wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบองค์การและทฤษฎี

Total questions: 99

Worksheet time: 1hrs 5mins

Name
Class
Date
1.

ทฤษฎีที่เน้นเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ กำหนดผลผลิตด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นปัจจัยที่สำคัญคือข้อใด

a)

ทฤษฎีเก่า

b)

ทฤษฎีดั้งเดิม

c)

ทฤษฎีสมัยใหม่

d)

ทฤษฎีการจัดการเบื้องต้น

e)

ทฤษฎีการจัดการทางวิทยาศาสตร์

2.

ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะขององค์การ

a)

การรวมบุคคล

b)

แบ่งงาน จัดสรรหน้าที่

c)

มีโครงสร้างมีการบังคับบัญชา

d)

ทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องมีความสัมพันธ์

e)

มีการยอมรับในสังคม ตามระเบียบแบบแผน ประเพณี หรือกฎหมาย

3.

ข้อใดไม่ใช่จุดอ่อนขององค์การแบบราชการตามแนวความคิดทฤษฎีดั้งเดิม ของ แมค วีเบอร์ ( Max Weber)

a)

การแบ่งงานกันทำ

b)

สายการบังคับบัญชาไม่ชัดเจน

c)

เน้นที่องค์การละเลยปัญหาของคน

d)

ไม่เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย

e)

คัดเลือกบุคคลเข้าทำงานไม่ตรงความสามารถ

4.

ใน " หลักในการจัดองค์การที่ดี " OSCAR ของ Henri Fayol คือการนำเอาตัวอักษรตัวแรกของคำทั้ง 5 มาเรียงต่อกัน จะทำให้สะกดได้คำว่า OSCAR ข้อใดไม่ใช่คำทั้ง 5

4 lines
5.

ใน " หลักในการจัดองค์การที่ดี " OSCAR ของ Henri Fayol คือการนำเอาตัวอักษรตัวแรกของคำทั้ง 5 มาเรียงต่อกัน จะทำให้สะกดได้คำว่า OSCAR ข้อใดไม่ใช่คำทั้ง 5

a)

หลักของอำนาจหน้าที่ (Authority)

b)

หลักการประสานงาน (Coordination)

c)

หลักวัตถุประสงค์ (Objective) (วิเคราะห์)

d)

หลักการโต้ตอบและการติดต่อ (Correspondence)

e)

หลักความรู้ความสามารถเฉพาะอย่าง (Specialization)

6.

ข้อใดคือ ขั้นตอนแรกของการมอบหมายงานของผู้บริหารให้ผู้ใต้บังคับบัญชา

a)

กำหนดภารกิจหน้าที่

b)

ให้ทรัพยากรตามความจำเป็น

c)

สร้างรับความผิดชอบให้เกิดขึ้น

d)

สร้างขวัญกาลังใจให้แก่ทีมงาน

e)

ถูกทุกข้อ

7.

วิธีการใดที่จะพาองค์การไปสู่คุณภาพหรือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การได้

a)

การเพิ่มต้นทุน

b)

การจำกัดบุคลากร

c)

การลดคุณภาพมาตรฐาน

d)

การเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

e)

การกำหนดวิสัยทัศน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

8.

การศึกษาพฤติกรรมองค์การจะประกอบด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมใน 3 ระดับ ยกเว้นข้อใจ

a)

ระดับกลุ่ม (Group level)

b)

ระดับบุคคล (Individual level)

c)

ระดับครอบครัว (Family Level)

d)

ระดับองค์การ (Organization system level)

e)

ไม่มีข้อถูก

9.

การเพิ่ม

4 lines
10.

การเพิ่มผลผลิต (Productivity) จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดต้องอาศัยทรัพยากรสำคัญคือ

a)

เทคโนโลยี

b)

งบประมาณ

c)

มนุษยสัมพันธ์

d)

ทรัพยากรมนุษย์

e)

ทรัพยากรธรรมชาติ

11.

ปัจจัยใดที่ส่งผลให้บุคลากรออกจากงานมากที่สุด

a)

ความมีน้ำใจ

b)

มนุษยสัมพันธ์

c)

ปัญหาทางเทคนิค

d)

ปัญหาทางความคิด

e)

ความขัดแย้งระหว่างบุคลากร

12.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานเกิดความพึงพอใจ

a)

การเพิ่มรายได้

b)

การทำงานเป็นทีม

c)

การเพิ่มค่าตอบแทน

d)

การทำงานตามลำพัง

e)

การทำงานที่มีลักษณะท้าทาย

13.

