคไฟล์

34.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการป้องกันภัยคุกคาม

a)

ตรวจสอบจากสิ่งที่ผู้ใช้รู้

b)

ตรวจสอบจากสิ่งที่ผู้ใช้มี

c)

ตรวจสอบจากสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ใช้

d)

ตรวจสอบจากบันทึก

35.

เมื่อเรานำสมาร์ตโฟนไปซ่อมที่ร้านซ่อม ข้อใดคือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

a)

ถูกติดโปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์มาในเครื่องเรา

b)

ภาพถ่ายส่วนตัว ถูกนำมาเปิดเผยบนโลกออนไลน์

c)

ผู้ไม่หวังดีทำการคัดลอกข้อมูลสำคัญส่วนตัว

d)

ถูกทุกข้อ

36.

สัญลักษณ์ใดแสดงสิทธ์ ที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ และเผยแพร่ได้ ห้ามดัดแปลง แต่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา

a)

b)

c)

d)

37.

เมื่อพบว่ามีคนแอบสร้างเฟชบุ๊กปลอม โดยแสดงข้อมูลหรือรูปภาพที่แสดงตัวตนว่าเป็นเรา เราควรดำเนินการอย่างไรบ้าง

a)

รวบรวมหลักฐาน แล้วแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้แอบอ้าง

b)

ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันโดยปลอมแปลง เพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นคนอื่นบ้าง

c)

ส่งข้อมูล และภาพเข้าไปในเฟชบุ๊กนั้น เพื่อสร้างความเสียหายและลดความน่าเชื่อถือ

d)

พยายามส่งข้อความเข้าไปในเฟชบุ๊กนั้น โดยหลอกล่อให้ออกมาพบเจอเพื่อพูดคุยตกลงกัน

38.

ข้อใดถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว

a)

นำข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคาร และเลขที่บัตรประชาชนของตนเองมาแสดงไว้ที่หน้าเฟชบุ๊กตนเอง

b)

บริษัทที่เราทำงานอยู่ นำภาพถ่ายหน้าบัตรประชาชนมาแสดงไว้ที่หน้าเฟชบุ๊กของบริษัท

c)

ผู้อื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นบนเฟชบุ๊กของเรา

d)

ผู้อื่นเข้ามาอ่าน และดูรูปภาพบนเฟชบุ๊กเรา

39.

หากต้องการชมภาพยนตร์ไทยแบบออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต ควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม

a)

หาชมได้จากเว็บไซต์ทั่วไปที่มีผู้บันทึกมาจากโรงภาพยนตร์ โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการ

b)

ให้เพื่อนที่ซื้อแผ่นซีดีภาพยนตร์ดังกล่าวนำมาแชร์ให้ชมผ่านทางอินเทอร์เน็ต

c)

หาชมได้จากเว็บไซต์ทั่วไปที่มีผู้นำมาโพสต์ไว้ให้ชมบนอินเทอร์เน็ต

d)

ให้ชมจากเว็บไซต์ที่เจ้าของภาพยนตร์อนุญาตนำมาเผยแพร่

40.

เว็บไซต์ Facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัวหรือสาธารณะ

a)

เป็นพื้นที่สาธารณะ (Public) เท่านั้น

b)

พื้นที่ส่วนตัว (Private) เท่านั้น

c)

พื้นที่ของบริษัท Facebook

d)

ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy)