wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปลายภาคชุดที่ 1

Total questions: 39

Worksheet time: 38mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือสสาร

a)

ดิน

b)

เสียง

c)

กาว

d)

อากาศ

e)

แสงแดด

2.

ข้อใดคือสสาร

a)

ไฟฟ้า

b)

น้ำ

c)

พลังงาน

d)

ดินสอ

e)

ขวด

3.

ข้อใด ไม่ใช่ สสาร

a)

ปากกา

b)

กระจก

c)

แสงแดด

d)

กรรไกร

e)

ควันไฟ

4.

ข้อใดเป็นสาร

a)

ต้นไม้

b)

ควันไฟ

c)

แสงแดด

d)

ก้อนหิน

e)

น้ำ

5.

ข้อใดไม่ใช่สาร

a)

ความร้อน

b)

ประตู

c)

ควันไฟ

d)

อากาศ

e)

แสงแดด

6.

การสังเกตของนักวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดสิ่งใดเป็นอันดับแรก

a)

ก. สมมติฐาน

b)

ข. การทดลอง

c)

ค. ปัญหา

d)

ง. กฎ

7.

ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของบุคคลที่มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์

a)

ก. เป็นคนมีเหตุผล

b)

ข. เป็นคนช่างสังเกต

c)

ค. เป็นคนอยากรู้อยากเห็น

d)

ง. เป็นคนละเอียดรอบคอบ

8.

ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของความรู้ทางวิทยาศาสตร์

a)

ก. กฎ ทฤษฎี

b)

ข. ความเชื่อ ค่านิยม

c)

ค. ข้อเท็จจริง หลักการ

d)

ง. ความคิดรวบยอด ข้อเท็จจริง

9.

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

a)

ก. ได้ เมื่อมีเหตุผลหรือหลักฐานที่ดีกว่า

b)

ข. ได้ เมื่อมีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกว่ามาบอก

c)

ค. ไม่ได้ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้ว

d)

ง. ไม่ได้ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความจริงที่ยอมรับกันแล้ว

10.

วิธีการกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์โดยการกลั่นแบบธรรมดา สารในข้อใดใช้วิธีการนี้แยกไม่ได้

a)

น้ำทะเล

b)

น้ำคลอง

c)

น้ำเชื่อม

d)

น้ำผสมแอลกอฮอล์

11.
การแยกน้ำมันดิบที่ใช้กันในปัจจุบัน คือวิธีการใด 
a)
 การกลั่นลำดับส่วน
b)
การตกตะกอนลำดับส่วน
c)
การสลายด้วยความร้อน
d)
ต้มให้เดือด
12.
การกลั่นแยกสารโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ จะไม่สามารถกระทำได้ในกรณีใด 
a)
สารนั้นละลายน้ำได้
b)
สารนั้นไม่ละลายน้ำ
c)
สารนั้นระเหยได้ง่าย
d)
สารนั้นต้องมีจุดเดือดต่ำกว่านั้น
13.

หลักสำคัญในการแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟี คือข้อใด

a)

สารผสมนั้นจะต้องละลายน้ำ

b)

ตัวทำละลายจะทำให้ของผสมบริสุทธิ์

c)

สารผสมจะแยกออกจากกันทันทีที่ถูกละลาย

d)

สารละลายแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลายและถูกดูดซับได้ต่างกัน

14.

ถ้าต้องการกลิ่นของขิง ต้องใช้สารใดเป็นตัวทำละลาย

a)

น้ำกลั่น

b)

เอทานอล

c)

เฮกเซน

d)

อีเทน

15.
ถ้าต้องการแยกปรอทออกจากของผสมระหว่างปรอทกับเหล็ก ควรเลือกใช้วิธีใด 
a)
ให้ความร้อนเพื่อให้ปรอทกลายเป็นไอ
b)
ลดอุณหภูมิเพื่อให้ปรอทกลายเป็นของแข็ง หยิบออกง่าย 
c)
ใช้วิธีทางกายภาพ เช่น เทปรอทออกจากเหล็กซึ่งเป็นของแข็ง 
d)
ใช้วิธีกลั่นอย่างง่ายแยกปรอทออกจากเหล็ก
16.
ข้อใดควรใช้วิธีโครมาโทกราฟี 
a)
 สกัดสีออกจากดอกกุหลาบ
b)
แยกน้ำมันออกจากรำข้าว
c)
 วิเคราะห์ว่าสีแดงในสีผสมอาหารเป็นสารใด
d)
สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากใบยูคาลิปตัสโดยใช้ไอน้ำ
17.