"แนวทางที่ใช้ยึดถือปฏิบัติกันในองค์การ" หมายถึงข้อใด

a)

วิถีองค์การ

b)

คุณธรรมองค์การ

c)

จริยธรรมองค์การ

d)

วัฒนธรรมองค์การ

e)

จรรยาบรรณองค์การ

14.

ข้อใดเป็นความสำคัญของวัฒนธรรมที่มีผลต่อองค์การ

a)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย

b)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความมีเหตุผลมากกว่าความขัดแย้ง

c)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความพอประมาณและความพอเพียง

d)

เป็นได้ทั้งปัจจัยเกื้อ

15.

วัฒนธรรมที่มีผลต่อองค์การ

a)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย

b)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความมีเหตุผลมากกว่าความขัดแย้ง

c)

เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความพอประมาณและความพอเพียง

d)

เป็นได้ทั้งปัจจัยเกื้อกูลหรืออุปสรรคต่อการดำเนินงานขององค์การ

e)

เป็นไปได้ทุกข้อที่กล่าวมา

16.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของวัฒนธรรมองค์การ

a)

เศรษฐกิจเติบโต

b)

ลดความขัดแย้ง

c)

สร้างสรรค์การรวมกลุ่ม

d)

ช่วยในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม

e)

เป็นสัญลักษณ์ อย่างหนึ่งของขององค์กร

17.

ถ้าเรามีโรงงานติดแม่น้ำ เราก็ควรรับผิดชอบต่อสังคมโดยการไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำลำคลองที่อยู่ในละแวกชุมชน เกี่ยวข้องกับข้อใดที่สุด

a)

ค่านิยมเชิงลบ

b)

การเอาใจใส่พนักงาน

c)

พฤติกรรมมนุษย์ในองค์การ

d)

ความเชื่อส่วนบุคคลของพนักงาน

e)

องค์ประกอบหลักของวัฒนธรรมองค์กร

18.

วัฒนธรรมที่เข้มแข็งมีความสำคัญมากต่อองค์การ เพราะอะไร

a)

ทำให้องค์การเป็นจุดแข็งขององค์การ

b)

ทำให้องค์การเป็นที่ยอมรับในสังคม

c)

ทำให้องค์การแทรกแซงธุรกิจอื่นๆได้ง่าย

d)

ทำให้องค์การควบคุมพนักงานได้อย่างดี

e)

ทำให้องค์การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ง่ายขึ้น

19.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของแรงจูงใจ

(a)  

20.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของแรงจูงใจ

a)

ภาวะในการเพิ่มพฤติกรรมให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

b)

ภาวะเสียสมดุลทางปัญญาและพร้อมที่จะรับเรียนรู้สิ่งใหม่

c)

ภาวะที่บุคคลถูกกระตุ้นให้แสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

d)

การใช้ศิลปะทำให้บุคคลเปลี่ยนทัศนคติและแนวทางปฏิบัติไปสู่เป้าหมาย

e)

การนำเอาปัจจัยต่างๆมาเป็นแรงผลักดันให้บุคคลแสดงพฤติกรรมออกมาอย่างมีทิศทาง

21.

ข้อใดไม่ใช่แรงจูงใจภายใน

a)

ความสนใจพิเศษ

b)

บุคลิกภาพ

c)

เจตคติ

d)

ความต้องการ

e)

ความรู้สึกนึกคิดที่ดีที่บุคคลมีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด

22.

การจูงใจ จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้หลักเรื่องใดถึงจะประสบความสำเร็จ

a)

การขู่ การลงโทษ

b)

ความขยันขันแข็ง

c)

การเป็นตัวอย่างที่ดี

d)

ความโลภให้ความหวัง

e)

ความอ่อนน้อมถ่อมตน

23.

จากแนวความคิดในทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ผู้บริหารองค์การสามารถจัดสิ่งจูงใจในการทำงาน เพื่อสนองความต้องการด้าน ความต้องการความเป็นเจ้าของและความรัก แก่พนักงาน ในเรื่องใด

a)

งานที่ท้าทาย

b)

เงินสงเคราะห์

c)

กิจกรรมฝึก

24.

