Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเล่ม1เฉลยแล้ว

Total questions: 100

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ให้นำไปใช้งานตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือข้อใด

a)

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2547

b)

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2547

c)

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2547

d)

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547

2.

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ หมายถึงข้อใด

a)

ข้าราชการครู

b)

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

c)

คณาจารย์

d)

อาจารย์

3.

บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ หมายถึงข้อใด

a)

ข้าราชการครู

b)

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

c)

คณาจารย์

d)

อาจารย์

4.

“เขตพื้นที่การศึกษา” หมายถึง เขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศของใคร

a)

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

b)

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

c)

สภาการศึกษา

d)

กระทรวงศึกษาธิการ

5.

ข้อใด หมายถึง “หน่วยงานการศึกษา”

a)

หน่วยงานตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

b)

แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

c)

หน่วยงานที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

a)

นายกรัฐมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

d)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

7.

องคคณะบุคคลในขอใดเปน “องคกรกลางบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ”

a)

คณะกรรมการขาราชการพลเรือน (ก.พ.)

b)

คณะกรรมการพิทักษระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

c)

คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)

d)

คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

8.

ใครเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

c)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

d)

เลขาธิการ ก.ค.ศ.

9.

ข้อใดเป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

a)

พิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่ควรได้รับ

b)

เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย

10.

กฎ ก.ค.ศ. จะต้องได้รับอนุมัติจากใคร และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้นำไปใช้งานได้

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

คณะรัฐมนตรี

c)

คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)

d)

คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

11.

ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจและหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ.

a)

เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ.

b)

จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสนอ ก.ค.ศ.

c)

เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

d)

กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ของหน่วยงานการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา

12.

ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของ “ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

a)

จัดทำมาตรฐานคุณภาพงาน กำหนดภาระงานขั้นต่ําและเกณฑ์การประเมินผลงานสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

b)

พิจารณาเสนอความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

c)

จัดทำแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา

d)

ถูกทุกข้อ

13.

คณะกรรมการสถานศึกษา มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

พิจารณาเสนอความดีความชอบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

b)

ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา

c)

กำกับ ดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา

d)

เสนอความต้องการจำนวนและอัตราตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา

14.

ข้อใดเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา

a)

ควบคุม ดูแลให้การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด

b)

พิจารณาเสนอความดีความชอบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา

c)

ส่งเสริม สนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

d)

ถูกทุกข้อ

15.

การจัดทำมาตรฐาน ภาระงานสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา เป็นอำนาจและหน้าที่ของใคร

a)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

b)

ผู้บริหารสถานศึกษา

c)

คณะกรรมการสถานศึกษา

d)

อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

16.

ผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ให้อยู่ภายใต้หลักในข้อใด

a)

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

b)

ต้องยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาคระหว่างบุคคล

c)

หลักการได้รับการปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

เป็นผู้เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

b)

เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

c)

ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

d)

ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.

18.

ข้อใด ไม่ใช่ โรคตามมาตรา 30 (5) ซึ่งกำหนดใน กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2549

a)

วัณโรค

b)

โรคพิษสุราเรื้อรัง

c)

โรคเรื้อนในระยะติดต่

d)

โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

19.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามข้อใด

a)

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.

b)

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

c)

ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

d)

ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

20.

วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้อยู่ภายใต้การกำหนดของใคร

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

คณะรัฐมนตรี

c)

ก.ค.ศ.

d)

สำนักงาน ก.ค.ศ.

21.

ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มี 3 ประเภทดังนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น

b)

ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา

c)

ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

d)

ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้มีวิทยฐานะ

22.

ข้อใด ไม่ใช่ ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา

a)

อาจารย์

b)

รองศาสตราจารย์

c)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

d)

ศาสตราจารย์

23.

ตำแหน่งในข้อใดให้มีในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา

a)

อาจารย์

b)

ศึกษานิเทศก์

c)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

d)

รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

24.

ตำแหน่งในข้อใดจะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้

a)

ครูผู้ช่วย ครู

b)

อาจารย์

c)

รองศาสตราจารย์

d)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

25.

ข้อใด ไม่ใช่ ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

a)

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

b)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

c)

รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

d)

รองศาสตราจารย์

26.

ตำแหน่งผู้บริหารในข้อใดให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

a)

ผู้อำนวยการวิทยาลัย

b)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา

c)

รองผู้อำนวยการ

d)

รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

27.

ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จัดอยู่ในตำแหน่งประเภทใด

a)

ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น

b)

ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา

c)

ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

d)

ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้มีวิทยฐานะ

28.

ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะในข้อใดสูงสุด

a)

ครูชำนาญการ

b)

ครูชำนาญการพิเศษ

c)

ครูเชี่ยวชาญ

d)

ครูเชี่ยวชาญพิเศษ

29.

ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จะได้รับเงินวิทยฐานะจำนวน 3,500 บาท เมื่อใด

a)

เมื่อยื่นคำขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ และได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

b)

เมื่อพ้นตำแหน่งครูผู้ช่วย และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู รับเงินเดือนอันดับ คศ.1 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

c)

เมื่อยื่นคำขอเลื่อนวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ และได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

d)

เมื่อยื่นคำขอเลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

30.

ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา มีวิทยฐานะ ดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

รองผู้ดำเนินการชำนาญการ

b)

รองผู้ดำเนินการชำนาญการพิเศษ

c)

รองผู้ดำเนินการเชี่ยวชาญ

d)

รองผู้ดำเนินการเชี่ยวชาญพิเศษ

31.

ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ จะได้รับเงินตามข้อใด

a)

เงินประจำตำแหน่ง จำนวน 3,500 บาท

b)

เงินประจำตำแหน่ง จำนวน 5,600 บาท

c)

เงินประจำตำแหน่ง จำนวน 5,600 บาท และเงินค่าตอบแทน จำนวน 3,500 บาท

d)

เงินประจำตำแหน่ง จำนวน 5,600 บาท และเงินค่าตอบแทน จำนวน 5,600 บาท

32.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง จะได้รับเงินวิทยฐานะ จะต้องดำเนินการขอมี หรือขอเลื่อนวิทยฐานะตามข้อใด

a)

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

b)

ระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด

c)

มติคณะรัฐมนตรี

d)

กฎ ก.ค.ศ.

33.

ข้อใด ไม่ใช่ ตำแหน่งคณาจารย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางวิชาการ

a)

ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ

b)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์

c)

รองศาสตราจารย์

d)

ศาสตราจารย์

34.

ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะมีในหน่วยงานการศึกษาใด จำนวนเท่าใด และต้องใชคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ให้อย่างเป็นไปตามที่ใครกำหนด

a)

กระทรวงศึกษาธิการ

b)

สำนักงาน ก.ค.ศ.

c)

คณะรัฐมนตรี

d)

ก.ค.ศ.

35.

การจัดทำมาตรฐานตำแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และมาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง ทุกวิทยฐานะ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบตามข้อใด

a)

มาตรฐานวิชาชีพ คุณวุฒิการศึกษา

b)

การอบรม ประสบการณ์ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน

c)

คุณภาพการปฏิบัติงาน หรือผลงานที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

d)

ถูกทุกข้อ

36.

การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้นำมาบรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้นโดยให้ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งตามข้อใด

a)

บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่สมัครสอบแข่งขัน

b)

บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

c)

บรรจุและแต่งตั้งตามความต้องการของหน่วยงานการศึกษาโดยไม่จำเป็นต้อง

37.

ผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จะต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด

a)

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30

b)

ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย

c)

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย

d)

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 หรือต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วยอย่างใดอย่างหนึ่ง

38.

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะมีสิทธิสมัครสอบแข่งขันและได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือไม่

a)

ไม่มีสิทธิทั้งการสมัครสอบแข่งขันและการบรรจุและแต่งตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ

b)

มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการ

c)

มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันและมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตามที่สอบแข่งขันได้ โดยต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมเมื่อได้รับการบรรจุแล้ว

d)

มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ตามที่สอบแข่งขันได้ก็ต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่งนั้น ๆ แล้ว

39.

ใครเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

a)

สำนักงาน ก.ค.ศ.

b)

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

c)

อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

d)

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

40.

ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย

a)

ศึกษาธิการจังหวัด โดยความเห็นชอบของ กศจ.

b)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

c)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยอนุมัติ กศจ.

41.

สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จะต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม เป็นเวลาเท่าใดในสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งนับตั้งแต่วันเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู

a)

6 เดือน

b)

1 ปี

c)

2 ปี

d)

อย่างน้อย 2 ปี

42.

การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย เป็นไปตามข้อใด

a)

กฎ ก.ค.ศ.

b)

ระเบียบ ก.ค.ศ.

c)

ประกาศกระทรวง

d)

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

43.

การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย มีวัตถุประสงค์ตามข้อใด

a)

เพื่อพัฒนาให้ครูผู้ช่วยมีความรู้ ความประพฤติ และคุณลักษณะเหมาะสมในหน้าที่ความรับผิดชอบตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด

b)

เพื่อให้ครูผู้ช่วยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเป็นครูที่ดี

c)

เพื่อให้ครูผู้ช่วยมีคุณลักษณะและสมรรถนะในการปฏิบัติตนและการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน

d)

ถูกทุกข้อ

44.

