wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ก่อนเรียน เรื่อง สังเคราะห์ด้วยแสง

Total questions: 30

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ออร์แกเนลล์ในภาพนี้คือ ออร์แกเนลล์ใด

a)

Chloroplast

b)

Mitochondria     

c)

Lysosome

d)

Vacuole

2.

จากภาพ โครงสร้างหมายเลข 1.5 คืออะไร

a)

Outer membrane

b)

Stroma

c)

Thylakoid          

d)

Granum

3.

จากสมการการทดลองของแวน นีล ซัลเฟอร์ที่เกิดขึ้นในการทดลองมาจากการสลายตัวของสารใด

a)

น้ำ

b)

ออกซิเจน

c)

ไฮโดรเจนซัลไฟด์   

d)

คาร์บอนไดออกไซด์

4.

ปฏิกิริยาเคมีในข้อใดเกิดขึ้นเฉพาะในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักร

a)

b)

ก และ ข

c)

ข และ ค

d)

ก และ ค

5.

สารในข้อใดถูกสร้างบริเวณ thylakoid แล้วถูกนำไปใช้ในการตรึง CO2 บริเวณ stroma

a)

ก และ ข

b)

ก และ ค

c)

ค และ ง

d)

ก ค และ ง

6.

ถ้าไม่มี NADP+ เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย การถ่ายทอดอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาแสงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะจะไม่มีการสร้าง NADPH

b)

เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะพลังงานไม่เพียงพอต่อการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

c)

เกิดขึ้นได้ เพราะจะมีอิเล็กตรอนจากปฏิกิริยาการแตกตัวของน้ำมาแทนที่

d)

เกิดขึ้นได้ เพราะอิเล็กตรอนนั้นจะถูกส่งกลับมายังศูนย์กลางปฏิกิริยาของระบบแสง I อีกครั้ง เป็นการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักร

7.

ขนาดของโครงสร้างในข้อใดเรียงลำดับจากขนาดใหญ่ที่สุดไปจนถึงเล็กที่สุดถูกต้องตามลำดับ

a)

ก -> ข -> ค -> ง

b)

ง -> ก -> ค -> ข

c)

ก -> ง -> ค -> ข

d)

ก -> ค -> ง -> ข

8.

ในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักร อิเล็กตรอนที่หลุดออกจากระบบแสง I ถูกแทนที่ด้วยอิเล็กตรอนจากที่ใด

a)

ระบบแสง I

b)

ระบบแสง II         

c)

เฟอริดอกซิน (Fd)

d)

การแตกตัวของน้ำ

9.

ข้อใดกล่าวถึงโฟโตเรสไพเรชันไม่ถูกต้อง

a)

ลดอันตรายจากสารพลังงานสูงที่เหลือใช้           

b)

เกิดได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

c)

เกิดจากการที่ O2 แข่งขันกับ CO2 ในการทำปฏิกิริยากับ RuBP

d)

มีเอนไซม์ rubisco เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา oxygenation

10.

การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 และพืช C4 แตกต่างกันตามข้อใด

a)

ก, ข      

b)

ข, ค      

c)

ค, ง

d)

ก, ข และ ค

11.

ถ้าหากเจาะไทลาคอยด์ (Thylakoid) ทำให้สารภายในไหลออกมาปนกับสโตรมา (Stroma) จนทำให้ความเข้มข้นของ H+ ทั้ง 2 บริเวณเท่ากัน จะมีผลโดยตรงกับกระบวนการใด

a)

การแตกตัวของน้ำ

b)

การสร้าง ATP      

c)

การดูดพลังงานแสงอาทิตย์   

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนจากระบบแสง II ไประบบแสง I

12.

ข้อใดเป็นสารตั้งต้นในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของพืช C3, C4 ตามลำดับ

a)

ก และ ก

b)

ข และ ก

c)

ค และ ก

d)

ง และ ก

13.

ข้อใดเป็นสารโมเลกุลแรกที่ได้หลังการตรึง CO2 ในพืช C3 , C4 ตามลำดับ

a)

PGA และ PGA     

b)

PGA และ OAA

c)

OAA และ PGA    

d)

PGA และ Malate

14.

ข้อใดกล่าวถึงพืชกลุ่ม Crassulacean Acid Metabolism (CAM) ไม่ถูกต้อง

a)

ปากใบปิดในเวลากลางวันเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

b)

สารตัวแรกทีเกิดจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์คือ OAA ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดมาลิก

c)

วัฏจักรคัลวินเกิดในเวลากลางวัน ซึ่งได้รับ CO2 มาจากกรดมาลิกที่สะสมไว้ในแวคิวโอล

d)

ขณะที่ปากใบเปิด มีเอนไซม์ rubisco เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ

15.

