wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงภาษาไทย ๔.๐ ได้ถูกต้อง

a)

ภาษาไทย ๔.๐ คือยุคที่อธิบายภาษาไทยโดยอิงโครงสร้างของภาษาอังกฤษ

b)

ภาษาไทย ๔.๐ คือยุคที่การเรียนการสอนภาษาไทยเน้นที่การอ่านและการเขียนเป็นหลัก

c)

ภาษาไทย ๔.๐ คือยุคที่ภาษาไทยมีการปรับตัวโดยการรับคำศัพท์และความคิดใหม่ ๆ เข้ามา

d)

ภาษาไทย ๔.๐ คือยุคที่ภาษาไทยเริ่มเสื่อมถอยและมีข้อบกพร่องในการใช้ภาษาให้เห็นอยู่เนือง ๆ

2.

ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาษาไทยในปัจจุบัน

a)

ความต้องการสร้างคำศัพท์และสำนวนใหม่ ๆ

b)

ความต้องการลดความรุนแรงในการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพ

c)

การลดทอนความสำคัญของความถูกต้องทางไวยากรณ์

d)

การติดต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว

3.

ข้อใดมีลักษณะเป็น “ภาษาอุบัติ” 

a)

ไอ้ต้าวพนักงานส่งของคนนี้นี่มารยาทดีจริง

b)

พ่อชอบมโนว่าถูกรางวัลที่ ๑ ก่อนวันหวยออก

c)

ลืมส่งรายงานให้อาจารย์ ตุยแน่ ขิตแน่คราวนี้

d)

นาน ๆ จะได้ลาพักซักที เที่ยวตามสเบยเลยนะน้อน

4.

ครูคนใดใช้ภาษาเข้าข่ายที่เรียกว่า “ภาษาวิบัติ”

a)

ครูส้มอธิบายว่า “ขำปอดโยก” เป็นสุภาษิตคำพังเพยไทย หมายถึง ขำมาก ขำจนตัวสั่น

b)

ครูฟ้าพิมพ์ข้อความว่า “ถถถ” แทนเสียงหัวเราะ “555” เมื่อสนทนาในไลน์กลุ่มกับนักเรียน

c)

ครูดำออกเสียงคำว่า “ครู” เป็น “คู” บ่อยครั้ง แต่เมื่อต้องเขียนสื่อสารก็ยังเขียนเป็นคำว่า “ครู”

d)

ครูแดงอธิบายว่า คำว่า “ติ่ง” หมายถึง คนที่ชื่นชอบหรือสนใจสิ่งนั้นเป็นพิเศษ เช่น ติ่งเกาหลี เป็นต้น

5.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของการใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑

a)

การตัดทอนคำและสะกดคำผิด

b)

การสร้างศัพท์ใหม่ที่แปลกไปจากเดิม

c)

การใช้คำผิดไปจากความหมายเดิม

d)

การสร้างรูปประโยคใหม่ตามภาษาอังกฤษ

6.

"เบอร์ ๘ นี่ตัวตึงทุกเวที จับตาดูให้ดีเถอะ" สถานการณ์นี้เกี่ยวกับปรากฏการณ์การใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างไร

a)

การใช้คำสแลง

b)

การเกิดภาษาลูกผสม

c)

การสร้างคำใกล้เคียงคำเดิม        

d)

การใช้ภาษาปากที่ง่าย ฉาบฉวย และฟุ่มเฟือย

e)

การใช้ภาษาเขียนผิดโดยไม่รู้หรือไม่ใส่ใจ

7.

"สรุปว่าอาหารร้านนี้อร่อยกว่าอีกร้านว่าซ่าน" สถานการณ์นี้ เกี่ยวกับปรากฏการณ์การใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างไร

a)

การใช้คำสแลง

b)

การเกิดภาษาลูกผสม

c)

การสร้างคำใกล้เคียงคำเดิม

d)

การใช้ภาษาปากที่ง่าย ฉาบฉวย และฟุ่มเฟือย

e)

การใช้ภาษาเขียนผิดโดยไม่รู้หรือไม่ใส่ใจ

8.

"เกรดเทอมนี้คือ “ดือ” มากที่สุด “ดือ” กว่าทุกเทอมเลย" เกี่ยวกับปรากฏการณ์การใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างไร

a)

การใช้คำสแลง

b)

การเกิดภาษาลูกผสม

c)

การสร้างคำใกล้เคียงคำเดิม

d)

การใช้ภาษาปากที่ง่าย ฉาบฉวย และฟุ่มเฟือย

e)

การใช้ภาษาเขียนผิดโดยไม่รู้หรือไม่ใส่ใจ

9.

การใช้ภาษาในลักษณะใดของครูที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องของนักเรียนมากที่สุด

a)

การใช้สำนวนใหม่ เช่น หัวร้อน ใจบาง ยืนหนึ่ง

b)

การใช้คำไทยผสมคำภาษาอังกฤษ เช่น คาเฟ่แมว ไลก์เลย สายเปย์

c)

การใช้ภาษาเขียนเพื่อสื่ออารมณ์ความรู้สึก เช่น ขรรมเลย (ขำเลย)  สวยฝุด (สวยสุด)

d)

การใช้ศัพท์บัญญัติใหม่ เช่น จักรวาลนฤมิต (metaverse) อาหารปรุงแต่งน้อย (clean food)

10.

การใช้ภาษาในลักษณะใดส่งผลกระทบในวงกว้างมากที่สุด

a)

การสร้างข่าวลวง

b)

การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์

c)

การใช้ภาษาเขียนไม่ถูกต้อง

d)

การใช้ภาษาหยาบหรือสื่อไปในทางลามก

11.