กรณีครูผู้ช่วยผู้ใดมีผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยไม่สมควรให้รับราชการต่อไป ไม่ว่าจะครบกำหนดเวลาเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือไม่ก็ตาม จะต้องดำเนินการอย่างไร

a)

ให้สถานศึกษารายงานตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เพื่อทราบ

b)

ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ดำเนินการเพื่อสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป

c)

ให้สถานศึกษารายงานตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เพื่อพิจารณา

d)

ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 รายงานไปยังสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อทราบ แล้วสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป

45.

ข้อใดเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

a)

ครูผู้ช่วยผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู

b)

ครูวิทยฐานะครูชำนาญการได้รับอนุมัติให้เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

c)

ครูชำนาญการพิเศษผ่านการคัดเลือกและบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา

d)

ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษได้รับอนุมัติให้เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ

46.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหาร เมื่อพ้นจากราชการทหารโดยมิได้กระทำการใด ๆ ในระหว่างรับราชการทหารอันเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ประสงค์จะกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาเดิม ให้นำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการภายในกำหนดกี่วัน นับแต่วันพ้นจากราชการทหาร

a)

ภายใน 30 วัน

b)

ภายใน 90 วัน

c)

ภายใน 120 วัน

d)

ภายใน 180 วัน

47.

ใครเป็นผู้มีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา

a)

ผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

b)

คณะกรรมการสถานศึกษา

c)

คณะกรรมการที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณา

d)

ครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณา

48.

การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้อยู่ภายใต้ข้อต่อไปนี้

a)

ประกาศกระทรวง

b)

ระเบียบ ก.ค.ศ.

c)

หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ค.ศ.

d)

มติคณะรัฐมนตรี

49.

ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

a)

ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

b)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

c)

ผูมีอำนาจตามมาตรา 53 โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

d)

ผูมีอำนาจตามมาตรา 53 โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.

50.

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องดำเนินการตามข้อใด

a)

ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

b)

ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

c)

ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน

d)

ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมบันทึกรับทราบคำสั่งไว้ด้วย

51.

การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหกระทำปีงบประมาณละกี่ครั้ง

a)

1 ครั้ง

b)

2 ครั้ง

c)

3 ครั้ง

d)

4 ครั้ง

52.

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ยึดหลักในการพิจารณาตามข้อใด

a)

ยึดหลักคุณธรรม มีความเที่ยงธรรม เปิดเผย โปร่งใส

b)

พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก และความประพฤติในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

c)

ให้พิจารณาผลการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นหลัก

d)

ถูกทุกข้อ

53.

กรณีที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ถึงแก้ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้จัดสวัสดิการแก่ครอบครัว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดโดยความเห็นชอบของใคร

a)

คณะรัฐมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

c)

อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

d)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

54.

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ ข้อใดไม่ได้กำหนดให้มีการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

a)

การแต่งตั้งให้ครูผู้ช่วยดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ

b)

การแต่งตั้งให้ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ให้นำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

c)

การแต่งตั้งให้ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ให้นำรง

55.

ข้อใดเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา

a)

แจ้งภาระงานและมอบหมายหน้าที่ให้ปฏิบัติ

b)

ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

c)

ประเมินผลการปฏิบัติงานและพัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

d)

ถูกทุกข้อ

56.

ข้อใดเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

a)

เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือก

b)

กระทำความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

c)

คัดลอกผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบหรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่

57.

ข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

a)

ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

b)

กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง

c)

ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ

d)

ไม่ประพฤติตนเป็นอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน และสังคม

58.

ข้อใดเป็นกรณีความผิดที่ปรากฎชัดแจ้งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง

a)

กระทำความผิดอาญาจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดและผู้บังคับบัญชา เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดแล้ว

b)

กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

c)

ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกิน 15 วัน

59.

ข้อใด ไม่ใช่ โทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

a)

ตัดเงินเดือน

b)

ลดเงินเดือน

c)

ให้ออก

d)

ปลดออก

60.

ข้อใดเป็นโทษสำหรับผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรง

a)

ภาคทัณฑ์

b)

ตัดเงินเดือน

c)

ลดเงินเดือน

d)

ปลดออก

61.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ภาคทัณฑ์

b)

ตัดเงินเดือน

c)

ลดเงินเดือน

d)

ปลดออก

62.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทำผิดวินัยร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษขั้นต่ํา ตามข้อใด

a)

ไล่ออก

b)

ปลดออก

c)

ตัดเงินเดือน

d)

ลดเงินเดือน

63.