ความต้องการของมาสโลว์ ผู้บริหารองค์การสามารถจัดสิ่งจูงใจในการทำงาน เพื่อสนองความต้องการด้าน ความต้องการความเป็นเจ้าของและความรัก แก่พนักงาน ในเรื่องใด

a)

งานที่ท้าทาย

b)

เงินสงเคราะห์

c)

กิจกรรมฝึกอบรม

d)

การทำงานเป็นทีม

e)

การได้เป็นพนักงานดีเด่น

25.

หลักการทางจิตวิทยาที่ใช้ในการบริหารบุคคล หรือองค์การบริหารงานโดยทั่วไป ทั้งในภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน คือข้อใด

a)

วินัย

b)

การจูงใจ

c)

การแข่งขัน

d)

ความยุติธรรม

e)

ความฉลาดทางอารมณ์

26.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ การสื่อสาร

a)

ความเหมือนกันหรือร่วมกัน

b)

กระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้

c)

การถ่ายทอดเรื่องราวเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ผู้อื่นได้รับรู้

d)

การให้และการรับความหมาย การถ่ายทอดและการรับสาร

e)

กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคล โดยผ่านระบบสัญลักษณ์ สัญญาณ

27.

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อใดสำคัญที่สุด

a)

ผู้ส่งสาร (Sender)

b)

สัญลักษณ์ต่าง ๆ (Symbols)

c)

ช่องทางการสื่อสาร (Communication Channel)

d)

ผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมาย (Receiver or Target Audience)

e)

สำคัญเท่าๆกัน

28.

ข้อใดเป็น การติดต่อสื่อสารจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง (Downward communication)

(a)  

29.

ข้อใดเป็น การติดต่อสื่อสารจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง (Downward communication)

a)

คำสั่ง

b)

ขอเสนอ

c)

ความคิดเห็น

d)

การร้องเรียน

e)

แก้ปัญหาร่วมกัน

30.

ข้อใดเป็นการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication)

a)

โทรทัศน์

b)

หนังสือพิมพ์

c)

การส่งจดหมาย

d)

การพูดโทรศัพท์

e)

การสื่อสารผ่านสื่อ

31.

ปัญหาอุปสรรคใดมักเกิดขึ้นทางด้านผู้รับสาร

a)

ข่าวสารไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน

b)

ไม่ใช้เทคนิคการช่วยจำ เช่น การจดบันทึกเพิ่มเติม

c)

ขาดการวางแผน หรือขั้นตอนการส่งสารที่เหมาะสม

d)

ใช้วิธีการส่งสารที่ไม่เหมาะสมกับบุคคล และกาลเทศะ

e)

ข่าวสารสั้น หรือน้อยเกินไป จนไม่สามารถแปลความหมายได้

32.

ข้อใด คือวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม

a)

แก้ไขปัญหา

b)

รับมือกับการแข่งขัน

c)

เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร

d)

เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

e)

ถูกทุกข้อ

33.

ข้อใด คือประโยชน์ของการฝึกอบรม

a)

วางแบบแผนร่วมกันเฉพาะกลุ่ม

b)

มีปฏิสัมพันธ์การติดต่อกันตัวต่อตัว

c)

สมาชิกมีบทบาทและมีความรู้สึกร่วมกัน

d)

ยกระดับความรู้ ฝึกทักษะ ปรับทัศนะคติ

e)

ใช้งบประมาณป

34.

ข้อใด คือประโยชน์ของการฝึกอบรม

a)

วางแบบแผนร่วมกันเฉพาะกลุ่ม

b)

มีปฏิสัมพันธ์การติดต่อกันตัวต่อตัว

c)

สมาชิกมีบทบาทและมีความรู้สึกร่วมกัน

d)

ยกระดับความรู้ ฝึกทักษะ ปรับทัศนะคติ

e)

ใช้งบประมาณประจำปีให้หมดตามกรอบระยะเวลา

35.

ข้อใดคือ ประเภทการฝึกอบรมที่แบ่งตามวัตถุประสงค์การฝึกอบรม

a)

ฝึกอบรมแบบผสม

b)

ฝึกอบรมเป็นรายคน

c)

ฝึกอบรมระหว่างทำงาน

d)

เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

e)

ระดับแนวตั้ง ความรู้เฉพาะงาน

36.

