wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การลำเลียงสาร

Total questions: 50

Worksheet time: 34mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการแพร่

a)

การละลายของสี

b)

การได้กลิ่นน้ำหอม

c)

ลูกเหม็นไล่แมลงสาบ

d)

การไหลของน้ำไปตามท่อ

2.

การลำเลียงในข้อใด ที่สามารถลำเลียงอิออนจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงกว่าได้

a)

Facilitated diffusion โดยอาศัยโปรตีนช่องผ่าน (channel)

b)

Facilitated diffusion โดยอาศัยโปรตีนพาหะ (carrier)

c)

Active transport โดยอาศัยโปรตีนช่องผ่าน (channel)

d)

Active transport โดยอาศัยโปรตีนพาหะ (carrier)

3.

การลำเลียงเข้าสู่เซลล์ การลำเลียงแบบฟาซิลิเทตจะลำเลียงสารในข้อใด

a)

กลีเซอรอล

b)

กลูโคส

c)

กลีเซอรอล และ ไกลโคเจน

d)

ทริปโตเฟนและไกลโคเจน

4.

การลำเลียงกลูโคสเข้าสู่เซลล์ จำเป็นต้องใช้การลำเลียงในรูปแบบใด

a)

facilited diffusion

b)

active transport

c)

endocytosis

d)

ถูกทุกข้อ

5.

ข้อใด คือความหมายของการออสโมซิส

a)

การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้น ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

b)

การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจาง ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

c)

การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจางกว่า

d)

การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้นกว่า

6.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารเข้าออกเซลล์วิธีการใด

a)

Pinocytosis

b)

Exocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Receptor – mediated endocytosis

7.

เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน หมายถึงอะไร

a)

ยอมให้สารต่างชนิดกันผ่านได้ด้วยอัตราไม่เท่ากัน

b)

ไม่ยอมให้สารที่มีโมเลกุลใหญ่ผ่าน

c)

ไม่ยอมให้สารอินทรีย์ทุกชนิดผ่าน

d)

ยอมให้น้ำผ่านได้อย่างเดียว

8.

การเคลื่อนย้ายสารโดยวิธีใดเร็วที่สุด

a)

ออสโมซิส

b)

การส่งสารแบบแอกทีฟ

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การกรอง

9.

การนำสารเข้าสู่เซลล์แบบฟิโนไซโทซีสมีกลไกอย่างไร

a)

ยื่นเยื่อหุ้มเซลล์โอบล้อมอาหารให้กลายเป็นถุงแล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

b)

โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

c)

เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุงแล้วเข้าสู่ไซโทพลาซึมของเซลล์

d)

มีตัวพาบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อนำสารโมเลกุลใหญ่เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

10.

ถ้าเทน้ำเชื่อมและน้ำลงในแก้วเปล่าจะเกิดอะไรขึ้น

a)

น้ำและน้ำเชื่อมไม่มีการแพร่

b)

น้ำจะแพร่อย่างเดียวเข้าไปในน้ำตาลเพราะโมเลกุลเล็กกว่า

c)

น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลและน้ำตาล จะแพร่เข้าไปในน้ำ

d)

น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลได้ เมื่อมีเยื่อมากั้นกลางของสารทั้งสองชนิด

11.

ส่วนประกอบใดของเซลล์ ที่ยอมให้สารทุกอย่างผ่านเข้าออกได้

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

แวคิวโอล

d)

นิวเคลียส

12.

ออสโมซิส คืออะไร

a)

ความเข้มข้นของน้ำมาก ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของน้ำน้อย โดยผ่านเยื่อกั้นบาง ๆ

b)

เป็นการเคลื่อนที่ของน้ำผ่านเยื่อบางไปยังบริเวณน้ำมากกว่า

c)

เป็นการเคลื่อนที่ของน้ำจากบริเวณน้ำมากไปยังบริเวณน้ำน้อย

d)

ป็นการเคลื่อนที่ของสารละลายเข้มขันไปสู่สารละลายเจือจาง

13.

ข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง

a)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นของเหลวไม่ได้

b)

การออสโมซิสเป็นการแพร่อย่างหนึ่ง

c)

สารต่าง ๆ จะผ่านเข้าออกเซลล์โดยวิธีการแพร่ไม่ได้

d)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นก๊าซเท่านั้น

14.