ในกระบวนการกลั่นแยกสาร ขั้นตอนที่สารผ่านเครื่องควบแน่นเพื่อประโยชน์ใด

a)

เปลี่ยนสถานะของสารจากของเหลวเป็นแก๊ส

b)

เพิ่มอุณหภูมิและความดันก่อนเปลี่ยนสถานะ

c)

เปลี่ยนทั้งสถานะและอุณหภูมิสารให้สูงขึ้น

d)

เปลี่ยนสถานะของสารจากแก๊สหรือไอเป็นของเหลว

18.

ถ้าต้องการสีจากขมิ้นควรใช้สารใดเป็นตัวทำละลาย

a)

น้ำกลั่น

b)

แอลกอฮอล์

c)

เอสเทอร์

d)

อีเทอร์

19.
ตัวเลือกใดเรียงลำดับกระบวนการกลั่นได้ถูกต้อง 
a)
การเดือด การกลายเป็นไอ การควบแน่น 
b)
การเดือด การควบแน่น การระเหย 
c)
การเดือด การควบแน่น การกลายเป็นได 
d)
การระเหย การเดือด การควบแน่น 
20.

การเคลื่อนย้ายกล้อง ต้องใช้ทั้งสองมือโดยมือข้างหนึ่งจับที่หมายเลขใด ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง รองรับไว้ใต้หมายเลขใดตามลำดับ

a)

5 เลนส์ใกล้ตา, 6 แขนกล้อง

b)

6 แขนกล้อง, 7 ปุ่มปรับภาพหยาบ

c)

6 แขนกล้อง ,4 ฐานกล้อง

d)

7ปุ่มปรับภาพหยาบ ,4 ฐานกล้อง

21.

เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ จะต้องวางสไลด์บนหมายเลขใด

a)

1 เลนส์ใกล้วัตถุ

b)

2 แท่นวางสไลด์

c)

3 หลอดไฟ

d)

4 ฐานกล้อง

22.

เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์อยู่ แต่ต้องการให้ภาพขยายได้เพิ่มขึ้น จะต้องปรับที่หมายเลขใด

a)

1 เลนส์ใกล้วัตถุ

b)

2 แท่นวางสไลด์

c)

7 ปุ่มปรับภาพหยาบ

d)

8 ปุ่มปรับภาพละเอียด

23.

เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ต้องการปรับภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จะต้องปรับที่หมายเลขใด

a)

1 เลนส์ใกล้วัตถุ

b)

3 หลอดไฟ

c)

5 เลนส์ใกล้ตา

d)

8 ปุ่มปรับภาพละเอียด

24.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการใช้กล้องจุลทรรศน์

a)

ขณะดูกล้องจุลทรรศน์ควรลืมตาทั้งสองข้าง

b)

ขณะดูกล้องจุลทรรศน์ให้ลืมตาข้างใดข้างหนึ่ง

c)

หมุนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายสูงสุดมาอยู่ตรงกลางลำกล้องก่อน

d)

ถ้าต้องการเห็นภาพมีขนาดใหญ่และมีรายละเอียดมากขึ้น ต้องขยับสไลด์ไปมา

25.

การใช้กล้องจุลทรรศน์ในข้อใด ไม่ถูกวิธี

a)

การหาภาพ ต้องเริ่มต้นด้วยเลนวัตถุกำลังขยายต่ำสุดก่อนเสมอ

b)

การยกกล้อง ควรใช้มือข้างหนึ่งจับที่แขน อีกมือหนึ่งรองที่ฐาน โดยให้ลำกล้องตั้งตรง

c)

ขณะที่ตามองผ่านเลนส์ใกล้ตา เมื่อจะต้องหมุนปรับภาพหยาบจะต้องหมุนลงเท่านั้น ห้ามหมุนขึ้น

d)

การใช้เลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายสูง ถ้าจะปรับภาพให้ชัดเจนให้หมุนเฉพาะปุ่มปรับภาพ ละเอียดเท่านั้น

26.

