wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบมาตรฐานปลายภาค

Total questions: 54

Worksheet time: 18mins

Name
Class
Date
1.

กํารเลือกหัวข้อหรือประเด็นทํางประวัติศําสตร์ที่ดีควรท ําอย่ํางไร

a)

เลือกเรื่องที่ตนเองสนใจหรือสงสัย

b)

เลือกหัวข้อที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ทํางวิชํากําร

c)

เลือกหัวข้อที่ขัดกับหลักค ําสอนทํางศําสนําที่ตนนับถือ

d)

เลือกหัวข้อที่ไม่ค่อยมีข้อมูลหลักฐํานหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

2.

หลักฐํานทํางประวัติศําสตร์มีควํามส ําคัญต่อกํารศึกษําประวัติศําสตร์ยกเว้นข้อใด

a)

ช่วยย้อนเวลํากลับไปยังอดีตได้

b)

ช่วยให้ทรําบชีวิตควํามเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต

c)

ให้ข้อมูลทํางประวัติศําสตร์ที่ถูกต้องแก่ผู้ศึกษํา

d)

ใช้อ้ํางอิงในกํารศึกษําค้นคว้ํา ท ําให้ข้อมูลมีควํามน่ําเชื่อถือ

3.

กํารรวบรวมหลักฐํานทั้งหลักฐํานชั้นต้นและหลักฐํานชั้นรองมีควํามส ําคัญต่อผู้ศึกษําอย่ํางไร

4 lines
4.

กํารรวบรวมหลักฐํานทั้งหลักฐํานชั้นต้นและหลักฐํานชั้นรองมีควํามส ําคัญต่อผู้ศึกษําอย่ํางไร

a)

เพื่อฝึกนิสัยกํารเป็นนักประวัติศําสตร์ที่ดี

b)

ท ําให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่จะศึกษํามํากขึ้น

c)

แสดงให้เห็นถึงควํามสํามํารถในกํารรวบรวมหลักฐําน

d)

ท ําให้ผู้ศึกษําเกิดควํามสนุกในกํารค้นหําข้อมูลจํากแหล่งต่ํางๆ

5.

กํารกระท ําของบุคคลใดที่แสดงให้เห็นว่ําประเมินคุณค่ําของหลักฐํานได้ถูกวิธี

a)

ด ํารงประเมินคุณค่ําหลักฐํานเพียงชิ้นเดียว

b)

ณัฐพลประเมินโดยไม่ค ํานึงถึงทัศนคติของผู้เขียน

c)

สุจิตรําประเมินจํากข้อมูลที่ปรํากฏอยู่ในหลักฐําน

d)

เอมอรประเมินทั้งรูปลักษณะของหลักฐํานและข้อมูลที่ปรํากฏอยู่ในหลักฐําน

6.

ในกํารก ําหนดหัวเรื่องเพื่อศึกษําเรื่องรําวทํางประวัติศําสตร์สักเรื่องหนึ่ง จะต้องท ําอย่ํางไร

a)

ควรก ําหนดหัวเรื่องทั่วไปอย่ํางกว้ํางๆ ไม่ระบุเวลําชัดเจน

b)

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่มีผู้ศึกษําค้นคว้ํามําก่อนแล้วหลํายคน

c)

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่ตนเองสนใจและมีช่วงเวลําที่ชัดเจน

d)

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่แปลกใหม่แ

7.

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่มีผู้ศึกษําค้นคว้ํามําก่อนแล้วหลํายคน

4 lines
8.

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่ตนเองสนใจและมีช่วงเวลําที่ชัดเจน

4 lines
9.

ควรก ําหนดหัวเรื่องที่แปลกใหม่และไม่มีใครศึกษํามําก่อน

4 lines
10.

ในพระรําชพงศําวดํารกล่ําวว่ํา “สมเด็จพระบรมไตรโลกนําถได้ช้ํางเผือก (ตํามฉบับหลวงประเสริฐฯ ว่ํา) เมื่อปีเถําะ จุลศักรําช 833 เป็นช้ํางเผือกตัวแรกที่ปรํากฏว่ําได้ในครั้งกรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานี...” สํามํารถวิเครําะห์ตีควํามได้ว่ําอย่ํางไร

a)

จ.ศ. 833 เป็นปีที่ช้ํางเผือกตัวแรกปรํากฏนับตั้งแต่ตั้งกรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานี

b)

เมื่อครั้งตั้งกรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานีเมื่อ จ.ศ. 833 สมเด็จพระบรมไตรโลกนําถทรงได้ช้ํางเผือกตัวแรก

c)

ช้ํางเผือกตัวแรกได้เมื่อครั้งตั้งกรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานี ต่อมําในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนําถทรงได้ช้ํางเผือกอีกเมื่อ จ.ศ. 833

d)

ในพระรําชพงศําวดํารกรุงเก่ําฉบับหลวงประเสริฐฯ กล่ําวว่ํา สมเด็จพระบรมไตรโลกนําถทรงได้ช้ํางเผือกตัวแรกเมื่อ จ.ศ. 833 นับตั้งแต่ตั้งกรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานี

11.