การแพร่คืออะไร

a)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากด้านบนลงด้านล่าง

b)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวรโมเลกุลน้อยไปยังโมเลกุลหนาแน่น

c)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นมาไปยังที่ที่มีความเข้มข้นน้อย

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง

15.

จากการทดลองการเคลื่อนที่ของด่างทับทิม การกระจายของสีด่างทับทิมมีทิศทางเป็นอย่างไร

a)

กระจายขึ้นด้านบนเพียงอย่างเดียว

b)

กระจายลงด้านล่างเพียงอย่างเดียว

c)

กระจายขึ้นทั้งบนและล่าง

d)

กระจายทุกทิศทาง

16.

ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างของการออสโมซิส

a)

การพรมน้ำให้ผักสด

b)

การใส่น้ำในแจกันดอกไม้

c)

การแช่ต้นหอมในน้ำเพื่อให้มีรูปทรงสวยงาม

d)

การฉีดน้ำหอม

17.

ข้อใดไม่ใช่การแพร่

a)

การระเหยของน้ำมันหอมระเหย

b)

การพรมน้ำให้ผักสด

c)

กลิ่นอาหารผ่านอากาศ

d)

การฉีดน้ำหอมในอากศ

18.

การที่เราได้กลิ่นหอมจากดอกไม้เกิดจากกระบวนการใด

a)

การแพร่

b)

การออสโมซิส

c)

การลำเลียง

d)

การแพร่และการออสโมซิส

19.

การแลกเปลี่ยนแก๊สที่ถุงลมในปอด(alveolus) เข้าสู่หลอดเลือดฝอยอาศัยวิธีในข้อใด

a)

การแพร่

b)

ออสโมซีส

c)

การแพร่และออสโมซีส

d)

เอกโซไซโทซีส

20.

ภาวะที่สารละลายภายนอกมีความเข้มข้นเท่ากับสารละลายภายในเซลล์ ทำให้เซลล์มีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

เซลล์ปกติ

b)

เซลล์เหยี่ยว

c)

เซลล์เต่งและแตก

d)

เซลล์เต่งหรือปกติ

21.

การลำเลียงสารของเซลล์เกี่ยวข้องกับส่วนใดของเซลล์

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ไซโทพลาซึม

d)

ไซโทซอล

22.

การลำเลียงสารผ่านเข้าออกจากเซลล์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท ได้แก่ ผ่านผนังเซลล์ และ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

b)

2 ประเภทได้แก่ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ และ ผ่านไซโทพลาซึม

c)

2 ประเภท ได้แก่ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ และ ผ่านโปรตีน

d)

2 ประเภท ได้แก่ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ และ ผ่านการสร้างถุง

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบธรรมดา

a)

ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

b)

สารที่มีขนาดเล็ก

c)

ผ่านการสร้างถุง

d)

ไม่ใช้พลังงาน

24.

การแพร่เกิดจากอะไร

a)

พลังงานจลน์ของโมเลกุลและการเคลื่อนที่มีทิศทางไม่แน่นอน

b)

พลังงานจลน์ของโมเลกุลและการเคลื่อนที่มีทิศทางแน่นอน

c)

พลังงานศักย์ของโมเลกุลและการเคลื่อนที่มีทิศทางไม่แน่นอน

d)

พลังงานศักย์ของโมเลกุลและการเคลื่อนที่มีทิศทางแน่นอน

25.

น้ำจะออสโมซิสเข้าสู่เซลล์ เมื่อสารละลายภายนอกเซลล์เป็นอย่างไร

a)

isotonic solution

b)

hypertonic solution

c)

hypotonic solution

d)

saturated solution

26.

สารละลายชนิดหนึ่งเมื่อนำเซลล์เม็ดเลือดแดงใส่ลงไป เซลล์เม็ดเลือดแดงจะแตกสลาย แต่เมื่อเอาเซลล์ของสาหร่ายใส่ลงไปเซลล์จะไม่แตกเป็นเพราะอะไร

a)

สารละลายนั้นเป็น hypotonic ต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่เป็น isotonic ต่อเซลล์สาหร่าย

b)

สารละลายนั้นเป็น hypotonic ต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่เป็น hypertonic ต่อเซลล์สาหร่าย

c)

สารละลายนั้นเป็น hypotonic ต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่สาหร่ายมีผนังเซลล์ เซลล์จึงไม่แตก

d)

สารละลายนั้นเป็น hypotonic ต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่สาหร่ายมีความเข้มข้นสูงกว่า เซลล์จึงไม่แตก

27.