โทษในขอใดที่มีการเปลี่ยนแปลงและแกไขชื่อเรียกใหม่แล้ว

a)

ใหออก

b)

ปลดออก

c)

ลดเงินเดือน

d)

ตัดเงินเดือน

64.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามในข้อใด

a)

ต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

b)

ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค และเที่ยงธรรม

c)

มิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

d)

ต้องปฏิบัติตน

65.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติในข้อใด

a)

ต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรไม่ได้

b)

ต้องไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง

c)

ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

d)

ยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หาประโยชน์ ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

66.

ผู้นำมีอำนาจและหน้าที่ต่อเรื่องวินัยและการรักษาวินัยตามข้อใด

a)

มีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย

b)

ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย

c)

ดำเนินการทางวินัยกับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย

d)

ถูกทุกข้อ

67.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้นำหนังสือต่อใคร

a)

ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53

b)

ประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

c)

ผู้บังคับบัญชา (ผู้อำนวยการสถานศึกษา)

d)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

68.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประสงค์จะลาออกจากราชการ ต้องยื่นหนังสือล่วงหน้าตามข้อใด

a)

ยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน

b)

ยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

c)

ยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน

d)

ยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 120 วัน

69.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขอลาออกจากราชการ แต่ว่าผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการจะยับยั้งการอนุญาตให้ออกไวเป็นเวลาตามข้อใด แต่ต้องแจ้งการยับยั้งการอนุญาตให้ออกพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบ

a)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน นับตั้งแต่วันขอลาออกก็ได้

b)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน นับตั้งแต่วันขอลาออกก็ได้

c)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับตั้งแต่วันขอลาออกก็ได้

d)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันขอลาออกก็ได้

70.

ในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้นำหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาและให้การลาออกนั้นมีผลตามข้อใด

a)

มีผลนับตั้งแตวันที่ผูนั้นขอลาออก

b)

มีผลนับตั้งแตวันที่ผูนั้นยื่นขอลาออก

c)

มีผลนับตั้งแตวันที่ผูนั้นไปสมัครรับเลือกตั้ง

d)

มีผลนับตั้งแตวันที่ผูมีอํานาจอนุญาตการลาออก

71.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดเงินเดือนใหมีสิทธิดำเนินการตามข้อใด

a)

ร้องทุกข์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

b)

อุทธรณ์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

c)

ร้องทุกข์ ต่อ ก.ค.ศ.

d)

อุทธรณ์ ต่อ ก.ค.ศ.

72.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดเงินเดือนจะต้องดำเนินการภายในกี่วันนับแต่ววันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

a)

ภายใน 15 วันนับแต่ววันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

b)

ภายใน 30 วันนับแต่ววันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

c)

ภายใน 60 วันนับแต่ววันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

d)

ภายใน 90 วันนับแต่ววันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

73.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้อยู่ในสิทธิดำเนินการตามข้อใด

a)

ร้องทุกข์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

b)

อุทธรณ์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

c)

ร้องทุกข์ หรืออุทธรณ์ แล้วแต่กรณี ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

d)

ร้องทุกข์ หรืออุทธรณ์ แล้วแต่กรณี ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

74.

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการกระทำของผู้บังคับบัญชา ให้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อใคร

a)

ร้องทุกข์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

b)

ร้องทุกข์ ต่อ ก.ค.ศ.

c)

ร้องทุกข์ ต่อ เลขาธิการ ก.ค.ศ.

d)

ร้องทุกข์ ต่อ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

75.

คณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวนกี่คนต่อหนึ่งคณะ

a)

9 คน

b)

10 คน

c)

11 คน

d)

12 คน

76.

อนุกรรมการผู้แทนในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวนกี่คน

a)

1 คน

b)

2 คน

c)

3 คน

d)

4 คน

77.

อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวนกี่คน

a)

1 คน

b)

2 คน

c)

3 คน

d)

4 คน

78.

อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวนกี่คน

a)

1 คน

b)

2 คน

c)

3 คน

d)

4 คน

79.

อนุกรรมการและเลขานุการในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีจํานวนกี่คน

a)

1 คน

b)

2 คน

c)

3 คน

d)

4 คน

80.

ข้อใด ไม่ใช่ อนุกรรมการผู้แทน ในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

a)

ผู้แทน กศจ.

b)

นายอำเภอ

c)

ผู้แทน ก.ค.ศ.

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

81.

ข้อใด ไม่ใช่ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

a)

ด้านการบริหารงานบุคคล

b)

ด้านกฎหมาย

c)

ด้านการศึกษา

d)

ด้านสังคม

82.