การไปขอฟังการบรรยายสรุปถึงลักษณะการจัดระบบงาน และวิธีการปฏิบัติงานจริงของหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจศึกษา ณ ที่ตั้งของหน่วยงานนั้น เป็นกิจกรรมการจัดฝึกอบรมประเภทใด

a)

ศึกษาดูงาน

b)

การสอนงานหรือนิเทศงาน

c)

การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ

d)

ฝึกปฏิบัติงานปกติในที่ทำงาน

e)

การจัดฝึกอบรมเองภายในองค์กร

37.

ข้อใดคือ สาเหตุที่ทำให้การฝึกอบรมไม่ประสบความสำเร็จ

a)

จำนวนวิทยากรน้อย

b)

ไม่มีการประเมินความรู้

c)

จำนวนผู้เข้าอบรมน้อย

d)

การกำหนดเป้าหมายสั้น

e)

ผู้บริหารระดับสูงไม่เห็นคุณค่า

38.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของการวิเคราะห์งาน

a)

การเป็นรวบรวมข้อมูลมาประเมินผล

b)

เป็นกระบวนการที่มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ

c)

เป็นการศึกษางานถึงหน้า

39.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของการวิเคราะห์งาน

a)

การเป็นรวบรวมข้อมูลมาประเมินผล

b)

เป็นกระบวนการที่มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ

c)

เป็นการศึกษางานถึงหน้าที่ในงานและสภาพการทำงาน

d)

เป็นการศึกษาอย่างเป็นระบบถึงกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละงาน

e)

กระบวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและลักษณะของงานอย่างใดอย่างหนึ่ง

40.

การนำผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์งาน เป็นเกณฑ์สำหรับกำหนดแนวทางในการทำงานแต่ละประเภท คือข้อใด

a)

การประเมินค่า

b)

มาตรฐานการทำงาน

c)

เอกสารพรรณนาลักษณะงาน

d)

เอกสารระบุข้อกำหนดของงาน

e)

การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร

41.

ข้อใด คือผลของการนำสารสนเทศที่ได้จากการวิเคราะห์งานไปใช้ประโยชน์

a)

วางแผนงานทรัพย์ยากรมนุษย์

b)

การออกแบบงาน (Job Design)

c)

การออกแบบงานตามหลัก "การยศาสตร์ (Ergonomics)"

d)

การส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน (Safety Reinforcement)

e)

ถูกทุกข้อ

42.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอน การวิเคราะห์งาน ที่นักวิเคราะห์งานจะต้องปฏิบัติ

a)

การระบุงาน

b)

การเก็บรวบรวมข้อมูล

c)

การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

d)

การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร

e)

การพัฒนาและเลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

43.

ข้อใดคือ หัวใจสำคัญของการวิเคราะห์งาน

a)

การประชุม

b)

การระบุงาน

c)

การแบ่งงาน

d)

การจัดทำสารสนเทศของงาน

e)

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงาน

44.

ข้อใด กล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับหลักการบริหารการผลิต

a)

การวางแผนและการควบคุมการผลิต

b)

ไม่มีวิธีการที่ดีที่สุดในการควบคุมการผลิต

c)

องค์การใช้เพียงระบบเดียวเท่านั้นสำหรับการผลิตทุกรูปแบบ

d)

เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าในการผลิต การสิ้นเปลืองเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ขององค์การไม่อาจหามาทดแทนได้

e)

ถูกทุกข้อ

45.

ข้อใดเป็นเทคนิควิธีการที่ใช้ในองค์การการผลิตของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งองค์การการผลิตและบริการนำมาปรับใช้ในการเพิ่มผลผลิตที่ เรียกว่า Kaizen Activity

a)

QC

b)

5 ส.

c)

QCC

d)

POLR

e)

ระบบปรับรื้อ

46.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญของการปรับปรุงผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตามระบบ TQM

a)

ออกแบบวิธีการทำงาน

b)

จริงใจและหวังดีกับทุกคน

c)

จัดลำดับความสำคัญของงาน

d)

การนำนโยบา

47.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญของการปรับปรุงผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตามระบบ TQM

a)

ออกแบบวิธีการทำงาน

b)

จริงใจและหวังดีกับทุกคน

c)

จัดลำดับความสำคัญของงาน

d)

การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

e)

ยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

48.