ภาวะสมดุลการแพร่ หมายถึงข้อใด

a)

ภาวะที่ไม่เกิดการแพร่อีกแล้ว

b)

ภาวะที่การแพร่มีทิศทางเดียวเท่านั้น

c)

ภาวะที่สารทุกชนิดมีโมเลกุลเท่ากัน

d)

ภาวะที่มีการเคลื่อนที่ของสารเข้าหรือออกในจำนวนที่เท่า ๆ กัน

28.

การแพร่แบบฟาซิลิเทตต้องอาศัยตัวพา ตัวพานี้เป็นสารชนิดใด

a)

ไขมัน

b)

คาร์โบไฮเดรต

c)

กรดอะมิโน

d)

โปรตีน

29.

การแพร่แบบฟาซิลิเทตเหมือนกับ active transport อย่างไร

a)

ความเข้นข้นสูงไปความเข้มข้นต่ำ

b)

ใช้พลังงาน

c)

ลำเลียงผ่านโปรตีน

d)

ลำเลียงสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่

30.

เซลล์เม็ดเลือดแดงจะแตกเมื่ออยู่ในสารละลายชนิดใด

a)

น้ำดื่ม

b)

น้ำส้ม

c)

น้ำหวาน

d)

น้ำเกลือ 0.5%

31.

ข้อใดไม่ใช่การลำเลียงสารขนาดใดแบบเอนโดไซโทซิส

a)

เอกโซไทซิส

b)

พิโนไซโทซิส

c)

ฟาโกไซโทซิส

d)

อาศัยตัวรับ

32.

ถ้าหยดสารละลายน้ำเกลือ 7.5% ลงบนแผ่นสไลด์ที่มีเซลล์พืชอยู่ เซลล์พืชจะมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อใด

a)

เซลล์แตก

b)
c)
d)
33.

ลอกผิวใบว่านกาบหอยแล้วแช่ลงในสารละลายน้ำตาลกลูโคส เมื่อนำมาช่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เห็นลักษณะดังภาพ สารละลายกลูโคสนี้เป็นสารละลายประเภทใด เมื่อเทียบกับสารละลายในเซลล์ผิวใบ

a)

สารละลายไฮโพโทนิค

b)

สารละลายไฮเพอร์โทนิค

c)

สารละลายไอโซโทนิค

d)

อาจเป็นข้อ 2 หรือ 3 ก็ได้

34.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

diffusion

b)

facilitated diffusion

c)

osmosis

d)

active transport

35.

เซลล์เม็ดเลือดขาวมีวิธีการกินเชื้อโรคโดยวิธีใด

a)

endocytosis

b)

phagocytosis

c)

pinocytosis

d)

recepter medient

36.

ข้อใดอธิบายความหมายของการแพร่พร้อมทั้งยกตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากด้านบนลงด้านล่าง เช่น การเทน้ำ

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณอนุภาคน้อยไปยังบริเวณที่มีอนุภาคมาก

c)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากที่มีอนุภาคมากไปยังที่มีอนุภาคน้อยกว่า เช่น การแพร่ของน้ำหอม

d)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เช่น การสาดน้ำ

37.

จากภาพข้อใดจัดเป็นการแพร่

a)
b)
c)
d)
38.

จากภาพโมเลกุลของสาร 2 ชนิดจะมีทิศทางการแพร่อย่างไร

a)

โมเลกุล B จะแพร่มายังห้อง A ก่อน เพราะห้อง B มีโมเลกุลของสารหนาแน่นน้อยกว่า

b)

โมเลกุล B จะแพร่เข้าห้อง A ไม่ได้เลย เพราะห้อง A มีโมเลกุล A หนาแน่นมากแล้ว

c)

โมเลกุล A จะแพร่มายังห้อง B ก่อนเพราะห้อง A มีโมเลกุลของสารหนาแน่นกว่า

d)

โมเลกุลA จะแพร่ไปยังห้อง B พร้อมๆกับโมเลกุล B แพร่ไปยังห้อง A

39.