หํากนักเรียนต้องกํารศึกษําประวัติศําสตร์สมัยธนบุรี ควรจะศึกษําจํากหลักฐํานในข้อใด

a)

เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล

b)

จดหมํายเหตุลําลูแบร์

c)

พระรําชพงศําวดํารกรุงเก่ําฉบับหลวงประเสริฐฯ

d)

พระรําชพงศําวดํารกรุงธนบุรีฉบับพันจันทนุมําศ (เจิม)

12.

ก่อนหน้ําที่จะมีกํารสถําปนํากรุงศรีอยุธยําเป็นรําชธํานี ปรํากฏหลักฐํานว่ํากรุงศรีอยุธยําเคยเป็นที่ตั้งของเมืองใดมําก่อน

a)

ละโว้

b)

อโยธยํา

c)

อู่ทอง

d)

สุพรรณภูมิ

13.

เพรําะเหตุใดจึงต้องใช้วิธีกํารทํางประวัติศําสตร์เพื่อศึกษําประวัติศําสตร์

a)

เข้ําใจขั้นตอนในกํารศึกษําประวัติศําสตร์

b)

หําควํามจริงจํากข้อเท็จจริงทํางประวัติศําสตร์

c)

จัดหมวดหมู่ข้อมูลจํากหลักฐํานทํางประวัติศําสตร์

d)

หําจุดประสงค์ของผู้สร้ํางหลักฐํานทํางประวัติศําสตร์

14.

หลักฐํานทํางประวัติศําสตร์ที่เป็นลํายลักษณ์อักษรมีควํามส ําคัญอย่ํางไรในกํารศึกษํา ประวัติศําสตร์

4 lines
15.

หลักฐํานทํางประวัติศําสตร์ที่เป็นลํายลักษณ์อักษรมีควํามส ําคัญอย่ํางไรในกํารศึกษํา ประวัติศําสตร์

a)

เป็นหลักฐํานที่ให้ข้อมูลทํางประวัติศําสตร์

b)

เป็นหลักฐํานที่มีอยู่เป็นจ ํานวนมําก สะดวกในกํารรวบรวม

c)

เป็นหลักฐํานที่ให้ข้อมูลซึ่งเข้ําใจง่ํายกว่ําหลักฐํานที่ไม่เป็นลํายลักษณ์อักษร

d)

เป็นหลักฐํานที่น่ําเชื่อถือที่สุดเมื่อเทียบกับหลักฐํานที่ไม่เป็นลํายลักษณ์อักษร

16.

ข้อใดเป็นกลุ่มของหลักฐํานที่เป็นลํายลักษณ์อักษรที่ใช้ศึกษําเรื่องรําวเกี่ยวกับพัฒนํากํารของอําณําจักรอยุธยําทั้งหมด

a)

พระรําชพงศําวดํารฉบับบริติชมิวเซียม ไทยรบพม่ํา พงศําวดํารเหนือ อภินิหํารบรรพบุรุษและ ปฐมวงษ์

b)

ประชุมศิลําจํารึกภําคที่ 1 จดหมํายเหตุลําลูแบร์ บันทึกของเมนเดส ปินโต หนังสือแสดงกิจจํานุกิจ

c)

พงศําวดํารวัน วลิต ส ําเภํากษัตริย์สุลัยมําน บันทึกของโจว ต้ํา กวน จดหมํายเหตุหลวง-อุดม สมบัติ

d)

จดหมํายเหตุลําลูแบร์ ค ําให้กํารชําวกรุงเก่ํา พระรําชพงศําวดํารฉบับจักรพรรดิพงศ์ (จําด) พระรําชพงศําวดําร

17.

ข้อควํามที่เป็นตัวเอน น่ําจะเป็นขั้นตอนใด

a)

กํารรวบรวมหลักฐําน

b)

กํารป

18.

