NEW
Font size
Worksheetsแบบฝึกหัดหลังเรียน MWIT (ครั้งที่ 2)
Total questions: 10
Worksheet time: 10mins
การเปลี่ยนแปลงในข้อใด เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ก. การเผาด่างทับทิม
ข. การสังเคราะห์ด้วยแสง
ค. การระเหยของแอลกอฮอล์
ง. การทำโครมาโทกราฟีสีผสมอาหาร
จ. การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า
ก. และ ข.
ก., ข. และ จ.
ค. และ ง.
ค., ง. และ จ.
2. นักเรียนคนหนึ่งศึกษาสมบัติของสารเพื่อจัดหมวดหมู่ แล้วบันทึกผลในตาราง ข้อใดบันทึกข้อมูลของสารได้ถูกต้อง
*น้ำประสานทอง มีชื่อทางเคมีว่า บอแรกซ์ (Borax)
ก., ข. และ จ.
ข., ค. และ ง.
ก., ค. และ ง.
ก., ค. และ จ.
ถ้าลำดับขั้นตอนในการแยกสารผสมเป็น ดังนี้
1. อุ่นในภาชนะปิดและเก็บไอของสาร 2. ละลายน้ำแล้วกรองด้วยกรวยแยก 3. ระเหยแห้ง
สารผสมดังกล่าวประกอบด้วยสารในข้อใด
ทราย ผงถ่าน ผงเหล็ก
น้ำมันพืช น้ำแข็งแห้ง น้ำตาลทราย
การบูร ผงถ่าน เกลือแกง
ผงซักฟอก ทราย จุนสี
ข้อใดที่ทุกสารเป็นสารเนื้อเดียวที่เป็นสารบริสุทธิ์และสถานะเดียวกัน
ทองแดง ทองเหลือง หินปูน
แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สหุงต้ม
น้ำกลั่น น้ำเชื่อม น้ำส้มสายชู
น้ำตาลทราย ด่างทับทิม ผงกำมะถัน
กำหนดสมบัติของธาตุและประโยชน์ตามตารางดังกล่าว
โลหะ A, B, C และ D มีสัญลักษณ์ของธาตุเรียงตามลำดับข้อใด
Co, Ag, Sn, Zn
C, Cu, Cr, Mn
Ra, Ag, Cr, Zn
Ni, Cu, Sn, Mn
ของเหลว A, B และ C ซึ่งมีความเข้มข้นเท่ากัน ทำการทดลองได้ข้อมูลดังนี้
ดังนั้น ของเหลว A, B และ C ควรเป็นสารใด ตามลำดับ
กรดเกลือ น้ำมะนาว น้ำปูนใส
กรดน้ำส้ม น้ำเกลือ น้ำยาล้างจาน
น้ำมะนาว น้ำเชื่อม สารละลายแอมโมเนีย
น้ำยาล้างตา น้ำขี้เถ้า ทิงเจอร์ไอโอดีน
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. ธาตุ A และ ธาตุ B เป็นไอโซโทปกันโดย B2+ มีจำนวน 18 อิเล็กตรอน และธาตุ A มีจำนวน 20 นิวตรอน สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ A คือ 4020A
ข. 19K+ มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับ 16S2-
ค. N มีจำนวนอิเล็กตรอนน้อยกว่า O มีอยู่ 2 อิเล็กตรอน
ง. Ar มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับ K+
จากข้อความข้างต้น มีข้อที่ถูกต้องกี่ข้อ
1 ข้อ
2 ข้อ
3 ข้อ
ธาตุ A อยู่หมู่ที่ 1 คาบที่ 3 และธาตุ B อยู่หมู่ที่ 3 คาบที่ 4 ข้อใดไม่ถูกต้อง
ธาตุ B มีระดับพลังงานมากกว่าธาตุ A อยู่ 1
ธาตุ A มีจำนวนอิเล็กตรอนน้อยกว่าธาตุ B อยู่ 20
ธาตุ A และธาตุ B มีจำนวนอิเล็กตรอนใน 3 ระดับพลังงานแรกเท่ากัน
ธาตุ B มีจำนวนโปรตอนมากกว่าธาตุ A อยู่ 20
ใส่สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต และน้ำนมอย่างละ 50 cm3 ลงในบีกเกอร์ขนาด 100 cm3 2 ใบ ใบละชนิด
ฉายแสงที่ผ่านเลนส์รวมแสงไปยังบีกเกอร์ที่ใส่สาร สังเกตแสงที่ผ่านของเหลว โดยมองจากด้านบนของบีกเกอร์
พบว่า บีกเกอร์ที่ใส่น้ำนมมองเห็นลำแสง ส่วนบีกเกอร์ที่ใส่โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตมองไม่เห็นลำแสง ที่เป็นดังนี้เนื่องจาก
อนุภาคของน้ำนมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-7 – 10-4 เซนติเมตร
อนุภาคของโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-7 – 10-4 เซนติเมตร
อนุภาคของน้ำนมผ่านกระดาษเซลโลเฟนได้
อนุภาคของโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตผ่านกระดาษเซลโลเฟนไม่ได้
เมื่อทำการแยกสีผสมอาหารด้วยเทคนิคโครมาโทรกราฟีแบบกระดาษโดยใช้น้ำกลั่นเป็นวัฏภาคเคลื่อนที่ (mobile phase) หรือเรียกอีกอย่างว่าตัวทำละลาย
พบว่าได้ข้อมูลการแยกดังภาพที่แสดง ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด
สีตัวอย่างอาจมีองค์ประกอบมากกว่า 3 ชนิด
ค่า Rf ขององค์ประกอบที่เคลื่อนที่ได้ไกลที่สุด มีค่าเท่ากับ 1
องค์ประกอบที่เคลื่อนที่ได้น้อยที่สุด มีสภาพขั้วน้อยที่สุด
เมื่อเปลี่ยนชนิด mobile phase ลำดับของการแยกสามารถเปลี่ยนแปลงได้