ข้อใดคือ ความหมายของ A = Action ใน PDCA

a)

การลงมือปฏิบัติตามแผนที่ได้กำหนดไว้

b)

การตรวจสอบความก้าวหน้าผลการปฏิบัติงาน และการทบทวนข้อบกพร่องต่างๆ ว่าได้ผลตามที่กำหนดไว้หรือไม่

c)

การหาแนวทางปรับปรุง แก้ไข และจัดทำมาตรฐานในส่วนที่ปฏิบัติ ได้ผลดี ตลอดจนการกำหนดแนวทางในการปรับปรุง

d)

การกำหนดวัตถุประสงค์ และการตั้งเป้าหมายขององค์การในการ วางแผนการผลิตว่าจะผลิตอะไร และด้วยวิธีการใด เป็นต้น

e)

การกำหนดวัตถุประสงค์ และการทบทวนข้อบกพร่องต่างๆ การตั้งเป้าหมายขององค์การในการวางแผนการผลิตว่าจะผลิตอะไร และด้วยวิธีการใด เป็นต้น

49.

ข้อใดเป็นปัญหาการบริหารการผลิต ของฝ่ายจัดซื้อ

a)

การบันทึกข้อมูลการผลิตอาจมีความผิดพลาด

b)

สัญญาการส่งวัตถุดิบของผู้ส่งมอบไม่น่าเชื่อถือ

c)

ลูกค้าอาจเปลี่ยนแปลงเวลาที่นัดส่งสินค้า และปริมาณสินค้า

d)

เครื่องจักรและอุปกรณ์มักเสียหายเมื่อ

50.

ข้อใด คือ วัตถุประสงค์ที่สำคัญยิ่งของ TQM

a)

ทุกคนมีส่วนร่วม

b)

การวางแผนเชิงกลยุทธ์

c)

การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

d)

การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด

e)

การมุ่งเน้นทรัพยากรมนุษย์

51.

ข้อใดเป็นกลยุทธสำคัญของการสร้างความพึงพอใจ /ความจงรักภักดีต่อองค์กร (Customer Relationship Management : CRM)

a)

การจัดการกระบวนการ

b)

การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด

c)

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

d)

ผลลัพธ์ด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม

e)

ฐานข้อมูลลูกค้า และเครื่องมือลดอัตราการสูญเสียลูกค้าให้ต่ำลง

52.

กระบวนการการนำ Six Sigma มาวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องใด

a)

ลูกค้า

b)

ข้อมูล

c)

ทีมงาน

d)

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

e)

การบริหารจัดการ

53.

ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ที่ได้รับในการพัฒนาระบบคุณภาพตามมาตรฐาน QSME

a)

มีระบบเอกสารที่ดี

b)

ช่วยสร้างความพึงพอใจ

54.

ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ที่ได้รับในการพัฒนาระบบคุณภาพตามมาตรฐาน QSME

a)

มีระบบเอกสารที่ดี

b)

ช่วยสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า

c)

ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพัฒนาระบบคุณภาพ

d)

องค์การมีระบบบริหารคุณภาพที่มีความเหมาะสมกับองค์การ

e)

มีความพร้อมที่จะขอรับรองระบบคุณภาพขั้นพื้นฐานจาก ISO

55.

ข้อใด คือ ระบบอัตโนมัติด้วยสัมผัสมนุษย์ (Automation with Human Touch)

a)

JIT

b)

CRM

c)

TQA

d)

Six Sigma

e)

Not-Certain

56.

การเฝ้าติดตามและตรวจวัดกระบวนการ และผลิตภัณฑ์/บริการ ว่าสามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของลูกค้า/ผู้รับบริการได้หรือไม่ อยู่ในข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001ข้อใด

a)

การผลิต และ/หรือการบริการ (Product Realization)

b)

ตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Quality Auditor)

c)

ความรับผิดชอบด้านการบริหาร (Management responsibility)

d)

ระบบการบริหารงานคุณภาพ (Quality Management Systems)

e)

การวัด วิเคราะห์ และการปรับปรุง (Measurement, analysis and improvement)

57.

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดทำระบบไม่ประสบความสำเร็จ คือข้อใด

4 lines
58.

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดทำระบบไม่ประสบความสำเร็จ คือข้อใด

a)

การตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง

b)

ทุกคนในองค์กรเห็นว่าการจัดทำระบบเป็นภาระ

c)

ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมีความศรัทธา และมุ่งมั่น

d)

บุคลากรทุกคนในองค์กรต้องมีความตั้งใจจริง และสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ

e)

การนำเอาภาระงานทั้งหมดมาจัดให้เป็นระบบตามข้อกำหนดของมาตรฐาน และเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร

59.

