wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค-ม.6-1-2567

Total questions: 57

Worksheet time: 55mins

Name
Class
Date
1.

จากโค้ดในภาพ คำสั่ง `DriveApp.getFileById('xx')` ในบรรทัดแรกของโค้ดทำหน้าที่อะไร?

a)

สร้างไฟล์ใหม่

b)

ดึงไฟล์จาก Google Drive โดยใช้ ID ของไฟล์

c)

ลบไฟล์จาก Google Drive

d)

บันทึกไฟล์ PDF ลงในโฟลเดอร์

2.

จากโค้ดในภาพ ฟังก์ชัน `CreatePDF()` ในโค้ดมีหน้าที่อะไร?

a)

สร้างไฟล์ PDF และส่งอีเมล

b)

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF จาก Google Drive

c)

สร้าง Google Form ใหม่

d)

สร้างสเปรดชีตและส่งอีเมล

3.

จากโค้ดในภาพ คำสั่ง `SpreadsheetApp.openById('xx')` ทำหน้าที่อะไร?

a)

เปิดไฟล์ Google Form

b)

เปิดไฟล์ Google Sheets โดยใช้ ID ของไฟล์

c)

เปิดเอกสาร Google Docs

d)

ส่งไฟล์ Google Sheets ไปยัง Google Drive

4.

จากโค้ดในภาพ ข้อมูลที่ถูกดึงจาก Google Sheets จะถูกเก็บไว้ในตัวแปรใด?

a)

docFile

b)

data

c)

sh

d)

PDFFolder

5.

จากโค้ดในภาพ คำสั่ง `sh.getRange(ss.getLastRow(),1,1,6).getValues()` ทำอะไร?

a)

ดึงข้อมูลจากแถวสุดท้ายในสเปรดชีต

b)

ลบข้อมูลในแถวแรกของสเปรดชีต

c)

เพิ่มข้อมูลลงในสเปรดชีต

d)

สร้าง PDF จากข้อมูลที่ดึงมา

6.

จากโค้ดในภาพ ตัวแปร `item1` เก็บข้อมูลอะไร?

a)

ชื่อ-สกุล

b)

อีเมล

c)

ชื่อเล่น

d)

วันเกิด

7.

จากโค้ดในภาพ คำสั่งใดใช้สำหรับการแทนที่ข้อความในไฟล์เอกสาร?

a)

`tempDoc.getBody().replaceText()`

b)

`tempDoc.getBody().setText()`

c)

ชื่อเล่น`tempDoc.replaceBodyText()`

d)

`tempDoc.setText()`

8.

จากโค้ดในภาพ คำสั่ง `MailApp.sendEmail()` ในฟังก์ชัน `CreatePDF()` ใช้ทำอะไร?

a)

ส่งไฟล์ PDF ผ่านอีเมล

b)

สร้างอีเมลใหม่

c)

แนบไฟล์ PDF ไปยัง Google Drive

d)

สร้างไฟล์ Google Docs

9.

จากโค้ดในภาพ ผลลัพธ์ของคำสั่ง `PDFFolder.createFile(PdfContent).setName(item2)` คืออะไร?

a)

สร้างไฟล์ PDF ใหม่ในโฟลเดอร์ PDFFolder และตั้งชื่อไฟล์ตาม `item2`

b)

ลบไฟล์ PDF จากโฟลเดอร์ PDFFolder

c)

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์

d)

ส่งไฟล์ PDF ไปยังผู้ใช้อีเมล

10.

Google Script คืออะไร?

a)

โปรแกรมสำหรับสร้างงานนำเสนอ

b)

ภาษาเขียนโปรแกรมที่ใช้กับ Google Workspace เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการทำงาน

c)

โปรแกรมสำหรับสร้างไฟล์ PDF

d)

โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบเว็บไซต์

11.

ขั้นตอนแรกในการเริ่มเขียน Google Script สำหรับ Google Forms คืออะไร?

a)

เปิด Google Forms และไปที่เมนู "เครื่องมือ" เลือก "Script Editor"

b)

เปิด Google Docs และเริ่มพิมพ์โค้ด

c)

สร้าง Google Form ใหม่

d)

เปิด Google Drive และกดสร้างไฟล์ใหม่

12.

การตั้งค่าตารางเวลา (trigger) ให้ Google Script ทำงานเมื่อมีการส่งฟอร์มต้องทำอย่างไร?

a)

ไปที่เมนู "Triggers" ใน Script Editor และตั้งค่า "onFormSubmit"

b)

ใช้คำสั่ง `trigger.submit()`

c)

ตั้งค่าใน Google Forms โดยตรง

d)

เพิ่มคำสั่งใน Google Sheets

13.