ตํามภําษํา” อาจบ่งบอกว่า กรุงศรีอยุธยามีความมั่ งคั่ งทางการค้า เนื่องจากมีพ่อค้า วาณิชเดินทางเข้ามาค้าขายอย่างไม่ขาดสาย ข้อควํามที่เป็นตัวเอน น่ําจะเป็นขั้นตอนใด

a)

กํารรวบรวมหลักฐําน

b)

กํารประเมินคุณค่ําของหลักฐําน

c)

กํารวิเครําะห์ สังเครําะห์ และกํารจัดหมวดหมู่ข้อมูล

d)

กํารเรียบเรียงและกํารน ําเสนอ

19.

ข้อใดแยกแยะระหว่ํางควํามจริงกับข้อเท็จจริงของหลักฐํานทํางประวัติศําสตร์ในเหตุกํารณ์ตอนเสีย กรุงศรีอยุธยําครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 ได้ถูกต้อง

a)

ข้อเท็จจริง คือ กํารตีฝ่ําวงล้อมพม่ําของพระยําตําก (สิน)

b)

ควํามจริง คือ กํารเสียกรุงศรีอยุธยําใน พ.ศ. 2310

c)

ข้อเท็จจริง คือ สําเหตุของกํารเสียกรุง คือ ผู้น ําอ่อนแอ ระบบไพร่เสื่อม เกิดกํารจลําจล เกิดสงครํามที่ ยืดเยื้อมําตั้งแต่ พ.ศ. 2307-2310 กํารขําดแคลนอําวุธ

d)

ควํามจริง คือ กํารกอบกู้เอกรําชของพระเจ้ําตํากสินมหํารําช

e)

ควํามจริง คือ กํารที่กองทัพพม่ําวํางแผนเข้ําโจมตีรําชอําณําจักรอยุธยําอย่ํางเข้มแข็งและรัดกุม

20.

ภูมิภําคใดในทวีปเอเชียที่มีพื้นที่กว้ํางใหญ่มํากที่สุด

a)

เอเชียใต้

b)

เอเชียกลําง

c)

เอเชียตะวันออก

d)

เอเชียตะวันตกเฉียงใต้

21.

เพรําะเหตุใดชําวเอเชียส่วนใหญ่จึงประกอบอําชีพเกษตรกรรม

a)

ผลผลิตมีรําคําสูง

b)

มีดินและแหล่งน ้ําอุดมสมบูรณ์

c)

เป็นอําชีพที่ท ํากันมําตั้งแต่บรรพบุรุษ

d)

ชําวต่ํางชําติน ําวิธีกํารท ําเกษตรกรรมมําเผยแพร่ในช่วงยึดครองเป็นอําณํานิคม

22.

ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเอเชียได้รับกํารถ่ํายทอดอิทธิพลทํางวัฒนธรรมจํากดินแดนใด

a)

จีน-อินเดีย

b)

ชําติตะวันตก

c)

เกําหลี-ญี่ปุ่น

d)

เวียดนําม-ลําว

23.

หลังกํารได้รับเอกรําชอินเดียได้แบ่งแยกประเทศออกเป็นอินเดียกับปํากีสถําน ทั้งนี้เป็นเพรําะเหตุใด

a)

กํารแย่งชิงดินแดนที่อุดมสมบูรณ์

b)

ดินแดนกว้ํางใหญ่เกินกํารควบคุมดูแล

c)

ควํามแตกต่ํางทํางศําสนําระหว่

24.

การได้รับเอกราชอินเดียได้แบ่งแยกประเทศออกเป็นอินเดียกับปากีสถาน ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุใด

a)

ก. การแย่งชิงดินแดนที่อุดมสมบูรณ์

b)

ข. ดินแดนกว้างใหญ่เกินการควบคุมดูแล

c)

ค. ความแตกต่างทางศาสนาระหว่างชาวฮินดูกับชาวมุสลิม

d)

ง. สภาพภูมิประเทศเป็นอุปสรรคในการปกครองเป็นประเทศเดียว

25.

จำกลักษณะภูมิประเทศของญี่ปุ่น ประชากรควรประกอบอาชีพใดเป็นสำคัญ

a)

ก. การประมง

b)

ข. การเพาะปลูก

c)

ค. การเลี้ยงสัตว์

d)

ง. การทำเหมืองแร่

26.

บริเวณใดในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ต่อการตั้งถิ่นฐานของประชากร

a)

ก. คาบสมุทรอาหรับ

b)

ข. ที่ราบสูงอิหร่าน

c)

ค. ที่ราบสูงอนาโตเลีย

d)

ง. ที่ราบลุ่มบริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีส

27.