ข้อใดเป็นประโยชน์แก่องค์กร/บริษัท ในการนำระบบการบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 มาใช้

a)

มีการทำงานเป็นระบบและมีขอบเขตที่ชัดเจน

b)

ขจัดข้อโต้แย้งและการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ

c)

ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมีความศรัทธา และมุ่งมั่น

d)

มั่นใจในผลิตภัณฑ์และบริการว่ามีคุณภาพตามที่ต้องการ

e)

สะดวกประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องตรวจสอบคุณภาพซ้ำ

60.

หลักการข้อใดเป็นนโยบายและเป็นเป้าหมายถาวรขององค์กร

a)

การบริหารที่เป็นระบบ

b)

เผยแพร่ประชาสัมพันธ์

c)

การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

d)

การดำ เนินงานเชิงกระบวนการ

e)

ความสัมพันธ์กับผู้ขายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

61.

ขั้นตอ

4 lines
62.

ขั้นตอน การตรวจติดตามคุณภาพภายใน ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ทีมตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Quality Auditor)

a)

ตรวจหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่

b)

ตรวจตคุณภาพตามแผนที่วางไว้

c)

คัดเลือกจากหลายหน่วยงานในองค์กร

d)

มีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ตนไปตรวจ

e)

ไปอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ตรวจติดตามคุณภาพภายในจากหน่วยงานภายนอก

63.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของเอกสารระบบคุณภาพ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001

a)

เพื่อให้มีการควบคุมอย่างสม่ำเสมอ

b)

เพื่อใช้ใช้เป็นสื่อในการฝึกอบรมบุคลากร

c)

เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานตามมาตรฐานเดียวกัน

d)

เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจติดตามคุณภาพภายใน

e)

ถูกทุกข้อ

64.

เอกสารที่บอกถึงวิธีการหรือกระบวนการปฏิบัติงาน และบริหารงาน ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการธุรกิจและข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในคู่มือคุณภาพ คือข้อใด

a)

คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

b)

นโยบายคุณภาพ (Quality Policy)

c)

เอกสารวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction)

d)

เอกสารสนับสนุน (Support Document)

65.

องกับกระบวนการธุรกิจและข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในคู่มือคุณภาพ คือข้อใด

a)

คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

b)

นโยบายคุณภาพ (Quality Policy)

c)

เอกสารวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction)

d)

เอกสารสนับสนุน (Supporting Documents)

e)

เอกสารขั้นตอนการทำงาน (Quality Procedures)

66.

ข้อใดกล่าวถึงเอกสารอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานของงานใดงานหนึ่ง ตั้งแต่ต้นจนจบ(Step by Step)เพื่อให้ทราบว่าทำอย่างไร

a)

คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

b)

นโยบายคุณภาพ (Quality Policy)

c)

เอกสารวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction)

d)

เอกสารสนับสนุน (Supporting Documents)

e)

เอกสารขั้นตอนการทำงาน (Quality Procedures)

67.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการจัดทำคำอธิบายลักษณะงาน (Job Description)

a)

ใช้ในการมอบหมายงาน

b)

ประกอบการประเมินผลงาน

c)

พิจารณาเลื่อนตำแหน่งและโยกย้ายพนักงาน

d)

แสดงลำดับขั้นตอนของกระบวนการปฏิบัติงาน

e)

เป็นเกณฑ์สรรหาบุคลากรให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

68.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของการเขียน Flow Chart

a)

ใช้ในการมอบหมายงาน

b)

ประกอบการประเมินผลงาน

c)

ช่วยให้การจัดทำ เอกสาร ทำ ได้ง่ายขึ้น

d)

พิจารณาเลื่อนตำแหน่งและโยกย้ายพนักงาน

e)

แสดงความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ในการ

69.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการตรวจติดตาม (Audit)

a)

การตรวจติดตามภายใน (Internal Audit)

b)

การตรวจติดตามภายนอก (External Audit)

c)

การตรวจติดตามโดยลูกค้า (Second Party Audit)

d)

การตรวจติดตามโดยหน่วยงานให้การรับรอง (Third Party Audit)

e)

การตรวจติดตามโดยบุคคลที่ 3 ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร (Third Party Audit)

70.

ข้อใดคือวาระการประชุมปิดการตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Closing Meeting)

a)

รายงานสิ่งที่ตรวจพบ

b)

อธิบายวิธีการตรวจติดตาม

c)

เปิดโอกาสให้ที่ประชุมซักถามข้อสงสัย

d)

นำส่งรายงานการตรวจติดตาม (Audit Report) ให้ QMR

e)

ถูกทุกข้อ

71.

หลังจากองค์กรได้ผ่านการประเมินแล้ว มีการรับรองว่าระบบบริหารงานขององค์กรเป็นไปตามมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9000 องค์กรสามารถแสดงเครื่องหมายการรับรองได้ ยกเว้น ข้อใด ที่แสดงไม่ได้

a)

บรรจุภัณฑ์/แผ่นผ้ายโฆษณา

b)

การแสดงบนผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์

c)

การแสดงบนผลิตภัณฑ์/หัวจด

72.

องค์กรสามารถแสดงเครื่องหมายการรับรองได้ ยกเว้น ข้อใด ที่แสดงไม่ได้

a)

บรรจุภัณฑ์/แผ่นผ้ายโฆษณา

b)

การแสดงบนผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์

c)

การแสดงบนผลิตภัณฑ์/หัวจดหมาย

d)

แผ่นผ้ายโฆษณา/บนเอกสารสิ่งตีพิมพ์

e)

บนเอกสารสิ่งตีพิมพ์/การแสดงบนผลิตภัณฑ์

73.

สำนักงานใหญ่ขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานซึ่งมีเครือข่ายและศูนย์รวมข้อมูลของ ISO อยู่ประเทศไหน

a)

ประเทศไทย

b)

ประเทศฝรั่งเศส

c)

ประเทศเยอรมันนี

d)

ประเทศสหรัฐอเมริกา

e)

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

74.

การตรวจติดตามและตรวจประเมินใหม่ หรือการรับรองระบบคุณภาพ จะดำเนินการใหม่ได้เมื่อครบกี่ปี

a)

2 ปี

b)

3 ปี

c)

4 ปี

d)

5 ปี

e)

10 ปี

75.

ความขัดแย้ง หมายถึง

a)

การต่อสู้ดิ้นรน

b)

สภาวะทางอารมณ์ของตนเองที่ไม่ปกติ

c)

สภาพการณ์ที่บุคคล 2 ฝ่าย มีความคิดเห็น หรือความเชื่อที่ไม่ตรงกัน

d)

พฤติกรรมที่สอดคล้องต้องกัน ระหว่างกลุ่มที่มีความสนใจต่างกัน มีความเห็นตรงกัน

e)

สภาพการณ์ที่ทำให้คนตกอยู่ในภาวะที่สามารถจะตัดสินใจหรือตกลงหาข้อยุติอันเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายได้

76.

ข้อใด เป็นแนวคิดใหม่ เรื่อง ความขัดแย้ง

a)

เป็นผลร้าย

b)

มีทั้งคุณและโทษ

c)

เป็น

77.

ข้อใด เป็นแนวคิดใหม่ เรื่อง ความขัดแย้ง

a)

เป็นผลร้าย

b)

มีทั้งคุณและโทษ

c)

เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

d)

เป็นความล้มเหลว

e)

ไม่เป็นผลดีต่อตนเองและผู้อื่น

78.

ข้อใดไม่ใช่เป็นยุทธวิธีการแก้ไขความขัดแย้ง

a)

ขึงขังเอาจริงเอาจัง

b)

สร้างความเป็นอกเห็นใจ

c)

พูดในสิ่งที่คับข้องหมองใจ

d)

ระบุความขัดแย้งให้ตรงจุด

e)

หากเห็นฝ่ายหนึ่งกำลังไม่สบายใจ ขอให้รอไว้ระยะหนึ่ง

79.

ปัญหาที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของสังคมไทยที่จำทำลายรากฐานของประเทศคือเรื่องใด

a)

อารมณ์และสังคม

b)

สุขภาพและร่างกาย

c)

เศรษฐกิจและการลงทุน

d)

การเมืองและการปกครอง

e)

ความมั่นคงและความขัดแย้ง

80.

การแก้ไขปัญหาของประเทศ และการพัฒนาซึ่งเป็นฐานในการพัฒนาในทุกด้านจะเป็นรากฐานที่มั่นคงของสังคม ต้องเริ่มต้นพัฒนาข้อใดสำคัญที่สุดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

a)

เยาวชน

b)

ผู้นำชุมชน

c)

ฝ่ายบริหาร

d)

ผู้นำประเทศ

e)

ประชาชนทุกคน

81.