การแพร่จะเกิดได้ดีและรวดเร็ว ต้องอาศัยปัจจัยใด

a)

อุณหภูมิของสารต่ำ

b)

ลดความดันให้ต่ำลง

c)

อนุภาคของสารต้องมีขนาดใหญ่

d)

ความแตกต่างของความเข้มข้นของอนุภาคสารแตกต่างกันมาก

40.

กระบวนการแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีอนุภาคของน้ำน้อยกว่าโดยผ่านเยื่อเลือกผ่าน เรียกกระบวนการนี้ว่าอะไร

a)

การแพร่

b)

การดูดซึม

c)

การออสโมซิส

d)

การกระจายตัว

41.

ข้อใดกล่าวเปรียบเทียบการลำเลียงสารโดยวิธีการแพร่และการออสโมซิสไม่ถูกต้อง

a)

การแพร่โมเลกุลของสารจะแพร่จากบริเวณที่เข้มข้นมากไปยังบริเวณที่เข้มข้นน้อย

b)

การออสโมซิส โมเลกุลของน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากจะเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่มีน้ำน้อยกว่า

c)

ทั้งการแพร่และการออสโมซิสจำเป็นต้องเคลื่อนที่ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

d)

ทั้งการแพร่และการออสโมซิสไม่ต้องใช้พลังงานจากเซลล์

42.

เมื่อหั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็กแล้วนำไปแช่ในน้ำกลั่นเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง นักเรียนคิดว่าชิ้นแตงกวาจะมีลักษณะอย่างไร

a)

เต่ง

b)

แตก

c)

เหี่ยว

d)

ไม่เปลี่ยนแปลง

43.

การพ่นยาฆ่าแมลงในสวนผลไม้เป็นการเคลื่อนที่ของสารแบบใด

a)

การแพร่

b)

การกระจาย

c)

การออสโมซิส

d)

ถูกต้องทุกข้อ

44.

การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งละมาก ๆ ในกระถางต้นไม้จะเกิดผลเสียอย่างไร

a)

ต้นไม้ได้อาหารเลี้ยงลาต้นเต็มที่

b)

ต้นไม้เจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว

c)

เป็นการให้แร่ธาตุแก่พืชอย่างถูกวิธี

d)

ต้นไม้จะเหี่ยวเนื่องจากขาดน้ำมาเลี้ยง

45.

เมื่อนำถุงกระดาษแก้วที่บรรจุไข่เป็ดที่ตอกเปลือกทิ้งแล้วไปแช่ไว้ในน้ำ ปรากฏว่า เมื่อทิ้งไว้20 นาที แล้วนำไปชั่งใหม่ ปรากฏว่าไข่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น การทดลองนี้ยืนยันข้อความใด

a)

เกิดการแพร่ของน้ำเข้าไปในถุงไข่นั้น

b)

เกิดการแพร่ของน้ำเข้าถุงไข่มากกว่าน้ำในถุงไข่แพร่ออก

c)

เกิดการแพร่ของน้ำมากกว่าการแพร่ของสารอื่นออกจากถุง

d)

เกิดการแพร่ออกของน้ำน้อยกว่าการแพร่ข้าวของสารอื่น

46.

จากภาพคือโครงสร้างใด

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ไรโบโซม

d)

ไซโทพลาสซึม

47.

สถาณการณ์ใดเป็นผลมาจากการแพร่

a)

สวมเสื้อผ้าคลุมร่างกายให้อบอุ่น

b)

ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน

c)

ใช้พัดโบกไปมา เพื่อให้เหงื่อแห้ง

d)

น้ำค้างระเหยจากบริเวณยอดหญ้า

48.

ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยการ

ออสโมซิส สิ่งใดทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

แวคิวโอล

d)

นิวเคลียส

49.

สารไม่สามารถแพร่ในตัวกลางชนิดใด

a)

ก๊าซออกซิเจน

b)

น้ำร้อน

c)

แก้วและเหล็ก

d)

วุ้นที่ต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็น

50.

ข้อใดอธิบายความหมายของการแพร่พร้อมทั้งยกตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากด้านบนลงด้านล่าง เช่น การเทน้ำ

b)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวรโมเลกุลน้อยไปยังโมเลกุลหนาแน่น

c)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากที่มีโมเลกุลหนาแน่นไปยังที่มีโมเลกุลน้อย เช่น การแพร่ของน้ำหอม

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เช่น การสาดน้ำ