ชนกลุ่มแรกที่สร้างความเจริญในดินแดนเมโสโปเตเมียคือข้อใด

a)

ก. เปอร์เซีย

b)

ข. ซูเมเรีย

c)

ค. ฟินีเซีย

d)

ง. ดราวิเดียน

28.

อู๋เฉิงเป็นจิตรกรที่สมถะ ชอบวาดภาพทิวทัศน์ มีชีวิตที่เรียบง่าย แสดงว่าเขามีความยึดมั่นในลัทธิ คำสอนใด

a)

ก. ลัทธิเต๋า

b)

ข. ลัทธิขงจื๊อ

c)

ค. พระพุทธศาสนา

d)

ง. ลัทธินิติธรรม

29.

ชอบวําดภําพทิวทัศน์ มีชีวิตที่เรียบง่ําย แสดงว่ําเขํามีควํามยึดมั่นในลัทธิ ค ําสอนใด

a)

ลัทธิเต๋ํา

b)

ลัทธิขงจื๊อ

c)

พระพุทธศําสนํา

d)

ลัทธินิติธรรม

30.

ควํามเชื่อเรื่องอําณัติแห่งสวรรค์ส่งผลต่อชําวจีนอย่ํางไร

a)

ชําวจีนขําดควํามกระตือรือร้นและรอควํามช่วยเหลือจํากสวรรค์

b)

เกิดกํารลุกฮือของรําษฎรเพื่อล้มล้ํางรําชวงศ์เดิมแล้วตั้งรําชวงศ์ใหม่

c)

ชําวจีนอยู่อย่ํางสันติสุขเพรําะทุกคนยอมรับผู้ปกครองที่สวรรค์เลือกให้

d)

เกิดกํารเลือกผู้น ําด้วยวิธีกํารเสี่ยงทํายเพื่อจะได้ผู้น ําตํามที่สวรรค์ต้องกําร

31.

ผลงํานของอํารยธรรมจีนในข้อใดที่เป็นต้นก ําเนิดของกํารคัดเลือกคนเข้ําท ํางํานในปัจจุบัน

a)

กํารเคํารพผู้อําวุโส

b)

กํารดูลักษณะบุคคล

c)

กํารปฏิบัติตํามวัฒนธรรม

d)

กํารสอบเข้ํารับรําชกําร

32.

ระบบวรรณะของอินเดียสะท้อนถึงควํามเชื่อในเรื่องใด

a)

มนุษย์ไม่สํามํารถเปลี่ยนแปลงสถํานภําพของตนได้

b)

คนผิวขําวมีควํามเจริญทํางอํารยธรรมมํากกว่ําคนผิวด ํา

c)

มนุษย์เกิดมํามีฐํานะไม่เท่ํากันเพรําะผลกรรมที่ท ําไว้ในอดีต

d)

พระพรหมได้ลิขิตชะตําชีวิตของมนุษย์ไว้แล้วจึงไม่อําจเปลี่ยนแปลงได้

33.

กํามแพงเมืองจีนถูกสร้ํางขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด

a)

เพื่อปิดกั้นประเทศจํากอํารยธรรมภํายนอก

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้เชลยที่จับมําได้หลบหนี

c)

เพื่อให้กํารติดต่อระหว่ํางแคว้นต่ํางๆ เป็นไปอย่ํางรวดเร็ว

d)

เพื่อป้องกันกํารรุกรํานจํากพวกชนป่ําเถื่อนทํางตอนเหนือ

34.

วัดมหําโพธิ (พุทธคยํา) มีควํามส ําคัญทํางพระพุทธศําสนําอย่ํางไร

a)

เป็นสถํานที่พระพุทธเจ้ําประสูติ

b)

เป็นสถํานที่พระพุทธเจ้ําตรัสรู้

c)

เป็นวัดแห่งแรกทํางพระพุทธศําสนํา

d)

เป็นสถํานที่พระพุทธเจ้ําเสด็จดับขันธ์ปรินิพพําน

35.

ภูมิภําคเอเชียตะวันออกมีลักษณะภูมิประเทศเป็นอย่ํางไร

a)

มีลักษณะเป็นเทือกเขําสูง

b)

มีลักษณะเป็นคําบสมุทรยื่นลงไปในทะเล

c)

มีลักษณะเป็นภูเขํา ทะเลทรําย และหมู่เกําะ

d)

มีลักษณะเป็นทะเลทรําย และมีเทือกเขําโอบล้อมรอบ

36.