Google Sheets ใช้สำหรับอะไร?

a)

จัดการข้อมูลแบบตารางและทำการคำนวณ

b)

สร้างแบบสอบถามออนไลน์

c)

สร้างงานนำเสนอ

d)

สร้างเอกสารที่มีข้อความและรูปภาพ

14.

Google Docs ใช้สำหรับอะไร?

a)

สร้างเอกสารข้อความ

b)

จัดการและวิเคราะห์ข้อมูล

c)

จัดเก็บและแชร์ไฟล์

d)

สร้างแบบทดสอบออนไลน์

15.

Google Forms เหมาะสำหรับการใช้งานแบบใด?

a)

สร้างแบบสอบถามหรือแบบฟอร์มออนไลน์

b)

สร้างแผนภูมิและกราฟ

c)

สร้างงานนำเสนอ

d)

สร้างฐานข้อมูล

16.

Google Drive ใช้สำหรับอะไร?

a)

จัดเก็บและแชร์ไฟล์บนคลาวด์

b)

สร้างและแก้ไขเอกสารออนไลน์

c)

สร้างสเปรดชีต

d)

สร้างแบบสอบถาม

17.

ใน Google Docs คำสั่งใดใช้สำหรับใส่ตารางในเอกสาร?

a)

ไปที่ "Insert" > "Table"

b)

ไปที่ "Format" > "Table"

c)

ไปที่ "Tools" > "Table"

d)

ไปที่ "View" > "Table"

18.

Google Forms สามารถเชื่อมโยงกับเครื่องมือใดเพื่อจัดเก็บคำตอบ?

a)

Google Docs

b)

Google Drive

c)

Google Sheets

d)

Google Slides

19.

ใน Google Docs หากต้องการแทรกรูปภาพต้องทำอย่างไร?

a)

ไปที่ "Insert" > "Image"

b)

ไปที่ "Format" > "Image"

c)

ไปที่ "Tools" > "Image"

d)

ไปที่ "View" > "Image"

20.

ไฟล์ที่สร้างใน Google Docs จะถูกจัดเก็บในที่ใดโดยอัตโนมัติ?

a)

Google Sheets

b)

Google Drive

c)

Google Slides

d)

Google Forms

21.

ฟีเจอร์ใดใน Google Drive ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันในไฟล์เดียวกันได้?

a)

"Share"

b)

"Collaborate"

c)

"Work Together"

d)

"Group Edit"

22.

ใน Google Forms คำสั่งใดใช้สำหรับสร้างคำถามแบบปรนัย?

a)

"Multiple Choice"

b)

"Short Answer"

c)

"Checkboxes"

d)

"Linear Scale"

23.

หากต้องการแชร์ไฟล์ใน Google Drive ให้บุคคลอื่นทำงานร่วมกัน ควรตั้งค่าการแชร์เป็นแบบใด?

a)

"View only"

b)

"Comment only"

c)

"Edit access"

d)

"Download only"

24.

ขั้นตอนแรกในการสร้างแบบฟอร์มใน Google Forms คืออะไร?

a)

เปิด Google Docs

b)

เปิด Google Forms และเลือก "แบบฟอร์มใหม่"

c)

เปิด Google Sheets

d)

เปิด Google Slides

25.

ใน Google Forms การเพิ่มคำถามแบบตัวเลือกหลายข้อทำอย่างไร?

a)

คลิกที่ "ตอบกลับ"

b)

คลิกที่ "เพิ่มคำถาม" แล้วเลือก "ตัวเลือกหลายข้อ"

c)

คลิกที่ "เพิ่มฟอร์ม"

d)

คลิกที่ "เพิ่มคำตอบ"

26.

ถ้าต้องการให้ผู้ใช้กรอกคำตอบในช่องข้อความ คุณควรเลือกคำถามประเภทใด?

a)

คำถามแบบย่อ

b)

คำถามแบบตัวเลือก

c)

คำถามแบบเช็กลิสต์

d)

คำถามแบบหลายตัวเลือก

27.

หลังจากกรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้ว คำตอบจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบใด?

a)

ไฟล์ PDF โดยอัตโนมัติ

b)

Google Sheets

c)

Google Docs

d)

ไฟล์ภาพ

28.

หากต้องการส่งแบบฟอร์มให้ผู้อื่น จาก google forms ทำอย่างไร?

a)
  • พิมพ์แบบฟอร์มและแจกจ่ายด้วยตนเอง

b)

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเป็น PDF และส่งทางอีเมล

c)

คลิกปุ่ม "ส่ง" ใน Google Forms แล้วแชร์ลิงก์หรือส่งทางอีเมล

d)

สร้างแบบฟอร์มใหม่ใน Google Docs และแชร์ทาง Google Drive

29.