ในการใช้กล้องจุลทรรศน์ บางครั้งพบว่าเลนส์ต่างๆ มีฝุ่นเกาะทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน การทำความสะอาดเลนส์ต้องใช้กระดาษเช็ดเลนส์โดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ผ้าหรือสิ่งอื่นแทนเพราะเหตุใด

a)

สิ่งอื่นอาจนำเชื้อโรคมาติดเลนส์

b)

สิ่งอื่นมีผิวหยาบอาจทำให้เกิดรอยบนเลนส์

c)

สิ่งอื่นอาจมีราคาแพงกว่ากระดาษเช็ดเลนส์

d)

สิ่งอื่นอาจมีราคาแพงและไม่ทนทานในการใช้

27.

เรียงลำดับเส้นทางการเดินทางของแสงใน compound light microscope

a)

1. แหล่งกำเนิดแสง

2. condenser lens

3. objective lens

4. eyepiece

b)

1. eyepiece

2. แหล่งกำเนิดแสง

3. diaphragm

4. objective lens

c)

1. diaphragm

2. condenser lens

3. objective lens

4. eyepiece

d)

1. แหล่งกำเนิดแสง

2. objective lens

3. condenser lens

4. eyepiece

28.

เมื่อส่องตัวอักษร "d" ภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง จะเห็นเป็น

a)

d

b)

b

c)

p

d)

q

29.

เมื่อใช้ objective กำลังขยายต่ำ ภาพที่เห็นจะเป็นอย่างไร

a)

สนามภาพกว้าง

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นห่างกัน

b)

สนามภาพกว้าง

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นใกล้กัน

c)

สนามภาพแคบ

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับใกล้กัน

d)

สนามภาพแคบ

รายละเอียดมาก

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นห่างกัน

30.

1. จงเรียงลำดับวงดอกไม้จากด้านนอกสุดเข้ามาด้านในสุด ตามลำดับ

a)

กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้

b)

กลีบดอก เกสรเพศผู้ กลีบเลี้ยง เกสรเพศเมีย

c)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้

d)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย

31.

2. ส่วนประกอบใดของดอกที่มีหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์

a)

อับเรณู ก้านชูอับเรณู

b)

ยอดเกสรเพศเมีย ก้านชูยอดเกสรเพศเมีย

c)

อับเรณู รังไข่

d)

กลีบดอก กลีบเลี้ยง

32.

3. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับฐานรองดอก

a)

รองรับกลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย

b)

ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่ดอกไม้ในขณะตูม

c)

มีสีสันสวยงาม มีกลิ่นหอม ทำหน้าที่ล่อแมลงเพื่อช่วยผสมเกสร

d)

ภายในมีละอองเรณูลักษณะเป็นผงละเอียดสีเหลือง

33.

4. ผลไม้ในตัวเลือกใดเป็นผลรวมทั้งหมด

a)

ทุเรียน มะพร้าว

b)

ส้ม หม่อน

c)

ขนุน สับปะรด

d)

น้อยหน่า สตอเบอรี่

34.

5. ข้อใดเป็นผลเทียม

a)

มะพร้าว

b)

ทุเรียน

c)

มะม่วง

d)

แอปเปิ้ล

35.

6. น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวเกิดมาจากส่วนประกอบใดของเมล็ด

a)

เอ็มบริโอ

b)

เอ็นโดสเปิร์ม

c)

เปลือกเมล็ด

d)

ใบเลี้ยง

36.

7. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยการงอกของเมล็ด

a)

ความชื้น

b)

อาหาร

c)

อุณหภูมิที่เหมาะสม

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

37.

8. ข้อใดอธิบายส่วนประกอบของเมล็ดได้ไม่ถูกต้อง

a)

รากแรกเกิดจะพัฒนาไปเป็นรากฝอย

b)

เอ็มบริโอคือต้นอ่อน

c)

เอ็นโดสเปิร์มคืออาหารเลี้ยงต้นอ่อน

d)

เปลือกเมล็ด (seed coat) มีรูไมโครไพล์ให้ปลายรากแรกเกิดทะลุออกมาด้านนอก

38.

9. ข้อใดไม่ใช่การพืชพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

a)

พืชต้นใหม่จะเกิดรากขึ้นเองที่บริเวณข้อต่อของลำต้น

b)

พืชต้นใหม่จะงอกรากขึ้นเองที่บริเวณใบ

c)

เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกับเซลล์ไข่

d)

พืชต้นใหม่จะเกิดที่บริเวณตาของรากสะสมอาหาร

39.

10. ข้อใดไม่ใช่ข้อจำกัดของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

a)

อุปกรณ์มีราคาแพง

b)

ทำง่าย

c)

เมื่อเกิดโรคจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็ว

d)

พืชต้นใหม่มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์