ข้อใด ไม่ใช่ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

a)

ครู

b)

ผู้นำสถานศึกษา

c)

บุคลากรทางการศึกษาอื่น

d)

ศึกษานิเทศก์

83.

ข้อใดคือ อนุกรรมการและเลขานุการ ในคณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

a)

ผูบริหารสถานศึกษา

b)

ศึกษาธิการจังหวัด

c)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

d)

ผูบริหารการศึกษา

84.

ใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา แตงตั้งขาราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษากี่คน เปน ผูชวยเลขานุการ

a)

จํานวนไมเกิน 2 คน

b)

จํานวนไมเกิน 3 คน

c)

จํานวนไมเกิน 4 คน

d)

จํานวนไมเกิน 5 คน

85.

ห้ามมิให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เกินกว่ากี่แห่ง

a)

1 แห่ง

b)

2 แห่ง

c)

3 แห่ง

d)

4 แห่ง

86.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ

a)

ก. มีเชื้อชาติไทย

b)

ข. มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

c)

ค. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์

d)

ง. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.

87.

87. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งของประธานอนุกรรมการ

a)

ก. เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ

b)

ข. สายงานบริหารการศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าเชี่ยวชาญ

c)

ค. ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารไม่ต่ำกว่าระดับต้น

d)

ง. ประเภทอำนวยการระดับต้น

88.

88. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุกรรมการครู

a)

ก. ดำรงตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น

b)

ข. มีวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี

c)

ค. มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูเชี่ยวชาญ

d)

ง. เป็นหรือเคยเป็นครูระดับชั้นสูง

89.

89. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุกรรมการผู้บริหารสถานศึกษา

a)

ก. ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น

b)

ข. มีวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

c)

ค. มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าเชี่ยวชาญ

d)

ง. ถูกทุกข้อ

90.

90. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุกรรมการบุคลากรทางการศึกษาอื่น หรือ (2)

a)

ก. ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (1)

b)

ข. มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูเชี่ยวชาญ

c)

ค. ตำแหน่งประเภทวิชาการไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ

d)

ง. ตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส

91.

ข้อใดถูกต้อง วิธีการได้มาของประธานอนุกรรมการ

a)

ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอชื่อบุคคล

b)

ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสนอชื่อบุคคล

c)

ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เสนอชื่อบุคคล

d)

ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เสนอชื่อบุคคล

92.

ข้อใดเป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก ประธานอนุกรรมการ

a)

ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจ

b)

อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจ

c)

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิสามัญเฉพาะกิจ

d)

สำนักงานปลัดกระทรวง วิสามัญเฉพาะกิจ

93.

วิธีการซึ่งได้มาของอนุกรรมการครู โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น จำนวนกี่คนที่ต้องรับรอง

a)

ไม่เกินกว่า 20 คน

b)

ไม่ต่ำกว่า 20 คน

c)

ไม่น้อยกว่า 20 คน

d)

จํานวน 20 คน

94.

วิธีการซึ่งได้มาของอนุกรรมการผู้บริหารสถานศึกษา โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น จำนวนกี่คนที่ต้องรับรอง

a)

ไม่เกินกว่า 5 คน

b)

ไม่ต่ำกว่า 5 คน

c)

ไม่น้อยกว่า 5 คน

d)

จํานวน 5 คน

95.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคล จำนวนกี่คน

a)

ไม่เกินกว่า 5 คน

b)

ไม่ต่ำกว่า 5 คน

c)

ไม่น้อยกว่า 5 คน

d)

จํานวน 5 คน

96.

ข้อใดคือผู้ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจ

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

c)

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

d)

คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

97.

อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี

a)

คราวละ 1 ปี

b)

คราวละ 2 ปี

c)

คราวละ 3 ปี

d)

คราวละ 4 ปี

98.

อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเดิม เกินกว่าวาระมิได้

a)

1 วาระ

b)

2 วาระ

c)

3 วาระ

d)

จะกี่วาระก็ได้

99.

อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พ้นจากตำแหน่ง จะต้องลาออกตามข้อใด

a)

ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บังคับบัญชา

b)

ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อเลขาธิการ ก.ค.ศ.

c)

ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

d)

ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานอนุกรรมการ

100.

ก.ค.ศ. มีมติให้ออกเนื่องจากขาดประชุมเกินกี่ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่สามารถปฏิบัติงาน

a)

ติดต่อกัน 3 ครั้ง

b)

ติดต่อกัน 2 ครั้ง

c)

ติดต่อกัน 4 ครั้ง

d)

ติดต่อกัน 5 ครั้ง

Similar Resources on Wayground