การเชื่อมโยงระหว่างการนำเสนอข้อมูล การแบ่งปัน และสื่อสังคมออนไลน์ คืออะไร?

a)

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อโฆษณาสินค้าเท่านั้น

b)

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเดียว

c)

การนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูล

d)

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อโพสต์ความเห็นส่วนตัวอย่างเดียว

30.

เว็บบล็อก (Blog) แตกต่างจากเว็บไซต์อย่างไร?

a)

เว็บบล็อกเน้นที่การแสดงข้อมูลแบบคงที่ แต่เว็บไซต์มีการอัปเดตข้อมูลเป็นระยะ

b)

 เว็บไซต์สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ แต่เว็บบล็อกไม่สามารถทำได้

c)

เว็บบล็อกเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลในการแชร์ข้อมูลและความคิดเห็น ขณะที่เว็บไซต์มักจะเป็นทางการมากกว่า

d)

เว็บบล็อกมีการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนกว่าเว็บไซต์

31.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของเว็บบล็อก?

32.

ความแตกต่างระหว่าง www.Blogger.com และ www.Wordpress.com คืออะไร?

a)

Blogger ใช้งานง่ายกว่าและฟรี แต่ Wordpress มีฟีเจอร์เสริมที่มากกว่า

b)

Wordpress เป็นแพลตฟอร์มของ Facebook แต่ Blogger เป็นของ Google

c)

Wordpress ไม่สามารถปรับแต่งธีมได้ แต่ Blogger ทำได้

d)

Blogger ไม่มีฟีเจอร์การแบ่งปันข้อมูล แต่ Wordpress มี

33.

www.Pinterest.com ใช้สำหรับอะไร?

a)

สร้างเว็บบล็อกส่วนตัว

b)

แบ่งปันภาพและไอเดีย

c)

แบ่งปันไฟล์เอกสาร

d)

ใช้ในการเขียนโปรแกรม

34.

การตระหนักถึงจริยธรรมในการนำเสนอข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตควรพิจารณาถึงข้อใด?

a)

ความถูกต้องของข้อมูล

b)

การเลือกสื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

c)

การเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลและไม่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

d)

ถูกทุกข้อ

35.

จริยธรรมสำคัญที่ควรตระหนักเมื่อนำเสนอข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตคืออะไร?

a)

ความเร็วในการนำเสนอ

b)

ความสวยงามของการจัดวาง

c)

ความถูกต้องและความเป็นธรรมของข้อมูล

d)

ความนิยมของผู้เขียน

36.

การละเมิดจริยธรรมออนไลน์ในการนำเสนอข้อมูลคือข้อใด?

a)

การใส่เครดิตให้กับแหล่งที่มา

b)

การเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนความจริง

c)

การใช้สื่อออนไลน์เพื่อแบ่งปันความรู้

d)

การสร้างความร่วมมือในสื่อสังคมออนไลน์

37.

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตของไทยคือข้อใด?

a)

พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

b)

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

c)

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

d)

พระราชบัญญัติทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2535

38.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเมื่อนำเสนอข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์?

a)

 ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

b)

การคัดลอกเนื้อหาจากแหล่งอื่นโดยไม่อ้างอิง

c)

การเลือกสื่อที่มีความน่าเชื่อถือและให้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม

d)

การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่รับอนุญาต

39.

การกระทำใดที่ถือว่าละเมิดกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ?

a)

การโพสต์ความคิดเห็นในเว็บบล็อก

b)

 การแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคล

c)

การแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องบนสื่อสังคมออนไลน์

d)

การดาวน์โหลดไฟล์สาธารณะ

40.

การละเมิดลิขสิทธิ์ในอินเทอร์เน็ตสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีใด?

a)

การสร้างงานขึ้นมาเองโดยไม่ลอกเลียนแบบใคร

b)

 การคัดลอกบทความจากเว็บอื่นและโพสต์โดยไม่ใส่เครดิต

c)

การแชร์เนื้อหาที่ไม่มีลิขสิทธิ์

d)

การโพสต์รูปภาพที่ถ่ายเอง

41.

ข้อมูลมีความสำคัญในชีวิตประจำวันหรือไม่ อย่างไร?

a)

ไม่มีความสำคัญ

b)

มีความสำคัญเพียงบางเวลา

c)

มีความสำคัญเฉพาะการทำงานเท่านั้น

d)

มีความสำคัญในชีวิตประจำวันอย่างมาก

42.

สิ่งใดเป็นปัจจัยที่ใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล?

a)

แหล่งที่มา, วัตถุประสงค์, วิธีการ, เวลา

b)

ความรู้สึกของผู้รับข้อมูล

c)

การแชร์ของเพื่อน

d)

จำนวนผู้ชมเว็บไซต์

43.

การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลจะช่วยป้องกันปัญหาอะไรได้?

a)

ปัญหาข้อมูลล้าสมัย

b)

ปัญหาข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

c)

ปัญหาความเร็วอินเทอร์เน็ต

d)

ปัญหาความคาดหวังของผู้ใช้

44.

ข้อมูลที่น่าเชื่อถือต้องมีอะไรบ้าง?

a)

เนื้อหามีสีสันสวยงาม

b)

มีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน

c)

มีการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย

d)

มีภาพประกอบที่สวยงาม

45.

ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์จะทำให้เกิดผลอย่างไร?

a)

ทำให้ข้อมูลไม่มีประโยชน์

b)

ข้อมูลถูกเข้าใจผิด

c)

ข้อมูลถูกแชร์มากขึ้น

d)

ข้อมูลน่าสนใจมากขึ้น

46.

วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลควรใช้ปัจจัยอะไรบ้าง

a)

การใช้ภาษา, แหล่งที่มา, เวลา, วัตถุประสงค์

b)

 แหล่งที่มา, เวลา, วัตถุประสงค์,ชื่อของผู้เผยแพร่

c)

ความรู้สึกของผู้รับข้อมูล,การใช้ภาษา, แหล่งที่มา, เวลา

d)

จำนวนผู้แชร์ข้อมูล, แหล่งที่มา, เวลา, วัตถุประสงค์

47.

การให้ข้อมูลที่มีเพียงด้านเดียวอาจทำให้เกิดผลกระทบอะไร?

a)

ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ

b)

ข้อมูลถูกแชร์น้อยลง

c)

ข้อมูลมีความน่าสนใจมากขึ้น

d)

ข้อมูลถูกจัดเก็บในระบบเร็วขึ้น

48.

ข้อมูลที่มีคุณภาพจะต้องมีลักษณะใด?

a)

มีความเป็นปัจจุบัน

b)

มาจากแหล่งที่แชร์บ่อย

c)

ใช้ภาษาในการสื่อสารที่สวยงาม

d)

มีภาพประกอบที่ชัดเจน

49.

ข้อใดเป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง?

a)

 ข้อมูลที่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มา

b)

 ข้อมูลที่มีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

c)

ข้อมูลที่มีการอ้างอิงจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

d)

ข้อมูลที่ใช้ในงานวิชาการ

50.

ทำไมการใช้งานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบธรรมจึงสำคัญ?

a)

เพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์และสิทธิของผู้สร้างสรรค์

b)

 เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและจริยธรรมในการสร้างสรรค์ผลงาน

c)

เพื่อให้สามารถใช้เนื้อหาเพื่อการศึกษาและวิจัยอย่างถูกต้อง

d)

เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและการถูกฟ้องร้อง

51.

ข้อสอบอัตนัย
ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการนำเสนอของกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอนวัตกรรม
คำถามละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
(ควรตอบให้กระชับและเข้าใจง่าย)

  1. 1. นวัตกรรมที่กลุ่มของคุณพัฒนาคืออะไร?

4 lines
52.

ข้อสอบอัตนัย
ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการนำเสนอของกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอนวัตกรรม
คำถามละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
(ควรตอบให้กระชับและเข้าใจง่าย)

  1. 2. ปัญหาหลักที่นวัตกรรมนี้ต้องการแก้ไขคืออะไร?

4 lines
53.

ข้อสอบอัตนัย
ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการนำเสนอของกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอนวัตกรรม
คำถามละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
(ควรตอบให้กระชับและเข้าใจง่าย)

  1. 3. วัตถุประสงค์ของนวัตกรรมนี้คืออะไร?

4 lines
54.

ข้อสอบอัตนัย
ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการนำเสนอของกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอนวัตกรรม
คำถามละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
(ควรตอบให้กระชับและเข้าใจง่าย)

  1. 4. ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของนวัตกรรมนี้?

4 lines
55.

ข้อสอบอัตนัย
ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการนำเสนอของกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอนวัตกรรม
คำถามละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
(ควรตอบให้กระชับและเข้าใจง่าย)

  1. 5. อะไรคือแนวคิดหลักในการออกแบบนวัตกรรมนี้?

4 lines
56.

ขอ ชื่อ-สกุล-ชั้น-เลขที่ ของนักเรียน (ตัวอย่างคำตอบ นางสาวมานี มีใจ ชั้นม.6/11 เลขที่ 41)

4 lines
57.

ขอ เบอร์โทรศัพท์ ของนักเรียน หากไม่มีขอเบอร์ผู้ปกครอง

4 lines