เพรําะเหตุใดกํารศึกษําอํารยธรรมจีนจึงมีข้อมูลให้ศึกษํามํากกว่ําอํารยธรร

4 lines
37.

เพรําะเหตุใดกํารศึกษําอํารยธรรมจีนจึงมีข้อมูลให้ศึกษํามํากกว่ําอํารยธรรมอื่น

a)

อํารยธรรมจีนมีพื้นที่มํากกว่ําอํารยธรรมอื่นจึงมีข้อมูลมํากกว่ํา

b)

ชําวจีนมีกํารจดบันทึกเรื่องรําวในอดีตและเก็บรักษําไว้เป็นอย่ํางดี

c)

ชําวจีนมีจ ํานวนมํากกว่ําชนชําติอื่นๆ จึงมีข้อมูลให้ศึกษํามํากกว่ํา

d)

ชําวจีนเป็นคนช่ํางคิดช่ํางท ําจึงมีเรื่องรําวให้ศึกษํามํากกว่ําชนชําติอื่นๆ

38.

เพรําะเหตุใดระบบเศรษฐกิจจีนจึงพัฒนําเข้ําสู่ระบบอุตสําหกรรมมํากขึ้น

a)

อิทธิพลจํากลัทธิคอมมิวนิสต์

b)

ผลกระทบจํากโลกยุคสงครํามเย็น

c)

กํารเข้ํามําของจักรวรรดินิยมตะวันตก

d)

ผู้น ําประเทศมีควํามตื่นตัวที่จะต้องกํารรับเอําวิทยํากํารใหม่ๆ

39.

เหตุผลที่ท ําให้ลักษณะทํางวัฒนธรรมของประชํากรในเอเชียตะวันออกมีควํามคล้ํายคลึงกันคือข้อใด

a)

บริโภคอําหํารประเภทเดียวกัน

b)

อําศัยอยู่ในเขตภูมิอํากําศเดียวกัน

c)

ได้รับอํารยธรรมจํากแหล่งเดียวกัน

d)

เริ่มก่อตั้งประเทศในเวลํา

40.

รมของประชํากรในเอเชียตะวันออกมีควํามคล้ํายคลึงกันคือข้อใด

a)

บริโภคอําหํารประเภทเดียวกัน

b)

อําศัยอยู่ในเขตภูมิอํากําศเดียวกัน

c)

ได้รับอํารยธรรมจํากแหล่งเดียวกัน

d)

เริ่มก่อตั้งประเทศในเวลําใกล้เคียงกัน

41.

ในอํารยธรรมอินเดีย คนวรรณะต ่ําจะมีวรรณะสูงขึ้นด้วยวิธีใด

a)

สอบเข้ํารับรําชกําร

b)

แต่งงํานกับคนวรรณะสูง

c)

สร้ํางควํามชอบในสงครําม

d)

เป็นสิ่งตํายตัว ไม่สํามํารถเปลี่ยนแปลงได้

42.

ทรัพยํากรธรรมชําติในข้อใดซึ่งเป็นที่ต้องกํารของชําวเอเชียตะวันตกเฉียงใต้มํากที่สุด

a)

ทรัพยํากรน ้ํา

b)

ทรัพยํากรน ้ํามัน

c)

ทรัพยํากรสัตว์น ้ํา

d)

ทรัพยํากรสัตว์ป่ํา

43.

บริเวณใดของภูมิภําคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ที่เป็นสถํานที่ที่เป็นแหล่งตั้งถิ่นฐํานของผู้คนอย่ํางหนําแน่น

a)

บริเวณลุ่มแม่น ้ําสินธุ

b)

บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

c)

บริเวณลุ่มแม่น ้ําไทกริส-ยูเฟรทีส

d)

บริเวณทะเลด ําและทะเลแคสเปียน

44.

ข้อใดกล่ําวไม่ถูกร้องเกี่ยวกับสภําพเศรษฐกิจในภูมิภําคเอเชียกลําง

4 lines
45.

ข้อใดกล่ําวไม่ถูกรเกี่ยวกับสภําพเศรษฐกิจในภูมิภําคเอเชียกลําง

a)

มีทรัพยํากรธรรมชําติที่ส ําคัญ เช่น น ้ํามันดิบ แก๊สธรรมชําติ ป่ําไม้ เป็นต้น

b)

มีกํารเปลี่ยนแปลงทํางเศรษฐกิจที่ส ําคัญเมื่อชําติตะวันตกให้ควํามช่วยเหลือ

c)

เป็นบริเวณที่มีควํามส ําคัญเนื่องจํากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทํางสํายแพรไหม

d)

ประชําชนส่วนใหญ่ประกอบอําชีพเลี้ยงสัตว์ เช่น แกะ แพะ ม้ํา และท ํากสิกรรม

46.