ภาพนี้แสดงการใช้ภาษาในลักษณะใดเด่นชัดที่สุด

a)

การประดิษฐ์คำใหม่

b)

การพิมพ์แบบพิเศษ

c)

การแปรเสียงสระสั้นยาว

d)

การใช้คำแสดงเสียง อารมณ์ และกิริยาอาการ

12.

ภาพสติกเกอร์ไลน์นี้ไม่ปรากฏการใช้ภาษาในลักษณะใด

a)

การตัดเสียง

b)

การเกิดสำนวนใหม่

c)

การทำให้ความหมายต่างไปจากเดิม

d)

การใช้คำแสดงเสียง อารมณ์ และกิริยาอาการ

13.

การใช้ภาษาไทยในศตวรรษที่ ๒๑ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมไทยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อใด

a)

ความถูกต้องตามแบบแผน

b)

กาลเทศะและฐานะของบุคคล

c)

ความสุภาพและความเข้าใจอันดี

d)

ความเป็นสาธารณะและความทันสมัย

14.

ครูสุดานำเนื้อหาเรื่องคำประสมไปแต่งกาพย์ยานี ๑๑ และเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ให้ครูท่านอื่นได้ใช้ประโยชน์

      แสดงว่าครูสุดามีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาเพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

วัฒนธรรมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร

b)

วัฒนธรรมการใช้ภาษาเพื่อการสั่งสอน

c)

วัฒนธรรมการใช้ภาษาเพื่อการสร้างสรรค์

d)

วัฒนธรรมการใช้ภาษาเพื่อการสืบสาน

15.

ข้อใดแสดงให้เห็นถึงการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมไท

a)

ครูประถมแต่งหน้าขาวเหมือนสาวเกาหลี แถมยังส่งเสียงดังอย่างกับโทรโข่งทั้งวัน

b)

ทางเพจขอเตือนว่า หากใครแสดงความเห็นทำนองยั่วยุ หยาบคาย จะฟ้องร้องทันที

c)

ยายอายุป่านนี้แล้วอย่าเดินเหินเร็วเหมือนสมัยวัยรุ่นเลยค่ะ เดี๋ยวเจ็บป่วยก็ต้องมาพบหมออีก

d)

นักร้อง ก. ลายออก หนีลูกเมียแอบกิ๊กแฟนคลับรวย หลบสื่อวุ่น เอ๊ะ! หลบทำไม ไหนว่าเป็นคนดี

16.

ข้อใดคือทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ครูจำเป็นต้องมีเป็นพื้นฐานจึงจะได้ชื่อว่าเป็นครูไทยที่ดีในอนาคต

a)

ทักษะในเรื่องที่สอน

b)

ทักษะการใช้เทคโนโลยี

c)

ทักษะการสื่อสารกับผู้เรียน

d)

ทักษะการสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้

17.

แนวโน้มการใช้ภาษาไทยในอนาคตข้อใดที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนอย่างมาก

a)

การสะกดการันต์ที่แหวกแนว เช่น นู๋ ญิ๋ง มี๋

b)

การนำคำเก่ามาใช้ในความหมายใหม่ เช่น กาก ขิง ส้ม

c)

การออกเสียงไม่ชัดเจน เช่น เสียงควบกล้ำ ร ล หรือเสียง ส ซ ฉ ช ถ ท

d)

การมีคำสแลง คำตัดสั้น และสำนวนใหม่ เช่น ปั๊วะปัง อิจ (อิจฉา) มองบน

18.

ครูคนใดพัฒนาทักษะการใช้ภาษาของนักเรียนได้เหมาะสมที่สุด

a)

ครูจุกเห็นว่า ด.ญ.เปีย อ่านเว้นวรรคตอนไม่ถูก จึงฝึกให้อ่านแบบคำเว้นคำแทน

b)

ครูผึ้งเห็นว่า ด.ช.เสือ เขียนคำไม่ค่อยถูก จึงฝึกให้สะกดคำ อ่าน และคัดคำนั้นซ้ำ ๆ

c)

ครูขิมเห็นว่า ด.ญ.ปี่ ฟังเรื่องแล้วสรุปความไม่ได้ จึงให้ฟังซ้ำคนเดียวไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสรุปได้

d)

ครูบาสเห็นว่า ด.ช.บอล ขาดความมั่นใจในการพูด จึงเรียกให้ตอบคำถามทุกคาบเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

19.

เพราะเหตุใดครูจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการป้องปรามและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยของ

      ผู้เรียน

a)

เพราะครูมีหน้าที่ในการใช้ภาษาไทยเพื่อการสอน ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียน

b)

เพราะครูมีหน้าที่ปลูกฝัง ปลุกจิตสำนึกให้ผู้เรียนหวงแหนและรู้จักใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

c)

เพราะครูมีหน้าที่อบรมสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมที่ดีให้แก่ผู้เรียนโดยการใช้สำนวนสุภาษิตต่าง ๆ

d)

เพราะครูเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องมารยาท ทั้งการพูดจาสุภาพ การไหว้ และการวางตัวให้เหมาะสม

20.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องทำหน้าที่เป็น “นักสื่อสารที่ดี” และ “ผู้สอนที่ดี”

b)

ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม และสร้างสรรค์

c)

ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ภาษาให้สอดคล้องกับบริบทโลก เน้นการสื่อสารเป็นหลัก ความถูกต้องเป็นรอง

d)

ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องปรับบทบาทจากการเป็น “ผู้บรรยาย” ไปเป็น “ผู้แนะนำ / ผู้ฝึกฝน” เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการใช้ภาษา