ข้อใดเป็นสารตั้งต้นในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของพืช CAM และการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเกิดขึ้นที่เซลล์ใด

a)

PEP, mesophyll        

b)

OAA, mesophyll        

c)

RuBP, mesophyll        

d)

PEP, bundle sheath

16.

สารสีในข้อใดที่พบในสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ทุกชนิด

a)

Chlorophyll A

b)

Chlorophyll B

c)

Carotenoid

d)

Phycobillin

17.

พืชชนิดใด ไม่มีกระบวนการ  photorespiration (การหายใจเชิงแสง)

a)

ข้าวสาลี  ข้าวโพด

b)

ข้าวฟ่าง อ้อย

c)

มะม่วง ข้าวฟ่าง    

d)

กระบองเพชร มะม่วง

18.

เพราะเหตุใดแสงสีแดงและสีน้ำเงินจึงทำให้เกิดอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงมากกว่าแสงสีอื่นๆ

a)

แสงสีแดงและสีน้ำเงินมีพลังงานสูงกว่าแสงสีอื่นๆ

b)

ในแสงขาวมีแสงสีแดงและสีน้ำเงินมากกว่าสีอื่นๆ

c)

สงสีแดงและสีน้ำเงินมีความยาวคลื่นมาก

d)

คลอโรฟิลล์สามารถดูดกลืนแสงสีแดงและน้ำเงินได้มากกว่าสีอื่นๆ

19.

ข้อใดกล่าวถึงการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักรไม่ถูกต้อง

a)

ได้ผลิตภัณฑ์ คือ ATP

b)

ใช้ทั้งระบบแสง I และ ระบบแสง II

c)

ไม่มีออกซิเจนเกิดขึ้น          

d)

อิเล็กตรอนที่หลุดออกจากคลอโรฟิลล์ เอ ของระบบแสง I จะกลับสู่ที่เดิม

20.

สารที่เป็นสารตั้งต้นที่มารับ CO2 ในวัฏจักรคัลวิน คืออะไร

a)

RuBP    

b)

ATP

c)

PGA

d)

PEP

21.

เอนไซม์ที่ใช้ในการตรึง CO2  ในวัฏจักรคัลวิน คืออะไร

a)

Rubisco

b)

PEP carboxylase

c)

ATP synthase     

d)

NADP+ reductase

22.

ในการตรึง CO2 จากอากาศของพืช C4 มีสารตั้งต้นใดเป็นตัวมารับ CO2

a)

RuBP    

b)

ATP      

c)

PGA

d)

PEP

23.

เอนไซม์ใดที่ใช้ในการตรึง CO2 ครั้งที่ 1 ของพืช C4

a)

Rubisco

b)

PEP carboxylase

c)

ATP synthase

d)

NADP+ reductase

24.

สารเสถียรตัวแรกที่ได้จากการตรึง CO2 จากอากาศของพืช C4 และ CAM คือข้อใด ตามลำดับ

a)

PGA, OAA

b)

RuBP, PEP         

c)

OAA, OAA

d)

PEP, PEP

25.

ในสร้างน้ำตาลกลูโคส 1 โมเลกุล จะต้องใช้สารพลังงานสูงในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์เท่าใด

a)

9 ATP และ 6 NADPH

b)

12 ATP และ 12 NADPH

c)

18 ATP และ 12 NADPH

d)

9 ATP และ 6 NADP+

26.

ข้อใดต่อไปนี้อธิบายถึงการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของอ้อยผิด

a)

มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่ mesophyll      

b)

มีการใช้ rubisco ในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์

c)

มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่ bundle sheath cell

d)

สารเสถียรตัวแรกที่ได้จากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ คือ PGA

27.

กลุ่มพืชที่มีโครงสร้างของใบ A และ B ตามภาพเมื่อเกิดกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงจะมีผลิตภัณฑ์ตัวแรกเป็นสารชนิดใด ตามลำดับ

a)

OAA, PGA

b)

PGA, OAA

c)

G3P, OAA

d)

RuBP, PGA

28.

จากกราฟต่อไปนี้ช่วงใดที่การสังเคราะห์ด้วยแสงมีแสงเป็นปัจจัยจำกัด

a)

A

b)

A และ B

c)

B และ C

d)

A B และ C

29.

เพราะเหตุใดพืช CAM จึงมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศในเวลากลางคืน

a)

เพราะเหตุใดพืช CAM จึงมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศในเวลากลางคืน

b)

พลังงานจากปฏิกิริยาแสงจะถูกเก็บไว้ใช้ในเวลากลางคืน

c)

ปากใบเปิดในเวลากลางคืนทำให้คาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ใบพืชได้ในเวลากลางคืน

d)

PEP carboxylase เร่งปฏิกิริยาระหว่าง PEP และ CO2 ได้ดีในเวลลากลางคืน

30.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ได้จากปฏิกิริยาแสง (Light reaction)

a)

ATP

b)

NADPH

c)

C6H12O6

d)

O2