การไม่ส่งเสริมหรือพัฒนาบุคคลากรให้มีทักษะในการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กรเป็นประเภทของความเสี่ยง ประเภทใด

(a)  

82.

การไม่ส่งเสริมหรือพัฒนาบุคคลากรให้มีทักษะในการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กรเป็นประเภทของความเสี่ยง ประเภทใด

a)

ความมั่งคงภายใน

b)

ความเสี่ยงโดยรวม

c)

ความเสี่ยงที่เป็นโอกาส (Opportunity)

d)

ความเสี่ยงที่เป็นความไม่แน่นอน (Uncertainly)

e)

ความเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคหรืออันตราย (Hazard)

83.

ลักษณะที่สำคัญของการบริหารความเสี่ยงโดยมีโครงสร้างองค์กร กระบวนการ และวัฒนธรรมองค์กร ประกอบเข้าด้วยกันคือข้อใด

a)

มีความคิดแบบมองไปข้างหน้า

b)

ผสมผสานทำงานกับภายนอกองค์กร

c)

การลงทุนไม่ให้ผลตอบแทนตามที่คาด

d)

แผนการดำเนินงานต่าง ๆ ขององค์กรควรชัดเจน

e)

ได้รับการสนับสนุนและมีส่วนร่วม เฉพาะในส่วนที่มีความเสี่ยง

84.

กรอบการบริหารความเสี่ยงจะมีประโยชน์เมื่อ

a)

มีการควบคุม

b)

มีการประเมิน

c)

มีความพยายาม

d)

ดำเนินการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

e)

มีความสอดคล้องกับธุรกิจและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

85.

ข้อใด คือ ขั้นตอนพื้นฐานที่ควรพิจารณาโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ยั่งยืน

(a)  

86.

ข้อใด คือ ขั้นตอนพื้นฐานที่ควรพิจารณาโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ยั่งยืน

a)

การกำหนดวิธีทำงาน

b)

ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

c)

การกำหนดวัตถุประสงค์

d)

การให้แนวทางและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

e)

การดำเนินการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ

87.

ข้อใดเป็นหลักการ ORCA

a)

การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objectives )ที่ชัดเจนขององค์กร

b)

การประเมินความเสี่ยง( Risk ) ที่อาจทำให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์

c)

สร้างการควบคุมภายใน (Control )ที่เหมาะสมเพื่อจัดการความเสี่ยงขององค์กร

d)

ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่ามีความสอดคล้องกัน (Alignment) ระหว่างวัตถุประสงค์ความเสี่ยงและการควบคุมทั่วทั้งองค์การ

e)

ถูกทุกข้อ

88.

องค์การผู้ให้การรับรอง เป็นผู้ตรวจคุณภาพว่าสอดคล้องตามข้อกำหนดของ ISO 9001:2001 หรือไม่

4 lines
89.

ตรวจประเมินรับรองระบบคุณภาพ ISO 90

4 lines
90.

องค์การผู้ให้การรับรอง เป็นผู้ตรวจคุณภาพว่าสอดคล้องตามข้อกำหนดของ ISO 9001:2001 หรือไม่

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

91.

ตรวจประเมินรับรองระบบคุณภาพ ISO 9000 ให้ทั้งระบบเมืออายุครบ 10 ปี

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

92.

การแสดงเครื่องหมายคุณภาพสามารถแสดงได้ ยกเว้นบนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

93.

PDCA เป็นวงจรที่ให้แก้ไขความขัดแย้งของคนในองค์การ

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

94.

CRM คือ กลยุทธ์การสร้างความพึงพอใจและความจงรักภักดีต่อองค์การระยะยาว

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

95.

QSME คือ ระบบคุณภาพขั้นพื้นฐานสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

96.

JTI คือ ระบบประกันคุณภาพการผลิต

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

97.

การตรวจติดตามที่ผู้ตรวจเป็นคนภายใน คือ การประเมินจากผู้ตรวจภายนอก

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

98.

"ความขัดแย้ง" ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง การไม่ลงรอยกัน

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

99.

"ความเสี่ยง" ในมุมมองขององค์การทั่วไป คือ เหตุการณ์/การกระทำใดๆที่ไม่แน่ หากเกิดขึ้นจะมีผลกระทบในเชิงลบ

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่