Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

DC Motor

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่มีผล ต่อการเกิดแรงผลักตัวนำในมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

a)

พื้นที่หน้าตัดของตัวนำ

b)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำ

c)

ความยาวของตัวนำ

d)

ความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็ก

e)

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก

2.

ในการหาทิศทางของตัวนำนิ้วทั้งสี่ของมือซ้าย (กฎมือซ้าย) ใช้แทนค่าอะไร

a)

ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็ก

b)

ทิศทางของตัวนำ

c)

ทิศทางของขั้วแม่เหล็กใต้

d)

ทิศทางของขั้วแม่เหล็กเหนือ

e)

ทิศทางของกระแส

3.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

a)

ทิศทางของแรงดันไฟฟ้าต้านกลับมีทิศทางต่อต้านกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

ทิศทางของแรงดันไฟฟ้าต้านกลับมีทิศทางเสริมกันกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

c)

ขณะที่ตัวนำหมุนไปจะไปตัดกับเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้ว

d)

ทิศทางของกระแสจากแรงดันไฟฟ้าต้านกลับสวนทางกับกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้

4.

ค่าใด ไม่มีผล ต่อแรงดันไฟฟ้าต้านกลับ

a)

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก

b)

ความเร็วรอบของการหมุน

c)

จำนวนขั้วแม่เหล็ก

d)

กระแสไฟฟ้าที่อาร์เมเจอร์

5.

แรงบิด หมายถึงข้อใด

a)

โมเมนต์ของขดลวดอาร์เมเจอร์เมื่อมีกระแสไหลผ่าน

b)

โมเมนต์ของแรงที่เคลื่อนที่ในแนวตั้งฉาก

c)

โมเมนต์ของแรงที่เกิดจากการเคลื่อนที่ในแนวระนาบ

d)

โมเมนต์ของแรงที่เกิดจากการหมุน

6.

กำลังส่วนใดที่เกิดการแปรสภาพจากพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานกล

a)

กำลังอินพุตที่จ่ายเข้ามา

b)

กำลังที่อาร์เมเจอร์

c)

กำลังไฟฟ้าที่ขดลวดสนามแม่เหล็ก

d)

กำลังเอาต์พุตที่เพลา

7.

การที่จะสร้างเส้นแรงแม่เหล็กให้เสริมกันหรือหักล้างกันของมอเตอร์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับข้อใด

a)

ทิศทางของกระแสที่อาร์เมเจอร์

b)

ขั้วของแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่จ่ายให้มอเตอร์

c)

ทิศทางการหมุนที่มอเตอร์

d)

ทิศทางของกระแสที่ไหลในขดลวดสนามแม่เหล็ก

8.

ข้อใด เป็นสาเหตุของการเกิดอาร์เมเจอร์รีแอกชันในมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

a)

เกิดจากขดลวดอาร์เมเจอร์เมื่อมอเตอร์ไม่มีโหลด

b)

เกิดจากขดลวดอาร์เมเจอร์เมื่อมอเตอร์มีโหลด

c)

เกิดจากขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์เมื่อมอเตอร์ไม่มีโหลด

d)

เกิดจากขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์เมื่อมอเตอร์มีโหลด

9.

การสูญเสียในขดลวดทองแดงของมอเตอร์ไฟฟ้าได้จากข้อใด

a)

ขดลวดอาร์เมเจอร์และการเกิดกระแสไหลวน

b)

ขดลวดอาร์เมเจอร์และการเกิดฮิสเทอรีซิส

c)

ขดลวดอาร์เมเจอร์และความฝืด

d)

ขดลวดอาร์เมเจอร์และขดลวดสนามแม่เหล็ก

10.

การสูญเสียในการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าได้จากข้อใด

a)

การเกิดกระแสไหลวนและแรงลมต้าน

b)

การเกิดกระแสไหลวนและฮีสเทอรีซิส

c)

การเกิดความฝืดและแรงลมต้าน

d)

การเกิดกระแสไหลวนและขดลวดสนามแม่เหล็ก

11.

การควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมค่าความต้านทานในวงจรอาร์เมเจอร์ ต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร

a)

ต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ต่อขนานกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

d)

ต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

12.

การควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมจำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก ต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร

a)

ต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

d)

ต่อขนานกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

13.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินมีกระแสไฟฟ้าสูงเพราะเหตุใด

a)

โหลดที่เพลาของมอเตอร์มีค่าน้อยเกินไป

b)

ไม่ต่อตัวต้านทานอนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

c)

แรงดันไฟฟ้าต้านกลับขณะเริ่มเดินมีค่าสูง

d)

ความต้านทานของขดลวดอาร์เมเจอร์มีค่าน้อย

14.

การกลับทางหมุนในมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง มีวิธีการอย่างไร

a)

กลับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าใน field winding

b)

กลับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

กลับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าในขดลวด field winding

และขดลวดอาร์เมเจอร์พร้อมกัน

d)

กลับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าใน field winding หรือกลับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์เมเจอร์ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

15.

            ข้อดีของการควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมจำนวนเส้นแรงแม่เหล็กคือข้อใด

a)

ไม่มีไฟฟ้าสูญเสียจากตัวต้านทานที่มาควบคุม

b)

ปรับความเร็วรอบให้สูงกว่าพิกัดได้

c)

ทำให้แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้มีค่าคงที่

d)

รักษาความเร็วรอบให้คงที่ได้เมื่อโหลดที่เพลาเปลี่ยนแปลง