อํารยธรรมจีนในเรื่องใดที่มีอิทธิพลต่อกํารสื่อสํารของมนุษย์ในปัจจุบัน

a)

ระบบตัวอักษรย่อ

b)

กํารผลิตกระดําษและน ้ําหมึก

c)

กํารผลิตวัตถุน ําพําเคลื่อนสัญญําณ

d)

กํารคิดค้นระบบส่งสัญญําณระยะไกล

47.

กํารสร้ํางก ําแพงเมืองจีนของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้มีจุดมุ่งหมํายเพื่ออะไร

a)

สร้ํางงํานให้แก่ประชําชน

b)

สร้ํางไว้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง

c)

ป้องกันกํารรุกรํานของข้ําศึกศัตรู

d)

แสดงถึงควํามยิ่งใหญ่และเข้มแข็งของจักรพรรดิ

48.

ควํามเจริญที่โดดเด่นของอํารยธรรมลุ่มแม่น ้ําสินธุคืออะไร

a)

ระบบคมนําคม

b)

เชื่อในพระเจ้ํา

49.

ควํามเจริญที่โดดเด่นของอํารยธรรมลุ่มแม่น ้ําสินธุคืออะไร

a)

ระบบคมนําคม

b)

เชื่อในพระเจ้ําองค์เดียว

c)

ระบบกํารสุขําภิบําล

d)

กํารสร้ํางที่อยู่อําศัยในที่สูง

50.

ข้อใดไม่ใช่ผลงํานด้ํานศิลปกรรมของอํารยธรรมอินเดียสมัยประวัติศําสตร์

a)

ทัชมําฮัล

b)

สถูปสําญจี

c)

หัวเสําอโศกที่สํารนําถ

d)

เมืองฮํารัปปําและเมืองโมเฮนโจ-ดําโร

51.

ข้อใดแสดงถึงกํารนับถือเทพเจ้ําประจ ําเมืองของชําวซูเมเรีย

a)

กํารสร้ํางพีระมิด

b)

กํารสร้ํางซิกกูแรต

c)

กํารสร้ํางเทวรูปเหมือนคน

d)

กํารสร้ํางสวนลอยแห่งบําบิโลน

52.

เหตุใดปรัชญําขงจื๊อจึงมีอิทธิพลต่อชําวจีนมํากกว่ําปรัชญําอื่น

a)

มีกํารสอนในโรงเรียน

b)

เข้าใจง่ํายกว่ําปรัชญําอื่น

c)

จักรพรรดิจีนให้กํารสนับสนุน

d)

กล่ําวถึงหลักควํามสัมพันธ์ของคนในสังคม

53.

“เทือกเขําทํางภําคตะวันออกเฉียงใต้ของจอร์แดนสูงสุดหลั่นกันและเต็มไปด้วยถ ้ํา จึงเป็นสถํานที่ซึ่งชําวเนบําตําเอี้ยนจะยึดเป็นที่พ ํานักอําศัย และต่อมําก็ขุดเจําะหน้ําผําสร้ํางเป็นเมืองท่ํามกลํางหุบเขําอันทุรกันดํารอันน่ําฉงนขึ้นมํา” จํากข้อควํามดังกล่ําวแสดงให้เห็นถึงแหล่งมรดกโลกทํางวัฒนธรรมในภูมิภําคเอเชียในข้อใด

a)

เมืองเพตรํา

b)

เมืองโบรําณสมําร์รํา

c)

สุสํานของโคจํา อําห์เหม็ด ยําซําวี

d)

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและโบรําณสถํานแห่งหุบเขําบํามิยัน

54.

ข้อใดไม่ใช่แหล่งมรดกโลกทํางวัฒนธรรมในภูมิภําคเอเชียใต้

a)

ถ ้ําอชันตํา ประเทศอินเดีย

b)

เจดีย์รุวันเวลิ ประเทศศรีลังกํา

c)

หุบเขํากําฐมําณฑุ ประเทศเนปําล

d)

วัดมหําโพธิหรือมหําโพธิวิหําระ (พุทธคยํา) ประเทศอินเดีย